“แล้ววันนี้เป็ไงบ้าง” เขมกรเปลี่ยนเื่ มุ่งตรงเข้าจุดประสงค์เื่ที่ผืนนั้นของเขา
“คุณรัตนาให้ฉัน กับคุณวีรดา แข่งกันทำอาหารค่ะ”
“วีรดา” คิ้วเข้มขมวดชนกัน แสดงความสงสัยเพราะไม่เข้าใจว่าวีรดาคือใคร
“คนของบริษัทปฐวีค่ะ” ดารินตอบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันเอ่ยถาม เหมือนรู้ใจว่าเ้านายกำลังคิดอะไรอยู่ ชายหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ หวนนึกถึงศัตรูทางธุรกิจ ยิ่งเป็นายปฐวีแล้วยิ่งอันตรายเพราะหมอนั่นจะทำทุกวิถีทางเช่นเดียวกับเขา เพื่อให้ได้ที่ผืนนั้นมาเช่นกัน
“แล้วทำไมต้องแข่งทำอาหาร”
“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ คุณรัตนาเป็คนแปลกประหลาดอย่างที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน ถ้าไม่ติดว่าจะต้องเอาใจคุณรัตนาเพื่อที่ผืนนั้น ฉันก็คงไม่ตอบรับเื่การแข่งทำอาหารหรอกค่ะ” ดารินพูดจบทันเห็นรอยยิ้มแสนมีเสน่ห์ ก่อนมันจะหุบลงเพียงไม่มีวินาที
“ผลการแข่งขันเป็อย่างไร”
“ฉันก็ชนะสิคะ ใครจะยอม ฉันอุตส่าห์ซื้อโดนัทเ้าอร่อยที่สุดไปเอาใจคุณรัตนา แต่คุณวีรดามาเหนือกว่าโดยการซื้อน้ำหอมจากต่างประเทศมาตัดหน้าฉัน โดนัทของฉันเลยกลายเป็อะไรที่ดูต่างชั้นกับน้ำหอมนั่นเลยล่ะค่ะ” เพียงแค่นึกถึงก็ทำให้ดารินนิ่วหน้า ก่อนอารมณ์ของเธอจะเปลี่ยนอย่างฉับพลัน แสดงความภูมิใจและรอยยิ้มขึ้นมาโดยที่เขมกรเกือบตามไม่ทัน
“แต่ยังดีนะคะ ที่ฉันมีดีเื่ฝีมือการทำอาหารอยู่บ้าง” เขมกรหลุดยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่อีกฝ่ายจะจ้อแจ้วไปเรื่อยๆ ดังเช่นนกแก้วนกขุนทอง
“แต่เ้านายคะ ดูเหมือนคุณรัตนา้าเล่นสนุกบางอย่าง ที่ไม่ใช่การขายที่ แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณรัตนา้าอะไรกันแน่” ความคิดของดารินตรงกับเขาที่เคยตั้งข้อสงสัยเอาไว้
“อ่อ...ฉันเกือบลืมไป มีบาง่คุณรัตนาพูดเปรยๆ ว่าอยากขายที่แล้ว” คำพูดจ้อแจ้วของดารินทำให้เท้าของเขมกรเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน ด้วยความใอย่างถึงที่สุด เขาไม่คิดว่าหญิงแก่นิสัยดื้อรั้นจะเอ่ยคำนั้นออกมา อย่างง่ายดายแบบนั้น ตามที่คาดการณ์ไว้อย่างน้อยต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนานถึงสามเดือนเป็อย่างต่ำ
“เบาสิคะ เดี๋ยวคันหลังก็ชนหรอกค่ะ” ดวงตาแวววาวมองเขมกร เป็การเตือนให้ระวังถึงอันตราย ก่อนที่ชายหนุ่มจะตั้งสติมองรอบๆ แล้วขับต่อไป
“ยิ้มอะไรคะ” ดารินถามอย่างสงสัย เพราะอยู่ๆ เ้านายก็ยิ้มออกมาโดยไม่มีเหตุผล
“ผมไม่คิดว่าคุณรัตนาจะพูดคำนั้นออกมาน่ะสิ แสดงว่าโอกาสที่จะได้ที่ผืนนั้นมาเร็วมากขึ้นกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้” ดารินเผลอมองรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ของเขาอย่างไม่รู้ตัว ทำไมนะรอยยิ้มของเขมกรถึงได้ชวนหลงใหลแบบนั้น
