เมื่อความวุ่นวายจางหายไปห้องโถงใหญ่อันโอ่อ่าก็กลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
ไคอัสยืนหันหลังให้โต๊ะทำงานสายตาทอดมองผ่านกระจกหน้าต่างบานมหึมาไปยังสวนเบื้องล่าง... ที่นั่น...ร่างอ้วนกลมของลูกชายกำลังเดินกลับเรือนพักพร้อมกับสาวใช้ ท่าทางการเดินนั้นมั่นคงหลังตรง สง่าผ่าเผย แตกต่างจากเด็กขี้แพ้ที่เคยเดินคอตกในอดีตราวกับเป็คนละคน
"ซัสติน..."
ไคอัสเอ่ยเรียกพ่อบ้านคนสนิทโดยไม่หันมามอง
"เ้าพวกนั้นโกหกสินะ?"
พ่อบ้านหนวดงาม—หรือที่ทลายฟ้าเรียกว่า'เซบาสเตียน'—ก้าวออกมาชิดขอบโต๊ะโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ปราศจากความเกรงกลัวเหมือนเมื่อครู่
"ขอรับ...พวกมันคือกลุ่มเดิมที่ชอบรังแกนายน้อยลับหลังและน่าจะเป็หนึ่งในสาเหตุที่กดดันให้นายน้อยตัดสินใจะโหอนาฬิกาวันนั้น...วันนี้พวกมันก็แค่ทำเหมือนเดิม แต่ผลลัพธ์กลับต่างออกไปขอรับ"
ไคอัสฟังแล้วก็เพียงแค่แค่นเสียงในลำคอหึ... ไม่มีความโกรธแค้นแทนลูกชาย หรือความสงสารเจือปนอยู่ในน้ำเสียงแม้แต่น้อย
"ช่างหัวพวกสวะนั่นเถอะ...ที่ข้าอยากรู้คือเื่นั้นต่างหาก"
ดวงตาคมกริบของัวารีหรี่ลงจ้องมองแผ่นหลังของลูกชายที่กำลังเดินไกลออกไป
"ไอ้เด็กนั่น...ได้ใช้เวทมนตร์หรือเปล่า?"
ซัสตินส่ายหน้ายืนยันหนักแน่น
"ไม่ครับนายท่าน...กระผมตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ในขณะที่นายน้อยจัดการกับพวกยามััถึงละอองมานาไม่ได้แม้แต่น้อยนิด... "ดูเหมือนว่า 'แกนเวทมนตร์' ของนายน้อยจะยังคงแตกสลายและว่างเปล่าอยู่เช่นเดิม"
คำตอบนั้นทำให้ไคอัสแสดงสีหน้าโล่งใจออกมาอย่างประหลาดมุมปากยกยิ้มที่มีเลศนัยซ่อนอยู่
“ดีแล้ว...”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ข้านึกว่ามันจะเอาพลังดั้งเดิมกลับมาได้แล้วเสียอีก...เพราะถ้าเป็แบบนั้น...”
ไคอัสหัวเราะในลำคอเบาๆแววตาเป็ประกายเย็นเยียบที่น่าขนลุก
“มันก็แย่กับข้าน่ะสิ”
. .
การเดินทางกลับจากคฤหาสน์ใหญ่มายัง"เรือนเล็ก" กินเวลาไปเกือบ 20 นาทีเต็มๆ...ไม่ใช่เพราะระยะทางมันไกลสุดขอบฟ้าแต่เป็เพราะร่างอ้วนกลมของคีลนั้นเดินเหินได้เชื่องช้าราวกับเต่าคลานอีกทั้งยังอ่อนปวกเปียกจนเหนื่อยง่าย ต้องหยุดพักหอบหายใจกลางทางหลายต่อหลายครั้ง
ครั้งล่าสุดที่เขามีสภาพน่าสมเพชแบบนี้คือตอนที่เพิ่งเริ่มหัดชกมวยใหม่ๆ สมัย 7 ขวบ... เป็ความทรงจำที่ทั้งน่าคิดถึงและน่าหงุดหงิดจนไม่อยากจะกลับไปััมันอีกครั้ง
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวทลายฟ้าก็แทบจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงนุ่มยอมแพ้ให้กับแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างราบคาบ เสียงลมหายใจหอบถี่ดัง ฮืด... ฮาด...ราวกับวาฬเกยตื้นที่กำลังขาดใจตาย ทั้งที่แค่เดินกลับบ้านแท้ๆแต่หัวใจเ้ากรรมดันเต้นรัวเหมือนเพิ่งผ่านการชกยกสุดท้ายมาหมาดๆ
และความเ็ปก็ตามมาติดๆ...กล้ามเนื้อทั่วร่างที่ไม่ได้ถูกใช้งานหนักมานานกรีดร้องระงมความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วแขนขาและแผ่นหลังจากการออกแรงเกินตัวเมื่อครู่
ทลายฟ้ากัดฟันข่มความเจ็บพลางยกมืออูมๆ ขึ้นมาพิจารณาดูรอยแดงจากการปะทะ
'โชคดีชะมัด...' เขาไม่ได้ชมตัวเอง แต่กำลังด่าตัวเองต่างหาก
ชัยชนะเหนือสามยามเฝ้าประตูเมื่อครู่ไม่ได้มาจากความเก่งกาจของร่างนี้เลยสักนิด มันมาจาก "ความประมาท"ของคู่ต่อสู้ล้วนๆ พวกนั้นมัวแต่พึ่งพาไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดไปมาราวกับเด็กเล่นขายของ ยืนร่ายเวทเป็เป้านิ่งพอโดนประชิดตัวเข้าหน่อยก็ทำอะไรไม่ถูก ป้องกันตัวไม่เป็ปล่อยช่องโหว่เบ้อเริ่มเทิ่มให้เขาโจมตีตามใจชอบ
'ถ้าไอ้พวกนั้นเป็นักสู้มือเปล่าหรือแค่เป็นักเลงข้างถนนที่ต่อยตีเป็...ป่านนี้เราคงลงไปนอนกองเป็หมูบะช่อไปแล้ว'
ทลายฟ้าตระหนักได้ในทันทีว่า"ความเก๋า" จากชาติก่อน ช่วยได้แค่เื่เทคนิคและใจสู้ แต่ถ้าร่างกายมันห่วยแตกขนาดนี้ฝีมือดีแค่ไหนก็ไร้ค่า
. .
