ตอนที่ 4 ความสิ้นหวังกับการเที่ยวสวนน้ำ
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ในตอนเช้าของวันใหม่ แม็กม่าตื่นขึ้นตามเสียงปลุกของแม่ที่เรียกลงไปกินข้าวเช้า
ซึ่งเอ็น แมวสาวก็นอนอยู่บนเตียง ซึ่งเอ็นก็ทำตามคำสั่งของแม็กม่าโดยไม่แปลงเป็ร่างมนุษย์
แม็กม่าลงไปด้านล่างเพื่อกินข้าวเช้าและเอาอาหารให้เอ็นที่อยู่ในห้อง
“นายท่าน เราตามนายท่านไปโรงเรียนได้หรือเปล่า” เอ็น
แมวสาวไม่อยากจะห่างกับนายท่านของเธออีก
“ได้สิ แต่อย่าแปลงร่างให้คนอื่นเห็นละ แล้วก็อย่าทำเื่วุ่นวายละ”
แม็กม่าก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด แต่มีข้อแม้บางอย่าง แมวสาวที่ได้ยินก็ดีใจทันที
เมื่อเดินไปถึงโรงเรียนแม็กม่าก็ไปเข้าเรียนตามปกติ เขาเจออีฟดักรออยู่ที่หน้าทางเข้า
จิน่าเองก็ยืนรออยู่กับอีฟเช่นกัน เหมือนว่าทั้งสองจะพูดอะไรสักอย่างกันอยู่
แม็กม่าก็เดินเข้าไปทักทั้งสองคน
“สวัสดี มาทำอะไรตรงนี้ไม่เข้าโรงเรียนละ” แม็กม่าเดินเข้ามาทักทาย
“กำลังรออยู่เลยเ้าปีศาจ ตรงนี้คงไม่เหมาะ ไปด้านหลังโรงเรียนดีกว่า” อีฟเดินนำทั้งสองไป
เธอปล่อยให้ทั้งสองตกอยู่ในความงุนงง
“มีเื่อะไรกันเหรอ ยัยนี้ยังเล่นไม่เลิกอีกหรือไง” แม็กม่าเซ็งที่อีฟยังไม่เลิกเล่นเป็จูนิเบียว
“ไม่รู้สิ เหมือนเธอจะมีเื่กับนาย ฉันไปเข้าเรียนก่อนละกัน” จิน่าพูดจบก็เดินจากไป
ทิ้งให้แม็กม่าต้องเดินไปคุยกับอีฟคนเดียว
“แบบนี้เขาเรียกว่าโดนเทสินะ” แม็กม่าคิดว่าจิน่าจะเทใส่เขา แม็กม่าก็เดินไปเคลียร์กับอีฟ
อีฟเดินไปจนถึงด้านหลังของโรงเรียน ที่นั่นเป็ป่าเล็กที่อยู่ด้านหลังโรงเรียนที่ไม่มีใครอยู่
แมวสาวที่ตามแม็กม่าก็ตามทั้งสองไปด้วย เธอเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
“มีอะไรเนี่ย เธอยังไม่เลิกเป็จูนิเบียวอีกเหรอเนี่ย” แม็กม่าพูดกับอีฟด้วยท่าทางเซ็งๆ
“เลิกพูดล้อเล่นได้แล้ว เพราะนายต้องตายที่นี่” อีฟพูดจบก็หยิบยันต์สะกดปีศาจขึ้นมา
เธอพุ่งใส่แม็กม่าพร้อมที่จะติดยันต์สะกดใส่แม็กม่า แต่ความรู้สึกของแม็กม่าก็รู้ได้ทัน
ภาพที่แม็กม่าเห็นนั้นช้าลง เป็เพราะสกิล Time Fight มันจะทำงานเมื่อต่อสู้
