ในวันต่อมาของที่สั่งเมื่อคืนนี้ก็มาส่งผมแกะกล่องแล้วก็หยิบชุดนั้นขึ้นมาสะบัด ปัดฝุ่นจากนั้นก็ทดลองสวมใส่แล้วส่องกระจกสมาร์ตกลาสตรงทางออกระเบียงซึ่งปรับเป็นกระจกเงาชั่วคราวชุดแมสคอตแมวส้มนั้นช่วยปกปิดอย่างมิดชิดจนไม่รู้ว่าใครอยู่ข้างในผมหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตาเด๋อด๋าปนน่ารักของมันแมวตัวนั้นกำลังยิ้มร่าอย่างมีชีวิตชีวา ในขณะที่กระโดดโลดเต้นและโบกมือให้ตัวเองในกระจก นับว่าเคลื่อนไหวคล่องตัวกว่าที่คิดโชคดีที่ธรณีไม่มาเห็น ไม่งั้นคงหาว่าผมบ้าไปแล้วแต่เขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าผมจะทำอะไร เขาบอกว่าพรรคแมวพลัดถิ่นคงไม่ขัดข้องถ้ามีคนจะไปช่วยหาเสียงให้ภายใต้เงื่อนไขอันเดียวว่า ห้ามพูดสิ่งที่ไม่เป็นจริงสำหรับพรรคถ้าอะไรที่ไม่แน่ใจก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าไม่รู้ แล้วบอกให้ไปหาข้อมูลเพิ่มตามวีคิวอาร์โค้ด หรือส่งข้อความสอบถามพรรคโดยตรงมิฉะนั้นอาจโดนข้อหาหมิ่นประมาทไปเต็ม ๆ
ผมถอดชุดพับเก็บใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินทางไปพื้นที่เอฟอีเอที่ใกล้ที่สุดอย่างเซนทรัลพาร์ก พอผ่านประตูตรวจอาวุธมาได้ผมก็ไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ กดปุ่มเป่าลมเข้าไปจนตัวพองขยายลอดประตูห้องน้ำออกมาได้อย่างหวุดหวิด ผมหาพื้นที่โล่ง ๆคลี่ม้วนเสื่อที่พกมาด้วยปูบนพื้น แล้ววางปึกกระดาษใบปลิวที่พิมพ์มาเพิ่มอีก 100 แผ่นเมื่อคืนนี้ล้วงลำโพงขนาดพกพาที่ยืมธรณีมาวางตั้งไว้ปรับความเข้มเสียงไม่ให้ดังเกินกติกาที่กำหนด ซึ่งใช้เอไอคำนวณตามตำแหน่งจีพีเอสได้ไม่ยากแม้จะตะโกนดังแค่ไหนก็จะปรับลดลงมาเหลือประมาณ 70 เดซิเบล ช่วงเวลาเย็นวันศุกร์เช่นนี้คนไม่พลุกพล่านมาก
“พี่น้องประชาชนทุกคนครับ โปรดเลือกปิติวัฒน์ อัธิกตัง พรรคแมวพลัดถิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ด้วยครับ” ผมประกาศปาว ๆ ผ่านไมโครโฟนไร้สายที่ซ่อนอยู่ด้านในชุด
พออยู่ภายใต้หน้ากากเช่นนี้ผมก็เขินอายน้อยลง ทว่าผลลัพธ์ไม่ต่างจากตอนเดินแจกในบริษัทผู้คนที่สัญจรผ่านไปมามีปฏิกิริยาหลากหลาย บ้างก็หันมายิ้มให้โชคดีหน่อยก็ยอมยื่นมือมารับใบปลิวแล้วเดินจากไป แต่ส่วนใหญ่กลับเมินเฉย ไม่เมียงมองแม้ผมจะย่างกรายเข้าไปใกล้แค่เอื้อมไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สอบถามนโยบายเพิ่มเติม
