"เหมียวรู้จักร้านนี้ด้วยเหรอ?"
"ไม่เคยมาหรอกค่ะ แต่เพื่อนบอกว่าร้านนี้อร่อยและอยู่ใกล้ที่พักของรันพอดีเลยอยากลองแวะมา รันไม่ชอบที่นี่เหรอคะ?"
"เปล่าหรอก มันก็แค่... ช่างมันเหอะ"
ศรัณย์อิดออดเมื่อโดนเหมียวควงแขนคะยั้นคะยอชวนออกมาทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เขาแอบเป็นกังวลอยู่บ้างคือเธอลากเขามายืนอยู่หน้าร้านอาหารที่ริสาชอบมาทานเป็นประจำ เขาลังเลอยู่พักหนึ่งแต่ก็จำยอมเดินพาเหมียวเข้าไปข้างในโดยคิดว่ามันคงไม่บังเอิญขนาดนั้น แต่พอเข้าไปก็พบสาวสวยคนที่คุ้นหน้าคุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว เธอพูดทักเขาก่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ว่าไง.. เหมือนไม่ได้เจอกันนานเลยนะเพื่อน"
"ริสา.."
เขายืนนิ่งมองดูริสานั่งอยู่กับผู้ชายอีกคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ชายคนนั้นดูเป็นผู้ใหญ่แต่งตัวดีตั้งแต่หัวจรดเท้าแถมยังหล่อเหลาเอาการทำให้เข้าใจได้ไม่ยากว่าเขาคนนั้นคงไม่ใช่แค่เพื่อนปกติ และเก้าอี้ตรงนั้นที่เขามักจะนั่งเป็นเพื่อนริสาอยู่เสมอแต่ตอนนี้มีคนอื่นนั่งแทนที่ไปแล้วนั่นทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างช่วยไม่ได้
แต่ในเมื่อเขาก็ยังยืนจับมือเหมียวอยู่ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือยิ้มรับกับทางที่ตัวเองเลือก
"มากินข้าวกับเหมียวเหรอรัน.. พัฒนาเร็วดีนี่"
"อะ-อืม.. กูไปก่อนนะ"
"ไม่ๆ มานั่งด้วยกันสิ คนกันเองจะไปนั่งแยกทำไม"
"เพื่อนเหรอครับน้องสา"
"ใช่ค่ะ เพื่อนสาเอง.. เพื่อนทั้งสองคนเลย" เธอจิกตามองทั้งคู่ด้วยสายตาดุทำให้ศรัณย์รีบเบี่ยงหน้าหลบ
"งั้นมานั่งด้วยกันสิครับ จะได้คุยกันสนุกๆ"
พี่เอกยิ้มอย่างเป็นมิตรแล้วลุกขึ้นเปลี่ยนไปนั่งคู่กับริสาเพื่อชวนให้พวกเขานั่งฝั่งตรงข้าม
"ไม่ๆ ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวผม.."
"มึงคง.. ไม่ได้ตั้งใจจะหลบหน้ากูใช่มั้ย?"
"......ก็ได้ ...ป่ะเหมียว กินข้าวด้วยกัน"
ริสาถามจี้ด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้ศรัณย์ยอมพาเหมียวนั่งลงฝั่งตรงข้าม แม้เขาจะพยายามไม่มองหน้าริสาแต่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงของเธอที่เสียบเข้ามาถึงข้างในใจจนคิดหาคำพูดไม่ออก บรรยากาศหนักๆ ในโต๊ะอาหารทำให้ทุกคนเริ่มอึดอัดแต่โชคยังดีที่มีพี่เอกช่วยเปิดบทสนทนาให้สดใสขึ้น
"อยากกินอะไรสั่งเลยนะครับน้องๆ เดี๋ยวพี่ดูแลให้.. พี่เอกนะครับ พี่เป็น.."
"คนคุยกูเองแหละ" ริสาพูดตัดบทเสริมขึ้นมาแบบนั้นทำให้พี่เอกหันขวับไปมองเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง
"อืม...... ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมศรัณย์.. แล้วนี่ก็เหมียว...... คนคุยเหมือนกัน"
"เหรอ...... เพิ่งรู้นะเนี่ย" ริสาพูดออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบและยังพยายามปั้นหน้าเป็นปกติ
ส่วนเหมียวก็หันไปเช็คอาการของศรัณย์ด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอรู้ว่าริสากำลังวางแผนทำอะไรถึงได้โทรมาขอให้ช่วยดึงเขามากินข้าวที่นี่ และเธอก็รู้ดีว่าควรอยู่ตรงจุดไหนระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขาเลยพยายามอยู่เงียบๆ ปล่อยให้ศรัณย์ได้จัดการความรู้สึกของตัวเองอย่างที่เขาขอไว้
มื้ออาหารดำเนินต่อไปตามปกติโดยที่ริสาและศรัณย์แทบจะไม่มองหน้ากันเลย จากเพื่อนสนิทที่เคยคุยกันได้ทุกเรื่องตอนนี้เหมือนแต่ละคนก็คิดหาคำพูดมาคุยกันไม่ได้ สักพักก็มีสายเรียกเข้าโทรศัพท์ของพี่เอกทำให้เขาขอตัวลุกออกไปคุยธุระข้างนอกร้าน ศรัณย์เลยหันไปกระซิบคุยกับเหมียวส่งให้เธอขอลุกไปเข้าห้องน้ำเช่นกัน พอเหลือกันอยู่แค่สองคนทั้งคู่ก็กลับมามองหน้ากันได้เสียที
"มึงสบายดีนะสา"
"เหอะ.. พูดยังกับไม่ได้เจอกันเป็นปี"
"นั่นสิ.. ไม่ได้คุยกับมึงแค่อาทิตย์เดียวทำไมรู้สึกเหมือนนานจังวะ"
"ใช่ แค่อาทิตย์เดียว.. แต่แค่อาทิตย์เดียวมึงก็หาเมียได้แล้วไง.. เก่งดีนี่"
"......กูไม่มีอะไรจะแก้ตัวหรอกนะ"
"แล้วคิดว่ากูอยากฟังรึไง.. กูจะไม่สนอะไรเลยถ้าคนที่มึงเลือกไม่ใช่อีเหมียว.. มึงสติดีอยู่รึเปล่าวะรัน มึงมองไม่ออกรึไงว่าอีเหมียวมัน.."
