ตอนที่ 19 ตัด์
“ขะ…ของเ้าสำนัก?”
สีหน้าของกู่หวังราบเรียบสงบดุจผิวน้ำ “ไปตำหนักหลักกันเถอะ ศิษย์น้องควรจะมีอาวุธที่ดี” กู่หวังเดินนำไปทางตำหนักหลัก ตลอดเส้นทางล้วนไร้ซึ่งผู้ใดนอกจากกลุ่มศิษย์ใหม่และศิษย์พี่กู่หวัง บางคนรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ไม่เห็นใครอื่นเลย อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “ศิษย์พี่ ไม่ทราบว่าคนที่เหลือไปที่ไหนกันหมดหรือ?”
“หลายคนแยกกันไปฝึกที่แถวูเาบ้างแถวลำธารบ้าง ทว่า มีหลายคนเช่นกันที่อยู่ภายในตำหนักหลักในขณะนี้ ศิษย์ภายนอกและภายในของสำนักกระบี่คู่์จะมีการจัดประลองยุทธเดือนละครั้ง โดยรางวัลของแต่ละเดือนจะไม่เหมือนกัน ในตอนนี้ศิษย์ทั้งหลายคงไปกองรวมกันอยู่ที่นั่น”
เมื่อความสงสัยคลายกระจ่าง ชายหนุ่มบางคนตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาใจมานานยิ่ง
“ศิษย์พี่ พิธีนั่นเริ่มเมื่อใดหรือ?”
กู่หวังหัวเราะเล็กน้อย ในกลุ่มศิษย์ใหม่เหล่านี้ต่างเปี่ยมพร้อมด้วยพร์สูงส่งทั้งสิ้น มีหลายคนที่เข้าร่วมกับสำนักกระบี่คู่์เพราะเหตุผลเดียว ปกป้องเทพธิดาของพวกเขา “ผู้าุโหารือกันว่าในอีกเจ็ดวัน”
เหล่าศิษย์ใหม่เผยรอยยิ้มเริงร่าเมื่อได้ยินเช่นนั้น การเดินเท้าดำเนินต่อไปราวสิบนาที จนกระทั่ง เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏหอคอยสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน บันไดหินเรียบสีขาวสะอาดลาดชันสูงสู่ตัวตำหนักถึงหนึ่งร้อยขั้นบันได ที่นี่เป็อาคารที่ใหญ่ที่สุด ปลดปล่อยบรรยากาศโอ่อ่าภาคภูมิ ประตูดำขลับแวววาวประดุจนิลสูงใหญ่กว้างห้าเมตร ทันใดนั้นเองที่พวกเขายืนเรียงรายอยู่หน้าประตูบานั์ เสียงโห่ร้องดังกึกก้องมาจากข้างใน
กู่หวังออกแรงเคลื่อนบานประตู เพียงชั่วพริบตาเดียวที่ประตูดำขลับเปิดออก หลังบานประตูใบนั้นคือห้องโถงใหญ่ที่สามารถจุคนได้นับพันคน ใจกลางห้องโถงปรากฏแท่นประลองตั้งไว้ ซึ่งผู้คนมากมายกำลังรายล้อมมัน เหล่าผู้าุโนั่งมองการประลองของศิษย์ภายนอกอย่างนิ่งงัน เสียงเฮฮายังคงดังขึ้นไม่หยุดหย่อน
ศิษย์ใหม่ต่างเหลือบมองไปทางแท่นประลองด้วยความอยากรู้อยากเห็น กู่หวังเดินนำไปทางห้องๆหนึ่ง หลังจากผ่านบานประตูห้องนั้นเข้าไป ภายในห้องประดับไปด้วยสิ่งของหรูหรา ทางเดินราบเรียบสะอาดตา สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างแจ่มชัดคือศาสตราวุธที่เรียงรายเป็ระเบียบอยู่ในตู้กระจก สีหน้าของศิษย์ใหม่แปรเปลี่ยนเป็สนอกสนใจยิ่ง
“…กู่หวัง” น้ำเสียงแตกพร่าดังมาจากข้างในส่วนลึกของห้อง ทันใดนั้น ปรากฏเรือนร่างของชายชราคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางพวกเขาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของผู้เฒ่าแก่หงำชราภาพยิ่ง ชายชราเปิดเปลือกตาขึ้นเผยั์ตาคมกริบสีดำ บรรยากาศเย็นะเืเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณห้อง ศิษย์ใหม่บางคนก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้สึกตัว เพียงชั่วพริบตาที่ผู้ชราแย้มยิ้ม ความรู้สึกอึดอัดใจพลันอันตรธานหายไป คิ้วของผู้าุโเลิกสูงขึ้นเผยรอยย่นบนหน้าผากลึก
“ผู้าุโหลีเหว่ย” กู่หวังประสานมือคำนับเคารพ เขาหันมองไปทางเหล่าศิษย์น้องก่อนผายมือไปยังผู้าุโหลีเหว่ย “ศิษย์น้อง นี่ผู้าุโหลีเหว่ย ผู้ประจำการดูแลตำหนักหลัก ผู้าุโใหญ่แห่งสำนักกระบี่คู่์ …เป็ราชันยุทธขั้นเก้า”
!!!!!
