บทที่ 2 ตอนที่ 1 โลกอีกใบ
ทันทีที่ทากีร่าได้เอ่ยปากออกไปหัวใจของเคนจิสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะตั้งสติลุกขึ้นจากที่นอนพร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วทำให้หลิน้อยตื่นจากการหลับใหลทันที หลินน้อยขยี้ตาเบาๆ พร้อมกับบิดขี้เกียจด้วยอาการเหนื่อยล้า ก่อนจะหันไปเห็นทากีร่าและมามอนที่หน้าประตู จึงรีบคว้าผ้าห่มมาปิดบังเรือนร่างของนางไว้ทันที ซึ่งในตอนนั้นเองที่มังกรดินกำลังวิ่งมาที่ห้องเคนจิพร้อมกับท่าทีที่กระหืดกระหอบ
“ทากีร่าใจเย็นๆ ก่อนอาจจะเป็นบั๊คของเกมก็ได้ มังกรดินเจ้ามีอะไร?”
“แฮะ แฮะ!! นายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ท่านออกไปดูที่หน้าโรงแรมเองดีกว่า”
เคนจิรีบพุ่งทะยานออกไปอยากรวดเร็วพร้อมกับทากีร่าและมามอนที่ตามมาติดๆ เมื่อเปิดประตูโรงแรมออกไปก็เจอกับผู้คนเป็นจำนวนมาก ก่อนที่เคนจิจะแทรกตัวออกไปแล้วมองเห็นภาพที่เบื้องหน้า ดวงตาของเคนจิก็เบิกโพลงกว้างพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า เพราะรอบๆ โรงแรมนั้นปรากฏลาวาที่ร้อนแรงไหลไปทั่วทั้งเมือง บ้านต้นไม้ของชาวเมืองต่างถูกลาวาเผาไหม้จนแทบไม่เหลือซาก เมื่อสังเกตดีๆ จะพบเห็นโครงกระดูกของคนที่กำลังถูกลาวาหลอมละลายอย่างช้าๆ ทำให้มีกลิ่นไหม้ของเนื้อลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ
“เอื๊อก!!”
เสียงกลืนน้ำลายของทากีร่าดังสนั่น ถ้าหากไม่เพราะเคนจิกางบาเรียป้องกันโรงแรมไว้ ศพที่ถูกลาวาหลอมละลายไปอาจจะเป็นหนึ่งในพวกเขา เคนจิเดินถอยหลังกลับเข้าไปในโรงแรมก่อนจะมานั่งที่โต๊ะอาหารใจกลางห้อง พร้อมกับทากีร่าและมามอนที่เดินตามมานั่งอยู่ข้าง แล้วเคนจิก็พูดบางอย่างออกมาทำให้มามอนตกใจถึงขีดสุด
“มามอนช่วยต่อยฉันที ไม่ต้องออมแรงนะเอาให้เต็มที่ไปเลย”
“แต่ว่า...”
“ฉันบอกให้ต่อยก็ต่อยซิ!!!”
“เปรี้ยงง!!!”
“โครมม!!!”
เสียงปะทะดังสนั่นร่างของเคนจิกระแทกไปกับพื้นอย่างรุนแรง มามอนซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของเคนจิโดยที่ไม่ได้ออมแรงแต่อย่างใด เมื่อทากีร่าเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเคนจิทันทีพร้อมกับตวาดใส่มามอนเสียงดังลั่น
“มามอน! นายลงมือหนักเกินไปแล้วนะ”
“ก็เคนจิ...บอกให้ฉันซัดเต็มแรงนี่! เธอคิดว่าฉันอยากทำหรือไงกัน!”
“ฉันไม่เป็นไรทากีร่า แค่กๆ ! อยากน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้ว่ามันคือความเจ็บปวดจริงๆ”
“ความเจ็บปวดจริงๆ?”
“ถูกต้อง มันเหมือนกับว่าเจ็บจริงๆ อย่างกับตอนที่ไม่ได้เล่นเกมเลย”
“หา!!! แล้วอย่างนี้ถ้าตายล่ะ พวกเราจะกลับมาฟื้นหรือเปล่า?”
“ฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ก็อย่าตายแล้วกันต่อไปต้องระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น สิ่งที่เราขาดมากที่สุดตอนนี้คือข้อมูล มังกรดิน!”
