กลางวันคนคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าะโกันโหวกเหวก ข่าวชัยชนะของทัพเล่าปี่ดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองซินเอี๋ยและเมืองข้างเคียง ปัญญาการวางแผนของยอดกุนซือก็ลือลั่นไปทั่วเขต
บ้านพักยังมีทหารเฝ้าอยู่ แต่ก็น้อยกว่าปกติเพราะส่วนใหญ่ไปร่วมเลี้ยงฉลองกันที่โถงประชุมใหญ่ ผมและเย่อิงรีบกลับมานอนพักผ่อนเพราะทนง่วงไม่ไหว ก็เล่นรอฟังข่าวกันทั้งคืนอย่างนั้น ส่วนพวกขุนศึกต้องยอมยกนิ้วให้เลยเพราะนอกจากจะไปออกรบมาหมาดๆ ก็ยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนเหมือนกัน แต่ดันอยู่กินเหล้ากันต่อได้อีก
เย่อิงเอาผ้านุ่งอาบน้ำออกมาให้ผม เธอรู้ดีว่าก่อนจะนอนทุกครั้งผมชอบที่จะอาบน้ำก่อน ผมรับมาอย่างว่าง่ายแล้วถามไปว่าเธอจะอาบน้ำไหม แต่เย่อิงกลับอายหน้าแดงออกมาแล้ววิ่งเข้าห้องของเธอไปเลย
ผมไม่ได้จะชวนเธอไปอาบด้วยกันซักหน่อย
ถึงผมจะลามกและบ้ากามนิดๆ แต่ก็ไม่จิตสกปรกขนาดนั้น
แต่ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีไม่น้อยเหมือนกัน ฮ่าๆ
ผมคิดไปเรื่อยแล้วก็เข้าห้องตัวเองไปเปลี่ยนผ้านุ่ง เป็ผ้าเตี่ยวผืนสั้นปกปิดเฉพาะส่วนล่าง มันพอดีแล้วสำหรับการอาบน้ำในที่ลับตาคน
ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรทะลึ่งใต้สะดืออยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้น ทหารยามะโดังมาว่า ท่านสุมาเต๊กโช มาหา ได้ยินแค่นั้นผมรีบบึ่งออกไปรับแล้วเชื้อเชิญให้เข้ามาอย่างไว
"เชิญท่านๆ นั่งก่อนๆ"
"ข้าไม่ยักรู้ว่าท่านขงเบ้งผู้มีสติปัญญาผู้นี้รับแขกด้วยชุดอาบน้ำ"
"ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ข้ากำลังจะอาบน้ำ พอดีท่านสุมาเต๊กโชมาหาจึงไม่ทันเปลี่ยน"
"เท่าที่สังเกต ดูเหมือนท่านโอมจะคุ้นชินกับการเป็ขงเบ้งลูกศิษย์ของข้าขึ้นมากทีเดียว ทั้งการพูดจาและการวางแผน" ตาแก่สุมาพูดเหมือนชมเหมือนแซะ
"ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับ ข้ามันพวกกิ้งก่า สถานการณ์เป็แบบไหนก็ปรับสภาพไปตามนั้น ทั้งหมดเพื่อความอยู่รอดของชีวิตที่ไม่คิดจะตาย" เื่การเรียนอาจจะติดลบ แต่เื่ตอแหล ผมจบดอกเตอร์ "ว่าแต่ ท่านสุมามาหาข้าวันนี้คงไม่ได้มาชมแค่นี้หรอกจริงไหม"
"ข้าแค่คนแก่ขี้เหงาอยู่กระท่อมคนเดียวก็อยากหาเพื่อนคุยบ้าง เมื่อเช้าทราบข่าวว่าท่านวางแผนเเผาทัพแฮหัวตุ้นและชนะกองทัพที่มีทหารมากถึงสิบหมื่นได้ในคืนเดียวก็รีบมาอวยพร"
"ชมเกินไปแล้ว ชมเกินไป อันที่จริงข้ามีความเก่งที่ซุกซ่อนอยู่อีกมาก ถ้าว่างๆ ข้าจะไปแสดงให้ท่านสุมาเห็นถึงในกระท่อมเลยดีไหม" ผมมันพวกยิ่งชมยิ่งชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งอยากให้ชมเพิ่ม
"ไม่ต้องหรอก เอาไว้ท่านแสดงให้โจโฉเห็นเองก็แล้วกัน" สุมาเต๊กโชยิ้มชอบกล จะว่ายิ้มประชดประชันก็ไม่ใช่ จะว่ายิ้มชื่นชมก็ไม่ใกล้เคียง มันดูทะแม่งๆ
"ท่านสุมาหมายความว่ายังไง ที่ว่าให้ไปแสดงให้โจโฉเห็น" ผมว่ายังไงตาแก่คนนี้ก็ต้องรู้อะไรบางอย่าง
"แฮหัวตุ้นเป็ทหารเอกของโจโฉนำทัพใหญ่มากถึงสิบหมื่นยกมาก็เพื่อหมายเอาชีวิตของเล่าปี่ทั้งยังคิดกำจัดท่านอีกด้วย"
"เกี่ยวอะไรกับข้าละท่าน ข้ากับโจโฉไม่รู้จักกันซักหน่อย ไม่เคยแย่งผู้หญิงกันด้วย เหยียบเท้าก็ไม่เคย" ผมส่ายหน้าบ่ายเบี่ยง คนไม่เคยรู้จักกันจู่ๆ จะมาคิดฆ่ากันได้ยังไง จริงไหม
"ครั้งก่อนชีซีอยู่ฝ่ายเล่าปี่ วางแผนเอาชนะโจหยินที่วางค่ายกลแปดทวารกุญแจทองได้ โจโฉคิดจะกำจัดแต่เทียหยกว่ากล่าวห้ามไว้ก่อน จึงถูกอุบายเอาไปเป็พวกเสียที่เมืองฮูโต๋ ครั้งนี้ท่านทำผลงานใหญ่ไว้กับแฮหัวตุ้นมีหรือโจโฉจะไม่คิดฆ่าท่าน"
"แต่ข้า..."
