ตอนที่ 159
“ไหวมั้ยสตีฟให้พาไปโรงพยาบาลหรือเปล่า” ซาร่าถามสตีฟอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรซาร่าขอแค่เกลือแร่ก็พอ” สตีฟพูดตอนนี้ใบหน้าและปากของสตีฟซีดไปหมดเนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำไปมาก
“เอางั้นก็ได้ฉันจะไปชงเกลือแร่ให้นะ ว่าแต่นายไปกินอะไรมาเนี่ยถึงถ่ายท้องหนักขนาดนี้” ซาร่าถาม
“ก็....” สตีฟยังพูดไม่ทันจบเขาก็ถูกข้าศึกโจมตีช่วงล่างอีกครั้งทำให้เขาต้องรีบลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน
ปู๊ด !! ป๊าด !! ทันทีที่สตีฟเข้าห้องน้ำไปก็มีเสียงตดดังออกมาจากในห้องน้ำ
“เฮ้อคืนนี้จะได้นอนมั้ยล่ะเนี่ยสตีฟ” ซาร่าถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปชงเกลือแร่ในครัว
ซึ่งคืนนั้นกว่าซาร่าและสตีฟจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสี่
เช้าวันต่อมา
“ฉันไปทำงานก่อนนะสตีฟถ้าไม่ไหวยังไงก็โทรหานะแล้วจะรีบกลับมา หรือจะให้ลางานดี” ซาร่าถามสตีฟ
“ไม่เป็นไรเธอไปทำงานเธอผมเองก็ค่อยยังชั่วแล้วแค่รู้สึกไม่ค่อยมีแรง ดื่มเกลือแร่เข้าไปอีกหน่อยคงดีขึ้น” สตีฟพูด
“อือ...แล้วก็สตีฟมีข้าวต้มอยู่ในครัวนะฉันอุส่าตื่นขึ้นมาทำแต่เช้ามืดกินซักหน่อยแล้วกันจะได้หายไวๆ” ซาร่าพูดก่อนจะเดินไปที่ระเบียงและเหาะออกไปทำงาน
“เฮ้อ...เลเวลตรูก็โคตรจะเยอะแต่เกือบตายเพราะขรี้แตกน่าอนาถจริงๆ” สตีฟพูดกับตัวเอง
“กินข้าวหน่อยแล้วกันชักหิวแล้วสิ” สตีฟพูดพลางค่อยๆลุกขึ้นไปที่ครัวเพื่อไปเอาข้าวต้มมากินซึ่งซาร่าอุส่าตื่นมาต้มให้แต่เช้ามืด
พรูด !! ทันทีที่สตีฟตักข้าวต้มที่ซาร่าทำให้ขึ้นมาชิมเขาก็พ่นออกมาทันที
“ทำไมข้าวต้มถึงมีรสชาติของน้ำส้มสายชูด้วยฟระ นี่เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ยซาร่า” สตีฟพูดพลางส่ายหน้า
“จะทิ้งก็เสียดายซาร่าอุส่าตื่นขึ้นมาทำทนๆกระเดือกลงไปแล้วกัน เต็มที่ก็แค่ท้องเสียอีกรอบ” สตีฟตักข้าวต้มใส่ชามก่อนจะหยิบเครื่องปรุงพวกเกลือและพริกไทยมาปรุงอีกนิดหน่อยเพื่อทำให้รสชาติเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูมันเบาบางลง
หลังจากสตีฟฝืนกินข้าวต้มจนหมดหม้อเขาก็กลับเข้าห้องไปนอนพักผ่อนทันทีสตีฟรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ปาเข้าไปบ่ายสามแล้วซึ่งที่สตีฟหลับไปหลายชั่วโมงแบบนี้ก็เพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนนั่นเอง
“อืม...นี่เรานอนจนบ่ายสามเลยเหรอเนี่ยหิวน้ำแฮะ” สตีฟลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าเป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว
เขาค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบน้ำที่อยู่ในห้องครัว
“หือนี่เรามีแรงแล้วนี่ค่อยยังชั่วแล้วสินะ” สตีฟพึ่งสังเกตุว่าตนเองพอจะมีแรงบ้างแล้ว
