บทที่ 11 : ขายผ้าปัก
เธอตัดชุดบ่าวสาวสำเร็จรูปเสร็จทันเวลานัดหมายพอดี คนยุคสมัยนี้รูปร่างไม่แตกต่างกันนัก เพราะล้วนอดมื้อกินมื้อเหมือนๆ กัน ร่างกายจึงซูบผอม คนอ้วนเช่นซ่งอี้หรานเกรงว่าทั้งอำเภอเธออาจมีน้ำหนักเยอะที่สุด
ซ่งอี้หรานเตรียมตัวเข้าอำเภอ ครั้งนี้เธอไม่ได้พาบุตรชายไปด้วย เพราะ้าไปซื้อและขายของที่ตลาดมืดโดยเฉพาะ เธอ้าขายชุดแต่งงาน รวมทั้งกุ้งผัดพริกเกลือที่เตรียมมาขายเต็มสองกล่องเก็บความร้อน ซ่งอี้หรานนั่งเกวียนลุงเหมาเข้าเมือง เธอไม่ได้พูดคุยกับใคร และไม่มีใครอยากคุยกับเธอ คนพวกนี้เข้าหาเธอเพื่อหวังผลประโยชน์จากเฉินซานเท่านั้น การนั่งเบียดเสียดกับคนอื่น โดยมีสายตาสำรวจตรวจตราจดจ้องอยู่เกือบครึ่งชั่วยามทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไม่ชอบเลย
เธอ้าจักรยาน! เฉินซานกลับมาเมื่อไรเธอจะบอกเขา ไม่ขอให้เขาออกเงิน แต่จะหาเงินเอง แค่ขอให้เขาออกหน้าหาซื้อให้
ซ่งอี้หรานเห็นชายที่เคยขายมันให้เธอคราวก่อนยืนอยู่หน้าตรอกทางเข้าตลาดมืด “สหาย วันนี้คุณมีเมล็ดผักอะไรบ้าง?”
“มีผักกาด ผักชี ต้นหอม หัวไชเท้า แตงโม สหายสนใจผักชนิดใดบ้าง?” เขาว่าพรางวางตะกร้าที่แบกอยู่บนหลังลงมาให้เธอดูเมล็ดผัก ในตะกร้ามีหัวไชเท้าหัวใหญ่อยู่หลายหัว
“หมดนี่คิดเท่าไรคะ?” ซ่งอี้หรานคิดจะปลูกทั้งหมด สระน้ำอยู่ติดบ้านเธอ ทั้งยังมีทางน้ำผันน้ำมาจากลำธารเข้าบ้านเธอด้วย การปลูกผักปลูกผลไม้ย่อมไม่ยากจนเกินไป
ชายคนขายยิ้มเมื่อรู้ว่าลูกค้ารายนี้สนใจทั้งหมด เขาตั้งราคาเพื่อให้ต่อรองกันได้ “หมดนี่คิดหนึ่งเหมา”
ราคานี้ดูเหมือนแพง เพราะราคาเนื้อหมูชั่งละหนึ่งเหมา แต่การซื้อครั้งนี้ไม่ต้องใช้คูปอง ทั้งยังมีเมล็ดผักมากมายหลายชั่ง ซ่งอี้หรานคิดว่ามันมีพอให้หล่อนปลูกได้ถึงสองครั้ง
เธอยอมจ่ายเงินอย่างไม่อิดออดและไม่ต่อราคา ขอให้ความใจกว้างนี้ทำให้เธอสามารถขายชุดแต่งงานได้
ซ่งอี้หรานขายกุ้งผัดพริกเกลือหมดเกลี้ยงเป็อย่างแรก หล่อนขายกล่องละสามสิบห้าเฟิน ราคานี้ไม่ถือว่าแพง เพราะเธอผัดทั้งน้ำมัน พริก เกลือ ล้วนเป็ของราคาแพงและต้องใช้คูปองซื้อเท่านั้น ชุดแต่งงานยังไม่มีใครสนใจ แต่เธอไม่ท้อเดินถามขายให้คนต่อไป