จะทำให้ขยายความรู้สึกของตัวเองและทำให้ทุกอย่างรอบตัวช้าลงและตัวเองเร็วขึ้น
ซึ่งแม็กม่าก็สงสัยว่าทำไมสกิลของเขาถึงทำงาน แม็กม่ามีเวลาคิดว่ามันเป็เื่อะไร
หลังจากตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในมือของอีฟ
“มันคือยันต์สะกดปีศาจนี่น่า ของจริงซะด้วยหรือว่าสิ่งที่ยัยนี้พูดเป็เื่จริง
แสดงว่ายัยอีฟต้องรู้ว่าเราเป็าาปีศาจ คงปล่อยไว้ไม่ได้แล้วละ
เดี๋ยวสิ เอาเป็ว่าแค่ขู่ไปก็พอ ยังไงยัยอีฟก็สู้เราไม่ได้อยู่แล้ว ต้องห้ามเอ็นก่อน”
แม็กม่าเห็นเอ็นกำลังจะพุ่งเข้ามาฆ่าอีฟเพื่อปกป้องเรา หลังจากที่คิดได้ก็ปิดสกิล Time Fight
ทำให้ความเร็วทุกอย่างกลับมาเป็เหมือนเดิม อีฟที่พุ่งเข้ามาก็โดนหยุดโดยเอ็น
เอ็นแปลงร่างเป็มนุษย์เพื่อหยุดอีฟ เอ็นจับอีฟกดลงกับพื้นก่อนที่จะได้ทำอะไร
กรงเล็บของเธอจ่ออยู่ที่คอของอีฟ อีฟไม่กล้าขยับตัวเป็เพราะเธอสามารถรับรู้พลังได้
ซึ่งพลังของแมวสาวที่จับเธอกดลงกับพื้นนั้นมีพลังมหาศาลอย่างมาก
คงไม่เป็ผลดีแน่ๆ ถ้าเธอขยับสุ่มสี่สุ่มห้า
“จะให้ฆ่าผู้หญิงคนนี้เลยไหมคะ นายท่าน” เอ็นถามนายท่านของเธอว่าจะให้ทำยังไง
“ใจเย็นก่อนเอ็น ให้เธอยืนขึ้นก่อนเอ็น” แม็กม่าสั่งให้แมวสาวจับอีฟให้ยืนขึ้น
“นายเป็ใครเนี่ย” อีฟถามแม็กม่า คำถามนั้นทำให้เอ็นโกรธที่พูดกับนายท่านของเธอแบบห้วนๆ
เธอจึงบีบแขนของอีฟแรงขึ้นจนเธอเจ็บจนต้องร้องออกมา
“เบามือหน่อยเอ็น คนที่จะพูดคือฉันไม่ใช้เธอ แต่เวลาใกล้หมดแล้วคงต้องหยุดเวลาก่อน”
แม็กม่าบอกให้เอ็นใจเย็นและแม็กม่าก็ดูนาฬิกาซึ่งตอนนี้กำลังจะใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว
แม็กม่าจึงใช้สกิลหยุดเวลาเพื่อให้มีเวลาคุยกับอีฟ และเขาก็ยกเลิกผลของสกิลให้
แมวสาวกับอีฟสองคน ทำให้ทั้งสองขยับได้ในโลกที่ถูกหยุดเวลา
“อะไรเนี่ยหยุดเวลางั้นเหรอ” อีฟใที่เห็นการหยุดเวลาครั้งแรก
แมวสาวที่ได้ยินอีฟพูดก็บีบแขนอีฟให้หยุดพูด
“อยู่ต่อหน้านายท่าน ถ้านายท่ายไม่สั่งหรือถามแก แกก็ไม่ควรพูด” แมวสาวพูดกับอีฟ
“เอาละ ฉันรู้ว่าเธอรู้เื่ของฉันแล้ว แต่ฉันไม่อยากจะฆ่าใครในโลกนี้
เพราะยังงั้น ถ้าเธอไม่บอกเื่ของฉันให้ใครรู้ ฉันก็จะไม่ทำอะไรเธอ