อึกๆๆๆ !! สตีฟหยิบน้ำออกมากระดกไปหลายอึกก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟา
“ฟู่ว...จากนี้เราจะทำอะไรต่อดีนะหรือจะถักกระเป๋าไปขายดี ไม่สิเอาไว้ก่อนตอนนี้ยังไม่ได้ขาดเงิน เราแค่อยากกระตุ้นให้คนสนใจมาใช้กระเป๋าผ้ามากขึ้นก็เท่านั้น หวังว่าจะมีบริษัทผลิตกระเป๋าบางแบรนผลิตมันออกมาขายบ้างนะหลังจากเห็นว่าเราขายได้ใบละเป็นหมื่นล้าน” สตีฟพูดพลางนึกว่าตนเองจะทำอะไรต่อไปดี
อีกด้านหนึ่ง
“เฮ้อ...วันนี้รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะหรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น” เสียงอิจิยะถอนหายใจออกมาพลางมองออกไปที่นอกหน้าต่างตอนนั้นเองจู่ๆประตูมิติก็ถูกเปิดขึ้น
วู่บ !! เสียงประตูมิติถูกเปิด
“หือ...ชีน่างั้นเหรอกำหนดการเธอควรจะกลับมาในอีกสองเดือนไม่ใช่หรือไง” อิจิยะหันกลับไปมองอย่างแปลกใจเพราะถ้าตามกำหนดการช่วงเวลานี้ชีน่าจะต้องอยู่ที่ประเทศจีน และเดือนหน้าเธอจะไปประเทศไทย ก่อนจะไปจบที่ญี่ปุ่น
แต่ก่อนที่อิจิยะจะได้สงสัยอะไรต่อจู่ๆก็มีบางอย่างพุ่งทะลุผ่านประตูมิติมาตอนแรกอิจิยะจะหลบแต่พอเห็นสิ่งที่พุ่งผ่านมาอิจิยะก็รีบพุ่งไปรับทันที
หมับ !! อิจิยะรับสิ่งที่พุ่งผ่านประตูมิติเอาไว้ได้ก่อนประตูมิติจะปิดลงทันที
“ชีน่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเธอเป็นแบบนี้ !!!” อิจิยะรีบถามทันทีเพราะสิ่งที่พุ่งผ่านประตูมิติมานั้นคือร่างของชีน่านั่นเองซึ่งร่างของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด อิจิยะเห็นที่ท้องเธอมีแผลถูกแทงแผลใหญ่แถมเลือดยังไหลไม่หยุดอีกด้วยปากและใบหน้าของเธอนั้นซีดไปหมดเพราะเสียเลือดมาก
“อิ...จิยะ....จะ จีน...แย่...” ชีน่าพยายามฝืนพูดออกมาได้เพียงเท่านั้นเธอก็หมดสติไปทันที
“เฮ่...ชีน่า !!!” อิจิยะพยายามเรียกเธอแต่ไม่ได้ผลชีน่าไม่ได้สติไม่รอช้าเขารีบพาเธอไปรักษาทันที
ปัง !! อิจิยะถีบประตูห้องออกไปก่อนจะรีบอุ้มชีน่าออกไปด้านนอกก่อนจะรีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์พาชีน่าไปส่งโรงพยาบาลทันที
ไม่นานสิบผู้ก่อตั้งคนอื่นๆก็รู้ข่าวเรื่องชีน่ากลับมาพร้อมๆกับได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ทุกคนรีบหยุดงานที่ทำและมารวมตัวกันที่โรงพยาบาลทันที
ตึกๆๆๆ !! เสียงเหล่าสิบผู้ก่อตั้งคนอื่นๆวิ่งมาก่อนจะเห็นอิจิยะนั่งหน้าเครียดอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน
“อิจิยะเกิดอะไรขึ้นฉันได้ยินมาว่าชีน่ากลับมาแล้วแถมยังบาดเจ็บ !!” นิโครถามอิจิยะ
“นั่นสิมันเกิดอะไรขึ้นชีน่าควรจะกลับมาในอีกสองเดือนไม่ใช่เหรอ”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันหรือว่าเธอโดนลอบสังหาร ???”
