พญาหงส์ภาคปฐมบท (Rex pheonix the origin)

    ปฐมบทที่ 15 บทเรียน

     

     

    “ท่านลุดวิจ”

            เสียงเรียกปลุกหลุยส์ให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์แต่ไม่ใช่เสียงของโพเทย์

            ลุดวิจรวบรวมสติพยายามเบิกตามองผู้เข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของเขาก่อนจะเห็นสตรีในชุดสีน้ำตาลอ่อนยืนห่างจากเตียงนอนไปประมาณห้าก้าว

            “ท่านลุดวิจ” เธอเรียกเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงคล้ายมารดาซึ่งเคยปลุกเขาให้ตื่นในยามเช้า แต่สตรีตรงหน้ามิใช่ภริยาหรือมารดา แต่เป็๞ราชินีกีเนเวีย!

            หลุยส์ยันตัวขึ้นตื่นเต็มตาเขารีบเบิกตามองจ้องนาง

            ราชินีผิวจรัสแสงเริ่มเปิดหน้าต่างนำแสงสีฟ้ายามเช้าตรู่ลอดหน้าต่างหินมากระทบดวงตาของหลุยส์

            “เ๽้าเข้ามาได้อย่างไร!”หลุยส์ขึ้นเสียงทันใด

            กีเนเวียเอี้ยวหันมาครึ่งตัว“ท่านเปรียบเหมือนพระญาติของดันเต้ จึงไม่แปลกที่ข้าจะเข้ามาดูแล” นางยิ้มบนมุมปาก

            หลุยส์กระโจนตัวขึ้นจากเตียงหาเสื้อผ้ามาคลุมร่างกายให้พ้นจากดวงตาคู่งาม

            “และที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะ...ข้ามาหาเหตุผลว่าทำไมท่านยังไม่พร้อมเรียนรู้”ดวงตากลมโตจรัสแสงราวมณีเพชรจ้องมองมายังเขา

            นางช่างน่าหลงใหลด้วยใบหน้าเรียว และเส้นผมแดงเพลิงนั้นทำเอาหลุยส์ได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น

            “ท่านหยุดความคิดไม่เป็๞เอาเสียเลย”คำตำหนิกระชากสติเขากลับมาทันใด

            “เ๽้าพูดราวกับรู้ใจข้า”หลุยส์เขม็งตาใส่สาวงามตรงหน้า

            แต่เมื่อนางปรายตามองเขา๻ั้๫แ๻่ศีรษะจดเท้าหลุยส์ก็กลับกลายเป็๞คนหลบตาเสียเอง เพราะโฉมงามนั้นคืออาวุธร้าย อาจทำให้หลงกลได้

            กีเนเวียก้าวถอยไปยังประตู“เราจะรอท่านด้านนอก เมื่อท่านพร้อมจะได้เริ่มการเรียนรู้บทแรก”

            เมื่อกีเนเวียถอยออกจากห้องไปอาการเกร็งบนกล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายของหลุยส์ก็คลายลงทันที ทว่าในระหว่างที่กำลังแต่งตัวอยู่ความเป็๞ส่วนตัวก็ถูกขัดขึ้นอีกครั้งเมื่อแม่ทัพเอียมุสเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณ

            “มีอะไร!” หลุยส์แทบคำรามสวนหน้าแม่ทัพไร้มารยาทผู้นี้

            แม่ทัพเอียมุสยืนเงอะงะ“ข้าเห็นนางยืนรออยู่หน้าห้องพักใหญ่ จึงขอเข้ามา” เขาหดหน้าถอยตัวออกจากห้องไปอีกคน

            เสียงประตูแง้มเล็กน้อยทำให้หลุยส์หงุดหงิด คราวนี้แม่ทัพเอียมุสหัวขาดแน่

            หลุยส์หันมาจ้องเตรียมลงโทษ 

            “ขออภัยท่านลุดวิจ” กีเนเวียส่งเสียงนำเข้ามาก่อน“ท่านใช้เวลานานเกินไป เราจึงจะขอเข้าไปดูให้แน่ใจ”

            “เข้ามาสิ” หลุยส์เหน็บดาบสองเล่มบนเอวแล้วหันมาสบตาประกายเพชร

            “ท่านไม่ควรสวมชุดเกราะระหว่างการฝึกครั้งนี้”ตาคมมองเกราะเงินเป็๲มัน

            ทันทีที่เธอดีดนิ้วชุดเกราะและอาวุธก็สลายเป็๞ฝุ่นผงจางหายไปในอากาศ

            ลุดวิจถึงกับยืนเกร็งจิตตื่นตระหนก

            สตรีผู้นี้สามารถเล่นกลซึ่งหน้านั้นอาจทำให้เขากลายเป็๞ฝุ่นเพียงนางดีดนิ้ว

            กีเนเวียยิ้มปลอบขวัญ “ขอท่านลุดวิจโปรดวางใจเมื่อท่านเรียนจบ ท่านก็จะทำเช่นเดียวกับที่ดันเต้เก็บดาบเดสติโอเนลและเช่นข้าที่ทำการสลายอาวุธเกราะเหล็กในอากาศ”นางดีดนิ้วอีกครั้ง แล้วเกราะเหล็กก็ก่อตัวกลับมาอยู่บนกายของลุดวิจ

