“หลินเฟิง ชนะ” ผู้ตัดสินประกาศดังชัดเจนออกมา เขามองหลินเฟิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เขาเองก็ตกตะลึงไม่แพ้คนอื่นเชนกัน
จากนั้นผู้ติดสินก็โบกมือให้คนพาหลินชิงไปรักษา เขาเกรงว่าหากไม่รักษาคงจะไม่สามารถขึ้นประลองในรอบต่อไปไหวแน่นอน ส่วนหลินเฟิงก็เดินลงลานประลองโดยไม่สนใจเสียงหรือสายตาใดๆ เขาไม่ได้เชิดหน้าหยิ่งพยองแต่อย่างใด เขาเดินลงไปแบบสบายๆ
“หลินชิงประมาทเกินไป ความเร็วของหลินเฟิงไม่ได้รวดเร็วอะไรเลย หากหลบั้แ่แรกก็ไม่เป็เช่นนี้แน่นอน”
“นั่นสิ รอบนี้หลินเฟิงแค่โชคดีเท่านั้นที่หลินชิงประมาท ถึงเขาจะมีพร์แต่เวลาฝึกฝนน้อยเกินไป ข้าว่าเพียงแค่ [ ทลายภูผา ] ขั้น 2 ก็คงทำให้เขาไม่ได้ฝึกฝนวิชาอื่นๆแล้วกระมั้ง”
“ข้าเองก็คิดแบบนั้น หลินเฟิงคงฝึกมาแค่ [ ทลายภูผา ] แน่นอน รอบต่อปคู่ต่อสู้คงระวังตัวไม่ประมาทแบบหลินชิง”
“ใช่แล้ว รอบต่อไปหลินเฟิงแพ้แน่นอน เพราะถึง อานุภาพของ [ ทลายภูผา ] จะล้ายกาจอย่างไร แต่มันก็ยากเกินไปที่จะถูกอีกฝ่ายได้”
ระหว่างที่หลินเฟิงเดินลงนั้นก็มีเสียงพูดคุยถึงหลินเฟิงอย่างหนาหู พวกเขาต่างบอกว่าหลินเฟิงโชคดีที่หลินชิงประมาทเท่านั้น และรอบต่อๆไป หลินเฟิงนั้นยากมากที่จะชนะได้
แน่นอนว่าหลินเฟิงหาได้สนใจไม่ เขาไม่ได้แสดงความสามารถทั้งหมดของเขาออกมา อีกทั้งยังไม่ได้แสดงอานุภาพที่แท้จริงของ [ ทลายภูผา ] เลยด้วยซ้ำ เพราะจริงๆแล้วนั้นเขาสำเร็จ [ ทลายภูผา ] ขั้น 3 แล้วต่างหาก ส่วนเมื่อกี่ที่ปลดปล่อยไปเป็เพียงขั้น 2 เท่านั้น
“หืม!! เ้าหนูนี้มันมีพร์ที่มากจริงๆ เพียงในเวลาไม่ถึงปี นอกจากจะไปถึงระดับพื้นฐานขั้น 4 แล้วยังฝึกฝนวรยุทธ์ขั้นสูงถึงขั้น 2 อีกต่างหาก” เซี่ยคงพูดอย่างตื่นเต้นและดีใจ เพราะหลานของตนน้นมีพร์ที่มากมายจริงๆ หากไม่เสียเวลาไป สามปีกับร่างกายที่อ่นแอ ตอนนี้เขาคงเป็อัจฉริยะไร้ผู้ต้านไปแล้ว
“เฟิงเอ๋อร์นั้นมีพร์มาก หากมีเวลาอีกสักหน่อย เขาจะตามทันคนอื่นๆและแซงหน้าในที่สุดแน่นอน” หลินเทียนพูดอย่างภูมิใจ และเชิดหน้าขึ้น
“หลังจากนี้หากเฟิงเอ๋อร์้าอะไรให้บอกข้าได้เลย ข้าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่” หลินหยางพูดขึ้น ทำให้คนในบริเวณรอบๆต่างก็ตกตะลึงกันไปตามๆกัน ขนาดหลินเทียนยังไม่ได้อภิสิทธิ์ขนาดนี้เลยแล้วเหตุใดหลินเฟิงถึงได้รับขนาดนี้กัน ไม่แน่ใจว่าหลินหยางเห็นอะไรในตัวหลินเฟิง ถึงจะฝึกฝนได้รวดเร็วและฝึกวรยุทธืขั้นสูงได้ก็ไม่น่าจะทำให้ได้อภิสิทธิ์ขนาดนี้
“ขอบคุณมากท่านพ่อ หากเฟิงเอ๋อร์รู้เื่นี้จะต้องดีใจมากแน่นอน”หลินเทียนพูดอย่างดีใจ หากได้รับการสนับสนุนเช่นนี้หลินเฟิงจะยิ่งพัฒนาได้เร็วขึ้นไปอีกระดับ
“อืม!! หากเ้าขาดเหลืออะไร ้าให้ข้าช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน ข้าเองก็สนับสนุนหลานข้าเต็มที่เหมือนกัน” เซี่ยคงพูดขึ้น คราวนี้ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงเข้าไปใหญ่