สีหน้าของเหล่าบุรุษหนุ่มวาบผ่านด้วยความตกตะลึงงัน ลมหายใจขาด่ขณะหนึ่ง คู่ั์ตาจับจ้องผู้ชราที่ร่างกายราวกับหนังหุ้มกระดูก ภาพลักษณ์ของสำนักกระบี่คู่์ในจิตใจยิ่งถูกยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนคัดเลือกคือผู้าุโสูงสุดระดับจักรพรรดิ พอมาในสำนักกลับมีราชันยุทธอยู่อีก! และยังเป็ราชันยุทธที่เข้าใกล้ขั้นจักรพรรดิอีกด้วย!!
“โฮ่ๆ เด็กน้อยพวกนี้คงเป็ศิษย์ใหม่ที่ผ่านการคัดเลือก หือ? หายไปหนึ่งคนไม่ใช่หรืออย่างไร?” ผู้าุโหลีเหว่ยมองปราดเดียวก็ทราบถึงจำนวนคนที่มีอยู่ ได้ความจากผู้าุโสูงสุดมาว่าผ่านเป็ศิษย์ยี่สิบเจ็ดคน ทว่า ในตอนนี้กลับมีเพียงยี่สิบหก …ขาดไปหนึ่ง
กู่หวังหน้าเปลี่ยนสี เขากวาดสายตามองไปทางศิษย์น้องอย่างร้อนรน นี่ล้วนเป็หนึ่งความรับผิดชอบของเขาให้แนะนำสำนักและพามาเลือกอาวุธ มิอาจขาดหายหรือตกหล่นไปได้แม้แต่คนเดียว
“ผู้าุโ นี่เป็ความผิดของข้าที่ไม่ตรวจสอบดูให้ดี ข้าจะออกไปตามหาทันที”
ผู้าุโหลีเหว่ยยังคงไม่กล่าวคำอันใด กู่หวังทะยานร่างออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเด็กใหม่ทั้งยี่สิบหกคนและผู้าุโหลีเหว่ยอยู่ภายในห้องศาสตรา ภายใต้ความเงียบสงัดดุจป่าช้า ผู้าุโเอ่ยกล่าวขึ้น “เลือกอาวุธได้ตามใจชอบ เลือกได้ไปคนละชิ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องผ่านความเห็นชอบจากข้าก่อน”
ห้องศาสตราในตำหนักหลักมีขนาดกว้างขวางอย่างมาก เหล่าศิษย์ใหม่รีบแยกย้ายออกไปหาอาวุธที่ถูกชะตาในทันที ถ้าชักช้าเกรงว่าจะถูกแย่งไปเสียหมด หลังจากสิบนาทีผ่านไป เสียงของบุรุษในห้องต่างขานะโเมื่อเจออาวุธที่เหมาะสม แทบจะในทันทีที่ผู้าุโหลีเหว่ยตอบอนุญาตโดยไม่ได้เห็นหน้าเด็กหรือหน้าตาอาวุธเลย มีคนเลือกอาวุธถูกใจและออกไปจากห้องแล้วเก้าคน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มีบางคนลองหยิบอาวุธที่ระดับพลังเกินตัวแล้วกล่าวะโขึ้น
“ผู้าุโ ข้าเจออาวุธถูกใจแล้ว”
“ไม่ได้” ผู้าุโหลีเหว่ยกล่าวตอบเสียงเยือกเย็นในทันควัน ไม่ต้องมองด้วยสายตาว่าเด็กคนนั้นเป็ใครหรืออาวุธที่ถืออยู่เป็อย่างไร ชายชราทำหน้าที่ประจำการในตำหนักหลักมานานนม เขาจำกลิ่นอายของทุกศาสตราวุธได้ดีประหนึ่งร่างกาย ไม่ว่าศาสตราวุธจะถูกแอบอยู่ที่ใดของห้อง ผู้ชราล้วนตระหนักถึงมันได้อยู่ดี
มีบุรุษหนุ่มหาญกล้าท้าพิสูจน์ถึงความสามารถของผู้าุโหลีเหว่ยแล้ว ในขณะนี้ศิษย์ใหม่ล้วนเข้าใจได้อย่างกระจ่างแจ้งถึงสาเหตุที่อนุญาตโดยที่ผู้าุโไม่ต้องมองอาวุธหรือพวกเขาเลย หลังจากเป็เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไป เฟยอวี่ยังคงมิอาจมองหาศาสตราวุธที่้าได้สักที ศิษย์ใหม่กว่าร้อยละเก้าสิบเลือกกระบี่เป็อาวุธ มีส่วนน้อยที่เลือกทวนและดาบ อย่างไรก็ตาม เด็กทั้งหมดที่ออกไปกลับเลือกเพียงหนึ่งในสามชนิดนี้เท่านั้น ไม่กระบี่ก็ทวนก็ดาบ