แต่ถ้าเธอปากมากฉันก็คงไม่ปล่อยเธอเหมือนกัน อย่างเธอคงแค่ขู่ไม่พอสินะ”
แม็กม่าพูดเตือนอีฟในเื่ของตัวเอง ซึ่งสีหน้าของอีฟดูไม่เกรงกลัวเขาเลยสักนิด
“เอาเป็แบบนี้แล้วกัน ฉันจะร่ายเวทของตัวเอง ถ้าเธอพูดเื่ของฉัน
อักขระปีศาจที่อยู่ในตัวเธอจะทำงาน มันจะสร้างความเ็ปเมื่อเธอคิดจะพูด
เมื่อเธอพยายามจะพูดหรือส่งซิกหรืออะไรก็แล้วแต่ มันจะสร้างความเ็ปยิ่งกว่าเดิม
ถ้าเธอพูดออกไป มันจะะเิร่างกายของเธอ อักขระสามารถบอกที่อยู่ได้ด้วย
เมื่อเธอไม่เชื่อฟัง ฉันจะให้เอ็นไปฆ่าเธอ เข้าใจที่ฉันพูดสินะ” แม็กม่าพูดพร้อมลงอักขระใส่อีฟ
ในตอนที่ลงอักขระใส่ในร่างของอีฟมันสร้างความเ็ปอย่างมหาศาลให้อีฟ
หญิงสาวดิ้นทุรนทุรายอยู่ตลอดเวลาใน่ที่แม็กม่าเอาอักขระปีศาจใส่ในร่างของเธอ
แต่เวลาได้ถูกหยุดอยู่จึงไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอ เมื่อลงอักขระเสร็จเอ็นก็ปล่อยเธอ
“เอาละไปเรียนได้แล้วละ เดียวฉันจะยกเลิกผลการหยุดเวลาแล้ว”
แม็กม่าพูดกับอีฟให้ไปเข้าเรียน หลังจากพูดจบก็ยกเลิกการหยุดเวลาละเดินไปเข้าเรียน
ปล่อยให้อีฟนั่งช็อกอยู่ตรงนั้น อีฟเป็คนที่มั่นใจในฝีมือมากและอาจจะมากเกินไป
แต่เมื่อเจอพลังที่มากกว่าเธอกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อีฟลุกขึ้นและเดินไปเข้าเรียน
สีหน้าของเธอนั้นดูหมดหวังอย่างมาก เธอรับรู้พลังของแม็กม่าและเอ็นแล้ว
“พลังขนาดนั้น โลกคงถึงจุดจบแล้วละ ทุกอย่างมันจบแล้ว สิ่งที่ทำมามันไม่เหลือแล้ว”
อีฟ สีหน้าของเธอดูสิ้นหวังมากๆ การปราบปีศาจั้แ่อดีตขององค์กรได้จบลงแล้วตามที่อีฟคิด
เมื่อแม็กม่ามาถึงห้องเรียนก็เข้าเรียนตามปกติ อีฟที่ตามมาก็เข้าห้องเรียนด้วยใบหน้าสิ้นหวัง
“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” จิน่าเห็นใบหน้าสิ้นหวังของอีฟก็ถามแม็กม่าว่าเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งครั้งนี้กลิ่นอายปีศาจได้ถูกลบหายไป เอ็นได้บอกเื่กลิ่นของปีศาจที่แม็กม่าสร้าง
แม็กม่าจึงลบมันออกไป ทำให้จิน่าไม่สามารถได้กลิ่นอายปีศาจที่จะกระจายไปทั่วโลก