“หน้าผมมีอะไรติดหรือเปล่า” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ดารินได้สติ พลางกะพริบตาถี่ๆ แล้วหันมองไปทางอื่น โดยไม่ตอบคำถามของเ้านาย แต่นั่นก็ได้สร้างรอยยิ้มให้เขาอีกครั้ง ดารินนับเป็ผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สิ่งที่มีติดตัวเธอมานั้น ทำให้เขมกรรู้สึกประทับใจอย่างมาก อยู่ๆ ในสมองของเขาก็หวนนึกถึงร่องรอยการจูบของดารินที่พุ่งจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวในคืนนั้น ไม่ปฏิเสธว่าเขาลบความทรงจำนั้นออกจากใจไม่ได้ เมื่อความเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศภายในรถ พร้อมเสียงเพลงเบาๆ ที่เขมกรเปิดทิ้งไว้คลอเบาๆ สมองของคนหนุ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามประสา เวลาผ่านไปได้สักระยะ มือหนาจึงเบาเพลงลงแล้วถามบางอย่าง
“ก่อนกลับแวะหาอะไรทานก่อนดีไหม” ไม่มีเสียงหญิงสาวตอบกลับ ชายหนุ่มขมวดคิ้วแปลกใจก่อนจะหันไปพบว่าเธองีบหลับคอตกพับไปก่อนแล้ว รอยยิ้มอันอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะตีไฟเลี้ยงเข้าจอดแล้วเอื้อมมาจัดระเบียบร่างกายพร้อมปรับเบาะให้กับหญิงสาวได้นอนสบายมากขึ้น
“เหนื่อยมากสินะ” เขาพูดพร้อมมือหนาลูบไรผมที่ปิดหน้าเธอออก แววตาประกายมองหญิงสาวอย่างมีความหมาย เธอเหมือนเด็กน้อยที่อยู่ในการปกป้องจากเขา ร่างเล็กนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวก็น่าประทับใจไปอีกแบบ เขมกรขับรถมุ่งตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งไม่ไกลมาก รถคันหรูแล่นมาจอด ก่อนจะหันมองหน้าดารินแล้วปล่อยยิ้มออกมา ไม่นานนักร่างบางก็ขยับหยุกหยิกไปมาก่อนจะค่อยลืมตาขึ้น พบกับใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองอยู่ เธอจึงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งพลางมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ
“ที่นี่ที่ไหนคะ” คิ้วย่นเข้าหากันก่อนจะนึกได้ว่าที่นี่คือริมแม่น้ำเ้าพระยา แสงไฟตกกระทบพื้นน้ำไหวระริก อันที่จริงเธอไม่เคยสังเกตเลยว่ายามค่ำคืนนั้นริมแม่น้ำจะสวยงามถึงเพียงนี้ ดารินลืมทุกอย่างรอบกาย ดวงตากลมจ้องมองเพียงความงามที่อยู่ตรงหน้าอย่างตื่นใจ
“ผมแวะซื้ออาหารมา ทานสิ ท้องคุณน่าจะหิวแล้ว” เขมกรยื่นกล่องอาหารให้พร้อมกับรอยยิ้ม ดารินก้มมองที่มือของเขมกร ก่อนจะหยิบแล้วเปิดกินช้าๆ ไม่พูดอะไร ความเงียบที่เกิดขึ้นภายในรถนั้น ทำให้ดารินรู้สึกถึงความพิเศษบางอย่างกำลังก่อกำเนิดขึ้นภายในใจของเธอเอง อาจเป็เพราะบรรยากาศที่พาไป หรือเพราะความรู้สึกหวั่นไหวทุกครั้งที่อยู่ใกล้เ้านายหนุ่มแสนอบอุ่นคนนี้ก็ไม่รู้ได้
“เสื้อสูทของเ้านาย ฉันลืมเอามาคืน ไว้วันพรุ่งนี้แล้วกันนะคะ” อยู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้จึงพูดเพื่อทำลายความเงียบ ที่ดูเหมือนจะอึดอัดแต่ก็มีความสุขร่วมด้วยในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกแบบนี้มันแปลกประหลาดอย่างที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน
เขมกรพยักหน้าในขณะที่สายตายังคงทอดมองสายน้ำที่กำลังต้องแสงอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไร ดารินแอบเหลือบมองดู เธอมิอาจรู้ได้ว่าเขมกรกำลังคิดอะไรภายในใจ เห็นเพียงแต่ชายหนุ่มในท่าเอนกายพัก ทว่านั่นก็ยังคุมมาดผู้บริหารได้ดี เขาดูดีจนหญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวนับครั้งไม่ถ้วน