“ข้าอยู่ที่นี่แล้วนายท่าน”
“ไปหาข่าวสารมาให้มากที่สุดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ครับ นายท่าน”
เมื่อได้รับคำสั่งมังกรดินก็พุ่งทะยานออกไปทางหน้าต่างของโรงแรมทันที เพื่อไปหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เคนจินั่งรอมังกรดินอย่างใจจดใจจ่อก่อนจะลุกขึ้นเดินวนเวียนไปมาอยู่หลายรอบเพื่อขบคิดอะไรบางอย่าง ในขณะที่มังกรดินกำลังหาข่าวสารอยู่นั้น โดยใช้เวลาบินมานานกว่าครึ่งวัน ก็มาถึงลานกว้างแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนรวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งใจกลางของกลุ่มคนนั้นมีชายหนุ่มสวมหน้ากากผู้หนึ่งกำลังร้องประกาศเชิญชวนผู้เล่นมาร่วมกันพิชิตหอคอย ในตอนแรกนั้นมังกรดินไม่ได้สนใจจะฟังคำเชิญชวนของมันและเตรียมจะออกไปหาข้อมูลต่อ แต่แล้วคำพูดคำหนึ่งของมันก็ทำให้มังกรดินหยุดชะงักและปรากฏแววตาที่โกรธเคืองออกมา
“ข้าคือจอมปีศาจริชเตอร์ ข้าคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ หากพวกเจ้าอยากมีชีวิตรอดจากโลกที่โหดร้ายใบนี้ขอให้พวกเจ้าทุกคนจงมาอยู่ใต้อาณัติของข้า โดยที่ผู้ที่จะเข้าร่วมกับข้าทุกคนต้องจ่ายเหรียญทองจำนวนหนึ่งหมื่นเหรียญ แล้วข้าจะนำพาพวกเจ้าพิชิตหอคอยแล้วกลับไปยังโลกใบเดิม ใครจะร่วมมือกับข้าให้ไปลงชื่อที่โต๊ะด้านข้างพร้อมกับเหรียญทอง และที่สำคัญข้าจะรับคนเพียงแค่วันนี้เท่านั้น!”
ฝูงชนต่างแตกฮือวิ่งไปยังจุดลงชื่อพร้อมกับถุงเหรียญทองเป็นจำนวนมาก ชื่อของจอมปีศาจริชเตอร์โด่งดังไปทั่วทั้งเกมว่าเขาคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด หากได้ฝากชีวิตไว้ที่เขาไม่แน่อาจจะสามารถออกไปจากเกมได้ ดวงตาของมังกรดินแดงก่ำราวกับสายเลือดด้วยความโกรธเคือง เมื่อมีคนแอบอ้างชื่อของนายตนเองมาหาผลประโยชน์ ก่อนจะพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วพร้อมกับกุ่มขวานผ่าพิภพในมือแน่นขนัด คว้าจับคอของชายในหน้ากากกระแทกกับพื้นจนดังสนั่น
“ตูมม!!!”
กลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณท่ามกลางความแตกตื่นของผู้คน เมื่อกลุ่มควันได้สลายหายไปปรากฏร่างของมังกรดินที่กำลังเหยียบร่างของชายสวมหน้ากากจมลงไปกับพื้น ฝูงชนต่างตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ชายที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดกำลังจมอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคนแปลกหน้า พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันฝ่าเท้าของมังกรดินออกจากตัว พร้อมกับตะโกนออกไปเสียงดังสนั่น
“เจ้าเป็นใคร! กล้าดียังไงมาหาเรื่องข้า หากเจ้าไม่อยากตายจงรีบไปซะในขณะที่ข้ายังอารมณ์ดีอยู่!”
“หึหึหึ!! ฮ่าฮ่าฮ่า!!! ขนาดอยู่ใต้ฝ่าเท้าข้า เจ้ายังอารมณ์ดีได้ขนาดนี้ ช่างเป็นจอมปีศาจที่จิตใจดีเหลือเกิน เจ้าประกาศตัวเองเป็นจอมปีศาจริชเตอร์แต่เจ้ากลับจำข้าไม่ได้ยังงั้นรึ?”
“ข้าสังหารพวกปีศาจมานับพันนับหมื่นตัว ข้าจำไม่ได้หรอกว่ามีศัตรูที่ไหนบ้าง แล้วเจ้าเป็นใคร?”
“ข้าคือคนที่สักวันหนึ่งจะล้างแค้นเจ้าให้ได้ แล้ววันนั้นก็มาถึง!!! ตายซะเถอะจอมปีศาจ!!”
