ยืมเพื่อนมาเป็นผัว (NC20+)

    #15 ความพยายามของแต่ละคน

            "เหมียวรู้จักร้านนี้ด้วยเหรอ?"

            "ไม่เคยมาหรอกค่ะ แต่เพื่อนบอกว่าร้านนี้อร่อยและอยู่ใกล้ที่พักของรันพอดีเลยอยากลองแวะมา รันไม่ชอบที่นี่เหรอคะ?"

            "เปล่าหรอก มันก็แค่... ช่างมันเหอะ"


            ศรัณย์อิดออดเมื่อโดนเหมียวควงแขนคะยั้นคะยอชวนออกมาทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เขาแอบเป็นกังวลอยู่บ้างคือเธอลากเขามายืนอยู่หน้าร้านอาหารที่ริสาชอบมาทานเป็นประจำ เขาลังเลอยู่พักหนึ่งแต่ก็จำยอมเดินพาเหมียวเข้าไปข้างในโดยคิดว่ามันคงไม่บังเอิญขนาดนั้น แต่พอเข้าไปก็พบสาวสวยคนที่คุ้นหน้าคุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว เธอพูดทักเขาก่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา


            "ว่าไง.. เหมือนไม่ได้เจอกันนานเลยนะเพื่อน"

            "ริสา.."


            เขายืนนิ่งมองดูริสานั่งอยู่กับผู้ชายอีกคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ชายคนนั้นดูเป็นผู้ใหญ่แต่งตัวดีตั้งแต่หัวจรดเท้าแถมยังหล่อเหลาเอาการทำให้เข้าใจได้ไม่ยากว่าเขาคนนั้นคงไม่ใช่แค่เพื่อนปกติ และเก้าอี้ตรงนั้นที่เขามักจะนั่งเป็นเพื่อนริสาอยู่เสมอแต่ตอนนี้มีคนอื่นนั่งแทนที่ไปแล้วนั่นทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างช่วยไม่ได้


            แต่ในเมื่อเขาก็ยังยืนจับมือเหมียวอยู่ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือยิ้มรับกับทางที่ตัวเองเลือก


            "มากินข้าวกับเหมียวเหรอรัน.. พัฒนาเร็วดีนี่"

            "อะ-อืม.. กูไปก่อนนะ"

            "ไม่ๆ มานั่งด้วยกันสิ คนกันเองจะไปนั่งแยกทำไม"

            "เพื่อนเหรอครับน้องสา"

            "ใช่ค่ะ เพื่อนสาเอง.. เพื่อนทั้งสองคนเลย" เธอจิกตามองทั้งคู่ด้วยสายตาดุทำให้ศรัณย์รีบเบี่ยงหน้าหลบ

            "งั้นมานั่งด้วยกันสิครับ จะได้คุยกันสนุกๆ"


            พี่เอกยิ้มอย่างเป็นมิตรแล้วลุกขึ้นเปลี่ยนไปนั่งคู่กับริสาเพื่อชวนให้พวกเขานั่งฝั่งตรงข้าม


            "ไม่ๆ ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวผม.."

            "มึงคง.. ไม่ได้ตั้งใจจะหลบหน้ากูใช่มั้ย?"

            "......ก็ได้ ...ป่ะเหมียว กินข้าวด้วยกัน"


            ริสาถามจี้ด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้ศรัณย์ยอมพาเหมียวนั่งลงฝั่งตรงข้าม แม้เขาจะพยายามไม่มองหน้าริสาแต่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงของเธอที่เสียบเข้ามาถึงข้างในใจจนคิดหาคำพูดไม่ออก บรรยากาศหนักๆ ในโต๊ะอาหารทำให้ทุกคนเริ่มอึดอัดแต่โชคยังดีที่มีพี่เอกช่วยเปิดบทสนทนาให้สดใสขึ้น


            "อยากกินอะไรสั่งเลยนะครับน้องๆ เดี๋ยวพี่ดูแลให้.. พี่เอกนะครับ พี่เป็น.."

            "คนคุยกูเองแหละ" ริสาพูดตัดบทเสริมขึ้นมาแบบนั้นทำให้พี่เอกหันขวับไปมองเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง

            "อืม...... ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมศรัณย์.. แล้วนี่ก็เหมียว...... คนคุยเหมือนกัน"

            "เหรอ...... เพิ่งรู้นะเนี่ย" ริสาพูดออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบและยังพยายามปั้นหน้าเป็นปกติ


            ส่วนเหมียวก็หันไปเช็คอาการของศรัณย์ด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอรู้ว่าริสากำลังวางแผนทำอะไรถึงได้โทรมาขอให้ช่วยดึงเขามากินข้าวที่นี่ และเธอก็รู้ดีว่าควรอยู่ตรงจุดไหนระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขาเลยพยายามอยู่เงียบๆ ปล่อยให้ศรัณย์ได้จัดการความรู้สึกของตัวเองอย่างที่เขาขอไว้


            มื้ออาหารดำเนินต่อไปตามปกติโดยที่ริสาและศรัณย์แทบจะไม่มองหน้ากันเลย จากเพื่อนสนิทที่เคยคุยกันได้ทุกเรื่องตอนนี้เหมือนแต่ละคนก็คิดหาคำพูดมาคุยกันไม่ได้ สักพักก็มีสายเรียกเข้าโทรศัพท์ของพี่เอกทำให้เขาขอตัวลุกออกไปคุยธุระข้างนอกร้าน ศรัณย์เลยหันไปกระซิบคุยกับเหมียวส่งให้เธอขอลุกไปเข้าห้องน้ำเช่นกัน พอเหลือกันอยู่แค่สองคนทั้งคู่ก็กลับมามองหน้ากันได้เสียที