สองตระกูลสนับสนุนหลินเฟิงเด็กหนุมคนๆเดียวกันเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะเป็หลานของเซี่ยคง แต่หลินเฟิงก็ใช้แซ่หลิน และอยู่ในตระกูลหลิน ไม่ได้ไปอยู่ในตระกูลเซี่ยสักหน่อย
เป็หลินหยางยังพอเข้าใจได้ว่าเหตุใดถึงสนับสนุนหลินเฟิงอย่างเต็มที่ แต่เป็เซี่ยคงนี้เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ อย่างมากก็ได้แค่ความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลเท่านั้น แต่มันก็ไม่ได้น่าลงทุนขนาดพูดคำว่าสนับสนุนทุกอย่างเช่นนี้
“แค่ข้าคนเดียวเฟิงเอ๋อร์ก็พอแล้ว คงไม่้าความช่วยเหลือจากเ้ากระมั้ง” หลินหยางพูดขึ้นพร้อมมองเซี่ยคงด้วยสายตาไม่เป็มิตรสักเท่าไหร่
“หือ? ข้าเป็ตาของเฟิงเอ๋อร์แล้วเหตุใดจะไม่สามารถสนับสนุนหลานได้ ตาเฒ่าหยาง เ้าอย่ามาหวงหลานจะดีกว่า”เซี่ยคงพูดด้วยน้ำเสียงม่พอใจ
“แล้วเ้าจะทำไมข้าเล่า ตาเฒ่าคง?”หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
การแสดงทั้งของทั้งสองคนยิ่งทำให้คนที่อยู่ในบริเวณรอบๆอ้าปากค้างด้วยความตะลึงไปอีก ใครจะไปคิดว่าประมุขผู้ยิ่งใหญ่ของทั้งสองตระกูลจะมาทะเลาะกันเพราะแย่งหลานคนเดียวกันเช่นนี้ หากไปเล่าให้ใครฟัง ก็มไ่มีใครเชื่อแน่นอน
แน่นอนว่าทั้งสองคนไม่ได้คิดที่จะทะเลาะกันจริงๆ เพียงแค่มีปากเสียงกันเท่านั้น เพราะว่าพวกเขาคือเพื่อนที่ผ่านความเป็ตายมาด้วยกันมากมาย และยังสนิทกันขนาดช่วยเหลือโดยไม่ถามไถ่ใดๆอีกด้วย
ตอนนี้การแสดงสีหน้าของหลินเย่ค่อนข้างย่ำแย่ สีหน้าของเขาตอนนี้บูดบึ้งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บุตรของเขาก็นับได้ว่าเป็อัจฉริยะ ทำได้ดีมากด้วยเช่นกันในลานประลองนี้ แต่หลินหยางกลับไม่พูดถึงแม้แต่น้อย และที่สำคัญ บุตรบุญธรรมที่เขารับมาเลี้ยงยังไม่ดูแลดีขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
“การประลองคู่ต่อไป...”
การประลองดำเนินไปตลอดทั้งวันและในวันแรกของงานประลองประจำปีก็ได้ปรากฎว่าม้ามืดที่หลายๆคนไม่คาดคิดว่าจะแข็งแกร่งหลายคน แต่ถึงกระนั้นก็มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่สามารถชนะการปรลองในวันแรกได้ทั้ง 10 รอบ 1 ในนั้นคือหลินเฟิง และยังเป็ม้ามืดที่มาแรงที่สุดดวยเช่นกัน ม้ามืดคนอื่นๆนั้น ชนะ 8-9 คร้ง ส่วนอีก 3 คนที่ชนะ 10 รอบในวันแรกได้ คือ หลินหลาน เพื่อนของหลินเฟิง อีกคนคือหลินฮุย และคนสุดท้ายคือ หลินอี้หาน
หลินอี้หานคือผู้ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ปีนี้ เพราะเขาอายุ 10 ปีพอดี และเมื่อเร็วๆนี้เขาเพิ่งจะเลื่อนไปเป็ระดับพื้นฐานขั้น 7 ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสามารถฝึกวรยุทธ์ [ ดาบสบั้นเมฆา ] วรยุทธ์ชั้นสูงได้อีกด้วย