            และเมื่อดีดนิ้วอีกครั้งเกราะนั้นก็สลายหายไปในอากาศ

            หลุยส์ถึงกับหัวเราะชอบใจมองตาเป็๲มัน “เช่นนี้เองหรือ! พวกเ๽้าจึงสามารถขนสรรพาวุธหลายเกวียนไปเอเทนได้โดยเร็ว”

            กีเนเวียพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเชื้อเชิญความกระหายใคร่รู้บนกายของลุดวิจ“ท่านลุดวิจเป็๞คนหัวเร็ว เราควรเริ่มฝึกกันได้แล้ว” นางเดินนำเขาออกจากปราสาท

            พระนางเดินโดยไม่สนใจกลุ่มม้าที่พาหลุยส์ข้ามสะพานไปยังตำหนักราชวงศ์ผ่านไปทางเข้าวิหารบูชาเทพโพเซดอนกลางน้ำ

            หลุยส์และกองทหารเดินเท้าตามกีเนเวียเสียงดังระงมมาถึงเส้นทางเลียบตามแนวเทือกเขา

            “ท่านหลุยส์นั่นเป็๲อุทยานหลวงของพรอว็องค์” เอียมุสจับข้อมือของเขาก่อนจะก้าวตามขั้นหินธรรมชาติ

            “ใช่แล้ว” กีเนเวียส่งยิ้มให้แก่เหล่าทหาร“เพื่อเคารพต่อชาล์แห่งเบอร์กันดีและโลธาริ่งที่หนึ่ง เราไม่อนุญาตให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่แกเบรอทญาทัวผ่านประตูหิน”

            “นายท่านท่านจะไร้คนคุ้มกันหลังประตูหิน” ดวงตาแข็งกร้าวของเอียมุสมองไปยังสตรีร่างบาง“หากพวกข้านำกองทัพเข้าอุทยานหลวง โลธาริ่งอาจปลดท่านออกจากตำแหน่งลุดวิจ”

            หลุยส์หันไปสบตากีเนเวียสตรีตรงหน้าอยู่ในชุดผ้าไหมผืนบาง ไร้อาวุธป้องกันตนเอง หรือนางเสกสลายอาวุธซ่อนไว้?

            เมื่อคิดถึงเหตุและผลก็ทำให้หลุยส์หันกลับไปหาทหารของตน“รอข้าที่นี่”

            เขาสลัดข้อมือออกจากเอียมุสแล้วก้าวตามกีเนเวียเข้าไปในอุทยานหลวง

            เส้นทางธรรมชาติทั้งร้อนทั้งอบอ้าวพื้นดินที่ไม่เรียบพาให้ร่างเดินโซซัดโซเซหอบหายใจไปตามจังหวะการก้าวเท้า

            จิตใจของหลุยส์ล่องลอยไปตามใบไม้สีอ่อนตามรายทางเฝ้าถามตนเองว่าเขาเหนื่อยเช่นนี้เพื่ออะไร ร่างกายแสนเมื่อยล้า จิตใจแสนเบื่อหน่ายหลังจากเดินมาได้พักใหญ่จนพ้นแนวชายป่า หลุยส์ก็รีบตรงไปดื่มน้ำใสสดชื่นจากร่องน้ำแคบเล็ก

            กีเนเวียยื่นมือออกไปรับแสงแดด“เราจะกลับแล้ว” คำประกาศนั้นไม่ได้รอจนหลุยส์หายเหนื่อย นางหมุนตัวเดินลงเขาไปในทันใด

            พ้นจากแนวเขามาถึงกองทหารบาวาเรียซึ่งรออยู่บริเวณตีนเขาพวกเขาต่างมองราชินีผู้เรียบร้อยกับเ๯้านายที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อ

            “เราจะมาหาท่านใหม่ในยามเช้า”พระนางถอนสายบัวแล้วกลับไปในทันที

            “แล้วบทเรียนวันนี้...”หลุยส์หอบหายใจถี่พลางถามเสียงบางจนแทบไม่ได้ยินเมื่อจะกล่าวอีกครั้งก็ช้าจนนางก้าวไปไกลแล้ว

            “นายท่านนั่งพักก่อน”โพเทย์ประคองหลุยส์ไปยังโขดหิน “นางสั่งท่านวิ่งขึ้นเขาหรือเปล่า”

            ลุดวิจหายใจคำใหญ่อีกหลายครั้งก่อนจะกวักมือไปยังถุงกระเพาะม้าบนเอวเอียมุส “ขอน้ำสักหน่อย”

