อาณาจักรเทพวิหคถูกสร้างขึ้นท่ามกลางป่าขนาดใหญ่ที่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ป่าแห่งนี้มีชื่อว่า "เฮเดีย" ซึ่งเผ่าพันธุ์วิหคได้สร้างหมู่บ้านขึ้นนับร้อยแห่งภายในป่า "เฮเดีย" โดยมีเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหคเป็นจุดศูนย์กลางของหมู่บ้านทั้งหมด
ณ บริเวณป่าที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหค
“นายท่าน พวกเราจะเข้าเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหคด้วยวิธีการใดเจ้าค่ะ ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถามขณะมองไปทางเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหกที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายกิโลเมตร “อืม จากข้อมูลข่าวสารที่ข้าได้รับมา อาณาจักรเทพวิหคกำลังต้องการนักปรุงเม็ดยาสมุนไพรจำนวนมาก เนื่องจากเม็ดยาสมุนไพรที่พวกเขามีอยู่ มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของแนวหน้าในสนามรบ” หวังเหว่ยกล่าว “เช่นนั้นนายท่านจะปลอมเป็นนักปรุงเม็ดยาสมุนไพรหรือเจ้าค่ะ !?” หวังเหว่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม “ใช่แล้ว ข้าจะปลอมตัวเป็นนักปรุงเม็ดยาสมุนไพรที่เดินทางมาจากทะเลสาบอันไกลโพ้นทางด้านตะวันออก !” ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่จิวซื่อได้ปรากฏตัวออกมายืนอยู่ข้างหวังเหว่ย “นายท่าน” จิวซื่อกล่าวทักทายด้วยท่วงท่าที่สง่างาม “โอ้! จิวซื่อ เจ้ารีบร้อนมาหาข้าเช่นนี้มีเรื่องสำคัญอะไรหรือไม่ !?” หวังเหว่ยกล่าวถาม จิวซื่อได้ยิ้มให้กับหวังเหว่ย “หลังจากนี้นายท่านอาจจะบังเอิญได้พบเจอกับนักทำนายที่มีความสามารถ ข้าจึงนำสิ่งของที่ท่านอาจารย์ได้เตรียมเอาไว้มามอบให้กับนายท่านเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวจบ จิวซื่อได้นำ "ศิลาหยกสีขาว" ออกมาจากภายในแขนเสื้อของนาง “ศิลาหยกชิ้นนี้สามารถช่วยซ่อนเร้นดาวจรัสแสงของนายท่านที่กำลังส่องสว่างเจิดจ้าอยู่บนฟากฟ้าได้เจ้าค่ะ” จิวซื่อกล่าวขณะมอบศิลาหยกสีขาวให้กับหวังเหว่ย หวังเหว่ยแสดงใบหน้ายิ้มแย้มออกมาขณะยื่นมือไปรับศิลาหยกสีขาวจากมือของจิวซื่อ “ขอบใจเจ้ามากจิวซื่อ” จิวซื่อพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนางได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ หลังจากจิวซื่อกลับไปแล้วหวังเหว่ยได้เรียกสามพยัคฆ์อสูรออกมาจากมิติแดนอสูร “นายท่าน” สามพยัคฆ์อสูรกล่าวทักทายหวังเหว่ย หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “ข้าจะให้พวกเจ้าทั้งสามคนเดินทางไปช่วยกองกำลังของอาณาจักรเทพวิหคสังหารเหล่าสัตว์อสูรปีศาจด้วยกองกำลังนักรบบินของพวกเรา !” “เอาล่ะ วิหคน้อยเจ้าออกมาได้แล้ว” หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบได้มีดวงแสงสีทอง พุ่งออกมาจากตรงบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นดวงแสงสีทองได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักนามว่าวิหคน้อย “นายท่าน” วิหคน้อยกล่าวทักทาย “วิหคน้อยข้าอยากให้เจ้าแปรงร่างเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ และพาสามพยัคฆ์อสูรไปส่งยังสถานที่ทำสงครามของสองอาณาจักร” หวังเหว่ยกล่าว “หนูเข้าใจแล้วนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ วิหคน้อยได้แปลงร่างกลับไปเป็นวิหคสีทองที่งดงาม “รบกวนเจ้าแล้ววิหคน้อย” พยัคฆ์ครามกล่าว