หลังจากนั้นหนานเว่ยก็ยิ่งตกตะลึงกับความสามารถของหลิงหยวนแม้หลิงหยวนมองปกติจะไม่มีอะไรพิเศษแต่ทุกสิ่งที่หลิงหยวนทำกลับแฝงไว้ด้วยวิถีอันลึกซึ้งั้แ่การทำอาหารยันวาดภาพวาดยันต์แม้แต่การปลูกข้าวิญญาและชาิญญาก็เป็เช่นนี้
“ไม่ได้การหากข้ายังอยู่ใกล้ศิษย์น้องมากเกินไปข้าจะต้องบรรลุขอบเขตหลอมแก่นปราณก่อนวันทดสอบจะมาถึงแน่่นี้คงต้องปิดด่านฝึกฝนทักษะใหม่ซะก่อน” หนานเว่ยกล่าวขณะเลือกที่จะปิดด่านฝึกตนเพราะยิ่งนางอยู่กับหลิงหยวนมากเท่าไหร่ขอบเขตของนางก็ยิ่งแต่จะพัฒนาขึ้นจนผนึกที่ฉินอวี้ซีวางเอาไว้ใกล้จะกดไม่อยู่แล้ว
หลังจากหนานเว่ยปิดด่านฉินอวี้ซีก็ออกไปข้างนอกอีกครั้งเพื่อหาโลหิตสัตว์อสูรระดับหลอมแก่นปราณสักตัวมาให้หลิงหยวนวาดยันต์ทำให้ตอนนี้หลิงหยวนไม่ต่างจากอยู่คนเดียว
“ศิษย์พี่ต้วนครั้งนี้ต้องรบกวนท่านอีกแล้ว” หลิงหยวนลงจากเขามาวานให้ต้วนจื่อไปซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงให้อีกครั้ง
“ศิษย์น้องหลิงไม่ต้องเกรงใจเ้าช่วยข้าเอาไว้มากแล้วแถมทุกครั้งเ้าก็มอบศิลาปราณให้ข้าไม่น้อยเลยข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเ้า”ต้วนจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากได้รับการสนับสนุนจากหลิงหยวนการบ่มเพาะก็พัฒนาก้าวสู่ขั้นที่สี่ของขอบเขตกลั่นปราณ
ในการบ่มเพาะขอบเขตกลั่นปราณนั้นมีทั้งหมด10 ขั้น แต่เหนือขึ้นไปคือสร้างรากฐานจะแบ่งออกเป็ ต้น กลาง สูง สมบูรณ์การจะได้เป็ศิษย์สายในอย่างน้อยก็ต้องฝึกฝนถึงขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่ 9 หรือ 10เท่านั้นจึงจะมีโอกาสต่ำกว่านั้นล้วนไม่มีคุณสมบัติและเส้นทางของต้วนจื่อก็อีกไกล
ต้วนจื่อรับป้ายของหลิงหยวนมาก่อนจะรีบวิ่งลงไปหาสหายคนหนึ่งและพาลงจากูเาคนเฝ้าประตูคุ้นชินแล้วจึงไม่ได้ตรวจสอบอะไรปล่อยให้ต้วนจื่อไม่เสียเวลา หลิงหยวนเองก็กลับขึ้นไปบนเขาและเตรียมทำสิ่งต่างๆของตน
แต่ทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มศิษย์กลุ่มหนึ่งที่นำโดยศิษย์สายในสามคนนำศิษย์สายนอกอีกหลายคนลงจากเขาไปด้วย
“ฮึแม้ข้าจะทำอะไรเ้าไม่ได้เพราะเ้าอยู่บนยอดเขาเมฆาแต่เ้าสวะต้วนจื่อนี่ข้ากลับสามารถจัดการได้ง่ายๆแถมศิษย์พี่เฮ่อเองก็เป็คนออกคำสั่งด้วยตัวเองอีกด้วข้าไม่มีอะไรต้องกังวล”ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าว
“พวกเรายอดเขาเหอหวนนั้นไม่ถูกกับยอดเขาเมฆามาโดยตลอดและอยากจะเอาคืนเื่เมื่อหลายปีก่อนแต่ไม่มีโอกาสเพราะตอนนี้หนานเว่ยแข็งแกร่งมากเกินไปหากไม่มีผู้าุโลงมือก็ยากจะทำอะไรนางได้แต่ตอนนี้มีสวะคนหนึ่งปรากฏตัวสำหรับพวกเราการจัดสวะคนหนึ่งกลับง่ายมากๆ”