มังกรดินชูขวานผ่าพิภพขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับคลื่นพลังที่อัดแน่นอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัวแล้วเริ่มถอยหนี ดวงตาของชายหนุ่มสวมหน้ากากเบิกโพลงกว้างพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากฝ่าเท้าของมังกรดินแต่ก็ไม่สามารถหนีได้ ขวานผ่าพิภพพุ่งทะยานลงมาอย่างรวดเร็วทันใดนั้นชายสวมก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่นทำให้ฝูงชนได้ยินไปทั่วบริเวณ
“เดียวก่อน!! ข้าไม่ใช่จอมปีศาจ”
“เปรี้ยงง!!!”
ขวานผ่าพิภพแยกพื้นดินออกเป็นสองฝั่ง ใบขวานปักลงสู่พื้นดินห่างจากใบหน้าของชายหนุ่มไม่ถึงคืบ ร่างกายของมันสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว มังกรดินดึงขวานผ่าพิภพขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะดึงหน้ากากของชายหนุ่มออกมาและขยี้จนแตกแหลกคามือ เผยให้เห็นใบหน้าของชายที่แอบอ้างเป็นจอมปีศาจริชเตอร์ ซึ่งเวลาใบหน้าของมันปรากฏความหวาดกลัวถึงขีดสุด
“เหอะ!! หน้ายังกะหนอนบังอาจมาแอบอ้างว่าเป็นจอมปีศาจ”
“ท่านคงคิดว่าข้าเป็นจอมปีศาจถึงได้ลงมือไม่ถามไถ่ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะข้าไม่ใช่เขาหรอก”
“เหอะ! ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้าไม่ใช่”
“อ้าว! ท่านรู้อยู่แล้ว แล้วทำไมยังมาทำลายแผนการของข้า ทั้งๆ ที่ข้ากับท่านก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน”
“เพราะคนที่เจ้าแอบอ้าง เขาคือนายของข้ายังไงล่ะ!!”
ดวงตาของชายหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อรู้ว่าชายที่อยู่เบื้องหน้าคือบริวารของจอมปีศาจ เสียงฝูงชนเริ่มดังขึ้นแล้วเริ่มด่าทอชายที่แอบอ้างจนไม่เหลือชิ้นดี ก่อนจะเตรียมอาวุธครบมือเตรียมเข้าสังหารชายหนุ่ม หากเมื่อไรที่มังกรดินจากไปย่อมเกิดการนองเลือดขึ้นแน่นอน ซึ่งชายหนุ่มก็ย่อมรู้ชะตากรรมของตนเองที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ที่มาหลอกลวงเอาทรัพย์สินผู้อื่นที่กำลังสิ้นหวัง ในขณะที่มังกรดินกำลังจะจากไปเพราะรู้ชะตากรรมของผู้แอบอ้าง เขาไม่จำเป็นต้องลงมือเองให้เลือดต้องเปื้อนมือ ชายหนุ่มปรากฏแววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัวพุ่งกระโจมกอดขามังกรดินไว้ทันที
“ได้โปรด! นายท่านข้ายังไม่อยากตายในตอนนี้ ข้าขอร้อง!”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
“ข้ารู้...ข้ารู้!! ข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ข้าอยู่ที่นั่นตั้งแต่กิลด์ G.A.D ระเบิดและมีมังกรทองปรากฏตัวขึ้นมา”
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ยังมีประโยชน์อยู่ แต่ถ้าข้อมูลเป็นเท็จหรือเจ้าลวงหลอกนายท่านของข้าเพื่อมีชีวิตรอด เจ้าจะได้รับการทรมานอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน”
“ข้าทราบแล้ว...ข้าทราบแล้ว!”
มังกรดินคว้าจับที่คอเสื้อของชายหนุ่มแน่น ก่อนจะกางปีกพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วบินตรงกลับไปที่โรงแรมต้นไม้ทันที ตามด้วยเสียงด่าทอของผู้คนที่ตะโกนด่าชายผู้หลอกลวงจนเสียงดังสนั่น ไม่นานมังกรดินก็มาปรากฏตัวที่โรงแรมต้นไม้ ซึ่งเห็นเคนจิที่กำลังนั่งอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหนเขารอคอยการกลับมาของมังกรดินอย่างใจจดใจจ่อ มังกรดินเดินตรงไปหาเคนจิตามด้วยชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาติดๆ โดยที่สายตาของเขานั้นเหลือบมองไปทั่วเพื่อมองหาจอมปีศาจชื่อดัง ก่อนจะเห็นมังกรดินไปนั่งชันเข่าที่เบื้องหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งคือเคนจินั่นเอง
“ข้ากลับมาแล้วนายท่าน ส่วนชายคนนี้มันบอกว่ามันรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วมันยังแอบอ้างสวมรอยเป็นท่านรีดไถเหรียญทองจากผู้คน บอกว่าจะช่วยให้ผ่านหอคอยอะไรบางอย่างเพื่อที่จะได้ออกจากเกม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!! ท่านบอกข้าว่าท่านคือบริวารของจอมปีศาจริชเตอร์ยังไงล่ะ ไหนล่ะจอมปีศาจ? ท่านเองก็หลอกข้าเหมือนกันซินะว่าเป็นบริวารของเขา จอมปีศาจที่ข้ารู้จักเขาไม่เปิดเผยหน้าตาตนเองให้คนอื่นเห็น แค่ชุดที่ใส่ก็ไม่ใช่ชุดของจอมปีศาจแล้ว ส่วนเจ้าหนุ่มหน้ามนนี้เป็นใครถึงกล้าเรียกเขาว่าจอมปีศาจ เหอะ! ก็หลอกลวงเหมือนกันล่ะวะ”
“บังอาจ!!!”