“ไม่รู้สิ” แม็กม่าตอบแบบปัดผ่านไป ในความคิดของแม็กม่าเขาก็ไม่ได้อยากทำ
เพราะเขาได้ทิ้งสิ่งที่เคยเป็มาแล้ว แม็กม่าอยากจะเป็แค่เด็กนักเรียน ม.ปลาย
แต่ต้องทำเพราะอีฟอาจจะทำลายสิ่งที่เขาอยากจะทำ
เมื่ออาจารย์มาเข้าสอนแม็กม่าก็ทำทุกอย่างให้เป็ปกติโดยไม่มีใครระแคะระคาย
หลังจากเรียนใน่เสร็จก็ถึง่เวลาพักกลางวัน แม็กม่าและจิน่าก็ไปเจอกันบนดาดฟ้า
ที่นั่นเป็เหมือนจุดนัดพบของทั้งสองไปแล้วใน่กลางวัน แมวสาวเองก็ตามอยู่ห่างๆ
“ตอนเช้ามีเื่อะไรกับอีฟงั้นเหรอ” จิน่าถามแม็กม่าเื่เมื่อเช้านี้
“แค่เื่ไร้สาระนะ ไม่มีอะไรหรอก” แม็กม่า เขาไม่อยากจะบอกเื่นี้กับจิน่า
เขาไม่อยากจะเสียความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนไป
“แต่เมื่อเช้าคุณจิน่าเดินหนีผมไปเลยนะ คิดว่าจะโดนเทไปแล้วซะอีก” แม็กม่า
“ก็ไม่อยากไปเป็ก้างขว้างคอนี่น่า คิดว่าอีฟจะบอกชอบนายซะอีก” จิน่า
“งั้นเหรอ แต่ไม่ใช่อ๊ะ” แม็กม่า ทั้งสองคุยเื่ไร้สาระจนหมด่พักเที่ยง
และเสียงหมดเวลาพักก็ดังขึ้นทั้งสองจึงรีบกลับลงไปเรียน
ในตอนเลิกเรียนทั้งสองกำลังจะออกจากห้องเรียนเพื่อนร่วมห้องก็หยุดทั้งสองไว้ก่อน
“เฮ้พวกเธอสองคนรอก่อนสิ พวกเรามีเื่จะคุยด้วย”
เพื่อนในห้องหลายคนเหมือนจะมีแผนอะไรบางอย่าง
“โอกาสหาเพื่อนเลยสินะเนี่ย” แม็กม่าคิดที่ได้ก็ตอบตกลง “ได้สิ” แม็กม่าตอบกลับทันที
“เพื่อนในห้องนัดรวมตัวกันไปเที่ยวสวนน้ำใน่วันหยุด เลยอยากจะชวนกันไปให้เยอะๆ
วันเสาร์ที่จะถึงใครจะไปเที่ยวก็มารวมกันที่สถานีรถไฟฟ้าใกล้โรงเรียนนะ”
หัวโจกนำเที่ยวก็บอกให้คนที่สนใจไปเจอที่จุดนัดพบในวันเสาร์
หลังจากนัดแนะกันจบก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แม็กม่าก็เดินกลับไปพร้อมจิน่า
“คุณจิน่าจะมาไหม เื่ไปเที่ยววันเสาร์นี้” แม็กม่า
“ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” จิน่าตอบกลับ
“ผมว่าผมจะไปอยู่นะ อย่างน้อยก็ไปหาเพื่อน คุณจิน่าก็ไม่ค่อยมีเพื่อนไม่ใช่หรือไง
น่าจะลองไปดูนะครับ” แม็กม่า
จิน่าไม่ได้ตอบกลับ ทั้งสองแยกกันตรงทางแยกและเดินทางกลับบ้าน
ในเย็นวันนั้นเอง อีฟก็ได้อยู่ฟังเพื่อนนัดไปเที่ยวแต่เหมือนว่าเธอจะไม่ได้ฟังเลยสักนิด
ตอนนี้จิตใจเธอแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหลังจากเจอเื่เมื่อเช้าไป
เธอกลับไปยังห้องพักของเธอ ปกติเธอต้องรายงานเื่ที่มาสืบในเมืองนี้
แต่วันนี้เธอไม่ได้รายงานอะไรไปเลยหรือไม่ได้แม้แต่ติดต่อกลับไปทางวาติกัน
ทำให้ทางวาติกันเริ่มสงสัยเื่นี้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม
เมื่อวันเสาร์ได้มาถึง แม็กม่าลุกจากเตียงั้แ่เช้าเพื่อไปตามนัดของเพื่อนๆ
เขาเดินมาถึงสถานีรถไฟฟ้าใกล้ๆ โรงเรียน มาเพื่อนร่วมห้องจำนวนหนึ่งมารออยู่ก่อนแล้ว
แม็กม่าก็ได้ไปทักทายตามปกติ
“โย่! สถานการณ์เป็ไงบ้าง” แม็กม่าเดินเข้ามาทักทายเพื่อนร่วมห้อง
“พวกเรารอคนอื่นๆ อยู่นะ นายติดต่อใครได้บ้างไหม” เพื่อนคนหนึ่งถามกลับ
“ไม่ได้เลย ฉันพึ่งจะตื่นเอง” แม็กม่าตอบกลับไป
“คุณจิน่าละ เห็นนายสนิทกับเธอ” เพื่อนในกลุ่มพูดเื่แม็กม่ากับจิน่า
“ไม่รู้เหมือนกัน ฉันว่าเธอคงไม่มาหลังจากที่ฉันคุยกับเธอเมื่อวาน” แม็กม่า
หลังจากแม็กม่ามาถึงก็พวกเขาก็รอจนถึงเวลาที่รถไฟฟ้าจะมาถึง พวกเขาพร้อมจะเข้าเมืองแล้ว
แต่ก่อนที่รถไฟฟ้าจะมา จิน่าก็รีบวิ่งมาถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ทันเวลา เธอตัดสินใจที่จะไปด้วย
“มากันครบแล้วก็ไปกันเถอะ” หัวโจกนำเที่ยวก็เดินนำเข้ารถไฟฟ้าไป
ในกลุ่มเพื่อนร่วมห้องตอนนี้มีประมาณ15คน พวกเขานั่งรถไฟฟ้าเข้ามาจนถึงตัวเมือง
“วันนี้พวกนายมีแผนไปไหนข้างเนี่ย” แม็กม่าถามจุดหมายที่จะไป
“ตอนนี้ก็กำลังจะเที่ยง ตามแผนก็ไปหาอะไรกินกันก่อน”
เมื่อถึงสถานีปลายทางพวกเขาก็เดินหาร้านอาหารและค่อยไปสวนน้ำ
“กินข้าวเสร็จแล้วจะไปสวนน้ำต่อนะทุกคน” หัวโจกนัดแนะเพื่อนๆ
จิน่ากับแม็กม่าดูไม่ได้ตื่นเต้นสักเท่าไร พวกเขามาเที่ยวนานแล้ว ความรู้สึกก็เริ่มตายไปทีละนิด
แม็กม่าพึ่งกลับมาจากต่างโลก จิน่าก็ไม่มีเพื่อนเพราะความกลัวในตอนเด็กที่ปีศาจจะมาล้างแค้น
พวกเขาก็ได้นั่งรถเมล์ต่อไปยังสวนน้ำ เมื่อมาถึงสวนน้ำก็ต้องแยกชายหญิงก่อนจะเข้าไป
ห้องพักของหญิงและชายอยู่แยกกัน แม็กม่าเดินไปกลุ่มผู้ชาย
“เฮ้ แม็กม่าสินะ นายเป็อะไรกับคุณจิน่าเหรอ เห็นสนิทกันดีนี่หว่า” เพื่อนในกลุ่มพูดขึ้น