“ใช่แล้วรอให้ทำภารกิจสำเร็จพวกเราก็จะได้รับรางวัลจากศิษย์พี่เฮ่อ”ศิษย์สายในทั้งสามยิ้มเย้ยหยัน
“พวกเ้ากำลังจะไปที่ใด”คนเฝ้าประตูเห็นกลุ่มของศิษย์สายในที่นำศิษย์สายนอกหลายคนไปด้วยก็กล่าวขึ้นทันที
“พวกเราได้รับภารกิจให้ไปทำและต้องใช้คนจำนวนมากนี่คือภารกิจ”ศิษย์สายในกล่าวก่อนจะยื่นภารกิจให้คนเฝ้าประตูสำนักดู
“อืมไปได้” เมื่อเห็นว่าเป็ภารกิจระดับสูงที่ต้องใช้คนจำนวนมากคนเฝ้าประตูก็ปล่อยผ่านไป
ต้วนจื่อที่อยู่ระหว่างเดินทางก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเพราะทุกครั้งที่ลงจากเขาตนสามารถแวะไปหาครอบครัวได้และซื้อของฝากไปด้วย
“ต้วนจื่อครั้งนี้เ้าพาข้าลงเขามาด้วยต้องขอบใจเ้ามากๆ”ศิษย์หญิงคนหนึ่งกล่าวนางเองก็เป็ศิษย์สายนอกเหมือนต้วนจื่อเพราะสถานะของทั้งสองไม่ต่างกันจึงเป็สหายกันได้
“ไม่เป็ไรได้ยินว่าเ้ามีของที่้าออกมาซื้อให้ได้แต่ติดที่กฎของสำนักข้าเลยใช้โอกาสนี้ช่วยเ้าเท่านั้น”ต้วนจื่อยิ้ม
“ใช่แล้วในสำนักไม่มีของใช้ที่จำเป็สำหรับข้า ข้าเลยต้องไปซื้อจากในเมืองเอา” หญิงสาวกล่าว
ขณะทั้งสองเดินทางไปได้ไม่ไกลอยู่ๆต้วนจื่อก็รู้สึกไม่สบายใจก่อนจะหันกลับมาก็พบว่ามีกลุ่มคนกำลังไล่ตามพวกตนมาอยู่
“นั่นมันอะไร”หญิงสาวกล่าวด้วยความใ
“ไม่ดีแล้วคนพวกนั้นมันคนของยอดเขาเหอหวนหรือว่ามาเพราะข้า” ต้วนจื่อใก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหวู่ตงนั้นมีสหายสนิทคนหนึ่งที่อยู่ยอดเขาเหอหวนแถมคู่หมั้นของหวู่ตงก็อยู่ยอดเขาเหอหวนเช่นกันนี่หมายความว่าคนพวกนั้นมีเป้าหมายมาที่ตนอย่างแน่นอน
“เ้ารีบนำป้ายนี้กลับไปที่สำนักและมอบให้ศิษย์น้องหลิงเขาจะช่วยปกป้องเ้า”ต้วนจื่อมอบป้ายศิษย์สายตรงของหลิงหยวนให้กับหญิงสาวก่อนจะพุ่งทะยานแยกตัวออกไป
“เดี๋ยวก่อนแล้วเ้าละ”หญิงสาวใ
‘ไม่ต้องห่วงข้าข้าจะหาทางหนีเอง” ต้วนจื่อส่งเสียง
หญิงสาวกัดฟันก่อนจะแยกตัวไปอีกทางกลุ่มคนที่ตามมาด้านหลังมองทั้งสองแยกทางกันก่อนจะพากันติดตามต้วนจื่อเพราะเป้าหมายของพวกเขาคือต้วนจื่อั้แ่แรกส่วนหญิงสาวผู้นี้ไม่เกี่ยวข้องหน้าตาก็ธรรมดาไม่เข้าตาพวกเขา
“ฮึเป็แค่ขอบเขตกลั่นปราณคิดจะหนี” ศิษย์สายในยิ้มเย็นก่อนจะทะยานติดตามไป
หญิงสาวที่เป็ศิษย์สายนอกรีบวนกลับมาสำนักอวี้ฮวาในเวลาต่อมาใบหน้าของนางซีดขาวเพราะใช้พลังปราณไปจนหมดนางเร่งเดินทางโดยไม่พักเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากหลิงหยวน
“หืมไม่ใช่ว่าเ้าและต้วนจื่อไปซื้อของในเมืองงั้นเหรอ” คนเฝ้าประตูกล่าว
“ข้าต้องรีบไปช่วยต้วนจื่อ”หญิงสาวไม่สนใจกอดป้ายตัวตนเอาไว้แน่นก่อนจะวิ่งไปยังยอดเขาเมฆา