“…เหตุใดถึงไม่มี” เฟยอวี่กล่าวพึมพำเล็กน้อย สีหน้าของชายหนุ่มไม่สู้ดีนัก เขาเดินลึกเข้าไปข้างในตัวห้องขึ้นเรื่อยๆ จวบจนกระทั่ง ประกายคมวาวของศาสตราวุธชนิดหนึ่งสาดประกายวาบขึ้น เฟยอวี่ปิดตาทั้งสองลงเนื่องจากความสว่าง ทันทีที่เปิดตาขึ้น ั์ตาพลันขยายกว้าง “…เจอแล้ว”
ศาสตราวุธชิ้นนั้นมีลักษณะเป็ด้ามยาวสูงใหญ่ มันมีขนาดสูงกว่าตัวของเฟยอวี่เสียอีก ความคมของปลายศาสตราสะท้อนแสงเงาวับ ปลายเหล็กคมของมันโค้งประดุจเสี้ยวพระจันทร์ ความสูงนับั้แ่ล่างสุดขึ้นปลายแหลมมีความยาวทั้งสิ้น สองเมตรยี่สิบห้าเิเ ตู้กระจกมิอาจปกปิดออร่าของความยิ่งใหญ่ของมันได้
เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ “…ตัด์” คงกลายเป็เื่ตลกหากเล่าให้ผู้คนอื่นฟัง ั้แ่การฝึกที่น้ำตกธารา์เริ่มต้นขึ้น ความฝันประหลาดที่บังเกิดขึ้นในทุกคืน่หลับใหล นี่คือชนิดของศาสตราวุธคู่ใจของเขา ไม่ทราบชื่อชนิดที่แน่ชัดของมัน แต่ผู้คนในฝันเรียกมันว่า “ง้าว” รูปลักษณ์ทุกอย่างล้วนคงรูปประดุจฝัน ศาสตราวุธที่เพียงกวัดแกว่งไม่กี่คราก็สามารถทลายกองทัพนับพันได้อย่างง่ายดาย “ตัด์” คือนามที่เฟยอวี่มอบให้มัน
“เหลือเ้าคนเดียวแล้วเด็กน้อย ขนาดเ้าหนูผมดำขาวที่เพิ่งมายังเลือกได้เร็วกว่าเ้าเสียอีก” ผู้าุโหลีเหว่ยสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ เมื่อสังเกตเห็นเฟยอวี่ที่ยืนนิ่งตรงหน้าอาวุธชิ้นนั้น สีหน้าของผู้ชราแปรเปลี่ยนเป็ความสนใจเล็กน้อย
“ข้าอยากได้ง้าวเล่มนี้” เฟยอวี่หันขวับมาทางผู้าุโหลีเหว่ย แววตาขึงขังหาใดเปรียบจับจ้องผู้าุโไม่กระพริบตา เป็ความผูกพันที่กระทั่งผู้าุโหลีเหว่ยยังััผ่านสีหน้านั้นได้ ประหนึ่งของคู่กาย
“…โอ้ นี่เ้ารู้จักง้าวรึ?” ผู้าุโหลีเหว่ยหางคิ้วกระตุก อาวุธประเภท “ง้าว” ต่อให้เป็บัณฑิตที่เพียรอ่านหนังสือมานับพันนับหมื่นเล่มล้วนมิอาจล่วงรู้ชื่อของอาวุธประเภทนี้ได้ ทั่วทั้งใต้หล้า ศาสตราที่พบเห็นได้โดยทั่วไปคือกระบี่ เนื่องจากมันมีน้ำหนักไม่มาก รวดเร็วคล่องแคล่วและพลิกแพลงได้ง่ายในการจ้วงแทง เคล็ดวิชากระบวนท่าเกี่ยวกับกระบี่ย่อมมีเยอะเช่นกัน สามารถพบเห็นทวนได้บ้าง ดาบได้บ้าง หอกได้บ้าง นอกนั้นอาวุธชนิดอื่นต่างสูญหายไปตามกาลเวลา ั้แ่การปรากฏตัวของเทพเซียนที่ใช้กระบี่ หลายร้อยปีแล้วที่ผู้ฝึกยุทธต่างหันหลังให้แก่ศาสตราวุธชนิดอื่น
ผู้าุโหลีเหว่ยกล้ามั่นใจได้เลยว่าั้แ่เมื่อกาลก่อนราวห้าศตวรรษ สรรพศาสตราต่างสูญหายสิ้นแล้ว ยิ่งในตำราย่อมมิอาจมีให้พูดถึง ไม่มีสำนักหรือหอสมุดใดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าพันปี ยกเว้น…วังั
“มันแปลกหรือผู้าุโ?”
