เขาพาเธอเดินมาส่งขึ้นรถม้าและก็เดินตามขึ้นมา ทิ้งให้ทั้งไป๋เฉียนฉิงและจวินเถายืนมองด้วยความอิจฉาอยู่ตรงนั้น
"ข้าจะไปส่งเจ้าเอง"
"ขอบพระทัยเพคะ"
หลายวันต่อมาหลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง เธอก็มาดูความเรียบร้อยของโรงเตี๊ยมที่เพิ่งสร้างเสร็จ และได้เปิดทำการแล้ว โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่มีห้องพักอยู่ชั้นบนหลายห้องและชั้นล่างมีไว้รับแขก และจ้างงาน และนำไม้กระดานมาสร้างเป็นบอร์ดขนาดใหญ่เพื่อเอาไว้แจ้งข่าวสารและงานต่างๆที่นางได้คิดเอาไว้ และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เปิดทำการ เธอนำประกาศที่เขียนใส่กระดาษมาแปะไว้ที่บอร์ด และนี่คือบอร์ดประกาศงาน
มันคือสิ่งของที่เธอต้องการนั่นเอง สมุนไพรหายากบางชนิด สัตว์อสูรบางประเภท และสิ่งของอื่นๆที่เธอต้องการเพื่อนำมาปรุงยา และศึกษาพวกมัน แต่เธอไม่จำเป็นต้องไปหาเองแค่จ้างคนอื่นไปโดยให้ค่าตอบแทนตามความยากของสิ่งเหล่านั้น และเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับทุกคนในแค้วนด้วย
นอกจากนั้นโรงเตี๊ยมเธอยังเป็นตัวกลางให้พ่อค้าแม่ค้าหรือบุคคลใดก็ตามที่ต้องการวัตถุดิบ ในการปรุงยาหรือนำมาขาย หรือทำอะไรก็ตาม สามารถมาลงประกาศให้คนอื่นหาของตามที่ตัวเองต้องการได้ โดยต้องจ่ายเงินค่านายหน้าให้กับโรงเตี๊ยมของเธอ ซึ่งเป็นตัวกลาง เพราะว่าบางคนไม่มีวรยุทธิ์และคนที่มีวรยุทธ์ไม่เก่งพอที่จะเข้าป่าไปหาวัตถุดิบเองได้วิธีนี้จะทำให้พวกเขาไม่ต้องไปหาวัตถุดิบและเสี่ยงอันตรายด้วยตัวเอง มีหมอและนักปรุงยาหลายคนที่ไม่เป็นวรยุทธ์เลย พ่อค้าแม่ค้าขุนนางหลายคนก็ไม่มีวรยุทธ์
งานที่ติดอยู่ที่บอร์ดประกาศงานนั้นทุกคนสามารถทำได้ ไม่เกี่ยงว่ามาจากแคว้นไหน ขอแค่เป็นคนที่มีวรยุทธ์มีความสามารถ จะคนพเนจร ขอทาน หรือผู้มีฐานะสูงส่ง ก็ทำได้ทั้งนั้น ถ้าพวกเขาอยากได้ค่าตอบแทน โดยเธอตั้งกฎไว้ว่าหากไปทำภารกิจแล้วเกิดบาดเจ็บหรือตายขึ้นมาทางโรงเตี๊ยมไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตัวเองเท่านั้น
ส่วนห้องพักเธอก็เตรียมไว้ให้กับคนจ้างวานและคนที่รับงานที่ไม่มีที่พัก ที่นี่จึงเป็นที่พักชั่วคราวของพวกเขา และแน่นอนต้องจ่ายค่าที่พักด้วย เมื่อใครสนใจงานไหนก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่ของเราได้เลย เธอเตรียมคนดูแลที่นี่ไว้แล้ว เมื่อพวกเขาทำงานเสร็จก็เอาของมาให้เจ้าหน้าที่ที่นี่และรับเงินค่าจ้างไปตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ ประกาศจ้างงานนี้เธอได้เขียนค่าตอบแทนไว้ให้แล้ว ขึ้นอยู่กับพวกเขาจะเลือกเอง ยิ่งค่าตอบแทนสูงของที่หาก็ยิ่งยากมากขึ้น