เหล่าสิบผู้ก่อตั้งคนอื่นๆต่างถามและคาดเดาไปต่างๆนาๆถึงสาเหตุแต่ก่อนที่อิจิยะจะได้ตอบคำถามอะไรไฟห้องฉุกเฉินก็ดับลงก่อนหมอผู้ทำการรักษาชีน่าจะเดินออกไป
พรึ่บ !! อิจิยะรีบลุกขึ้นก่อนจะปรี่เข้าไปหาหมอทันที
“หมอเป็นไงบ้างเธอปลอดภัยมั้ย !!!” อิจิยะถาม
“ยังไม่พ้นขีดอันตรายครับเธอเสียเลือดมากเกินไปแถมที่แผลดูเหมือนจะมีพิษที่เราไม่รู้จักอยู่ด้วยพิษได้แทรกซึมเข้าไปในกระแสเลือดถึงพวกเราจะถ่ายเลือดและเปลี่ยนเลือดใหม่ออกมาหมดแล้วแต่พิษก็ยังตกค้างอยู่ในอวัยวะภายใน ตอนนี้เราต้องเอาพิษที่ได้มาไปวิเคราะห์เพื่อสร้างยาแก้พิษก่อน” หมอพูดก่อนจะขอตัวเอายาแก้พิษไปส่งที่แล็บเพื่อวิเคราะห์มันและสร้างยาแก้พิษ
“บ้าน่าถูกพิษด้วยเป็นฝีมือมนุษย์ ???” นิโครอุทานออกมา
“ไม่ใช่นิโครจากแผลแล้วน่าจะเป็นฝีมือของสัตว์กลายพันธ์มากกว่า” อิจิยะผู้ที่เห็นแผลของชีน่าพูดออกมา
“สัตว์กลายพันธ์ !!!” เหล่าสิบผู้ก่อตั้งอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่าชีน่าจะพลาดท่าให้สัตว์กลายพันธ์ถึงแม้ว่าในช่วงที่เธอจะใช้สกิลไม่ได้จะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดแต่ด้วยค่าสถานะของเธอไม่มีสัตว์กลายพันธ์ตัวไหนทำอันตรายเธอได้ง่ายๆ แถมที่จีนเองก็มีฮีโร่ระดับสูงพอๆกับสิบผู้ก่อตั้งมากมายถ้าจะให้พูดให้ถูกนั้นประเทศจีนมีกำลังฮีโร่และกำลังรบมากกว่าอเมริกาเสียอีก
ครืด !! เสียงพยาบาลเข็นเตียงของชีน่าออกมาสภาพของชีน่าที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนั้นเต็มไปด้วยผ้าพันแผล
เหล่าสิบผู้ก่อตั้งทุกคนต่างเดินตามเตียงของชีน่าไปจนถึงห้องฉุกเฉินพวกเขามองดูเธออยู่นอกห้องฉุกเฉิน
“ทุกคนกลับไปทำงานต่อเถอะแล้วจัดเวรมาเฝ้าเธอกัน มาออกันอยู่ที่โรงพยาบาลแบบนี้ก็ไม่ช่วยอะไร” อิจิยะเอ่ยปากหลังจากเห็นทุกคนยังไม่ยอมไปไหนหรือพูดอะไร
“วันนี้ฉันจะเฝ้าให้ก่อนแล้วกันงานฉันเสร็จหมดแล้ว” สิบผู้ก่อตั้งคนหนึ่งอาสาเฝ้าชีน่าเป็นคนแรกก่อนคนอื่นๆจะค่อยทยอยกันกลับไปจนเหลือแค่อิจิยะ
“นายไปไม่กลับไปทำงานเหรออิจิยะ” สิบผู้ก่อตั้งคนที่อาสาเฝ้าถาม
“กำลังจะกลับนี่แหละแค่กำลังคิดถึงคำพูดสุดท้ายของชีน่า เธอกำลังจะพูดอะไรกันแน่น่ะ” อิจิยะพูด
“คำพูดสุดท้าย ???”