มังกรดินโกรธจัดในมือของมันกุ่มขวานผ่าพิภพแน่น ก่อนพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เตรียมจะสะบั้นหัวของชายหนุ่มให้ขาดกระเด็น ท่ามกลางความตื่นกลัวของชายหนุ่ม
“ปึ้ง!!!”
ขวานผ่าพิภพถูกสะบัดออกราวกับสายฟ้าฟาด เคนจิปรากฏกายที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช่มือเพียงข้างเดียวจับใบขวานไว้แน่นขนัดจนปรากฏเสียงดังสนั่น ดวงตาของมังกรดินสั่นไหวอย่างรุนแรงพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏขึ้นที่ใบหน้า ก่อนจะปล่อยมือออกจากขวานผ่าพิภพแล้วนั่งชันเข่าทันที
“นายท่าน...ข้า”
“ถ้าเจ้าฆ่ามัน! แล้วที่ข้ารอมาเกือบครึ่งวันจะมีประโยชน์อะไร? ส่วนเจ้าอยากเห็นจอมปีศาจซินะ!”
เคนจิก้มหน้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับจ้องไปในแววตาของมัน ทันใดนั้นร่างกายของชายหนุ่มก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดพร้อมกับทรุดนั่งลงไปกับพื้น ราวกับถูกจิตสังหารที่น่าหวาดกลัวกดทับจนไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ปล่อยฉี่ไหลซึมออกมาจากกางเกง เคนจิดึงหน้าของตนเองกลับพร้อมก้าวเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้พร้อมกับยกชาขึ้นดื่ม ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มตัวสั่นไปทั้งตัว
“เจ้ารู้อะไรพูดมาให้หมด แล้วข้าจะทำเป็นลืมในเรื่องที่เจ้าแอบอ้างตนเป็นข้า แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งข้ารู้ความจริงขึ้นมาว่าเจ้าโกหก ต่อให้เจ้าอยู่ไกลสุดขอบฟ้า...ข้าก็จะไปมอบความตายให้เจ้าถึงที่”
“ข้า...ข้าทราบแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า...”
ชายหนุ่มเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พวกเคนจิฟังอย่างละเอียด ซึ่งล้วนแต่เป็นความจริงทั้งหมดโดยไม่กล้าที่จะโกหกแม้แต่คำเดียว รวมถึงการต่อสู้กันเองของผู้เล่นโดยที่มีผู้เล่นหลายคนต้องตายไปหลายคนและยังไม่ฟื้นคืนชีพมาจนถึงตอนนี้ ผู้เล่นหลายคนเริ่มเกิดการหวาดกลัวแล้วรวมกลุ่มประท้วง แต่ก็ไม่มีการตอบรับกลับมาจึงเก็บตัวกันอยู่ในเมืองอย่างเงียบๆ ไม่กล้าออกไปทำภารกิจใดๆ และก็มีผู้เล่นอีกหลายคนที่จัดตั้งกลุ่มเพื่อไปพิชิตหอคอยตามทวีปต่างๆ เคนจิเริ่มเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่านี่คือโลกอีกใบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบั๊คของแกแต่อย่างใดที่เขาเข้าใจในตอนแรก เคนจิโบกมือส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มออกไป แล้วในทันทีที่ชายหนุ่มพุ่งทะยานออกไปจากโรงแรมด้วยความรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉี่ที่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง เคนจิลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินกลับไปที่ห้องอีกครั้ง ก่อนจะหันหน้ามาทางพวกมามอนแล้วเอ่ยปากออกไป
“ฉันขอเวลาทดลองอะไรสักครู่นะ ส่วนพวกนายก็เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเสร็จเราจะออกเดินทางกันทันที”
“เราจะไปไหนกัน?”
“พิชิตหอคอย”