“อะไรนะ นี่คุณจะขอลาหยุดงานอีกคนแล้วหรือนี่” "คุณพูดจริงหรือเปล่า" ไคลด์ วอลเตอร์ส เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทันที สายตาจดจ้องมองหญิงสาวคนที่กําลังยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทํางานอย่างไม่วางตา “เบธก็ลาไปคลอด เด็คก็หยุดอยู่กับบ้านเกิดป่วยเป็ไข้หวัดใหญ่ขึ้นมา และแฟรงค์ก็ะโหย็องแหย็งอยู่ทั่วบริษัทในเวลานี้ เพราะดันไปเล่นสกีแล้วเกิดล้มขาหักที่เวลมา เพราะฉะนั้น คุณคงไม่คิดว่า ผมจะพิจารณาขอลาหยุดพักครั้งนี้ของคุณด้วยความรู้สึกยินดีอย่างยิ่งหรอกนะ”
“คุณก็รู้นะคะว่าฉันคงไม่อนุญาตในเื่อย่างนี้ ถ้ามันไม่ใช่เื่สําคัญจริง ๆ” เลย์น แม็คโดนัลด์ ยืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
มีเสียงที่บ่งบอกถึงบรรยากาศสํานักงานดังกระหึ่มอยู่ทางเื้ั เสียงกริ่งโทรศัพท์ เสียงพูดของพนักงาน กับเสียงปลายนิ้วที่ััอยู่กับคีย์บอร์ด ขณะป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ตั้งอยู่ในสํานักงานหนังสือพิมพ์แห่งนี้ ซึ่งขณะนี้ เวลาที่ขีดเส้นตายไว้สําหรับการออกฉบับบ่ายกําลังเคลื่อนใกล้เข้ามา ยิ่งเวลากระชั้นชิดเท่าไรความตึงเครียดก็เกิดขึ้นบรรดาพนักงานทั้งหลายมากขึ้นเท่านั้น... แต่ไคลด์...วอลเตอร์ส นั้น เป็บุคคลที่มีคุณสมบัติวิเศษอยู่ประการหนึ่ง คือมีความสามารถในการอ่านความรู้สึกในจิตใจคนออก...ทั้งนี้เพราะในชีวิตความเป็นักข่าว เขาได้ัักับผู้คนมามากมายจนนับไม่ถ้วน
เขารู้ว่า ขณะนี้ เลย์น แม็คโดนัลด์ กําลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดเหมือนนางแมวป่าที่ติดอยู่บนเกาะที่มีน้ำแข็งล้อมรอบ แต่ความตึงเครียดที่กําลังเกิดขึ้นกับเธอในขณะนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเวลาของเส้นตายที่หนังสือพิมพ์จะต้องเสร็จพร้อมที่จะออกสู่มือคนอ่านเลยแม้แต่น้อย
ในฐานะที่เป็บรรณาธิการ ส่วนหนึ่งของงานในหน้าที่ไคลด์ ก็คือการเรียนรู้ให้ลึกซึ้งถึงจิตใจและทัศนคติของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาทุกคน ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้ว ผู้ชายที่อยู่ในฐานะอย่างเขาจะต้องไม่แสดงความพอใจในบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างออกนอกหน้า แต่สําหรับเลย์นั้นดูเหมือนเธอจะเป็บุคคลพิเศษ นับแต่วันที่เธอเข้ามาทํางานอยู่กับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้วันแรก...ภายหลังจากที่สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหมาด ๆ
เลย์นเป็ผู้หญิงที่มีความขัดแย้งอยู่ในตัวหลายอย่างเธอสามารถจะแสดงออกถึงความตั้งใจอันแน่วแน่และออกจะเหี้ยมโหดอยู่ เมื่อจะต้องทํางานสัมภาษณ์ใครก็ตาม ไม่สนใจว่าการตั้งคําถามของเธอจะทําให้คนอื่นรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อย่างไรบ้าง แต่ก็บ่อยครั้งที่เขาเคยเห็นเธอถึงกับน้ำตาไหลพราก ๆ เมื่อได้ยินเื่ราวอันน่าะเืใจของใครเข้า ใครบางคนกล่าววิจารณ์ว่า เธอเป็ผู้หญิงที่ไร้หัวใจและเืเย็นนัก ในขณะที่ใครอีกบางคนบอกว่าเธอเป็คนใจอ่อนต่อเื่ราวะเือารมณ์อย่างน่าเห็นใจที่สุด