ผ่านไปสักพักใหญ่ผมก็เริ่มแจกใบปลิวได้น้อยลงอาจจะต้องเรียกร้องความสนใจมากกว่านี้ แมวน้อยจึงต้องออกท่าทางเต้นตามที่ฝึกซ้อมมาบางท่าก็คิดสดมั่ว ๆ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสติไม่สมประกอบแต่ไม่น่าเชื่อว่ามันกลับได้ผลพอประมาณ มีเด็ก ๆ มาขอถ่ายรูปคู่ กอดขนอันนุ่มนิ่มบนตัวผมแลกเปลี่ยนกับการรับใบปลิวไปให้พ่อแม่พวกเขาอ่านแต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนใจประชาชนได้แค่ไหน ดีกว่าไม่ทำอะไรผมไม่อยากเป็นคนไร้ค่าไม่อยากรอคอยอย่างนิ่งดูดายไปจนผลการเลือกเสร็จสิ้นตามข้อเสนอของอิสรา
คืนวันนั้นผมกลับไปสลบเหมือดด้วยความเหนื่อยล้าแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แค่สามสี่ชั่วโมงหลังเลิกงานแต่ก็สูบพลังงานไปจนเกือบหมดตัว ยังดีที่ได้ระบบเป่าลมระบายอากาศของชุดมิฉะนั้นคงร้อนอบอ้าวยิ่งกว่านี้ ผมอาบน้ำเสร็จ ก็เก็บชุดไว้ข้างโซฟาแล้วล้มลงนอนแผ่หลา
“วันพรุ่งนี้ก็ต้องทำแบบนี้อีกแล้วเหรอนี่”ผมบ่นให้ตัวเองฟังก่อนม่อยหลับไป
วันต่อมาเป็นวันเสาร์ ผมจึงไปตั้งแต่เช้าเริ่มปรับกลยุทธ์มากขึ้น แทนที่จะแจกเฉย ๆก็เริ่มสอบถามข้อมูลมากขึ้นว่าคนเหล่านั้นจะเลือกใคร มีคนที่ตัดสินใจแล้วแค่ 50%คำตอบก็หลากหลาย ไม่มีใครนำโด่งชัดเจน ไม่ว่าจะตอบเช่นไรผมก็จะชักจูงให้เลือกปิติวัฒน์ให้จงได้แต่ความพยายามมากขึ้นก็แลกมาด้วยความเหนื่อย พูดจนคอแห้งจนต้องพักไปจิบน้ำบ่อย ๆพอตอนกลางคืนก็พบว่าตัวเองเสียงแหบพร่าวันต่อมาเลยเปลี่ยนอีกเพราะรู้ข่าวว่าพรรคแมวพลัดถิ่นจะมีการปราศรัยใหญ่ในพุธที่จะถึงและบ่ายวันนี้ก็จะมีสมาชิกพรรคบางส่วนมาปราศรัยบนพื้นที่เอฟอีเอ ผมจึงพักการพูดแค่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนรับรู้ว่ามีสองงานนี้อยู่ให้ผมขึ้นไปยืนฉายเดี่ยวไมโครโฟนบนเวทีคงไม่กล้าอยู่แล้วอีกอย่างจะกลายเป็นจุดสนใจมากเกินไป ผมเขียนเติมข้อมูลบนสติกเกอร์ที่ซื้อมา ทั้งวันเวลาและสถานที่จัดงานจากนั้นตัดแปะลงในใบปลิว ทีนี้อยากเพิ่มข้อความอะไรก็ทำได้โดยสะดวก
บ่ายสามโมงเสียงผมเริ่มหมดพลังจึงพักแล้วลองแวะไปเวทีหมายเลข 10ซึ่งตัวแทนจากพรรคแมวพลัดถิ่นปราศรัยอย่างน้อยก็ได้เช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ตนเองบอกเล่าไป และเผื่อมีอะไรอัปเดตปรากฏว่าก็ไม่ได้ต่างจากที่รับรู้มาผ่านสื่ออื่น ๆ ก่อนหน้าได้ยินคนแถวนั้นซุบซิบว่ามีการพูดขยายความจากตอนที่ปิติวัฒน์ให้สัมภาษณ์กับ กกต.ไว้แล้วยังไม่ชัดแจ้ง จึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีตามระบบเลือกตั้งพีไอเอสไปแล้วตั้งแต่สองวันก่อนผมยุ่งจนไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผู้สมัครแต่ละคนแสดงวิสัยทัศน์อะไรบ้างถ้าจะกดเข้าไปฟังต้องทำผ่านแอปซิติเซน ธรณีก็วุ่นวายกับชีวิตตัวเองจนผมไม่กล้ารบกวนรู้แค่ว่าตาโบว์ลิ่งต้องแข่งกับคนอีกสี่คน สองคนมาจากพรรคฝ่ายรัฐบาล หนึ่งคนมาจากฝ่ายพรรคฝ่ายค้านและคนสุดท้ายก็คือ ดร.