เสน่ห์เมียเก่า ตอนที่3
“สวัสดีจ้า มาหาใครจ๊ะ?”
ภวิตาออกมาเปิดประตูรับแขก รู้สึกคุ้นตากับสุภาพสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าแต่ก็นึกไม่ออก
“สวัดดีค่ะ หนูชื่อพัชรีจะมาขอพบคุณเกดค่ะ”
“ได้สิจ๊ะ เข้ามารอในบ้านก่อน”
หญิงสาวพาแขกไปนั่งรอตรงซุ้มศาลาไม้เลื้อยที่ปกคลุมด้วยต้นพวงแสดก่อนจะกลับเข้าไปตามน้องออกมา
พัชรีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกกำลังใจ รวบรวมความกล้าและนึกหาคำพูดดีๆ ที่จะคุยกับกรชุดา หลังจากที่ได้ทราบเื่ราวทั้งหมดจากการสอบถามคนในบ้านว่าผู้หญิงที่ชื่อเกดเป็ใครเกี่ยวข้องอย่างไรกับวาทิศก็ให้นึกเห็นใจพี่ชาย เธอก็เลยถือวิสาสะจะมาทำหน้าที่เป็กาวเชื่อมประสานใจให้กับคนทั้งคู่
“คุณมีธุระกับฉันหรือคะ?”
แขกที่กรชุดาไม่ทราบว่าเป็ใครที่กำลังยืนหันหลังให้หันกลับมาทางต้นเสียงแล้วคลี่ยิ้มหวานเธอจำได้สนิทใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใครก็ให้นึกปวดหัวขึ้นมาตุบ ๆภาพเก่าที่เคยนอนนิ่งตกตะกอนในความทรงจำอันปวดร้าวถูกกวนขุ่นขึ้นมาโดยทันที
ผู้หญิงบางคนก็หน้าด้านไร้ยางอายอย่างร้ายกาจ กล้ามาคุกคามทำร้ายและอาละวาดเอากับเธอทั้งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยแถมตนก็ยังตกเป็เหยื่ออันน่าสงสารของผู้ชายเ้าชู้มักมากอย่างวาทิศด้วยเช่นกัน
“สวัสดีค่ะหนูชื่อพัชรีหรือนิเป็ลูกพี่ลูกน้องของพี่ก้องค่ะ วันนั้นเคยไปร่วมงานของคุณแม่พี่เกดที่วัดด้วย แล้วเรายังเคยเจอกันที่งานกาชาดไงคะ”
“อ่อ จำได้จ้ะ”
เมื่อรู้ว่าคนที่แนะนำตัวเป็ใคร ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับวาทิศในทางฉันท์ชู้สาวอย่างที่เข้าใจในทีแรกอาการของเธอจึงค่อยดีขึ้น
“อันนี้เป็ผลไม้จากในไร่ค่ะ ป้าอรบอกว่าส้มปีนี้หวานมากเลย แถมยังฝากปูผัดผงกะหรี่ที่พี่เกดเคยสอนให้แกทำกับขนมจีนแกงเผ็ดที่ชอบใส่ปิ่นโตมาด้วยค่ะ”
กรชุดารับผลไม้ตะกร้าใหญ่กับอาหารอีกหนึ่งเถามา นึกแปลก ๆกับคำเรียกขานตนว่าพี่อย่างสนิทสนมของพัชรี
“ไม่น่าจะลำบากเลย”
“ไม่ลำบากหรอกค่ะ นี่ยังมีขนมหวานอีกนะคะ แต่มันเสร็จไม่ทันหนูนิก็เลยไม่ได้รอค่ะป้าอรตั้งใจทำจริง ๆ นะคะ แกบอกว่าคิดถึงพี่เกดอย่างมาก ทำไปก็ร้องไห้ไปด้วยค่ะ”
พอได้ยินชื่ออดีตแม่บ้านวัยห้าสิบที่เคยคุ้นกันพร้อมนึกภาพตามที่พัชรีพูดหยาดน้ำใสก็เอ่อคลอขึ้นมาเพราะตอนที่อยู่ที่นั่นป้าอรเป็คนที่คอยช่วยเหลืออยู่เคียงข้างรับฟังปัญหาทุกข์อกทุกข์ใจและช่วยปลอบใจเธออยู่เสมอ
“แล้วป้าอรยังสบายดีอยู่ไหมคะ?”