"มึงรักกูบ้างมั้ยสา.. เคยมีความคิดอยากเป็นแฟนกับกูจริงๆ บ้างรึเปล่า.."
"........."
"ที่ผ่านมากูยังไม่ชัดเจนกับมึงมากพออีกเหรอ.. กูบอกรักมึงทุกปี กูขอมึงเป็นแฟนทุกวันเกิดที่เราไปฉลองด้วยกัน แต่มึงก็ทำหัวเราะบอกปัดความรู้สึกกูทิ้งเหมือนเดิมซ้ำๆ.. กูอาจจะยิ้มรับมันแต่ข้างในมันเจ็บนะสา.. หรือกูต้องร้องไห้ให้มึงเห็นว่ากูก็รู้สึกเป็นเหมือนกัน"
"รัน..."
"กูไม่ได้รักเหมียวเลยสักนิด แต่กูจะพยายาม.. กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้.. แล้วเมื่อไหร่ที่กูลืมมึงได้จริงๆ เราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันไปอีกหลายสิบปีอย่างที่มึงต้องการ"
จากที่ริสาตั้งใจมาวันนี้เพื่อจะทำให้เขาเป็นฝ่ายต้องรู้สึกแย่ แต่คำสารภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์เจ็บปวดและใบหน้าที่กำลังกลั้นน้ำตาอย่างสุดชีวิตของศรัณย์ทำให้เธอพูดไม่ออก เธอเห็นสภาพที่แตกสลายขนาดนี้ของเขาเป็นครั้งแรกก็เข้าใจแล้วว่ากำลังจะเสียเขาไปตลอดกาล.. แต่เธอยังแก้ไขมันได้ ขอแค่พูดมันออกไปให้ชัดๆ ตอนนี้เดี๋ยวนี้.. พอคิดแบบนั้นเธอก็..
"รันกูขอ.."
"คุยกันถึงไหนแล้วครับน้องสา โทษทีนะพี่คุยธุระนานไปหน่อย.. น้องรันอยากสั่งอะไรทานเพิ่มอีกไหมครับ?"
"...ไม่แล้วครับพี่เอก ขอบคุณมากนะครับ"
"อื้ม ไม่เป็นไร.. งั้นเรากลับกันเลยไหมน้องสา"
"...ค่ะ"
พี่เอกเดินเลี่ยงออกไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย ส่วนเหมียวที่แอบมองอยู่ไกลๆ พอเห็นพวกเขาคุยกันจบแล้วก็ตามกลับเข้าไปสมทบทำให้ริสาไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว ทุกคนพากันเดินออกจากร้านไปถึงลานจอดรถ ศรัณย์กับริสามองกันเงียบๆ โดยไม่มีใครกล้าพูดอะไร และก่อนที่เธอจะขึ้นรถพี่เอกเขาก็บอกลาส่งท้าย
"ผมฝากริสาด้วยนะครับพี่เอก"
"ได้สิ ไม่ต้องห่วงนะ"
นั่นทำให้ริสารู้สึกเจ็บปวดข้างในขึ้นมาเหมือนกันแต่ก็ทำได้เพียงมองเขาเดินไปกับเหมียว รถทั้งสองคันออกจากร้านโดยเลี้ยวหันหัวไปคนละทาง ริสานั่งเงียบบิดหน้าหันมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยโดยแอบซ่อนน้ำตาไว้ข้างใน ปล่อยให้พี่เอกพูดคุยกับเธอเหมือนเป็นเสียงลมที่ผ่านเข้าหู
"น้องสา...... ริสา.. ได้ยินรึเปล่าครับ"
"หะ-หือ?.. พี่เอกว่าไงนะคะ"
"ใจลอยถึงไหนครับเนี่ย.. พี่ถามว่าเพื่อนน้องสาเค้าเป็นอะไรรึเปล่า ดูหน้าเศร้าๆ.. ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าครับ"
"อ๋อ.. เปล่าค่ะ.. ไม่มีอะไร.."
"อืมมม.. งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเลยนะ หรือน้องสาอยากไปเที่ยวที่ไหนก่อนไหม?"
..กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้..
..กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้..
..กูจะลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีมึงในใจให้ได้..
คำพูดของศรัณย์ยังดังก้องซ้ำๆ ในหัวริสาอยู่แบบนั้น เธอกัดฟันแน่นพยายามไม่ให้ตัวเองต้องร้องไห้ พูดในลำคอเบาๆ ด้วยความทนไม่ไหว
"คิดว่าตัวเองพยายามอยู่คนเดียวรึไง.."
"หือ? น้องสาพูดว่าอะไรนะครับ"
"สายังไม่อยากกลับห้องค่ะ"
"อ๋อ ได้สิ.. งั้นอยากไป.."
"พาสาไปที่ห้องพี่เอกได้ไหมคะ..."