“ศิษย์น้องหลิงศิษย์น้องหลิง” หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนแรงนางแทบจะหมดสติอยู่แล้วแต่ก็ยังพยายามส่งเสียงเรียกหลิงหยวน
“ศิษย์พี่หญิงท่านนี้เ้าเรียกข้ามีอะไรงั้นเหรอ”หลิงหยวนที่กำลังดูแลข้าวิญญาอยู่ได้ยินก็เดินลงมาจากเขาทันที
“ศิษย์น้องหลิงช่วยต้วนจื่อด้วย เขาแย่แล้ว” หญิงสาวกล่าวก่อนจะนำป้ายตัวตนของหลิงหยวนออกมา
“เกิดอะไรขึ้น”หลิงหยวนใ
“คนของยอดเขาเหอหวนพาคนจำนวนมากไล่ตามต้วนจื่อไปข้าไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรแต่ต้วนจื่อตกอยู่ในอันตราย”หญิงสาวกล่าว
หลิงหยวนขมวดคิ้วก่อนจะนึกได้ว่าต้วนจื่อนั้นมีศัตรูแค่คนเดียวนั่นคือหวู่ตงแต่หวู่ตงถูกลงโทษแล้ว
“ต้วนจื่อได้บอกอะไรหรือไม่อย่างเช่นอีกฝ่ายทำไมถึงหมายหัวเขา”หลิงหยวนกล่าว
‘ข้าไม่รู้แต่น่าจะเกี่ยวข้องกับหวู่ตงได้ยินว่าหวู่ตงมีสหายและคู่หมั้นอยู่ยอดเขาเหอหวน”หญิงสาวกล่าวเสร็จก็เป็ลมหมดสติทันที
หลิงหยวนรีบเข้าไปรับร่างก่อนจะแบกนางขึ้นไปบนยอดเขาและวางนางไว้บนเตียงไม้ด้านนอก
“ดูเหมือนเื่นี้จะยังไม่จบสินะศิษย์พี่ตอนนี้ปิดด่านอยู่ข้าคงขอร้องให้ช่วยไม่ได้ท่านอาจารย์ก็ไม่อยู่” หลิงหยวนขมวดคิ้ว
“จะคิดมากไปทำไมในเมื่อข้ายื่นมือเข้าช่วยแล้วแถมตอนนี้ตวนจื่อก็เป็อันตรายเพราะข้าหากเขาซ่อนอยู่ในสำนักอีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ได้แต่เพราะเขาออกไปข้างนอกถึงได้เจออันตรายข้าเองก็ควรจะรับผิดชอบด้วย”หลิงหยวนเดินเข้าไปในห้องของตนนำกระบี่เล่มหนึ่งออกมาก่อนจะพกยันต์หลายแผ่นไปด้วย
หลิงหยวนวิ่งลงจากยอดเขาก่อนจะพุ่งออกไปจากสำนักแม้หลิงหยวนจะไม่มีพลังปราณแต่่เวลาที่อยู่บนเข้าก็ฝึกท่าท้าวชนิดหนึ่งเหมือนกันทำให้มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วไม่แพ้ผู้ฝึกตนแถมด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของหลิงหยวนก็ทำให้หลิงหยวนมีพลังกายที่มากกว่าคนปกติ
“นั่นมันศิษย์สายตรงของยอดเขาเมฆาเขากำลังจะไปไหนหรือว่ากำลังเกิดเื่” คนเฝ้าประตูกล่าวด้วยสีหน้างุนงง
“ควรแจ้งไปให้ผู้าุโสำนักรู้หรือไม่ถึงอย่างไรนั่นก็คือศิษย์ที่เ้ายอดเขาเมฆาเอ็นดูได้ยินว่านางไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ง่ายๆด้วย”
“นั่นสิหากเกิดอะไรขึ้นแล้วนางมาหาเื่พวกเรา พวกเราคงไม่รอดแน่ๆ” ทั้งสองเผยสีหน้าหวาดกลัวพวกเขายังจำเื่เมื่อหลายปีก่อนได้ที่ฉินอวี้ซีปกป้องหนานเว่ยจนทำให้สำนักสั่นะเืตอนนั้นเ้ายอดเขาเหอหวนคิดว่าตนเองมีพลังเหนือกว่าจึงคิดจะกดหัวเ้ายอดเขาเมฆาแต่สุดท้ายกลับถูกเ้ายอดเขาเมฆาเล่นงานจนได้รับาเ็สาหัสปิดด่านรักษาไปหลายปีเื่ในครั้งนั้นทำให้สำนักรู้ว่าเ้ายอดเขาเมฆาฉินอวี้ซีไม่ใช่คนที่จะไปตอแยได้ง่ายๆ