และแน่นอนถ้าทำแบบนี้เหล่าผู้มีวรยุทธ์ จอมยุทธ์ทั้งหลายที่ว่างๆหรืออยากหาเงินใช้ หรือแค่อยากหาอะไรทำสนุกๆ พวกเขาจะต้องมากันแน่ เป็นเรื่องปกติ เพราะโรงเตี๊ยมของเธอจะต้องมีคนมียุทธ์เก่งๆแวะเวียนมาและทำให้พวกเขาได้เจอกับคนเก่งๆมากมาย และอาจจะได้มีการท้าประลองกันเกิดขึ้น เพื่อวัดว่าวรยุทธ์ของตัวเองนั้นสามารถเอาชนะได้หรือไม่ และเพื่อทดสอบตัวเองพวกเขาจะต้องมากันแน่
เธอต้องการให้ที่นี่เป็นแหล่งรวมข่าวสารต่างๆด้วยเพื่อช่วยให้หลงเจี่ยนหยางได้มีแหล่งข่าวกรองที่สำคัญเอาไว้ เพราะตอนนี้เขาไม่ใช่องค์ชายธรรมดาแล้ว แต่เป็นถึงองค์รัชทายาท การข่าวจึงสำคัญมาก เธอจะทำให้ที่นี่มีผู้คนหลากหลายจากทั่วทั้งยุทธภพ มาแวะเวียนเข้าออกที่นี่จนที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่ทุกแค้วนต้องรู้จัก
"เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย"
หลงเจี่ยนหยางรู้สึกทึ่งกับความคิดของเธอ เธอเล่าถึงแผนงานต่างๆของเธอให้เขาฟัง
"องค์รัชทายาท ก็ใช้ที่นี่เพื่อเป็นแหล่งข่าวได้สบายๆเลยเพคะ"
"ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไม่เหมือนนางใดที่ข้าเคยเจอ ความคิดก็แปลกกว่าผู้อื่น"
เขาเอ่ยชมเธอ แต่เธอฟังแล้วรู้สึกทะแม่งๆชอบกล
"ดูสิเพคะ พวกชาวบ้านต่างให้ความสนใจกันมากอีกไม่นานต้องมีจอมยุทธ์ปรากฎที่นี่เยอะแน่ วันนี้เพิ่งทำการวันแรกก็คงจะมีแต่เช้าบ้านธรรมดามาดูอยู่ และข่าวก็คงจะขยายไปทั่วทั้งแคว้นเร็วๆนี้"
"เจ้าคงจะทำกำไรได้ไม่น้อย อีกไม่นานคงรวยกว่าข้าแล้วกระมัง"
เขาเหย้านางเล่น
"หม่อมฉันหรือจะเทียบกับองค์รัชทายาทได้"
เธอหัวเราะ
"ผู้คนหลั่งไหลมาที่นี่ ร้านอาหารของเจ้าก็คงจะขายดิบ ขายดี เพราะอยู่ข้างๆโรงเตี๊ยมนี้เอง เจ้าช่างฉลาดจริงๆ"
เขายอมรับกับความหัวใสของนาง
ใช่แล้วเธอวางแผนไว้ทั้งหมดมีทั้งที่พักมีทั้งร้านอาหารอยู่ใกล้ๆแค่นี้เงินทองก็จะหมุนวนอยู่กับเธอมากมาย และตอนนี้เธอกำลังคิดว่าจะทำกิจการอะไรต่อดีเพื่อเพิ่มกำไรให้กับตัวเอง เพราะเธอยังมีที่ดินในครอบครองอีกเยอะที่ยังว่างอยู่
หลายวันผ่านไปโรงเตี๊ยมของเธอก็ถูกพูดถึงปากต่อปากจนดังไปทั่วแคว้นและเริ่มดังลามไปยังแคว้นอื่นๆแล้ว เริ่มมีจอมยุทธ์แวะเวียนกันเข้ามาที่โรงเตี๊ยมของเธอบ้างแล้ว บางคนก็ปิดหน้าปิดตา ใส่หน้ากากมาบ้าง ใช้ผ้าปิดหน้าเอาไว้บ้าง หรือใส่หมวกที่มีผ้าคลุมหน้าเอาไว้บ้าง ไม่ใช่แค่จอมยุทธ์ที่เป็นบุรุษ สตรีก็มีมาเช่นกันจอมยุทธ์หญิงหลายคนแวะเวียนเข้ามาดูบอร์ดที่ประกาศจ้างงานกันไม่ขาดสาย เดินเข้าเดินออกกันเป็นว่าเล่น แต่ละคนก็ใส่ชุดแปลกแต่งต่างกันออกไป มีตั้งแต่มอมแมมเหมือนขอทานไปจนถึงเสื้อผ้าแพรพรรณอย่างดี