“ใช่ก่อนเธอจะหมดสติไปเธอพูดว่า จีน..แย่ ฉันกำลังคิดว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีกับประเทศจีนอยู่น่ะสิ” อิจิยะพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เกิดเรื่องไม่ดีที่จีนงั้นเหรอเป็นไปได้ด้วยเหรอถ้าเทียบกับคนและกำลังรบแล้วจีนมีมากกว่าเราอีกนะ” สิบผู้ก่อตั้งคนนั้นบอก
“มากกว่าแล้วยังไงล่ะ เพราะยังไงโลกในตอนนี้พวกสัตว์กลายพันธ์ก็แข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี” อิจิยะพูดทิ้งท้ายก่อนจะค่อยเดินจากไป
บางทีจีนอาจจะโดนสัตว์กลายพันธ์ระดับสูงโจมตีก็ได้หลังจากผ่านมาสิบปีในที่สุดพวกสัตว์กลายพันธ์ก็เริ่มขยายอาณาเขตแล้ว สังเกตุได้จากเม็กซิโกที่มีเต่ายักษ์กาเมร่านั่นบุกขึ้นมา แถมเร็วๆนี้พวกมังกรดำนั่นก็พึ่งจะตื่นขึ้นมาจากการจำศีลอีก เรื่องที่เม็กซิโกถ้าไม่ได้คุณสตีฟล่ะก็ไม่แน่บางทีอเมริกาอาจจะเหลือแค่ชื่อไปแล้วก็ได้ ส่วนเรื่องมังกรดำเราก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะออกมาจากที่เยลโล่สโตนเมื่อไหร่พวกมันน่ะเหมือนกับระเบิดเวลา เราต้องรีบออกนโยบายให้ฮีโร่ทุกคนเร่งพัฒนาฝีมือและเลเวลขึ้นอีกอย่างน้อยๆก็ควรจะรับมือกับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อยขึ้นไปได้ ทุกวันนี้มีคนที่สามารถรับมือกับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อยได้เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นในอเมริกา อิจิยะครุ่นคิด
อิจิยะนั้นคิดเรื่องนี้อยู่ในใจเขามาสักพักใหญ่แล้วเพราะถ้าอ้างอิงจากธรรมชาติของสัตว์ล่ะก็พฤติกรรมที่เด่นที่สุดของพวกมันก็คือย้ายถิ่นฐานหรือขยายอาณาเขตนั่นเอง
และยิ่งพอมีสัตว์กลายพันธ์ระดับสูงๆมาอยู่ในอาณาเขตเดิมของตนล่ะก็ตัวที่อ่อนแอกว่าหรือสัตว์กลายพันธ์ที่เลเวลน้อยกว่านั้นก็จะรีบย้ายที่อยู่ใหม่ทันทียกตัวอย่างก็ที่อุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตนยังไงล่ะ พอพวกมังกรดำตื่นขึ้นมายึดภายในอุทยานไป เหล่าสัตว์กลายพันธ์ที่เดิมเคยอยู่ในอุทยานพวกมันก็ย้ายออกมาด้านนอกจนตอนนี้อเมริกาได้เสียรัฐทั้งสามรัฐที่เคยเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตนไปแล้ว
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
อิจิยะยังนั่งทำงานของตนอยู่ในห้องที่ทำเนียบขาวตอนนั้นเองมือถือของเขาก็มีสายโทรเข้ามาเขารีบรับทันทีและทันทีที่เขารับสายเขาก็รีบลุกขึ้นพรวดก่อนจะวิ่งออกไปและมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลทันที
ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลเขาก็รีบไปที่ห้องที่ชีน่านอนพักรักษาตัวอยู่ทันทีพิษที่ชีน่าได้รับนั้นถูกหมอรักษาไปเมื่อสองวันก่อนแต่เนื่องจากพิษมันแทรกซึมในอวัยวะนานเกินไปทำให้เธอยังไม่ฟื้น
ครืด !! อิจิยะเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเห็นสิบผู้ก่อตั้งคนอื่นๆยืนอยู่เต็มห้องไปหมดที่เตียงเขาเห็นชีน่ากำลังลืมตาตื่นและกำลังคุยกับนิโครอยู่
“ฟื้นแล้วสินะโล่งอกไปที” อิจิยะถอนหายใจออกมาพลางอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้หลายวันมานี้เขาและคนอื่นๆเครียดอยู่ตลอดเวลาเพราะชีน่านั้นอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะตอนที่ยังถอนพิษไม่ได้นั้นหัวใจของเธอหยุดเต้นไปสองรอบเลยทีเดียว
“มาแล้วเหรออิจิยะมานี่สิฉันจะได้เล่าเรื่องทั้งหมด นายจะได้คิดว่าจะเอายังไงต่อ” ชีน่าพูดพลางเรียกอิจิยะมาใกล้ๆเตียง
“อืม...มันเกิดอะไรขึ้นชีน่าเธอได้รับบาดเจ็บได้ยังไง และที่เธอพูดก่อนหมดสติที่บอกว่าจีนแย่แล้วนั่น มันหมายความว่ายังไง” อิจิยะเดินเข้ามาถาม
“เอาล่ะทุกคนฟังให้ดีนะเรื่องที่ฉันจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง” ชีน่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทันทีเธอสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดออกมาเพียงประโยคเดียวซึ่งประโยคที่เธอพูดนั้นทำให้สิบผู้ก่อตั้งที่อยู่ในห้องนั้นตะลึกกันไปหมด
“ประเทศจีนล่มสลายแล้ว !!!!”
จบ...