หลิงหยวนติดตามเส้นทางที่คุ้นเคยขี่ม้าไปตลอดทางจนพบกับร่องรอยของคนจำนวนหนึ่งแล้วติดตามไปติดๆเห็นได้ชัดว่าต้วนจื่อไม่ได้หนีไปที่เมืองเพราะกลัวว่าครอบครัวจะเดือดร้อนจึงหนีเข้าไปยังป่าขนาดใหญ่แทนซึ่งที่นั่นมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มีทั้งอันตรายมากมายแต่ก็เป็สถานที่ปลอดภัยที่สุด
“ขออย่าให้เกิดเื่เลยเถอะ”หลิงหยวนกำกระบี่แน่นก่อนจะมาถึงทางเข้าป่าซึ่งม้าของตนไม่อาจเข้าไปได้
“เ้ากลับไปที่สำนักเถอะไม่ต้องรอข้า”หลิงหยวนลงจากม้าก่อนจะตบหลังของม้าเบาๆม้าก็ร้องและหันหลังวิ่งกลับไป
“แม้ข้าจะไม่ใช่ผู้ฝึกตนและไม่เคยต่อสู้กับสัตว์อสูรมาก่อนแต่ได้ยินว่าพวกมันไม่ต่างจากสัตว์ป่าเท่าไหร่แค่ตัวใหญ่กว่าเท่านั้นเช่นนั้นข้าที่ล่าสัตว์มานานหลายปีก็น่าจะพอต่อสู้ได้บ้าง” หลิงหยวนกำกระบี่แน่นก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป
ร่างสองร่างติดตามมาติดๆทั้งสองคือเสี่ยวไป๋และเสี่ยวหวงเมื่อเห็นหลิงหยวนนำกระบี่ลงจากเขาทั้งสองก็รู้แล้วว่าต้องเกิดเื่
“เป็พวกสารเลวที่ว่าร้ายนายท่านเมื่อคราวก่อนดูเหมือนที่พวกเราแอบลงมือสั่งสอนครั้งนั้นพวกมันจะไม่จำ” เสี่ยวไป๋กล่าว
“ครั้งนี้ดูเหมือนนายท่านจะโกรธขึ้นมาจริงๆแล้วั้แ่ติดตามนายท่านมาเขายังไม่เคยโกรธใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว” เสี่ยวหวงกล่าว
“นี่คือสิ่งที่นายท่านต้องเจอในอนาคตมันหลีกเลี่ยงไม่ได้บางครั้งมนุษย์คนธรรมดากลับสงบสุขมากกว่าพวกผู้ฝึกตนเสียอีก” เสี่ยวไป๋กล่าว
“หืมดูเหมือนจะมีตาแก่คนหนึ่งติดตามเ้าพวกสารเลวนั่นมาด้วยตาแก่นั่นคงจะเป็ผู้คุ้มกันของเ้าพวกสารเลวนั่น” เสี่ยวไป๋กล่าว
“ครั้งนี้ข้าขอจัดการเองเ้าไปคอยปกป้องนายท่านเถอะ” เสี่ยวหวงกล่าวขณะกลายร่างเป็หญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งนางมีเส้นผมและดวงตาสีแดงฉานสวมชุดขนนกสีแดงผิวขาวราวหยก
“นี่เ้าจงใจใช่หรือไม่ถึงสร้างร่างกายเช่นนี้ออกมา”เสี่ยวไป๋มองไปยังเนินอกที่สูงใหญ่ด้วยแววตาอิจฉาเห็นได้ชัดว่านางยังไม่อาจทำเช่นนั้นได้
“ฮึโทษที่เ้ามันเป็หญิงสมองกล้ามที่ดีแต่ใช้กำลังเถอะ” เสี่ยวหวงกล่าวก่อนจะดีดนิ้วพริบตาม่านพลังขนาดใหญ่ก็ปกคลุมป่าทั้งหมดปิดกั้นไม่ให้ใครสามารถััถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ได้
ทางด้านต้วนจื่อหลับหนีอย่างยากลำบางแต่สุดท้ายพลังปราณในร่างก็หมดลงและถูกเหล่าศิษย์จากยอดเขาเหอหวนปิดล้อมเอาไว้