"จอมยุทธ์ท่านนี้ กระบี่ของท่านช่างดูล้ำค่านัก ข้าอยากจะขอประลองกับท่านสักหน่อยได้หรือไม่"
"ข้ายินดีรับคำท้าประลอง"
จอมยุทธ์ทั้งสองกำลังจะชักกระบี่ออกมา
เธอเห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปห้าม และยืนกั้นกลาง
"หยูดดดดด จอมยุทธ์ทั้งสองช้าก่อน พวกท่านจะประลองกันในโรงเตี๊ยมไม่ได้นะ แบบนี้โรงเตี๊ยมก็พังกันพอดี"
"ขอโทษด้วยแม่นางท่านเป็นใครหรือ"
จอมยุทธ์เสื้อขาวเขาเห็นหญิงสาวสวยมาขัดขวางจึงได้ถาม
"ข้านะหรือ ข้าก็คือเจ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้นะสิ "
"ข้าต้องขออภัยแม่นางที่เกือบจะสู้กันในโรงเตี๊ยมของท่าน"
จอมยุทธ์ชุดดำเอ่ยขอโทษเธอ พวกเขาต่างจ้องมองเธออย่างสนใจ ไม่แปลกเพราะว่าเธอนั้นเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้น
"ถ้าพวกท่านอยากประลองกันข้าขอแนะนำ ตามข้ามา"
เธอชี้นิ้วไปยังที่ดินที่ว่างอยู่ซึ่งอยู่อีกฟากของถนนตรงข้ามกับโรงเตี๊ยมแห่งนี้
"เชิญพวกท่านประลองกันได้เลย ที่ตรงนั้นเป็นที่ดินของข้าเอง ถ้าพวกท่านบาดเจ็บละก็"
เธอชี้นิ้วไปอีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
"นั่นเป็นร้านขายยา มียาพร้อมทุกอย่างที่ท่านต้องการ ผ้าพันแผลก็มีขาย อยากได้อะไรแค่บอกทางร้านจะหามาให้"
เธอรีบแนะนำร้านขายยาของตัวเองทันที
"ขอบคุณแม่นาง/ขอบคุณแม่นาง"
พวกเขาทั้งสองต่างเดินตรงไปยังที่ที่เธอบอกและทำมือประสานไว้ข้างหน้าและโค้งหัวเคารพกัน ก่อนจะเริ่มลงมือประลองกันอย่างดุเดือด จอมยุทธ์คนอื่นๆก็อยากเห็นการประลองเช่นกันใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆ พวกเขาจึงยืนดูการประลองนั้นอย่างสนใจ
เธอได้ให้ช่างไม้ทำไม้มาปักไว้ตรงที่ดินตรงนั้นและเขียนบนป้ายว่า สถานที่ประลองยุทธ์ ถ้าใครอยากจะประลองยุทธ์กันก็ให้ไปประลองยุทธ์ตรงนั้น เธอได้เพิ่มกฎอีกหนึ่งข้อ ว่าห้ามสู้กันหรือทะเลาะกันในโรงเตี๊ยมของเธอเด็ดขาดยิ่งนานวันเข้าโรงเตี๊ยมของเธอก็เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา จนห้องพักเต็ม เธอจึงจำเป็นต้องสร้างโรงเตี๊ยมเพิ่มซึ่งอยู่ติดกันและสร้างเป็นห้องพักอย่างเดียว
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอมานั่งมองบุรุษรูปงามที่แม้จะปิดหน้าปิดตากันหลายคนแต่เธอก็รู้ว่าพวกเขานั้นหล่อเหลากันทุกคน หรือเธอคิดไปเอง ตอนนี้มีผู้เข้ามาติดต่อเพื่อจ้างวานคนให้หาของให้พวกเขานั้นมีมากยิ่งขึ้น ผู้จ้างวานเองก็มีฐานะร่ำรวยเงินทองกันทั้งนั้น เธอจึงได้ค่านายหน้าไม่น้อยเลยทีเดียว แม้แต่โรงประมูลเองก็ยังมาจ้างวานให้หาสมุนไพรหายาก และสัตว์อสูรเพื่อเอามาใช้ในงานประมูล ซึ่งมีโรงประมูลหลายแห่ง รวมถึงโรงประมูลของโจวเผิงด้วย