แม้แต่รูปร่างลักษณะของเธอก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัว เรือนผมของเธอเป็สีน้ำตาลอมแดงเหมือนสีสนิม ยาวสลวยบ่งบอกความเป็ผู้หญิงเต็มตัว แต่เธอมักจะถักเปียและทบเกล้าขึ้นไว้ตรงท้ายทอย แสดงออกถึงความเป็สตรีนักธุรกิจคนหนึ่ง ดวงตาคู่สีน้ำตาลซึ่งจะคมปลาบเครียดเขม็งขึ้นเมื่อใดก็ได้ แต่ทว่า ริมฝีปากคู่นั้นอิ่มเต็มและดูอ่อนหวานยิ่งนัก เสื้อสีขาวที่ เธอมักสวมใส่เป็ประจําอยู่เสมอมีระบายตรงปกและขอบปลายแขน สมกับความเป็ผู้หญิงของเธอ แต่ทว่า เธอกลับสวมกระโปรงที่ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อหนาสีเทา เช่นนี้เป็ต้น
“ว่าแต่คุณจะลาเื่อะไรล่ะ เป็เื่ด่วนเกี่ยวกับทางครอบครัวหรือเปล่า” ไคลด์ถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้บอกความพอใจเลยแม้แต่น้อย
“คุณจะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้นะ” เธอตอบห้วน ๆ ก่อนจะขยายความในการขออนุญาตของตนต่อไปว่า “ฉันเพียงแต่ขอลาหยุดแค่สองสามวันเท่านั้น อย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์หรอกนะคะ”
“อะไรกัน...ตั้งอาทิตย์ทีเดียวเรอะ นี่มันไม่ใช่เื่เล็ก ๆ แล้วนะ เป็ไปไม่ได้หรอก” เขาโน้มกายมาข้างหน้า เบนความสนใจมายังกองเอกสารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทํางาน “ข่าวอาชญากรรมในโรงเรียนก็ยังเขียนไม่เสร็จ จะต้องทําเตรียมไว้สําหรับลงฉบับวันอาทิตย์ แล้วก็ยังเื่ที่จะต้องสัมภาษณ์...”
“เื่อาชญากรรมในโรงเรียนน่ะ ฉันทําหัวเื่ไว้หมดแล้ว” เลย์เอ่ยตัดบทขึ้นทันที “เมื่อเบธออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้านก็ช่วยเขียนได้นี่ แล้วคุณก็ยังดึงตัว แจนน่า เฟลพ์ส จากหน้าสตรีมาทํางานส่วนที่เหลือของฉันสําหรับอาทิตย์นี้ได้อยู่แล้ว”
“รู้สึกว่าคุณกะแผนการไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมล่ะ...?” สีหน้าของไคลด์บอกความหงุดหงิดในอารมณ์อยู่ไม่น้อย “ไหน...บางที คุณอาจจะเล่าให้ผมฟังได้บ้างกระมังว่า เื่อะไรมันถึงได้มีความสําคัญมากมายถึงขนาดนั้น” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง และสังเกตเห็นความไม่พอใจผ่านแวบเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น
เลย์นหลบตาลงต่ำ... เมื่อถูกเขาจ้องมองอย่างเอาจริง แต่แล้ว ก็เงยหน้าขึ้นประสานตากับเขาอยู่ก่อนจะตอบว่า
“ในวันสุดสัปดาห์นี้ ฉันตั้งใจจะทําข่าวลีดเื่ของ มาร์ธา เทอร์เนอร์”