จากนั้นสามพยัคฆ์อสูรได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของวิหคน้อยในทันที “หนูจะเริ่มบินละนะ” วิหคน้อยกล่าวพร้อมกับเริ่มบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเดินทางไปยังทะเลสาบน้ำจืดมอร์แกนในทันที หลังจากวิหคน้อยบินห่างไกลออกไปจนลับตาแล้ว หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาว่า “ฉิงเหม่ย พวกเราจะใช้ "ทักษะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์" และ "ทักษะผนึกพลัง" เพื่อไม่ให้พวกเราเป็นที่สนใจมากเกินไป” “เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของนางกลายเป็นหญิงสาวเผ่าพันธุ์วิหคและลดระดับเลเวลของนางลงเหลือระดับเลเวล41เท่ากับหวังเหว่ย หวังเหว่ยในร่างชายหนุ่มเผ่าพันธุ์วิหคยิ้มให้กับนางเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ฮ่าๆ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหน เจ้าก็ยังคงดูงดงามเช่นเดิมเลยฉิงเหม่ย” “ขอบคุณที่ชมเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยแสดงท่าทีเอียงอายออกมาขณะกล่าว “ฮ่าๆ เอาล่ะ ในตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว พวกเราเริ่มเดินทางกันเลย” “เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้เริ่มใช้ทักษะวิชาตัวเบาของนางติดตามหวังเหว่ยไปในทันที พรึบ พรึบ พรึบ เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้เดินทางมาถึงยังหน้าประตูเมือง หลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้เดินเข้าไปภายในเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหคพร้อมกับฉิงเหม่ยในทันที เมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหคเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสามอาณาจักร ถนนภายในเมืองถูกปูด้วยหินแกรนิตสีขาวที่ดูหรูหรา ทางสัญจรคับคั่งไปด้วยอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้ที่เบียดเสียดกัน และมีร้านค้า โรงแรมที่พัก รวมถึงร้านอาหารตั้งอยู่มากมายทั่วทั้งเมืองในทันทีที่ทั้งสองเดินเข้ามาภายในเมืองหวังเหว่ยได้เรียกใช้บริการอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้ เพื่อไปยังสถานที่ซื้อขายอาคารประจำเมือง เวลาผ่านไปสิบนาที “พวกเรามาถึงแล้วขอรับ” พนักงานขับอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้กล่าว “ฉิงเหม่ยพวกเราลงกันได้แล้ว” “เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากจ่ายเงินค่าโดยสารเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้ลงจากอุปกรณ์ประเภทรถยนต์ไม้และเดินเข้าไปภายในอาคารซื้อขายที่ดินประจำเมืองในทันที พนักงานต้อนรับหญิงหน้าตาดีได้ออกมาต้อนรับพวกเขาทั้งสองอย่างรวดเร็ว ในทันทีที่มีเสียงประตูของอาคารดังขึ้น “ขอเชิญท่านทั้งสองที่ห้องรับแขกทางนี้เลยเจ้าค่ะ” หลังจากหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยนั่งลงในห้องรับแขกที่ดูหรูหราแล้ว พนักงานต้อนรับหญิงได้กล่าวขึ้นว่า “พวกท่านทั้งสองต้องการซื้ออาคารแบบใดเจ้าค่ะ ?”หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับพนักงานต้อนรับหญิง “ข้าอยากซื้ออาคารที่สามารถใช้เปิดร้านค้าขายเม็ดยาสมุนไพรได้ทันที” “ท่านเป็นนักปรุงเม็ดยาสมุนไพร !” พนักงานต้อนรับหญิงกล่าวด้วยความตกใจ เนื่องจากภายในอาณาจักรเทพวิหคนักปรุงเม็ดยาสมุนไพรมีฐานะที่สูงส่งมาก หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับเล็กน้อยด้วยท่วงท่าสง่างาม “ใช่แล้ว ข้าพึ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงและอยากจะเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรขึ้นภายในเมืองแห่งนี่ !” “เช่นนั้น ข้าขอแนะนำอาคารหลังนี้เลยเจ้าค่ะ อาคารหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้กับใจกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีมาก แต่เนื่องด้วยอาคารหลังนี้มีราคาที่สูงเกินไปเลยทำให้ยังไม่มีคนซื้อเจ้าค่ะ” “โอ้! เช่นนั้นอาคารหลังนี้มีราคาเท่าไหร่หรือ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม “ราคาของอาคารหลังนี้อยู่ที่... ห้าแสนเหรียญทองเจ้าค่ะ !” “ห้าแสนเหรียญทอง อืม... ราคานี้เจ้าลดสุดๆแล้วหรือ ?” พนักงานต้อนรับหญิงพยักหน้าของนางเล็กน้อยอย่างสุภาพ “ราคานี้ข้าได้ลดให้ท่านสุดๆแล้วเจ้าค่ะ หากท่านสนใจซื้อ ข้าจะเป็นคนพาท่านไปดูที่อาคารหลังนั้นเองเจ้าค่ะ” “เจ้าคิดว่าอาคารหลังนี้แพงไปหรือไม่ ?” หวังเหว่ยหันมากล่าวถามความเห็นของฉิงเหม่ย “ข้าไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย หวังเหว่ยรู้สึกงุนงงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นท่าทีแปลกๆของนาง จากนั้นเขาได้หันกลับมามองพนักงานต้อนรับหญิง “ข้าตกลงซื้อ เจ้าไปทำเรื่องออกใบกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ข้าได้เลย” “เอ๋! ท่านจะไม่ไปดูอาคารหลังนั้นก่อนหรือเจ้าค่ะ ?” หวังเหว่ยยิ้มให้กับนางขณะนำแหวนมิติที่บรรจุเงินห้าแสนเหรียญทองเอาไว้ออกมา “ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่กล้าหลอกลวงนักปรุงเม็ดยาสมุนไพรเป็นแน่ เพราะหากทำเช่นนั้นเจ้าคงได้รับบทลงโทษที่รุนแรงจากเหล่าทหารภายในเมือง !” “นะ แน่นอนเจ้าค่ะ ภายในเมืองแห่งนี้ไม่มีใครอาจหาญกล้าล่วงเกินนักปรุงเม็ดยาสมุนไพรอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” พนักงานต้อนรับหญิงรีบกล่าวตอบหวังเหว่ยด้วยท่าทางตื่นตระหนก “ฮ่าๆ ข้าเพียงแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น ภายในแหวนมิติวงนี้มีเงินอยู่ห้าแสนเหรียญทอง รบกวนเจ้าจัดการทุกอย่างให้ข้าด้วย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ยื่นแหวนมิติให้กับพนักงานต้อนรับหญิง “รับทราบเจ้าค่ะ” พนักงานต้อนรับหญิงแน่ใจในทันที ว่าชายตรงหน้าของนางไม่ได้ดูธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอก เนื่องจากเขามีท่าทางเฉยเมยขณะมอบเงินห้าแสนเหรียญทองให้กับนางราวกับมันเป็นเพียงเงินเล็กน้อยเท่านั้น! เวลาผ่านไปห้านาที พนักงานต้อนรับหญิงได้กลับมายังห้องรับแขกพร้อมกับกระดาษสองแผ่น “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะนี่คือใบกรรมสิทธิ์ที่ดินและแผนที่ทางไปอาคารหลังนั้นเจ้าค่ะ” พนักงานต้อนรับหญิงกล่าวขณะนำใบกรรมสิทธิ์ที่ดินและแผนที่มอบให้กับหวังเหว่ย ฉิงเหม่ยได้ยื่นมือไปรับกระดาษทั้งสองแผ่นแทนหวังเหว่ยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพนักงาน” “นายท่านเจ้าค่ะ พวกเรารีบไปดูอาคารหลังนั้นกันดีกว่าเจ้าค่ะ” หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับอย่างงุนงงเล็กน้อย “เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ออกมาจากอาคารซื้อขายที่ดินประจำเมืองพร้อมกับฉิงเหม่ยในทันที "ฮิๆ แม่นางคนนี้คงจะหลงรักท่านนักปรุงยาอยู่สินะ ถึงได้แสดงท่าทีหึงหวงออกมาเช่นนี้" พนักงานต้อนรับหญิงคิดในใจขณะมองดูทั้งสองคนเดินออกไปจากอาคารซื้อขายที่ดินประจำเมือง