ในที่สุดหล่อนพบกับคุณยายท่านหนึ่ง อีกฝ่ายบอกว่าบ้านสหายกำลังจะมีงานมงคลของหลานสาว ให้เธอลองไปถามดู ซ่งอี้หรานคิดว่าไม่เหมาะจึงตั้งใจปฏิเสธ แต่เมื่อแม่เฒ่าเห็นงานปักนกบนกิ่งไม้ของเธอก็เกิดชอบใจ อยากแนะนำให้หลานชายหลานสาวเพื่อน ผู้เฒ่าจูงมือเธอมายังหน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ใหญ่มาก หล่อนเดาว่าต้องเป็ผู้มีอำนาจของอำเภอนี้
คุณยายพาเธอเข้าไปแนะนำกับเพื่อน “แม่หนูผู้นี้ปักผ้าสวยนัก ดูแล้วเหมือนนกบินขึ้นบินลงต้นไม้จริงๆ เธอลองดูซิสหายจี้”
สหายจี้แต่งตัวด้วยผ้าชั้นดี ซ่งอี้หรานแอบสังเกตแล้วคิดอยู่ในใจ หากหล่อนสามารถทำงานปักเตะตาคนมีเงินเหล่านี้คงจะดีไม่น้อย
“วิธีปักแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน มองตรงนี้เหมือนนกอยู่บนกิ่งไม้ แต่พอมองต่ำลงมาหน่อยราวกับมันกำลังโบยบินขึ้นไปบนหมู่เมฆ” สวยจนผู้เฒ่าจี้วางไม่ลง หญิงชราชอบของสวยงามอยู่แล้ว ทว่ายุคนี้เก็บแก้วแหวนหรือทองไว้กับตัวไม่ได้ คุณยายจี้กับสหายที่สามีและบุตรได้งานเงินเดือนดีจึงชอบพวกงานปักงานฝีมือแทน “ว่าแต่แม่หนูอยากขายในราคาเท่าไร?”
“ยี่สิบห้าหยวนค่ะ ฉันซื้อผ้าชิ้นนี้มาแพงมาก” ราคานี้เป็เงินเดือนของพนักงานประจำทั้งเดือน เธอคิดว่าราคานี้เหมาะสมแล้ว คิดว่าอีกฝ่ายคงจะขอต่อราคาลงมาสักยี่สิบหยวน
ทว่าแม่เฒ่าจี้กลับเดินไปหยิบเงินมาจ่ายแล้วหยิบผ้าที่ซ่งอี้หรานปักไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ
“ฉันมีเพื่อนในสมาคมเมืองปักกิ่งที่ชอบของพวกนี้อยู่ เธอปักมาขายให้ฉันได้ไม่จำกัด ส่วนราคาฉันจะไปสอบถามมาจากเพื่อนอีกที ราคาที่ฉันเคยซื้อมาจากทางตอนใต้สวยสู้งานชิ้นนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ราคาตั้งหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน!” คุณแม่จี้หน้าบาน งานแต่งหลานสาวหล่อนอยากให้ชุดแต่งงานเป็ที่จดจำของคนในงานรวมทั้งตัวบุตรสาวเองด้วย
เื่เงินนั้นไม่ใช่ปัญหา อยู่ที่นี่นอกจากทำงานกินเงินเดือนแล้วยังมีหนทางหาเงินอีกเยอะ
ซ่งอี้หรานสูดลมหายใจเล็กน้อยกำเงินยี่สิบห้าหยวนในมือแน่น เธอเสียรู้เหล่าคุณป้า แต่ไม่เป็ไร ยุคนี้จะสอบถามราคางานฝีมือจากที่ไหนได้ อำเภอเจียงซุยไม่ได้ใหญ่และเจริญขนาดนั้น หากมีจักรยานเธอสามารถปั่นเข้าไปหาประสบการณ์ในมณฑลได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มี ขายให้คุณป้าเหล่านี้ไปก่อนละกัน