คนอื่นเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน จิน่ามีหน้าตาสะสวย แต่เธอนิ่งเงียบไม่คุยกับใคร
จึงไม่มีใครกล้าจะไปเข้าใกล้
“เห็นคุณจิน่าคุยกับแกคนเดียว” เพื่อนอีกคนพูดเสริม
“ก็แค่เพื่อนเท่านั้นแหละ คุณจิน่าเหมือนจะมีปมเื่เพื่อนในวัยเด็กนะ เธอเลยไม่กล้าจะมีเพื่อน”
แม็กม่าตอบกลับกลุ่มเพื่อนไป
“ยังงี้ก็แสดงว่าน่าจะโสด” เพื่อนอีกคนพูดเหมือนอยากจะจีบคุณจิน่า แม็กม่าเองก็ไม่ได้สนใจอะไร
เขาแค่อยากจะมีเพื่อนยังไม่ได้คิดเื่มีแฟนอะไรมากให้ปวดหัว
“ไปแต่งตัวลงสวนน้ำดีกว่า” ตอนนี้กลุ่มผู้ชายได้แต่งตัวเสร็จหมดแล้ว
พวกเขาเดินออกมาก็พบว่ากลุ่มของผู้หญิงรออยู่ก่อนแล้ว พวกเธอห่มผ้าเช็ดตัวออกมาด้วย
“ผู้หญิงแต่งตัวกันไว้จึงแฮะ คิดว่าจะแต่งตัวช้าซะอีก แถมใส่ผ้าเช็ดตัวออกมาด้วย
จะใส่ลงไปเล่นน้ำหรือไง” กลุ่มผู้ชายแซวสาวๆ ที่แต่งตัวเร็ว พวกผู้ชายใส่แค่กางเกงว่ายน้ำ
“พวกเราเป็ผู้หญิงนะยะ ยังไม่ได้เข้าสวนน้ำเลยใครจะเปิดโชว์แบบพวกนายละ
พวกนายช้าเองต่างหากพวกเรารออยู่ตั้งนานแล้ว”
กลุ่มผู้หญิงแต่งตัวเสร็จตั้งนานแล้ว แต่เหมือนว่ากลุ่มผู้ชายจะพูดไร้สาระนานไปหน่อย
ทั้งหมดเดินไปยังจุดต่อไป หลังจากแต่งตัวเสร็จก็ไปเช็คอินเข้าสวนน้ำ
เมื่อเข้ามาด้านในได้ สวนน้ำดูใหญ่กว้างด้านนอกอย่างเห็นได้ชัดเครื่องเล่นเองก็มีจำนวนมาก
กลุ่มผู้หญิงเปิดชุดคลุมออก แต่ละคนใส่ชุดว่ายน้ำอย่างดีมาทำเอาผู้ชายมองตาค้างไปเลย
ส่วนแม็กม่าก็เฉยๆ เขาเคยเห็นของดีกว่านี้มาเยอะแล้ว แค่ผู้หญิงในชุดว่ายน้ำมันไม่เท่าไรหรอก
พวกเขาก็ไปเล่นสวนน้ำกันอย่างสนุกสนามมีจับคู่บ้างอะไรบ้าง
กลุ่มผู้ชายก็มีไปจีบผู้หญิงที่ตัวเองชอบ แต่แม็กม่าแค่นั่งดูอยู่เฉยๆ
“พวกนี้เล่นกันเป็เด็กๆ ไปได้ เดี๋ยวนะพวกเราก็ยังเด็กอยู่นี่หว่า มีแค่เราที่ความคิดเป็คนแก่
หรือเราควรจะไปเล่นด้วยดี” ในขณะที่แม็กม่านั่งคิดอยู่ในใจ จิน่าก็เดินมาชวนลงไปเล่นน้ำ
“นายเป็คนชวนฉันแต่ไม่ลงมาเล่นเนี่ยนะ รีบลงมาเลย” จิน่าเดินมาลากแม็กม่ามาลงไป
จิน่าจากคนที่ไม่อยากมาแต่เหมือนว่าเธอกำลังจะสนุกอยู่ ทำให้แม็กม่าเปลี่ยนความคิด