ชายชรามองสำรวจเฟยอวี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน ชายหนุ่มผู้นี้นับว่ามีระดับพลังยุทธต่ำสุดในบรรดาผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง ดูผิวเผินไม่มีสิ่งใดโดดเด่นสะดุดตา สิ่งใดกันที่ดึงดูดชายผู้นี้ให้เข้ามาหาอาวุธต้องห้าม? อย่างไรก็ตาม เด็กนี่รู้จักง้าว มีบางอย่างไม่ธรรมดา มันต้องกุมความลับบางอย่างอยู่เป็แน่
ผู้าุโหลีเหว่ยกระแอมไอเล็กน้อย “ไม่แปลก” ผู้ชราโกหกหน้าตาย เขาสังเกตท่าทางการตอบสนองของเฟยอวี่ ซึ่งแสดงออกจริงใจอย่างมาก …หรือว่า? เ้าเด็กนี่ไม่รู้ตัวว่าการรู้จักคำว่าง้าวมันแปลกจริงๆ? เมื่อผู้ชรามั่นใจได้ดังนั้นจึงกล่าวตอบออกไป “แปลกสิเ้าหนู มันแปลก ทั่วใต้หล้านี่นอกจากเหล่าตาเฒ่าอายุเฉียดพันปีคงไม่มีใครรู้จักชื่อของ ง้าว อีกแล้ว”
เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น มันแปลกหรือไม่แปลกกันแน่?
เมื่อท่าทางของชายหนุ่มแสดงออกซึ่งความสับสน ชายชราเผยรอยยิ้มมุมปาก “มันเป็วัตถุต้องห้าม ไม่มีใครสามารถยกมันขึ้นได้ นอกจากท่านเ้าสำนักแล้ว ่เวลาตลอดหลายร้อยปีมานี้ ข้ายังไม่เคยเห็นใครยกมันขึ้นได้เลยสักคนเดียว มันเป็ศาสตราวุธระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง มันเกินระดับพลังยุทธของเ้าไปถึงหนึ่ง่ใหญ่เกือบสอง่ใหญ่ ข้าไม่ถือสาเ้าหรอกถ้าคิดจะหยิบมันออกมา ถ้าเ้ายกมันได้ข้าอนุญาตให้นำออกไปเลย”
…จู่ๆ ความทรงจำเมื่อห้วงกาลนานของผู้าุโหลีเหว่ยพลันหวนคืนกลับมาอย่างไร้สาเหตุ
“ไม่สิ ท่านเ้าสำนักกล่าวว่า ใครยกมันได้ยกให้คนผู้นั้นเป็เ้าของเลย”
สีหน้าของเฟยอวี่ราบเรียบสงบนิ่ง ไร้เสียง ไร้อารมณ์ใด ชายหนุ่มเคลื่อนสายตาลงตรงง้าวเบื้องหน้า ถ้าคำกล่าวของผู้เฒ่าเป็จริง เขาคงมิอาจมองหาอาวุธประเภทง้าวได้จากที่ใดบนโลกอีก โอกาสนั้นมี แต่คงริบหรี่ประหนึ่งเทียนที่ใกล้มอดดับลงทุกขณะ จิตใจของเขากำลังเรียกร้องหามัน ความคุ้นเคยกับอาวุธประเภทนี้ที่น่าประหลาด
“เ้าคิดจะใช้มันจริงหรือ? อาวุธที่ใหญ่เทอะทะ น้ำหนักก็ไม่ใช่น้อย เจอพวกกระบี่ที่ทั้งรวดเร็วทั้งแหลมคมกระหน่ำแทงเ้าจะกันได้ไหวหรือ?” ผู้าุโหลีเหว่ยกล่าวขึ้น กระทั่งผู้ชรายังมิอาจจินตนาการได้ อาวุธที่ใหญ่แบบนั้นจะตามความเร็วของพวกกระบี่ได้ยังไง