"ถ้ามีท่านอยู่ เล่าปี่ก็เหมือนหนึ่งเสือติดปีกบิน เป็หอกข้างแคร่ที่รอวันจะทิ่มแทงโจโฉ แต่หากไม่มีท่านเล่าปี่ก็เหมือนเสือขาด้วน เหมือนหนึ่งหอกคมหัก ไม่มีอันตราย" สุมาเต๊กโชลุกขึ้นทำท่าจะจากไป ผมรั้งแขนเอาไว้ก่อน
"ที่ว่าคิดจะเจื๋อนผม คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ใช่ไหม" ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ลงคอ น้ำลายก้อนนี้กลืนยาก มันฝืดจนปวดลำคอทีเดียว
สุมาเต๊กโชส่ายหน้า ใช่จะบอกว่าไม่ใช่ในเร็ววันนี้ แต่ความหมายของเขาคือไม่สามารถจะบอกได้ว่าจะมาเมื่อไหร่
"ครั้งก่อนทัพแฮหัวตุ้นสิบหมื่นวอดวายเกือบสิ้น ครั้งนี้โจโฉจะต้องนำทัพมาด้วยตนเองแน่ ขอท่านจงระวังรักษาตัวให้จงดี ข้ามาเพื่อจะบอกเพียงเท่านี้ ขอลาก่อน" สุมาเต๊กโชก้าวออกไปอย่างไม่ใยดีผม เหมือนคนถูกรุมโทรมแล้วทิ้งไว้กลางป่า เหมือนถูกกระทืบแล้วลากมาตบอีก 108 ปี
จะชิบหายอีกละ
จะทำยังไงดี
รอโจโฉมาแล้วยอมเป็พวกมันเลยจะดีมั้ย
แล้วถ้ามันไม่เอาล่ะจะทำยังไง
โดนสับเละโยนให้หมากินแน่
ไม่ ไม่
ผมไม่อยากเป็อาหารหมา
...
"ท่านๆ" สุ้มเสียงเยือกเย็นแฝงนัยสำคัญ สุมาเต๊กโชหันหลังกลับมา เอ๊ะ หรือว่าจะบอกวิธีเอาตัวรอดให้ อืมมม.... ตาแก่นี่ก็เป็คนดีพอสมควรเลยนะเนี้ย สงสัยต้องมองแกใหม่เสียแล้ว
"ผ้าเตี่ยวเก่าแล้ว ที่บ้านข้าพอมีสองสามตัวยังใหม่อยู่ ท่านจะเอาไหม ข้าจะให้เด็กๆ นำมาให้"
ผมส่ายหัวและเหนื่อยหน่าย...ปุดโถ่ ท่านสุมาเต๊กโช!!!