เช้าวันรุ่งขึ้น...นรกที่แท้จริงก็มาเยือน
ทลายฟ้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดร้าวไปทุกสัดส่วนร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกรถสิบล้อทับหนึ่งครั้งแล้วยังวนทับซ้ำขยับตัวทีน้ำตาก็แทบเล็ด แค่จะลุกไปเข้าห้องน้ำยังต้องใช้ความพยายามระดับโอลิมปิก
แต่แล้ว...เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้น
เบลเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถาดที่มีแก้วน้ำสีเขียวเข้มกลิ่นฉุนกึกวางอยู่..."น้ำสกัดเนวาอัค"
ทลายฟ้าจำได้แม่นว่ามันคือไอ้น้ำขมปี๋ที่ครั้งหนึ่งเบลเคยเสิร์ฟให้เขาดื่มหลังฟื้นใหม่ๆตอนนั้นเขาจำใจกินเข้าไปเพราะทนสีหน้าออดอ้อนขอร้องของเธอไม่ได้และเมื่อกินโชว์ให้ดูพร้อมชูนิ้วโป้งพูดว่า 'กู๊ด' เธอก็ดูดีใจใหญ่โต
วันนั้นรู้สึกเหมือนกินยาชูกำลังนั่นแหละรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นแค่นั้น
วันนี้เธอยกมันมาอีกแล้ว…มันช่วยอะไรก่อนไอ้น้ำเนี่ย เรียกว่าเครื่องดื่มไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทลายฟ้าจ้องมองน้ำสีเขียวอึ๋ยในแก้วเขาทำหน้าเหยเกเหมือนเด็กโดนบังคับกินผักแต่ด้วยความที่คิดว่ามันน่าจะเป็ยาอะไรซักอย่างจึงกลั้นใจคว้าแก้วมากระดกมันลงคอไปรวดเดียวหมด
อึก... อึก...
ทันทีที่ของเหลวรสชาติเหมือนหญ้าเน่าไหลลงสู่กระเพาะความมหัศจรรย์ก็บังเกิด!
ความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆมันพุ่งตรงไปยังจุดที่กล้ามเนื้อฉีกขาดและอักเสบราวกับมีชีวิตความปวดร้าวที่เคยมีค่อยๆ ทุเลาลงอย่างรวดเร็วจนน่าใพละกำลังที่เหือดแห้งเริ่มฟื้นคืนกลับมาในระดับที่ผิดธรรมชาติ
ดวงตาของทลายฟ้าเบิกกว้างเขาลองสะบัดแขนขาดู... ความเ็ปหายไปเกือบหมด!
'... เชี่ย! นี่มันยิ่งกว่าสเตียรอยด์ผสมเวย์โปรตีนในโลกเก่าอีก!'
'น้ำบ้าอะไรวะเนี่ย ฟื้นฟูร่างกายได้โกงชะมัด!'
สัญชาตญาณนักกีฬาอาชีพของเขาทำงานทันทีในโลกก่อน การพักฟื้น คือกุญแจสำคัญของการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ต้องพักให้พอกินให้ถึง ร่างกายถึงจะพัฒนา
แต่ถ้ามีไอ้น้ำวิเศษนี่...กฎข้อจำกัดทางร่างกายก็จะพังทลาย!
เขาสามารถ"อัดโปรแกรมฝึกนรก" ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องกลัวร่างกายพังหรือ Overtraining!
ทลายฟ้ารีบคว้ามือเบลด้วยความตื่นเต้นชี้ไปที่แก้วเปล่า แล้วชี้ไปที่ดวงอาทิตย์ ทำท่าวนรอบๆเป็วงกลมเพื่อสื่อความหมายว่า
"เอาไอ้นี่มาให้ฉันทุกวัน!ห้ามขาดแม้แต่วันเดียว!"
เบลแม้จะงุนงงว่านายน้อยติดใจรสชาติขมๆนั่นไปได้อย่างไร แต่ก็ยิ้มรับและพยักหน้าแข็งขัน
"ได้เลยเ้าค่ะถ้าคุณชายชอบ เบลจะนำมาให้ดื่มทุกเช้าเลย"