คลอว์ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เป็น สส.จึงเทียบเท่ากับผู้สมัครอิสระ มีเวลาเจ็ดวันนับตั้งแต่วันแสดงความสามารถตามระบบพีไอเอสให้ประชาชนดูผลสัมภาษณ์ย้อนหลังและร่วมโหวต ทำไมยุคนี้อะไรก็เร่งรีบไปหมด ให้เวลาประชาชนแค่นี้เพียงพอจริงหรือดูไม่เกี่ยวกับกฎการเซอร์ไพรส์ด้วยซ้ำ
เสียงฮือฮาดังหลังจากที่ชายคนที่ยืนบนเวทีหมายเลข 10 พูดเขาสวมเสื้อสีเหลืองเขียวและมีตราสัญลักษณ์พรรคแมวพลัดถิ่น บนหน้าอกลุงธรณีไม่ได้มาเอง คงวางแผนไปเวทีใหญ่ทีเดียว
“ทุกท่านไม่ต้องไปสนใจเลยว่าต่างชาติจะทำอาชญากรรมแล้วติดสินบนเจ้าหน้าที่ประเทศพวกเรา ปล่อยให้มันทำไปเลยสิครับ”ชายตัวแทนพรรคเน้นเสียงหนักแน่น
“ท่านลองคิดดูดี ๆทำไมในอดีตพวกเราถึงแก้ปัญหาการส่งส่วย เรื่องธุรกิจผิดกฎหมายค้าประเวณี ยาเสพติดหรือ การพนัน ได้ ก็เพราะเราทำให้มันถูกกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการควบคุมอย่างเป็นระบบที่คิดมาอย่างดีแล้วที่สำคัญคือประเทศยังได้ประโยชน์จากการเก็บภาษีธุรกิจเหล่านี้ให้ถูกกฎหมายด้วยจริงไหมครับ”
ผู้ชมปรบมือกันเป็นระนาวผมไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไร เพราะฟังมาหลายคลิปแล้วสิ่งที่พูดตอนนี้ก็เหมือนอธิบายเพิ่มเติมกึ่ง ๆ แก้ตัวจากตอนพีไอเอส ประชาชนบางคนเผยให้ผมได้ยินเลยว่าขี้เกียจฟังซ้ำและจะตัดสินเฉพาะคำตอบตอนกกต. ให้สัมภาษณ์เท่านั้น
ผมผละจากเวทีนั้น มุ่งไปยังเวทีหมายเลข23 ของพรรคพลังกายพลังใจซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญไม่รู้ว่าเป็นความจงใจจัดเวลาให้ตรงกันเพื่อแย่งชิงกลุ่มผู้ชมหรือไม่
ชายหนุ่มที่เคยเป็นอดีตศัตรูความรักของผมยืนอย่างสง่าผ่าเผยอยู่กลางเวทีเขายังคงแต่งตัวสบาย ๆ ด้วยเสื้อแขนยาวกางเกงขาสั้นเช่นเคยรอบนี้ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำแต่แทนที่ด้วยเครื่องหูตาวิเศษที่ดูทันสมัยครอบหูและตาขวาคล้ายเครื่องสเกาเตอร์จากเรื่องดรากอนบอลด้วยท่าทางทะมัดทะแมงและบุคลิกความเป็นผู้นำทำให้ดูน่าเลื่อมใสมีบอดี้การ์ดสามคนยืนเฝ้าระวังใกล้ ๆ เป็นฉากหลังเช่นเคย
“ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงประชาชนดังนั้นผู้นำที่ถูกเลือกมาก็จะสะท้อนตัวตนระดับหนึ่งของคนในประเทศหรือคนในจังหวัดนั้น เมื่อก่อนนี้เคยมีวาทกรรมโบราณที่พูดถึงเรื่อง “บ้านใหญ่” ซึ่งทุกวันนี้ถูกสร้างภาพให้เป็นปีศาจร้ายแต่ทุกท่านลองคิดดู ถ้าบ้านใหญ่ชนะก็แปลว่า ผู้คนในพื้นที่นั้นยังชอบความอุปถัมภ์อยู่จริงไหมพวกเขาชื่นชอบความเป็นบ้านใหญ่อยู่ ท่านคิดว่าผิดไหม”