“ถ้าอยากจะเป็เด็ก ม.ปลายธรรมดา เราก็ควรจะไปเล่นสนุกสินะ” แม็กม่าก็ลงไปเล่นด้วย
พวกเขาเล่นกันจนถึงตอนเย็น เมื่อเล่นจนเหนื่อยแล้วก็เริ่มชวนกันกลับบ้าน
พวกเขามาขึ้นรถไฟฟ้ากลับไปยังสถานีใกล้บ้านของตัวเอง
“เหมือนจะเล่นมากไปหน่อย เหนื่อยสุดๆ เลย”
กลุ่มผู้ขายเล่นเครื่องกันหลายเครื่องตอนนี้จึงนั่งหมดแรงอยู่บนรถไฟฟ้า
แต่แม็กม่าก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรแม้จะเล่นพอๆ กับเพื่อนๆ เขามีสกิลของาาปีศาจรับมืออยู่แล้ว
“พวกนี้โง่จริง ไม่เก็บแรงไว้กลับบ้านเลยหรือไง พวกฉันไปแบกกลับไปด้วยหรอกนะ”
กลุ่มผู้หญิงไม่ได้เล่นอะไรมาจึงยังมีแรงเหลืออยู่ พาไปหลายสถานีเพื่อนก็ลงไปหลายคนแล้ว
ตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่คนที่นั่งจนมาถึงสถานีสุดท้าย พวกเขาก็แยกกันหน้าสถานี
แม็กม่ากับจิน่าก็เดินกลับด้วยกัน
“วันนี้ดูคุณจิน่าสนุกดีนะครับ คุณจิน่าขอบสวนน้ำงั้นเหรอ”
แม็กม่าที่เห็นจิน่าเล่นน้ำวันนี้ก็คิดเธอคงจะชอบสวนน้ำ
“ก็ไม่ได้ออกมาเล่นตั้งนานแล้วนี่น่า ไหนจะเื่งานที่บ้านอีก (งานปราบปีศาจ)
พรุ่งนี้ก็ต้องไปช่วยงานด้วย “คุณจิน่าพูดเหมือนจะชอบแต่ก็มีบ่นทิ้งท้าย
“งั้นเหรอครับ ถึงทางแยกแล้วก็จากกันตรงนะครับ” แม็กม่า
ทั้งสองแยกกันตรงทางแยกประจำ เมื่อจิน่ากลับถึงบ้านพวกบาทหลวงและซิสเตอร์
กำลังทำพิธีกำจัดปีศาจที่ถูกขังอยู่ในกรงที่จัดมาได้ใน่วันธรรมดา
พวกเขาจะเอาปีศาจมาทำสิ่งที่เรียกว่า “การปลดปล่อยดวงิญญา”
จะเป็การส่งปีศาจไปรับโทษที่สรวง์ตามคำพิพากษาจากพระเ้าปกติจะทำในวันเสาร์
ซึ่งวันอาทิตย์จะเป็วันที่ออกล่าปีศาจในวันแรกของสัปดาห์ ซึ่งวันอาทิตย์เป็
วันที่นรกจะรับปีศาจที่ได้รับคำพิพากษาจาก์ลงมายังนรก
ใน่เวลารอยต่อนี้เองที่เปิดโอกาสให้พวกมันหนีออกจากเส้นทาง
ปีศาจตัวไหนที่หลุดออกมาจะถูกสังหารได้ทันที ถ้ามีตราที่เรียนการพิพากษาโผล่ออกมา
ตรานี้จะถูกตีตราเมื่อรับคำพิพากษาแล้วในตอนที่อยู่ในสรวง์
จิน่าต้องเตรียมตัวั้แ่คืนนี้เพื่อรอรับมือกับพวกปีศาจที่อาจจะหลุดออกมา
“ตอนต่อไป จะถึงเวลาที่นักปราบปีศาจสาวของเราจะได้แสดงฝีมือแล้ว” by คนเขียน