ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 70 อ่อนแอขนาดนี้จะปกป้องใครได้

    ในขณะที่นาฟกำลังเหม่อลอย ไม่รู้เลยว่าเจ้าสัตว์ตัวเล็กที่เคยลักลอบเข้ามาอยู่ในบัตรมิติได้รับรู้ทุกสิ่งของมนุษย์เบื้องหน้านี้

    อยู่ๆ เจ้าสัตว์ดังกล่าว ก็ขยับตัวออกมาเขี่ย วัตถุบางอย่างที่อยู่ในบัตรมิติ

    “เอ๊ะ! นาฟสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างได้ทันทีเนื่องจากเป็นพลังของตนเองที่ใช้หล่อเลี้ยงบัตรมิติ

    นาฟล้วง โลหะทรงกลมสองลูกออกมาจากบัตรมิติ

    “แปลกจัง อยู่ๆ โลหะสองลูกนี้ก็กลิ้งเองได้  แต่ “เอ๊ะ! เจ้าโลหะนอกโลกสองลูกนี้เอาไว้ทำอะไรนะ

    นาฟที่เป็นนักสร้างปรับแต่งอยู่แล้ว เกิดความคิดบางอย่างทันที

     

    นาฟเริ่มทดลองอัดพลังโจมตีเข้าไป ปรากฏว่าไม่เกิดผลใดๆ กับโลหะนี้เลยลองหลอมละลายวัตถุชิ้นนี้ก็ยิ่งไม่เกิดผล แม้จะใช้ไฟจากผงว่านสีเขียวแล้วก็ตาม

    นาฟทดลองทำอยู่นาน จนหมดหนทาง

    “สมกับที่เขียนไว้ว่า โลหะจากนอกโลก ไม่มีอะไรทำให้แกเปลี่ยนรูปได้เลย

    นาฟถอนหายใจ ในขณะยกขวดสุราขึ้นมาดื่ม “เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าสัตว์ตัวเล็กนั้นถอนหายใจเหมือนกัน

    ใช้ช่วงเสี้ยววินาที เคลื่อนตัวออกมา เป่าลมใส่โลหะทั้งสอง “ฟู่!

    อยู่ๆ เกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ้น โลหะทั้งสองก้อนอยู่ดีๆ ขยับตัวไปมายืดๆ หดๆ  นาฟที่หันมาเห็นพอดี ตกใจทำอะไรไม่ถูก  จู่ๆ เกิดควันขึ้นรอบโลหะ  และโลหะเปลี่ยนรูปเป็นน้ำที่เดือดอยู่ตลอด“ฟุดๆ ๆ เริ่มไหลออกเป็นหยดน้ำเล็กๆกระจายตัวออกไปแทรกเข้ากับอาวุธของนาฟที่วางอยู่ข้างๆ

     

    นาฟที่เห็นกระบวนการข้างต้นนี้อยู่ตลอด รีบคว้ามือไปจับอาวุธทันทีแต่ทันทีที่เอามือสัมผัสลงไป รีบชักมือกลับทันที “ร้อนมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น  อยู่ๆ อาวุธของนาฟก็เกิดจุดโลหะเล็กๆเท่าจุดเข็มส่องแสงออกมาเต็มไปหมด

    ไม่นานเกิดควันจางลอยออกมา “ฟู่!

    นาฟที่รอจนแน่ใจสักพัก เอื้อมมือไปหยิบโล่ไม้พอแตะผิวสัมผัสอุณหภูมิเป็นปกติแล้ว จับขึ้นมาดูใกล้ๆ เหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่น้ำหนักยังคงเดิม

    นาฟรู้สึกได้ว่าโลหะแปลกประหลาดนั้นไม่ได้หายไปไหนและสัมผัสได้ว่ามันแค่เปลี่ยนมวลสารตัวมันเองแทรกเข้าไปอยู่ในอาวุธของเขาแค่จับก็รู้ว่าพลังป้องกันของโล่อันนี้เพิ่มขึ้นสูงแค่ไหน 

    นาฟจับขึ้นมามองใกล้ๆ เตรียมจะใช้พลังทดสอบแต่ก็เลิกล้มไปหยิบบัตรมิติใบนั้นขึ้นมามองแทน “สัตว์แปลกประหลาดตัวนั้นแอบมองนาฟจากมุมหนึ่ง ทำท่าฉงนสงสัย

    ผ่านไปไม่นาน นาฟก็เก็บบัตรลงไป เอื้อมไปจับกริชขึ้นมากวัดแกว่งแทน 

    “โอ้โห! แค่ตวัดไปมาก็เหมือนเฉือนอากาศออกได้เลยแต่แปลกตรงที่อยู่ๆ นาฟเพิ่มน้ำเสียงให้ดังขึ้น

     

    ช่วงเวลากลางวัน นาฟจะฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด พยายามคิดจินตนาการการต่อสู้ไว้หลากหลายรูปแบบ

    ช่วงกลางคืน นาฟจะออกไปตามหาเหมยหลิน ในสถานที่ต่างๆ

    ใกล้วันประลอง นาฟ หาเวลามาเปิดข้อความเห็นว่ามีข้อความของท่านหลิงฝากไว้

     