“ป้าอรสบายดีค่ะ แต่คนที่ไม่สบายคือพี่ก้อง”
คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความสงสัย เจอกันที่งานวันก่อนก็ยังเห็นเขาสุขสบายดีไม่มีทีท่าจะเจ็บป่วยอะไรเลยแถมเรี่ยวแรงยังมีมากถึงขนาดยื้อท่อนแขนของเธอเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
“พี่ก้องล้มหัวฟาดฟื้นเมื่อวานซืนค่ะเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า แต่ตอนนี้กินยาหลับไปแล้วนิก็เลยแอบมาหาพี่เกด”
“แล้ว มาทำไมหรือคะ?”
เธอยังถามต่อด้วยความสงสัยไม่เข้าใจจุดประสงค์ของพัชรีว่าจะมาบอกทำไมเพราะเธอไม่ได้เป็พยาบาลรับจ้างและที่สำคัญก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาแล้วด้วย
“นิรู้เื่ทั้งหมดระหว่างพี่สองคนแล้วและก็เห็นใจพี่เกดที่เป็ลูกผู้หญิงเหมือนกันแต่นิเองก็อดสงสารพี่ชายตัวเองไม่ได้ พี่ก้องเปลี่ยนไปแล้วนะคะไม่ได้มีนิสัยเ้าชู้เหมือนแต่ก่อนไปถามป้าอรเอาก็ได้พี่ก้องไม่ได้คบผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว แถมยังคร่ำครวญหาพี่เกดบ่อย ๆอย่างนี้ก็แสดงว่าพี่ก้องยังรักพี่เกดอยู่นะคะ”
“คุณกำลังจะบอกอะไรฉัน?”
“พี่เกดช่วยยกโทษและให้อภัยพี่ก้องได้ไหมคะ”
“นี่เขาบอกให้คุณมาหรือคะ”
“ไม่ใช่ค่ะ นิมาของนิเอง พี่ก้องไม่รู้เื่อะไรด้วยแค่อยากจะให้พี่สองคนกลับมาคืนดีกัน”
“มันเป็ไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้รักเขาแล้ว”
หญิงสาวตอบเสียงแข็งท่าทางหนักแน่น แววตาไม่มีกระดิกสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
พัชรีเดินกลับเข้าบ้านมาอย่างหมดหวังเมื่อกรชุดาบอกชัดเจนว่าไม่ได้รักวาทิศแล้ว เธอจนปัญญาที่จะหาทางช่วยชายหนุ่มเพราะไม่อาจบังคับหัวใจใครได้และดูจากท่าทีฝ่ายนั้นก็คงปิดประตูแ่าไม่ให้โอกาสเขาได้แก้ตัวแล้วแน่นอน
“ไปไหนมาหรือ?”
หญิงสาวถอนหายใจแรงก่อนตอบคำถามตรงไปตรงมาไม่มีปิดบัง
“ไปหาพี่เกดมาค่ะ”
“หา! ว่าไงนะ” ทวนถามอย่างไม่เชื่อหู
“นิไปหาพี่เกดที่บ้านมาไปบอกว่าพี่ประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาล”
ชายหนุ่มจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเพราะอะไรพัชรีถึงทำอย่างนั้นแต่แทนที่เขาจะตำหนิที่เธอเข้ามายุ่งวุ่นวายในเื่ส่วนตัวกลับอยากรู้ปฏิกิริยาจากกรชุดามากกว่าจึงขยับเข้าไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“แล้ว เขาว่ายังไงบ้าง”
“เอ่อ...”