“ขอบคุณที่อุดหนุน ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ที่บ้านยังมีลูกชายรออยู่”
“จ้า กลับดีๆ นะ” แม่เฒ่าจี้เดินไปส่งถึงหน้าบ้าน ลูกชายคนรองของเธอทำงานส่งของไปมาระหว่างปักกิ่งกับมณฑลนี้ หล่อนสามารถฝากบุตรชายไปส่งงานปักเหล่านี้ขายให้ร้านใหญ่ในปักกิ่ง เธอต้องโทรหาบุตรชายให้ซื้อผ้าเนื้อดีและด้ายจากปักกิ่งมาให้สหายผู้นั้นเสียแล้ว งานคุณภาพดีหายากแบบนี้ต้องคู่ควรกับผ้าและด้ายชั้นยอด
ซ่งอี้หรานนำเงินที่ได้จากการขายผ้าไปหาซื้อผ้าและด้ายชั้นดีอีกครั้ง วันนี้ที่ตลาดมืดมีคนมาขายหมูสามชั้น หล่อนซื้อมาหนึ่งชั่ง เดินหาอยู่นานก็มาเจอหญิงสาวคนเดิมที่เคยขายผ้าให้เธอคราวก่อน
“พี่สาว! ฉันจำพี่ได้ วันนี้มีผ้าเนื้อดีสีชามาขาย ไม่ใช่ของมีตำหนิ แต่เป็ของที่ผลิตเกินเผื่อสินค้าเสียหาย พี่สาวลองจับเนื้อผ้าดูซิ นุ่มลื่นมือ ถ้าทำงานปักต้องสวยมากแน่!” หญิงสาวหาลูกค้ารายแรกในรอบวันนี้พบ ผ้าพวกนี้ใช่ว่าใครจะมีเงินซื้อ มาตลาดมืดส่วนใหญ่เพื่อซื้อเนื้อซื้อไข่มากกว่า
ซ่งอี้หรานลองััเนื้อผ้าดูก็รู้สึกว่าดีจริงๆ ผ้าชิ้นนี้ต้องราคาแพงกว่าชิ้นก่อนหน้าแน่ “ผ้านี้ดีจริงๆ แต่ฉันคิดว่าตัวเองน่าจะซื้อไม่ไหว”
“ไม่แพงอย่างที่คิด ฉันขายให้พี่สาวในราคาแปดหยวน ผ้าพับนี้ใหญ่กว่าและสมบูรณ์กว่าฝืนสีแดงที่ขายให้คราวก่อนอีกนะคะ”
แปดหยวนสำหรับผ้าพับนี้แล้วถือว่าไม่แพง ซ่งอี้หรานตัดสินใจซื้อมา เธอได้ผ้าและเนื้อหมูสามชั้น จึงเอาพวกมันซุกซ่อนในเสื้อที่ตัดช่องลับไว้อย่างดี ตั้งใจจะกลับบ้าน เดินผ่านหน้าร้านซาลาเปาไส้เนื้อ จึงซื้อไปฝากบุตรชายสองลูก ราคาลูกละห้าเฟิน ซื้อของจากร้านค้ารัฐเช่นนี้ต้องเสียคูปองอาหารด้วย ซ่งอี้หรานรู้สึกเ็ปนัก แต่ไม่เป็ไร นี่ใกล้วันที่เฉินซานจะส่งเงินและคูปองกลับมาแล้ว
คราวนี้เธอไม่ได้ถึงรถม้าเป็คนแรก เกือบจะเป็คนสุดท้ายด้วยซ้ำ ซาลาเปาไส้เนื้อสองลูกในมือเรียกสายตาอิจฉาจากคนบนรถม้า ซ่งอี้หรานได้ยินเสียงกลืนน้ำลายไปตลอดทาง
…………………………………อีบุ๊คเล่ม 1 ค่ะhttps://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30