ไคลด์ วอลเตอร์ส สูดหายใจลึก เมื่อได้ยินคําตอบเช่นนั้น พยายามระงับสติอารมณ์ไว้ไม่แสดงความโมโหออกมา ในทัศนะของเขา ไคลด์มีความเห็นว่า เลย์นกําลังฟื้นฝอยหาตะเข็บกับเื่ราวที่ผ่านมาแล้วเนิ่นนานในอดีตซึ่งทางที่ดีควรจะปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น อย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันจะดีกว่า
“แล้วมันเป็ลีดแบบไหนล่ะ” เขาเอ่ยถามขึ้น
“ฉันพบเื่ราวประวัติของออกัส เทอร์เนอร์ ซึ่งลงวันที่ไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ในประวัตินั้นกล่าวว่า เขาได้รับการอุปถัมภ์ค้ำจุนโดยลูกสาวที่ชื่อ มาร์ธา เทอร์เนอร์ ซึ่งอยู่ที่เมืองวาเลนไทน์ เนบราสก้ามาโดยตลอด”
“อันที่จริงมันก็เป็ข่าวลีดที่น่าสนใจอยู่หรอก” ไคลด์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ “แต่ขณะนี้ คุณกําลังตามเื่ที่มันเกิดเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ซึ่งภายหลังจากที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาได้ตั้งแค่นี้แล้ว ผมไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลย ถ้าคุณจะรอเวลาอีกสองอาทิตย์หรืออีกสักหกเดือนที่จะตามมัน ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็เื่ด่วนตรงไหนเลย”
“บางที... สําหรับคุณอาจจะไม่ใช่เื่เร่งด่วนอะไรก็ได้ แต่ขณะนี้ ฉันรู้แล้วนี่ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน...แล้วเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้น เธอก็ยังเป็โสดอยู่ เวลานี้เธออาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้ หรือบางที อาจจะโยกย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วก็ได้” เลย์นเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันไม่อยากจะรอเวลาให้มันเนิ่นนานไปกว่านี้อีก”
“จะยังไงก็ตามทีเถอะ ผมเห็นจะอนุญาตให้คุณลาตอนนี้ไม่ได้หรอก ผมคิดว่าเื่ส่วนตัวอย่างนี้ควรจะรอเวลาไปอีกสักหน่อยก่อน” เขาพูดอย่างตัดสินใจแล้ว
“ถ้าคุณไม่ยอมอนุญาตให้ฉันลาหยุดนะ ไคลด์...ฉันก็ขอลาออก”
เขาผงะไปทันทีกับคําพูดประโยคนั้นของเธอ
“ผมไม่ชอบให้ใครมาใช้วิธีข่มขู่ผมอย่างนี้นะเลย์น”
“ฉันไม่ได้ขู่หรอกไคลด์ ฉันพูดจริง แล้วก็ทําจริงด้วย” เธอตอบอย่างไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย
“อะไรกัน หมายความคุณถึงกับยอมทิ้งงานประจําที่ทําอยู่เพื่อจะตามหาใครคนหนึ่งที่เป็เพียงคนแปลกหน้าสําหรับคุณอย่างนั้นเชียวเรอะ” เขาจ้องหน้าเธอเขม็ง “ผมเคยคิดว่าคุณเป็คนที่มีเหตุผล มีสติมากกว่านี้นะ”
เมื่อเห็นว่าการให้เหตุผลของเธอไม่สามารถอํานวยประโยชน์ให้กับความ้าที่เกิดขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจได้ เลย์นก็ทําในสิ่งที่ไม่จําเป็จะต้องใช้เหตุผลอีกต่อไป การติดตามหาตัวมาร์ธา เทอร์เนอร์ นั้นเป็สิ่งที่สร้างความกังวลจนเกือบจะเป็ความทุกข์อันใหญ่หลวงสําหรับเธอมาโดยตลอด ลึกลงไปในหัวใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ประจักษ์อย่างชัดแจ้งแล้ว ถ้าไคลด์ วอลเตอร์ส ไม่สามารถจะสนับสนุนเธอด้วยการอนุญาตให้ลาตามคําขอร้องนี้ได้ ก็เท่ากับเขาตั้งตัวเป็ฝ่ายตรงข้ามกับเธอ แต่จะด้วยอะไรก็ตามเลย์นไม่ได้มีเจตนาที่จะท้าทายเขาเลย เพราะเธอรู้อยู่ว่ามันไม่มีเหตุผลที่จะทําเช่นนั้น