“ฉันไม่เคยสังเกตเลยนะคะ ว่าแม่น้ำเ้าพระยาในตอนกลางคืนจะสวยงามได้ขนาดนี้” ดารินหันมองดูสายน้ำแล้วพูดกับผู้เป็เ้านายด้วยความรู้สึกแท้จริง ชายหนุ่มหันมองใบหน้าสวยหวานเมื่อยามต้องแสงอ่อนๆ ก็งดงามไม่ต่างจากสายน้ำด้านหน้าเช่นกัน
“ผมให้คนไปสืบดู เื่หนังสือเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินระหว่างพ่อคุณกับผมแล้วนะ” ดารินหันขวับกลับมาอย่างมีความหมาย แววตาระริกเต็มไปด้วยความใคร่รู้
“พ่อคุณทำสัญญากับพ่อผมในตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยท่านใช้ชื่อผมแทน ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ภายใต้ทนายของครอบครัวผม มีหลายอย่างที่พ่อผมทำได้ คุณอย่าได้แปลกใจไป” เขมกรหยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อลำดับเหตุการณ์ให้หญิงสาวได้ฟัง
“ผมให้คนไปค้นข้อมูลเก่าๆ ปรากฏว่าหลังจากคุณอำนาจได้กู้ยืมเงินจากพ่อผมไปแล้ว เขาก็ทำการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างไปยังชื่อบุคคลอื่น เขาตั้งใจให้พ่อคุณเป็ผู้รับภาระหนี้ทั้งหมด” เขมกรหันมองหน้าดารินอีกครั้ง ด้วยความเข้าใจอย่างถึงที่สุดว่า ครอบครัวของเธอไม่ได้ตั้งใจโกงเขา แต่เป็เพราะเจตนาของคนไม่ดีต่างหากที่ทำให้ดารินต้องพบกับหายนะเช่นนี้
“คุณไม่ต้องห่วง สัญญาระหว่างเรายังคงเหมือนเดิม หากคุณทำภารกิจสำเร็จผมจะให้ทนายถอนบังคับคดีให้ ผมสัญญาว่าจะไม่หลอกลวง” เขมกรพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเช่นเดิม ในขณะที่ความจริงเขากำลังเดินเื่ขอถอนคดีเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมมองกิริยาของหญิงสาวด้วยความเห็นใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะตัดสินใจวาดมือไปจับมือบางที่วางนิ่งอยู่บนตัก ดารินสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมมองเ้านายพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นอย่างรุนแรง
“คุณเก่งจะตายไป” คำพูดพร้อมรอยยิ้มของชายหนุ่ม พูดให้กำลังใจเธอ พร้อมกับกำมือแน่น
“ใช่ค่ะ ฉันเก่ง” คำตอบของดารินทำให้ เขมกรก้มหน้ายิ้ม หัวใจของเธอเข้มแข็งกว่าที่เขาคิดไว้มาก
“ขอบคุณนะคะเ้านาย คุณทำให้ฉันรู้สึกโชคดีอยู่บ้าง อย่างน้อยพ่อก็เป็หนี้คุณไม่ใช่คนอื่น” ดารินพูดจบจึงดึงมือออกแล้วเบี่ยงหน้ามองดูความสวยงามของแม่น้ำยามต้องแสง
ในงานเปิดตัวห้องเสื้อของเบลล่า มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักเข้ามาทำข่าวกันมากมาย แม้เธอเองไม่ได้โด่งดังเท่าดารา แต่ก็มีชื่อเสียงในแวดวงพอสมควร ด้วยเพราะชอบเข้าสังคมเป็การส่วนตัวอยู่แล้ว ซึ่งแตกต่างจากเขมกรที่ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายในคราบนักธุรกิจ การเปิดห้องเสื้อของเธอและกลุ่มเพื่อนจึงจำเป็ต้องใช้สื่อเป็ตัวกลางในการโฆษณา เขมกรและพชรนัยเดินทางมาร่วมยินดีตามคำขอของเบลล่าด้วยความเต็มใจ