      “ฉันเข้าใจเจ้าคงไม่ตัดสินใจทำอะไรโดยใช้แต่อารมณ์ ฉันยอมรับการตัดสินของนายและมั่นใจในตัวนายที่สำคัญที่สุด ห้ามตาย ฉันทำได้แค่บอกนายแค่นี้”

     

    นาฟอ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความห่วงใยของพี่สาวคนนี้

    “ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอกพี่สาว ยังมีอีกหลายอย่างที่ข้ายังไม่ได้ทำเลยอุปสรรคที่อยู่เบื้องหน้ามันเป็นสิ่งที่ข้าต้องผ่านไปให้ได้

     

    ค่ำคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายก่อนวันประลอง นาฟยังออกตามหาไปในที่ต่างๆจนสุดท้ายลงมาที่อุโมงค์ที่เจอน้องสาวครั้งแรก“ถึงรู้ทั้งรู้ว่าคงไม่เกิดปฏิหาริย์ใดๆ แต่ก็ยังอยากมาดูให้หายสงสัยสิ่งที่อยู่ในใจ เดินมาถึงตำแหน่งที่น้องสาวเคยนั่งอยู่

    อยู่ๆ นาฟก็เผลอสบถออกมา “น้องสาวเจ้าอยู่ไหน?

        “เจ้าจะพูดเพื่ออะไรในเมื่อเจ้าปกป้องเด็กนั่นไม่ได้!

    นาฟถึงกับตกใจอย่างที่สุด ถอยออกข้างอย่างรวดเร็วปรากฏมีคนสวมชุดคลุมสีเทามายืนอยู่หลังนาฟตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  “นาฟถึงกับตื่นตัวอย่างสุดขีดด้วยที่ไม่เคยเจอใครที่มาอยู่ใกล้ตัวเขาโดยที่ไม่รู้ตัวก่อนได้

    สัญชาตญาณบ่งบอกว่าคนเบื้องหน้านี้อันตรายที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา แม้แต่ใบหน้าภายใต้ชุดคลุมนั้นยังไม่อาจสัมผัสได้แม้แต่น้อย

    นาฟรู้ตัวว่าคนแบบนี้อยู่ใกล้ไม่ได้ ค่อยๆ เดินถอยหลังออกไปทีละก้าว

        “หึๆอ่อนแอขนาดนี้จะปกป้องใครได้

        “ทำไมท่านถึงพูดเช่นนี้

        “ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ในเมื่อข้าเห็นแต่ละค่ำคืนเด็กหนุ่มกระโดดไปทั่งทั้งเมืองอย่างไร้จุดมุ่งหมายเหมือนเด็กตามหาของเล่นที่หายไป

        “ท่านรู้! แล้วท่านรู้หรือไม่น้องสาวข้าอยูไหน

    ทำไม ของเล่นของตัวเองหายไปแล้วร้องไห้โวยวายที่รักษาไว้ไม่ได้หรือยังไง

    นาฟที่อยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอยู่ ไม่รู้จะพูดยังไงแต่ก็รู้สึกถึงน้ำเสียงของ อิสตรีที่ใช้คำพูดเสียดแทงตนอยู่ตลอดเวลา

        “ท่านผู้อาวุโสข้าไม่รู้ว่าท่านมองข้าเป็นอย่างไร แต่ถ้าท่านรู้เบาะแสของน้องสาวข้า กรุณาให้ความกระจ่างกับข้าสักหน่อยได้หรือไม่ข้าเป็นห่วงน้องสาวข้า

       “เจ้าตัวคนเดียวปกป้องเด็กนั่นไม่ได้หรอกพรุ่งนี้เจ้าจะรอดกลับมารึเปล่ายังไม่รู้ พวกเชคาลมันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดนะ ถึงขนาดโดนบังคับให้รับการโจมตีแล้วเจ้าจะเอาอะไรไปสู้

        “ท่านรู้!

        “กระดาษที่ทิ้งไว้บนพื้นใครจะหยิบมาอ่านก็ไม่แปลก เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าเจ้ารอดจากการโจมตีได้ถึงสองครั้งข้าจะช่วยเด็กนั่นให้ก็ได้แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้ทุกอย่างล้วนเป็นโมฆะ

        “ขอบคุณท่านอาวุโสท่านเตรียมช่วยน้องข้าได้เลย

        “ดูท่าเจ้าจะมั่นใจนะ

        “ข้ามิอาจมั่นใจหรืออวดอ้างว่าจะทำได้แต่ขอให้ท่านเชื่อ และที่สำคัญกรุณาช่วยน้องข้าด้วย

        “มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า

    คนชุดคลุม จู่ๆ ก็จากไปอย่างไร้ร่องรอย  นาฟที่ว่าสัมผัสดีมากแค่ไหน ยังไม่อาจสืบค้นผู้อาวุโสลึกลับคนนี้ได้เลยแต่อย่างน้อยนี้ก็คือความหวังและเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เดียวในตอนนี้  นาฟยืนอยู่สักพักก็จากไป

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน