เมื่ออีกฝ่ายวางสายมัตสยาก็ถอนหายใจ การโกหกนี่ใช้พลังงานไปเยอะเหมือนกันนะ แต่เอาจริง ๆ กับเ้านายคนก่อนเธอไม่เคยต้องมาโกหกเื่แบบนี้เลยจริง ๆ
“เย็นนี้มีบินเหรอ” นาวาที่ได้ยินบทสนทนาของหญิงสาวสองคนตลอดเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเรียบเช่นเคย
“ไม่ค่ะ แต่การที่จะพูดให้คุณมินลิเชื่อและไม่มาดักรอน่าจะเป็การโกหกที่เข้าท่ามากที่สุดค่ะ” เื่นี้เธอบอกว่าไม่มีประสบการณ์แต่ใช้การคาดเดาจากเซ้นส์ของความเป็ผู้หญิงด้วยกันล้วน ๆ
“รู้ได้ไงว่าคนนี้ต้องทำยังไง” นาวาถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย ตอนแรกที่เขาได้ยินชื่อนึกว่าอีกฝ่ายจะถามเขาเสียอีก แต่ไม่เลยปฏิเสธพร้อมกับหาข้ออ้างให้เสร็จสรรพ
“ต้องขอบคุณคุณอภิรักษ์ค่ะที่แจ้งไว้ในรายละเอียดทั้งหมด ฉันเลยทำงานง่ายขึ้น ฉันไม่ทำเกินไปใช่ไหมคะ” มัตสยาถามย้ำอย่างไม่มั่นใจเล็กน้อย แม้อนุรักษ์จะโน๊ตมาให้เธอแบบนั้นแต่ก็ไม่รู้ว่าจะให้อภิสิทธิ์แค่กับเลขาคนเก่าหรือเปล่า
“ไม่หรอก รู้ใช่ไหมว่าใครควรปฏิเสธหรือไม่ปฏิเสธ” นาวาปรายตามองหญิงสาวที่คุยกับเขาไป ดูข่าวการลงทุนไปเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับมาที่หน้าจอข่าวของตัวเองที่เปิดค้างไว้เช่นกัน
“รู้ค่ะ คุณอภิรักษ์มาร์กไว้ให้เรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ” มัตสยาหันมายิ้มให้เ้านายหนุ่มเล็กน้อย เมื่อเขาพยักหน้าเธอจึงหันไปสนใจหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าต่อ
“หมอนี่รู้จักฉันดียิ่งกว่าตัวฉันอีกนะเนี่ย” นาวาพึมพำพลางส่ายศีรษะ
ในการทำงานวันแรกแม้จะติดขัดบ้างแต่ในสายตานาวาถือว่ามัตสยาค่อนข้างเก่งและไหวพริบดี แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แม้บางครั้งเขาจะต้องเข้าไปช่วยบ้าง ไม่ใช่แค่สวย แต่เก่ง วางตัวดี พูดจาฉะฉาน ที่สำคัญดูเธอไม่ได้สนใจเขานอกเหนือจากความเป็เ้านายลูกน้อง ตอนแรกที่แดนไทแนะนำมาเขาก็แอบกลัวเื่นี้อยู่เหมือนกัน นั่นทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนทำงานใกล้ตัวจะเป็ผู้ชายเสียเป็ส่วนใหญ่
“ก่อนกลับมีนัดกินข้าวแทรกจากคุณคัมภีร์ที่ร้าน...นะคะ” มัตสยาบอกขณะที่เดินตามหลังชายหนุ่มไปขึ้นรถ
“เวลาได้ใช่ไหม”
“ไม่เกินสามสิบนาทีได้ค่ะ” มัตสยาที่นั่งอยู่บนรถแล้วเรียบร้อยแจ้งเ้านายขณะที่มือก็พิมพ์หรือไม่ก็จดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
“การประชุมบ่ายนี้ล่ะ” ถ้าปกติคนที่อยู่ข้างเขาตอนนี้คืออนุรักษ์เขาจะไม่ถามมันเลย แต่พอเป็มัตสยาที่เพิ่งมาทำวันแรกก็อดที่จะถามเพื่อความมั่นใจไม่ได้
“คุณอนุรักษ์แจ้งว่าประสานงานเรียบร้อยแล้วค่ะ” มัตสยาตอบกลับอย่างฉะฉานมั่นใจเต็มเปี่ยม นาวาพยักหน้ารับแล้วหันไปสนใจข่าวสารที่เขามักใช้เวลากับมันทุกครั้งที่นั่งอยู่บนรถ
หลังจากจบจากลูกค้าที่นัดกินข้าวไปคุยเื่ธุระกิจไป กลับเข้าบริษัทมัตสยาได้คุยกับรุ่นพี่อย่างอนุรักษ์เล็กน้อยก็เตรียมตัวเข้าประชุมพร้อมกับนาวา ไม่รู้เพราะกรรมตามสนองการประชุมกินเวลายาวนานถึงหกชั่วโมง ดังนั้นหลังจากออกจากห้องประชุมสิ่งแรกที่ทำคือโทรศัพท์หาพี่เลี้ยงที่บ้านอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อตอนเที่ยงแอบโทรหาตอนกินข้าวไปแล้วครั้งหนึ่ง
“ค่ะพี่อ้อยของขวัญเป็ไงบ้างคะ” แม้จะโทรมาบอกเื่เลิกงานช้าแต่สิ่งแรกที่หญิงสาวถามถึงคือลูกสาวตัวน้อย
“ไม่งอแงเลยค่ะ เพิ่งกินข้าวอาบน้ำเสร็จ”