คล้ายเฟยอวี่ตกลงไปสู่ห้วงภวังค์ลึก ชายหนุ่มเปิดตู้กระจกออก ทันใดนั้น สุ้มเสียงเบาบางจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเฟยอวี่ เมื่อมองไปที่ง้าวเล่มนั้น ภาพในฝันและเหตุการณ์สะท้อนเงาบนคมแหลมของปลายง้าว ความทรงจำที่คุ้นเคยหวนคืน เสียงกรีดร้องของผู้คนในสนามรบ หนึ่งง้าวที่สะบัดเหวี่ยงสร้างคลื่นลมั์ดุจพายุนำพาร่างของข้าศึกกระเด็นปลิว ความแหลมคมของง้าวสามารถแยกเมฆาออกเป็สองส่วน
เมื่อเฟยอวี่รู้สึกตัวขึ้นอีกที ง้าวเล่มนั้นพลันปรากฏอยู่ในฝ่ามือของเขา ในขณะเดียวกัน สีหน้าของผู้าุโหลีเหว่ยแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงพรึงเพริด ภายใต้ความเยี่ยมยอดของการบรรลุราชันยุทธ ผู้าุโหลีเหว่ยไม่เคยเจอเื่น่าหวาดกลัวหรือน่าตื่นเต้นอีกเลยตลอดหลายร้อยปี จวบจนกระทั่ง สีหน้าที่เรียบสงบนั้นได้บังเกิดคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง อาการสุขุมและความนิ่งขรึมพังทลายกลับกลายเป็สองตาที่เบิกโตกว้างปานถลน
หัวใจที่เงียบสงัดของผู้ชราคล้ายเต้นไม่เป็ส่ำ
“เด็กน้อย …นี่เ้าถือมันได้ยังไง” ผู้าุโหลีเหว่ยคล้ายเห็นผีสางตอนกลางวัน เขาทราบเหตุผลที่มันถูกเรียกวัตถุต้องห้ามดี ไม่มีใครเคยถือมันได้ กระทั่งเขาผู้เป็ราชันยุทธยังถือมันไม่ขึ้นด้วยซ้ำ ถึงกระนั้น ต่อให้เฟยอวี่ถือมันได้ แต่ทว่า ถ้ามองตามหลักความเป็จริง นั่นคือศาสตราวุธระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง เป็ประเภทอาวุธที่มีน้ำหนักมาก ฉะนั้น น้ำหนักของมันไม่สมควรที่ผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มตั้นขั้นหนึ่งจะถือไหว
“ผู้าุโ ง้าวนี่เป็ของข้าแล้วใช่หรือไม่?” เฟยอวี่รู้สึกแปลกประหลาดไปจากในความฝันอย่างมาก นี่ไม่ใช่ง้าวตัด์ที่เขารู้จัก ความรู้สึกคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากง้าวเล่มนี้คงเป็เพราะเป็อาวุธประเภทง้าวเหมือนกัน แต่ย่อมดีกว่าต้องใช้อาวุธประเภทอื่นที่ตนไม่ถนัด
ผู้าุโหลีเหว่ยผงกศีรษะเบาบาง นี่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวของผู้ชรา นี่คือคำสั่งของท่านเ้าสำนัก ใครถือได้ก็มอบให้เขาไป ผู้เฒ่ายังคงแปลกประหลาดใจไม่เลือนหาย ผู้ชราััได้ถึงความโกลาหลที่กำลังใกล้เข้ามา
เฟยอวี่แย้มยิ้มเปี่ยมสุข ชายหนุ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของง้าวเล่มนี้ ศาสตราวุธระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง เกรงว่าต่อให้มีเงินเทียมูเาก็มิอาจหาซื้อได้
“ข้าจะให้ยืมชื่อง้าวคู่ใจของข้า ในตอนนี้ เ้าคือง้าวตัด์!”