ท่าน
จง
ไป
ซ่ะ
ผมลนลานรีบเปลี่ยนผ้าออกมาอย่างลวกๆ เย่อิงได้ยินเสียงกุกกักก็เปิดประตูออกมาถามว่ากำลังจะออกไปไหน ผมเพียงตอบกลับไปว่าจะรีบไปหาเล่าปี่
โต๊ะอาหารยังเกลื่อนไปด้วยกับแกล้มชั้นพิเศษ เตียวหุยเมาตัวโยกอยู่ริมหน้าต่าง กวนอูหัวเราะร่าดื่มสุรากับกวนเป๋งและจูล่ง เล่าปี่ชมดนตรีอยู่ที่โต๊ะกลาง เหล่าทหารคนอื่นก็จับมุมอยู่กันเป็เหล่าของตัวเอง
"ท่านเล่าปี่ๆ" ผมวิ่งกลับมาหน้าตาเตลิด พวกทหารพยายามฉุดมือให้กินกับพวกเขา บางคนก็ยกยื่นจอกสุราขึ้นมาให้ ผมรีบปฏิเสธออกไปบอกว่าแพ้แอลกอฮอล์
"ท่านขงเบ้ง ที่แท้ท่านก็กลับไปส่งฮูหยินแล้วรีบกลับมานี่เอง เชิญๆ ท่าน เชิญนั่ง เรามาร่ำสุราชมเสียงดนตรีฉลองชัยชนะกัน" เล่าปี่เชื้อเชิญให้ดื่มกินด้วยกัน ผมโบกมือปฏิเสธแล้วบอกข้อความที่ได้ยินมาจากสุมาเต๊กโช
"พวกเราอย่าพึ่งชะล่าใจไป แฮหัวตุ้นพึ่งพ่ายแพ้กลับไป อีกไม่นานแน่ โจโฉจะต้องยกทัพใหญ่มาด้วยตนเอง เมื่อถึงตอนนั้นเมืองซินเอี๋ยมีหวังราบเป็หน้ากลอง พวกเราคงไม่รอดกันแม้แต่คนเดียว"
เล่าปี่เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ใจนจอกเหล้าตกจากมือ เตียวหุยที่กำลังเมามายหัวเราะดังลั่น "โถ่ ท่านขงเบ้งจะกลัวไปไยกับโจโฉ ใช้ปัญญาของท่านวางแผน ใช้พวกข้าออกหน้าสู้รบ แค่นี้ก็หายห่วงแล้ว แม้แต่ทัพสิบหมื่นของแฮหัวตุ้นยังวอดวายจนพวกมันหนีกลับไปแทบไม่ทัน"
"นั่นน่ะสิ ท่านขงเบ้งอย่าได้กังวลจนเกินไป ดูสิเล่นเอาพี่ใหญ่ของเราใจนมืออ่อน" กวนอูว่าสำทับให้เตียวหุย
ผมหมดคำพูด ได้แต่เตือนให้ระมัดระวังภัยเอาไว้ก่อนถึงจะปลอดภัย เล่าปี่เชื่อคำที่ผมพูด สั่งให้ทหารฉลองกันแต่พอเหมาะ จัดแบ่งเวรยามดูและป้อมประตูรอบเมืองซินเอี๋ยมิให้ขาด่ จัดหน่วยสอดแนมออกไปหาข่าวตามเส้นทางหลักั้แ่หน้าเมืองยาวไปจนถึงเขตเมืองฮูโต๋
ทางฝ่ายแฮหัวตุ้นเมื่อกลับไปถึงเมืองฮูโต๋ก็มัดตัวเองเข้าไปคำนับโจโฉ พวกทหารก็พากันเข้ามาร่ำร้องเกรงว่าแฮหัวตุ้นจะต้องรับโทษทัณฑ์จนถึงแก่ความตาย
คิ้วโคมระย้าย้อยลงมาจากคานหลังคา ้าประดับด้วยริ้วแพรสีแดงสดอันเป็สีมงคลและช่วยเสริมดวงชะตา บัลลังก์ใหญ่กว้างยาวกว่าสองวามีบุรุษร่างเล็กสูง 7 ฟุต คิ้วเล็กหนวดยาว ดวงตาคมสัน วางมาดนั่งอยู่ ถึงแม้ตำแหน่งอุปราชจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนองค์ฮ่องเต้ แต่บัดนี้อำนาจใดเล่าจะเทียบเท่าเขาได้ โจโฉ โจเหมิ่งเต๋อ แต่เดิมเป็เพียงข้าราชการระดับเล็กๆ เท่านั้น ไม่นึกเลยว่าเมื่อเหตุการณ์ผ่านผันมา บัดนี้จะครองแผ่นดินได้ถึงหนึ่งในสาม ชนะลิโป๊ กำจัดอ้วนเสี้ยว จัดการอ้วนสุด บัดนี้เหลือแค่เล่าเปียว เล่าปี่ ซุนกวน ที่พอจะมีพิษภัย หากกำจัดไปได้แผ่นดินนี้ทั้งหมดมีหรือจะมิได้ครอง