“ฉันติดตามข่าวนี้มาโดยตลอด แม้ว่า ในที่สุด มันจะสร้างความผิดหวังให้ เพราะฉะนั้น จะให้ฉันนั่งอยู่เฉย ๆ ทั้งที่ได้พบเงื่อนงําที่ดีที่สุดอย่างในคราวนี้ต่อไปไม่ได้หรอก” เลย์นแสดงความรู้สึกของตนออกมา “แล้วถ้าการทําเช่นนั้นมันจะหมายถึงว่า ฉันจะต้องเสียสละงานที่กําลังทําอยู่ ฉันก็จําเป็จะต้องทํา ฉันไปหางานทํากับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นก็ได้ คุณก็รู้ว่าฉันเขียนคอลัมน์เป็และเขียนได้ดีด้วย”
“แต่คุณจะทิ้งผมไปอย่างนี้ไม่ได้นะ” ไคลด์รู้สึกโกรธที่เลย์นดูจะเอาแต่ใจของตัวเองอย่างนี้ “คุณควรจะมีความคิดบ้างว่า คุณได้ทิ้งความยุ่งยากไว้ให้ผมขนาดไหน”
“ฉันรู้ว่าเื่เพียงแค่นี้คุณต้องจัดการได้แน่” เลย์นโต้กลับไป “ใช่ว่าที่นี่จะขาดฉันไม่ได้เสียเมื่อไหร่” พูดจบเธอก็ หันหลังเดินออกไปยังช่องทางเดินที่มีฉากกั้นไว้เป็อาณาเขตของห้องทํางานส่วนตัวบรรณาธิการด้วยฝีเท้ากระแทกกระทั้นอยู่ แต่ก่อนที่จะออกพ้นช่องทางเดินนั้นไป เลย์นก็หันกลับมามองบุรุษศีรษะล้านที่นั่งอยู่เื้ัโต๊ะทํางานตัวนั้นอีกครั้ง มันมีความรู้สึกเสียใจประสมประสานอยู่ในความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยว ที่กําลังเกิดกับเธออยู่ “ฉันเสียใจด้วยค่ะไคลด์ ฉันไม่ว่าอะไรหรอกที่คุณไม่ยอมเข้าใจในอะไรทั้งสิ้น เหตุผลมันก็มีเพียงว่า ฉันจําเป็ต้องทําในสิ่งนี้เท่านั้น”
“ไหน...คุณช่วยบอกผมหน่อยสิว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าคุณเกิดไปพบตัวเธอเข้าจริง ๆ” สายตาที่เขามองมายังเธอนั้น บอกความเห็นใจและเสียดายอยู่ “คุณคิดว่าตัวเองจะได้อะไรขึ้นมา”
“ฉันยังไม่รู้หรอกค่ะ” เลย์นตอบอย่างยอมรับในความเป็จริง ไหวไหล่เบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนฉาบขึ้นบนเรียวปาก “แต่รับรองว่าฉันจะได้เื่ที่ดีที่สุดเื่หนึ่งมาเขียนทีเดียวนะคะ เป็เอ็กซคลูซีฟแน่”
“ผมว่าถ้าไม่ได้จะยังดีเสียกว่า” เขาโต้กลับ “คุณอาจจะเป็นักเขียนที่ดีได้ แต่ผมยังสงสัยอยู่นะว่าคุณจะเป็นักข่าวที่ดีได้หรือเปล่า นักข่าวน่ะเขาจะต้องรู้จักการตั้งข้อสังเกตว่า มันกําลังจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่นี่คุณทําเหมือนกับกําลังจะเขียนนิยายมากกว่า ที่พูดอย่างนี้อาจจะเป็เพราะผมเกิดอิจฉาคุณขึ้นมาบ้างก็ได้นะ” น้ำเสียงของไคลด์อ่อนลง เมื่อกล่าวต่อว่า “แต่ถึงยังไง ตอนนี้ ผมก็ยังคิดว่าคุณกําลังจะเปิดกระป๋อง ที่ข้างในมีแต่หนอนมากกว่า”
“อาจจะเป็อย่างนั้นก็ได้” เธอสรุปง่าย ๆ