“บอกมาสิเกดเขาเป็อย่างไรเมื่อรู้ว่าพี่ไม่สบาย”
“เค้า เอ่อ...พี่เกดเพียงแค่เฉย ๆ ค่ะ”
“เฉยงั้นหรือ”
“ค่ะ”
หญิงสาวตอบเสียงอ่อย ไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดกลัวว่าเขาจะเสียใจดื่มเหล้าเมามายแล้วต้องเข้าโรงพยาบาลอีกรอบฝ่ายวาทิศก็ถึงขนาดซึมลงไปทันทีที่อดีตภรรยาไม่หลงเหลือเยื่อใยอะไรให้เขาอีกแล้วจึงเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานและขลุกตัวอยู่ในนั้นทั้งวันทั้งคืน
ชายหนุ่มพยายามจะตัดใจจากกรชุดาให้ได้ เขาหยิบเอารูปภาพมานั่งมองอย่างทำใจและตัดสินใจเด็ดขาดจัดการเผาทิ้งทั้งหมดไม่ให้เหลือเศษซากอะไรให้ต้องมานั่งคิดถึงคะนึงหาอีก
หนึ่งอาทิตย์ให้หลัง.....
พัชรีเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวจะเดินทางไปเรียนต่อยังต่างประเทศวาทิศขับรถไปส่งเธอที่สถานีขนส่งในตัวเมือง พอขากลับเห็นรถจอดเสียอยู่ข้างทาง ในตอนแรกเขาได้ขับผ่านเลยไปแล้วแต่ในที่สุดก็ย้อนวกกลับมาถามไถ่ด้วยความมีน้ำใจ
“รถเป็อะไรครับ?”
กรชุดาที่ก้มลงลองจับนู่นเขย่านี่อยู่ภายใต้กระโปรงรถหันมาทางต้นเสียงด้วยความดีใจก่อนจะใแล้วใบหน้าเปลี่ยนเป็บึ้งตึงภายในไม่กี่วินาที
“เอ่อ รถเป็อะไรหรือ?”
ชายหนุ่มถามอีกครั้งเมื่อเห็นเธอทำเงียบไม่ตอบ ก้าวขยับขาเข้าไปใกล้ๆ เพื่อจะช่วยดูให้ เห็นกิริยาะโถอยตัวห่างทำอย่างกับเขาเป็ของร้อนหรือสิ่งของน่ารังเกียจก็ให้นึกฉุนอยู่ในใจ
ทีเมื่อก่อนเห็นรักนักรักหนาถึงขนาดทนยอมให้เขามีผู้หญิงได้ทีละหลายคนผ่านไปแค่สามปีทำเหมือนคนไม่รู้จักกันไปได้
วาทิศไม่รู้ตัวว่ากรชุดาเกลียดเขามากขนาดไหนเกลียดและจำฝังใจกับความทรงจำเลวร้ายในอดีตผู้หญิงถ้าได้ตกลงปลงใจจะแต่งงานกับใครแล้วก็หมายความว่าเธอได้ยินยอมจะฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับเขาทั้งหมดและไม่มีผู้หญิงคนไหนยินดีมีผู้ชายหลายคนหรือแต่งงานใหม่หลายครั้งหลายหนหรอกตอนอยู่เมืองนอกเธอเองก็มีผู้ชายหลายคนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาจีบเพื่อสานสัมพันธ์แต่หญิงสาวกลับไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้เลยก็เพราะผู้ชายที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้ได้ทำลายภาพครอบครัวอบอุ่นสุขสันต์ในอุดมคติป่นปี้ไม่เหลือซาก
“คงต้องเรียกช่างแล้วล่ะ อาการหนักเกินเยียวยา”
อันที่จริงเขาสามารถซ่อมให้รถวิ่งได้ชั่วขณะพอจะขับกลับเข้าไปในหมู่บ้านได้ระดับพ่อเลี้ยงใหญ่แห่งไร่ปภาวินไม่ได้มีดีแค่เ้าชู้ไปวัน ๆ เพียงอย่างเดียวแต่วาทิศอยากแกล้งให้หญิงสาวอยู่ด้วยกันกับเขานาน ๆเหตุเพราะเธอชอบทำท่าทางแสดงกิริยารังเกียจเดียดฉันท์เหมือนเขาเป็โรคร้ายหรือตัวอันตรายสำหรับเธอ.....