ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    เผชิญหน้า

    ฉันขอให้หมอรักษาน้องของฉันอย่างเต็มที่ ฉันจะหาเงินเพื่อมารักษาเขาอย่างดีที่สุด            “ไม่ต้องห่วงครับ ทางเราจะทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ” คุณหมอบอก            ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่น้องชายของฉันจึงจะฟื้น และฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เขาฟื้นขึ้นมาเสียที แต่ฉันก็จะทำอย่างดีที่สุด เพื่อรักษาครอบครัวเพียงคนเดียวของฉันที่เหลืออยู่เอาไว้ฉันกลับไปที่บ้านและเปิดดูรายงานการไลฟ์สดครั้งล่าสุด ยอดโดเนทมันมากถึงหนึ่งแสนบาทและจำนวนผู้ชมที่ดูไลฟ์สดในคืนนั้นมีมากถึงหนึ่งแสนคน            มันน่ามหัศจรรย์มากที่ฉันมีผู้ชมมากขนาดนี้ มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย และรายได้มันก็มากด้วยเช่นกัน            ถ้าฉันรักษาระดับนี้เอาไว้ได้ ช่องของฉันจะขึ้นเป็นอันดับต้นๆของการไลฟ์สด ซึ่งมีผลกับส่วนแบ่งรายได้ที่ฉันจะได้รับต่อไป            เสียงข้อความดังขึ้น พิสุทธิ์ส่งข้อความมาหาฉัน เขาบอกว่ารัตติกาลขอให้เขาส่งบางอย่างมาให้ฉันที่บ้าน มันเป็นกล่องขนาดใหญ่กล่องหนึ่ง ฉันจึงเปิดกล่องนั้นดู มันคือสูตรยาอายุวัฒนะ            รัตติกาลบอกว่าฉันนั้นมีผลทศโลหิตเพียงแค่ผลเดียว และมันเป็นส่วนประกอบในการทำยาอายุวัฒนะ สรรพคุณของมันเมื่อใช้แล้วจะทำให้ช่วยต่ออายุขัยได้หนึ่งเดือน            ถึงว่าแม้ระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนมันอาจจะดูน้อย แต่สำหรับบางคนแล้วเวลาหนึ่งเดือนนั้นอาจจะมีค่ามากมาย            ส่วนผสมของยาอายุวัฒนะนั้นอยู่ในกล่องที่รัตติกาลส่งมาให้ วิธีการปรุงยานั้นมันยากและซับซ้อนมากกว่าเดิมและจะพลาดไม่ได้สักขั้นตอนเดียว ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะมลายหายสิ้น            ฉันเริ่มด้วยก่อไฟด้วยไม้กฤษณาที่ถูกส่งมาในกล่อง สูตรของยาตัวนี้ต้องใช้เชื้อเพลิงคือไม้กฤษณาเท่านั้น ฉันใส่ส่วนผสมลงไปเพื่อกลั่นหยดน้ำจากส่วนผสมนั้นออกมาอย่างช้าๆฉันต้องอดทนรอคอยกว่าที่น้ำแต่ละหยดจะกลั่นตัวออกมา ฉันรู้สึกว่าพลังจักรวาลของฉันถูกดูดออกมาอย่างอัตโนมัติ ราวกับว่าส่วนผสมพิเศษทั้งหลายจะทำปฏิกิริยากันเมื่อครบองค์ประกอบ            นั่นทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด ผ่านไปราวหกชั่วโมงขวดยาอายุวัฒนะก็มีน้ำยาสีอำพันจนเต็ม            ฉันกลั่นยาได้ถึงสิบสองขวด ผลทศโลหิตที่ส่วนประกอบสำคัญของยา บัดนี้มันแห้งเหี่ยวลงไปจนกลายเป็นผลเล็กๆ แค่หัวแม่มือเสียแล้ว เจ้าผลนี่น่าอัศจรรย์เสียจริงฉันจ้องมองยาเหล่านั้นด้วยหัวใจที่ระลึกถึงใครบางคนในอดีต ถ้าฉันมียานี้ ยายของฉันก็คงยังจะมีชีวิตอยู่ ในอดีตยายคือคนเดียวที่เป็นครอบครัวของฉัน            ฉันโทรหาตะวันทันที และบอกกับเขาว่าฉันมีสิ่งที่จะสามารถยืดอายุได้ ฉันขอให้เขาหาคนที่ต้องการซื้อมันให้ฉันที เขาน่าจะดูน่าเชื่อถือมากกว่าฉัน            ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดในเวลานี้                เมื่อตะวันได้ยินสิ่งที่ฉันบอก น้ำเสียงเขาดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาถามว่า            “คุณใช้เจ้าผลประหลาดสีเลือดนั้นมาทำเป็นยาได้จริงหรือ”            “ใช่ มันสามารถยืดอายุขัยได้หนึ่งเดือนต่อการดื่มหนึ่งขวด” ฉันบอก            “แค่เดือนเดียวเองหรือ” เขาถาม            “มันสามารถทำให้คนป่วยลุกจากเตียงแบบหายเป็นปลิดทิ้งเลยนะ”            “คุณมียานี่มากแค่ไหน” เขาถาม            “สิบสองขวด” ฉันบอก            “ดีมาก มันมากพอ ผมคิดว่ามีคนต้องการยานี้” เขาบอก            “ใครกัน” ฉันถาม            “พ่อของคนๆหนึ่งที่ผมรู้จัก หมอบอกว่าเขาอาจจะมีชีวิตได้อีกไม่นาน” เขาบอกเขาบอกให้ฉันรออยู่ที่บ้านและจะมารับฉัน            เมื่อฉันวางสาย และหยิบขวดยาขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวรอตะวันมารับ แต่จู่ๆฉันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างพุ่งตรงมาที่ฉันและปักเข้าไปในผนังบ้านจนเป็นรู            ฉันมองดู มันคือลูกดอกเหล็กดอกหนึ่ง มันเฉียดหัวของฉันไปเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว ถ้าเผอิญฉันไม่ขยับตัว มันคงจะปักเข้าที่หัวฉันอย่างจัง            “ใครน่ะ” ฉันหันไปและตะโกนลั่น            “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเธอหรอก” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะพรึงและดูชั่วร้ายยิ่งนัก เขาคืออาจารย์ทอง คนของภานุเดช            ชายในชุดขาว ผมเผ้าหนวดเครารุงรังเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างช้าๆ            ฉันมองไปรอบๆและพยายามหาทางหนีทีไล่ ฉันรู้สึกถึงอันตรายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน รังสีอำมหิตของเขาแผ่ซ่านจนฉันรู้สึกกลัวชายคนนั้นยืนดักอยู่ที่หน้าประตู ฉันไม่สามารถออกไปได้            เขามองมาที่ขวดยาอายุวัฒนะในมือฉัน ฉันเห็นสายตาแวววาวของเขาจ้องมองมา “ส่งมันมาให้ฉัน แล้วฉันจะไม่ทำร้ายเธอ” เขาพูด            ฉันถอยร่นไปจนชิดหน้าต่าง ฉันคว้ากระถางต้นไม้ขว้างใส่เขาและกระโดดออกไปทางหน้าต่าง            “ฮ่าๆๆ คิดจะวิ่งหนีหรือ” เขาหัวเราะออกมา            ฉันวิ่งออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องล้มลง ที่ขาของฉันมีลูกดอกปักอยู่ มันเจ็บปวดมาก            เขาเดินย่างก้าวตรงมาที่ฉัน ฉันพยายามถอยร่นไปทั้งๆที่ยังทรุดอยู่ที่พื้น เขาเอื้อมมือจะมาแย่งขวดยาที่ฉัน            ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของชายสองคนวิ่งเข้ามาและพุ่งเข้าไปโจมตีอาจารย์ทอง เขาคือบอดี้การ์ดของตะวัน            อาจารย์ทองแสยะยิ้มออกมา “มีคนมาขัดจังหวะจนได้ แต่คิดว่าแค่นี้จะทำอะไรฉันได้รึ”            “คุณไพลิน หนีไป” ชายบอดี้การ์ดตะโกน และพยายามหยุดอาจารย์ทอง            ทั้งสามคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้แบบสองรุมหนึ่ง แต่อาจารย์ทองนั้นก็ไม่ได้ยี่หระแต่ประการใดฉันเดินกระเผลกไปอย่างทุลักทุเล แล้วฉันก็ต้องตกใจ บอดี้การ์ดคนหนึ่งโดนพลังฝ่ามือของอาจารย์ทองจนกระเด็นมาทางฉัน เขากระอักเลือดอยู่ที่พื้น อาจารย์ทองก็เป็นคนมีวิชา            เขาจัดการบอดี้การ์ดอีกคนจนล้มลงไปกองที่พื้น จากนั้นอาจารย์ทองก็เดินย่างก้าวตรงมาที่ฉัน            ฉันลุกขึ้นและรวบรวมพลังภายในเพื่อที่จะต่อสู้เขา            “สาวน้อย พลังของเธอยังอ่อนหัดนัก อย่าฝืนเลย” เขาพูดออกมา            จากนั้นเขาก็พุ่งเข้ามาและใช้ฝ่ามือฟาดมาที่ฉันอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นมาเพื่อป้องกัน            “โอ๊ย!” ฉันร้องออกมา แขนของฉันหัก            เขาใช้มือบีบคอของฉันและยกฉันขึ้นจนลอยจากพื้น พละกำลังของเขามีมาก จนฉันเริ่มที่จะหายใจไม่ออกเขาหยิบเอายาของฉันไปเสียแล้วอาจารย์ทองปล่อยฉันลงกับพื้น ฉันหายใจได้อีกครั้งฉันมองดูเขายืนอยู่ที่เบื้องหน้าอย่างหวาดผวา