"ท่านอุปราช ข้าแฮหัวตุ้นมัดตัวเองมาเพื่อรับโทษ" คนไม่มีตาซ้ายคำนับเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองผู้อยู่บนบัลลังก์สูงอย่างองอาจ ผ่าเผย ทางโจโฉมิได้เอ่ยคำใดออกมาเพียงแต่นิ่งสงบอยู่เท่านั้น "ข้ามีความประมาทมิได้รู้เท่ากลอุบายของขงเบ้ง จนเป็เหตุทำให้กองทัพเสียหาย ทหาราเ็ล้มตายเป็อันมาก เมื่อก่อนที่ข้าจะไปออกศึกนั้นก็ได้ให้สัญญาไว้ว่า ถ้าไม่ได้ตัว เล่าปี่ ขงเบ้ง กลับมาก็ให้ตัดศีรษะของข้าเสีย ซึ่งโทษของข้านี้ก็เห็นผิดอยู่ชัดเจนจึงสุดแต่ท่านจะลงโทษ"
โจโฉนั้นเมื่อเห็นแฮหัวตุ้นมัดตัวเองเข้ามาก็มีความเอ็นดู ด้วยแฮหัวตุ้นนั้นภักดีด้วยตนมาตลอดั้แ่สมัยตนประกาศระดมพลขึ้นปราบตั๋งโต๊ะ นับได้ว่าเป็ทหารเอกผู้มาช่วยราชการในยุคเริ่มต้นที่ยังไม่สามารถจะตั้งตัวได้
"แก้มัดๆ" โจโฉสั่งทหารให้แก้เชือกที่รัดร่างของแฮหัวตุ้นออก "ท่านไปทำศึกคราวนี้ เสียทีแก่ข้าศึกโทษท่านก็ถึงตายอยู่ แต่ตัวท่านมีคุณความชอบมาแต่ก่อนเป็อันมาก โทษครั้งนี้ข้าจึงจะยกไว้ครั้งหนึ่ง" แฮหัวตุ้นได้ฟังก็ดีใจคำนับขอบคุณโจโฉเป็การใหญ่ที่ไว้ชีวิตตน โจโฉย่างกลับมาขึ้นนั่งบนบัลลังก์สูงตามเดิม
"อันธรรมดาการาย่อมมีแพ้มีชนะ ไม่ว่าใครก็ย่อมมีได้เหมือนกัน" โจโฉว่า
แฮหัวตุ้นยินดีกับคำปลอบใจก็คำนับให้อีกครั้งแล้วกล่าวว่า "ข้ายกทัพไปคราวนี้ได้อิกิ๋มและลิเตียนตักเตือนให้ได้สติอยู่ตลอด แต่ตัวข้านั้นดื้อดึงจึงทำให้เสียทีแก่ข้าศึกเพราะความประมาท"
โจโฉได้ฟังก็ให้บำเน็จรางวัลแก่อิกิ๋มและลิเตียนแล้วรำพึงออกมากับเหล่าผู้เข้าประชุม "ทุกวันนี้ข้ามีความวิตกอยู่แต่ซุนกวนและเล่าปี่สองคนนี้เท่านั้น นอกนั้นข้ามิได้ใส่ใจเลย เ้าเล่าปี่มันเป็ัซุ่ม รอคอยวันเผ่นผงาดจะต้องรีบกำจัด ซุนกวนหรือก็ครองใจคนอยู่อีกฟากลำนำแยงซีมีผู้คนสนันสนุนกองทัพพรั่งพร้อมเป็หนามจี้ตำใจข้าอยู่มิว่างเว้น" เหล่าผู้ได้ฟังต่างก็เห็นด้วย
แสงสว่างแทงเข้ามาจากบานหน้าต่าง สีหน้าครุ่นคิดของโจโฉทำให้ริ้วรอยบนหน้าผากนูนชัดขึ้น ศัตรูนั้นปล่อยไว้วันเดียวย่อมมีภัยไปสามชาติ ปล่อยให้รอดชีวิตไปย่อมอันตรายถึงลูกหลาน
"บัดนี้การศึกก็ได้เริ่มไปแล้ว ทั้งยังติดพันกันอยู่ ข้าจะคิดกำจัดซุนกวนและเล่าปี่เสียให้จงได้ แผ่นดินจึงจะราบคาบเป็สุขสืบไป" โจโฉลั่นวาจาออกมา
สั่งให้เกณฑ์ทหารห้าสิบหมื่น ตั้งให้โจหยินเป็แม่ทัพใหญ่
ให้โจหองคุมทหารสิบหมื่นตั้งเป็กองที่หนึ่ง
ให้เตียวเลี้ยวและเตียวคับคุมทหารสิบหมื่นตั้งเป็กองที่สอง
ให้แฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารสิบหมื่นเป็กองที่สาม
ให้อิกิ๋มและลิเตียนคุมทหารสิบหมื่นตั้งเป็กองที่สี่
ให้เคาทูคุมทหารสามพันเป็กองหน้าสอดแนม
และตัวโจโฉคุมทหารหกหมื่นเป็กองหลวงทัพหลัก
ส่วนเมืองฮูโต๋นั้นมอบให้ซุนฮกอยู่รักษาการ