"คุณชายน้อยตงฟาง"
มีคนมาสะกิดข้างหลังเธอยิกๆ เธอจึงหันกลับไปดู
"อ้าวคุณชายโจวเผิง คุณชายหย่งฉี"
แต่เดี่ยวนะ ตอนนี้เธอใส่ชุดผู้หญิง แต่เขากลับเรียกเธอว่าคุณชายน้อยตงฟาง หรือว่าเขาจะรู้แล้ว ว่าเธอปลอมตัวเป็นผู้ชาย แต่เธอก็ดันลืมตัวและหันกลับไปทักทายเขาซะได้
"พวกท่านรู้แล้วหรือ ว่าข้าไม่ใช่ผู้ชาย"
"รู้นานแล้ว"
หย่งฉีตอบ โจวเผิงพยักหน้า
"ข้าขอโทษนะที่ปิดบังพวกท่าน ข้ามีความจำเป็นจริงๆ"
"พวกข้าไม่โกรธท่านหรอก"
โจวเผิงบอกยิ้มๆ เธอเองก็พลอยโล่งอกที่พวกเขาไม่โกรธ พวกเขาคงรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร
"แล้วพวกท่านมาถึงที่นี่มีอะไรหรือปล่าว"
เธอถาม
"ข้าต้องการยาลูกกลอนจันทร์โลหิตแต่ให้คนมาซื้อที่ร้านยาของท่านแล้ว ไม่มีขาย"
หย่งฉีกล่าวขึ้น
"ออ มันหมดแล้ว สมุนไพรจันทร์โลหิตก็หมด ข้าจึงปรุงยาออกมาขายไม่ได้"
เธออธิบาย ที่เธอปลูกไว้ก็ไม่พอใช้
"ข้าต้องการยาลูกกลอนจันทร์โลหิต จึงได้รีบมาที่นี่ และได้ยินข่าวว่าที่นี่สามารถจ้างวานให้คนหาสมุนไพรที่ต้องการมาให้ได้ พวกข้าจึงมาสอบถามดู"
หย่งฉีท่าทางร้อนใจ
"พวกท่านจ้างคนหาให้ได้"
เธอบอก
"ถึงได้สมุนไพรมาก็ต้องหาคนปรุงยา คุณหนูฟางพอจะช่วยเหลือข้า ปรุงยาให้ได้หรือไม่"
เขารู้จักชื่อเสียงของนางดี ศิษย์สำนักวังบาดาลที่สามารถปรุงยาระดับสามได้ และเขาก็เห็นเธอเอายาลูกกลอนตัวนี้ไปประมูลที่โรงประมูลของโจวเผิงด้วย ถ้าเขาได้สมุนไพรมาและมัวแต่ไปหาคนปรุงยาคนอื่นเห็นทีจะช้าไม่ทันการณ์ เพราะนักปรุงยาระดับสามนั้นหายากมาก
"ได้อยู่แล้ว เพราะข้าถือว่าพวกท่านเป็นสหายของข้า เรื่องแค่นี้ข้าทำให้ได้สบายมาก"
"ขอบคุณท่านมาก"
หย่งฉีหันไปยิ้มกับโจวเผิง เขาดีใจมาก
"ข้าบอกท่านแล้วอย่างไรเสีย คุณหนูฟางก็ต้องช่วยแน่"
โจวเผิงหันไปพูดกับหย่งฉี
ตอนนี้เธอให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมก่อน และได้จ้างวานให้คนไปตามหาสมุนไพรจันทร์โลหิตแล้ว เพราะดูเหมือนพวกเขาต้องการยาลูกกลอนจันทร์โลหิตมาก เธอจึงได้ให้ค่าจ้างแพงๆในการตามหาสมุนไพรนี้ และจ้างหลายคนรับซื้อไม่อั้น เพื่อให้มีโอกาสได้สมุนไพรนี้มากยิ่งขึ้น เพราะมันค่อนข้างหายากมากเลยทีเดียว และอยู่ลึกมาก ในป่าก็อันตรายมีแต่สัตว์ร้าย เธอจึงต้องเพิ่มเงินเข้าไป ซึ่งพวกเขาขอให้เธอช่วยจัดการให้ จะเสียเงินเท่าไหร่พวกเขายินดีจ่ายไม่อั้น ขอแค่ให้ได้สมุนไพรมา
ผ่านไปหลายวันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครได้สมุนไพรจันทร์โลหิตกลับมา บางคนที่รับงานไปก็กลับมามือปล่าวเพราะไปหาแล้วไม่เจอสมุนไพร แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่กลับมาเธอได้เตรียมอุปกรณ์ในการปรุงยาและสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบไว้หมดแล้ว รอก็แค่สมุนไพรที่ยังไม่ได้มา หย่งฉีนั้นอยากไปหาสมุนไพรด้วยตัวเอง แต่โจวเผิงห้ามไว้เพราะมันอันตราย เขาจะให้หย่งฉีเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด
ในที่สุดวันนี้ก็มีจอมยุทธ์ท่านหนึ่งได้นำสมุนไพรจันทร์โลหิตกลับมาจนได้ ถึงได้กลับมาไม่มากนักแต่ก็พอสำหรับปรุงยาลูกกลอนแล้ว ถึงจะได้แค่เม็ดเดียวก็ตาม เธอให้เขาไปรับเงินตรงเค้าเตอร์ไม้ที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อเอาไว้จ่ายเงิน และจบงานเป็นเคสๆไป เธอนำสมุนไพรจันทร์โลหิตกลับไปปรุงเป็นยาที่บ้านที่ชั้นใต้ดิน การปรุงยาตัวนี้ต้องใช้เวลาและต้องมีสมาธิด้วย เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดมันก็เสร็จ
เธอนำยาไปมอบให้หย่งฉี ตอนนี้พวกเขานั้นกังวลใจและเอาแต่กุมขมับกันอยู่ในห้อง เพราะเธอรีบไปปรุงยาจึงไม่ได้บอกเขาว่าได้สมุนไพรมาแล้ว พอเธอเคาะประตู พวกเขาเปิดประตูออกมาก็เจอเธอ เธอก็ยื่นยาให้เขา มันถูกใส่กล่องไม้ไว้อย่างดี หย่งฉีรับเอามาไว้ในมือของตัวเองเขาดีใจมาก เขารู้ว่าที่เธอยื่นให้คือยาที่เขาต้องการ
"ค่าปรุงยาท่านคิดเท่าไหร่หรือข้าจะจ่ายให้ทั้งหมด ไม่ว่าท่านจะเรียกเงินข้าเท่าไหร่ข้าก็ยินดีจ่ายให้"
เขารีบพูด
"ค่าปรุงยา ข้าไม่ขอรับ ขอแค่พวกท่านเป็นสหายที่ดีของข้าตลอดไปก็พอ"
เธอไม่คิดค่าปรุงยา ค่าจ้างวานนั้นพวกเขาก็ได้จ่ายไปแล้ว แค่ปรุงยาให้เพื่อนเธอไม่คิดจะเก็บเงิน
"ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไร คุณหนูฟาง"
เขามองนางอย่างตื้นตัน
"ไม่ต้องตอบแทนข้าหรอก เพราะว่าพวกท่านคือสหายของข้า ข้ายินดีช่วยเสมอ"
นางตอบด้วยรอยยิ้ม
"รีบเอาไปให้คนสำคัญของท่านสิ เร็วเข้า"
เธอกล่าว เพราะเธอรู้ว่าต้องมีใครที่เป็นคนสำคัญของพวกเขาเป็นโรคหัวใจแน่ พวกเขาจึงได้ร้อนรนขนาดนี้ หน้าตาแต่ละคนดูซีดเซียวเพราะไม่ได้นอน คงจะกังวลมากจนนอนไม่หลับกัน
"ขอบคุณท่านจริงๆ"
โจวเผิงเองก็ซาบซึ้งใจไม่แพ้กัน พวกเขารีบเตรียมตัวเพื่อเดินทางกลับแคว้นซ่งในวันนี้และต้องรีบกลับไปให้เร็วที่สุด เขาทั้งสองไม่คิดเลยว่าคุณหนูฟางเหม่ยหลิงจะยินดีช่วยและไม่คิดเงินเลย แถมนับพวกเขาเป็นสหายและไม่ถามสักคำว่าจะนำยาไปช่วยใคร แถมยังทุ่มเทช่วยพวกเขาอย่างเต็มที่อีกด้วย ปกติแล้วนักปรุงยานั้นจะเก็บค่าปรุงแพงมาก เพราะไม่ใช่ว่าใครก็ปรุงได้ ยิ่งเป็นยาที่ต้องใช้เวลาในการปรุงด้วยแล้ว พวกเขาโชคดีจริงๆที่ได้รู้จักนาง