            "มึงสบายดีนะสา"

            "เหอะ.. พูดยังกับไม่ได้เจอกันเป็นปี"

            "นั่นสิ.. ไม่ได้คุยกับมึงแค่อาทิตย์เดียวทำไมรู้สึกเหมือนนานจังวะ"

            "ใช่ แค่อาทิตย์เดียว.. แต่แค่อาทิตย์เดียวมึงก็หาเมียได้แล้วไง.. เก่งดีนี่"

            "......กูไม่มีอะไรจะแก้ตัวหรอกนะ"

            "แล้วคิดว่ากูอยากฟังรึไง.. กูจะไม่สนอะไรเลยถ้าคนที่มึงเลือกไม่ใช่อีเหมียว.. มึงสติดีอยู่รึเปล่าวะรัน มึงมองไม่ออกรึไงว่าอีเหมียวมัน.."

            "มึงรักกูบ้างมั้ยสา.. เคยมีความคิดอยากเป็นแฟนกับกูจริงๆ บ้างรึเปล่า.."

            "........."

            "ที่ผ่านมากูยังไม่ชัดเจนกับมึงมากพออีกเหรอ.. กูบอกรักมึงทุกปี กูขอมึงเป็นแฟนทุกวันเกิดที่เราไปฉลองด้วยกัน แต่มึงก็ทำหัวเราะบอกปัดความรู้สึกกูทิ้งเหมือนเดิมซ้ำๆ.. กูอาจจะยิ้มรับมันแต่ข้างในมันเจ็บนะสา.. หรือกูต้องร้องไห้ให้มึงเห็นว่ากูก็รู้สึกเป็นเหมือนกัน"

            "รัน..."

            "กูไม่ได้รักเหมียวเลยสักนิด แต่กูจะพยายาม.. กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้.. แล้วเมื่อไหร่ที่กูลืมมึงได้จริงๆ เราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันไปอีกหลายสิบปีอย่างที่มึงต้องการ"


            จากที่ริสาตั้งใจมาวันนี้เพื่อจะทำให้เขาเป็นฝ่ายต้องรู้สึกแย่ แต่คำสารภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์เจ็บปวดและใบหน้าที่กำลังกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิตของศรัณย์ทำให้เธอพูดไม่ออก เธอเห็นสภาพที่แตกสลายขนาดนี้ของเขาเป็นครั้งแรกก็เข้าใจแล้วว่ากำลังจะเสียเขาไปตลอดกาล.. แต่เธอยังแก้ไขมันได้ ขอแค่พูดมันออกไปให้ชัดๆ ตอนนี้เดี๋ยวนี้.. พอคิดแบบนั้นเธอก็..


            "รันกูขอ.."

            "คุยกันถึงไหนแล้วครับน้องสา โทษทีนะพี่คุยธุระนานไปหน่อย.. น้องรันอยากสั่งอะไรทานเพิ่มอีกไหมครับ?"

            "...ไม่แล้วครับพี่เอก ขอบคุณมากนะครับ"

            "อื้ม ไม่เป็นไร.. งั้นเรากลับกันเลยไหมน้องสา"

            "...ค่ะ"


            พี่เอกเดินเลี่ยงออกไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย ส่วนเหมียวที่แอบมองอยู่ไกลๆ พอเห็นพวกเขาคุยกันจบแล้วก็ตามกลับเข้าไปสมทบทำให้ริสาไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว ทุกคนพากันเดินออกจากร้านไปถึงลานจอดรถ ศรัณย์กับริสามองกันเงียบๆ โดยไม่มีใครกล้าพูดอะไร และก่อนที่เธอจะขึ้นรถพี่เอกเขาก็บอกลาส่งท้าย


            "ผมฝากริสาด้วยนะครับพี่เอก"

            "ได้สิ ไม่ต้องห่วงนะ"


            นั่นทำให้ริสารู้สึกเจ็บปวดข้างในขึ้นมาเหมือนกันแต่ก็ทำได้เพียงมองเขาเดินไปกับเหมียว รถทั้งสองคันออกจากร้านโดยเลี้ยวหันหัวไปคนละทาง ริสานั่งเงียบบิดหน้าหันมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยโดยแอบซ่อนน้ำตาไว้ข้างใน ปล่อยให้พี่เอกพูดคุยกับเธอเหมือนเป็นเสียงลมที่ผ่านเข้าหู


            "น้องสา...... ริสา.. ได้ยินรึเปล่าครับ"

            "หะ-หือ?.. พี่เอกว่าไงนะคะ"

            "ใจลอยถึงไหนครับเนี่ย.. พี่ถามว่าเพื่อนน้องสาเค้าเป็นอะไรรึเปล่า ดูหน้าเศร้าๆ.. ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าครับ"

            "อ๋อ.. เปล่าค่ะ.. ไม่มีอะไร.."

            "อืมมม.. งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเลยนะ หรือน้องสาอยากไปเที่ยวที่ไหนก่อนไหม?"


            ..กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้..

            ..กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้..

            ..กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้..

            คำพูดของศรัณย์ยังดังก้องซ้ำๆ ในหัวริสาอยู่แบบนั้น เธอกัดฟันแน่นพยายามไม่ให้ตัวเองต้องร้องไห้ พูดในลำคอเบาๆ ด้วยความทนไม่ไหว


            "คิดว่าตัวเองพยายามอยู่คนเดียวรึไง.."

            "หือ? น้องสาพูดว่าอะไรนะครับ"

            "สายังไม่อยากกลับห้องค่ะ"

            "อ๋อ ได้สิ.. งั้นอยากไป.."

            "พาสาไปที่ห้องพี่เอกได้ไหมคะ..."