คลอว์โยนคำถามให้หญิงคนหนึ่งที่นั่งแถวที่สองเธอตอบสั้น ๆ ว่าผิด และไม่เห็นด้วยพร้อมทั้งชูนิ้วกลางเป็นสัญลักษณ์ชี้กลับไปหาผู้พูดชายหนุ่มไม่มีท่าทีขุ่นเคืองแม้แต่น้อย ใจเย็นสมกับเป็นมืออาชีพในขณะที่ผมข่มความรู้สึกโกรธตงิด ๆ ไว้ บนพื้นที่เอฟอีเอ ผู้คนจะทำอะไรก็ได้การแสดงกิริยาหยาบคายเป็นเรื่องปกติ
“ถ้าท่านคิดว่าผิดแสดงว่าท่านไม่เชื่อในความเท่าเทียมการตัดสินใจคนหากท่านไม่มีหลักฐานว่าการศึกษาของคนในพื้นที่หนึ่ง ด้อยกว่าอีกที่หรือไม่มีหลักฐานว่ามีการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนไม่เท่าเทียมกันตรงนี้ถึงจะเป็นปัญหาของจริง...พรรคการเมืองเราบอกตัวเองตั้งแต่แรกว่าจะใช้การเมืองแบบบ้านใหญ่ เราจะใช้การเมืองแบบอุปถัมภ์ ยึดมั่นในตัวบุคคลอยากถามทุกท่านกลับไปว่า ทำแบบนี้ผิดตรงไหน”
เขาผู้นี้ก็พูดมีเหตุผลข่าวในยุคผมชอบเอาประเด็นนี้ไปโจมตีแทบทุกครั้งตอนที่มีคนนามสกุลเดียวกันขึ้นมาครองอำนาจทั้งที่กฎหมายเปิดช่องให้แต่งตั้งได้ตั้งแต่แรกไม่ก็เลือกตั้งได้คนซ้ำเดิมมาหลายปีทั้งที่คนคนนั้นก็เคยมีผลงานในพื้นที่จนคนพึงพอใจ
“หรือแม้แต่พรรคการเมืองที่บอกแต่แรกว่าจะไม่ทำอะไรเลย เพราะเชื่อว่ายิ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงยิ่งสร้างปัญหาใหม่ แบบพรรคอนุรักษ์นิยมแท้จริงก็ไม่ผิดเช่นกัน ขอให้บอกแต่แรกแล้วประชาชนเลือกแล้วก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากจุดนั้นก็พอ”
ผมตัดสินใจจบการฟังไว้เพียงเท่านั้นยิ่งฟังยิ่งหดหู่ ไม่ใช่ว่าเห็นแย้งกับสิ่งที่คลอว์พูด หรือเกลียดด้วยอคติส่วนตัวแต่ได้ยินเสียงโห่ร้องสนับสนุนของประชาชนที่ฟังอยู่ดังเป็นระยะมันช่างห่างชั้นกับเวทีของพรรคแมวพลัดถิ่นอย่างสิ้นเชิง
เราจะเอาชนะได้จริงๆ หรือ
ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องทำตัวเองให้ดีที่สุดจึงไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเป็นชุดแมวตามเดิม แจกใบปลิวจนค่ำมืดหลังจากพื้นที่เอฟอีเอปิดตอน 21.00น. ก็กลับไปสลบไสลบนเตียง
หายนะมาเยือนผมพร้อมกับข่าวร้ายในเช้าวันจันทร์ไมตรีเรียกผมคุยหลังจากประชุมช่วงเช้าเสร็จ
“ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติแล้วท่านเริ่มงานได้เลย เดี๋ยวเราจะดึงเข้ากลุ่มแล้วก็มอบหมายงานให้”
เชี่ย! ฉิบหายแล้วไง
ผมอุทานในใจก่อนหน้านี้มัวแต่พยายามบ่ายเบี่ยงไม่นึกถึงมัน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นจำเป็นต้องยอมรับชะตาครับ
“ได้ครับ”
“อีกสิบนาที ท่านไปคุยสโกปงานกับนาคียะห์และปณิธิพร้อมกันที่ชั้นสามได้เลย”