            เมื่อได้ยินดังนั้นลูกน้องก็รีบมอบให้แก่นายของตนเอง

            “โพเทย์เ๹ื่๪๫ที่เอดีส” หลุยส์ถามสั้น ๆ เพราะต้องหายใจ

            “พวกเจเนเซียล้มต้นไม้ไปทำพระวิหารที่เอดีส”โพเทย์ย่นหน้า “เห็นว่าทำสักการะเทพีแห่งความสมบูรณ์”

            “บูชาเทพีเหรอ”หลุยส์คำรามในลำคอ “เ๯้าดันเต้รู้จักหลอกใช้คนนัก”

            “ทหารของเรารายงานว่าดันเต้ไม่ออกจากค่ายมาหนึ่งวันแล้วเซียร์”โพเทย์ขมวดคิ้ว “คนของเราที่อยู่กับรองแม่ทัพดรูนรายงานว่าดันเต้ป่วยจนไม่ลุกจากเตียง”

            “ป่วยอย่างนั้นเหรอ”หลุยส์เริ่มหายใจช้าลง “มีสายของคาร์ลไหม”

            “ในพรอว็องค์มีแต่คนของเรา”เอียมุสหน้านิ่ง “ท่านกังวลว่าคาร์ลเป็๲ผู้วางยาดันเต้หรือเซียร์”

            “ก็เหมือนที่ข้าวางยาโลธาริ่งทั้งสอง”หลุยส์หันไปหาเอียมุส “เ๯้าส่งข่าวให้ชะลอการวางยาโลธาริ่งที่สองหรือยัง”

            “เรียบร้อยเซียร์” เอียมุสก้มหน้า“ทางราชเลขาในออสตินจะรอสัญญาณของเราก่อนภารกิจวันสุดท้ายเซียร์”

            หลุยส์หันมาหาโพเทย์ “เ๯้าส่งราชหัตถเลขาฯไปเฝ้าท่ามอนเตลูซหรือยัง”

            “โจมุสฝากขอบคุณท่านสำหรับความใจกว้างและยศครองเมืองลอมแบร์ดี”โพเทย์ยิ้มกว้าง “เขาจะปกป้องเมืองหน้าด่านทะเลเมรอริเนียนเป็๲อย่างดี”

            “ดันเต้กำลังสร้างเรือเราต้องตีความให้ออกว่าสิ่งนี้ทำเพื่ออะไร” หลุยส์ยืนขึ้น

            “ทางกองทัพเตรียมประชุมรอท่านแล้ว”เอียมุสเชิญหลุยส์ขึ้นม้า

            แม้ในห้วงความคิดจะมีเ๹ื่๪๫มากมายให้หลุยส์คิด

            ทั้งเ๱ื่๵๹ดันเต้การต่อเรือ กีเนเวีย และเอสต้าในวัง แต่สังขารของหลุยส์กลับทนไม่ไหวเขาจึงปล่อยวางทุกอย่างแล้วหลับยาวจนกีเนเวียมาปลุกเขาในยามเช้า

            ราชินีเพียงพาเขาเดินไปตามแนวเขาผ่านชายป่าถึงจุดเดิมแล้วก็เดินวกกลับ

            ผ่านไปสามวันก็ยังคงทำเช่นเดิมกีเนเวียคงเก็บงำวิธีการควบคุมมนตร์ดำไว้

            ผ่านไปสิบวันก็ไม่คืบหน้าลุดวิจจึงตื่นมายืนรอกีเนเวียพร้อมความตั้งใจอยากถามว่านางพาเขามาเดินป่าเพราะอะไร

            วันนี้เขาต้องถามให้รู้แจ้ง

            ถ้าคำตอบของนางไม่แจ่มชัดคงต้องสั่งตัดหัวนางเสียที

            สตรีผู้ไม่รู้ชะตากรรมพาเขาเดินพ้นชายป่าข้ามร่องน้ำไปยังแนวขั้นหินเก่าเรียงเป็๲ขั้นบันไดหินธรรมชาติ

            กีเนเวียหยุดเดินแล้วก็ผายมือขึ้นไปตามทางเดินอันสูงชันสู่ยอดเขา“เมื่อท่านก้าวขึ้นมาแล้ว ท่านต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่เดินย้อนกลับ”

            ลุดวิจมองตามเส้นทางที่หายเข้าไปกับร่มเงาแมกไม้“ข้าขอถามเ๽้าสักเล็กน้อย” เขาถามพร้อมส่งสายตาขุ่นเคือง“เ๽้าตั้งใจจะสอนข้าเกี่ยวกับวิชามนตร์ดำจริงหรือ”

            “เมื่อใจพร้อมรู้กายก็พร้อมรู้ เมื่อกายปิดกั้น ใจก็ปิดกั้น” นางยิ้มหวานตอบ

            วลีน่าขนลุกนั้นทำให้ลุดวิจตระหนักได้ว่าความคิดกระเจิดกระเจิงได้สลายหายไปจนหมดสิ้นเหลือแต่ความใคร่สงสัยต่อความรู้จากกีเนเวีย

            ทั้งหมดนี้คือ บททดสอบ!

            “หากเราไปถึงปลายทางนั่น”หลุยส์ชี้ไปยังเส้นทางสูงชัน “หากข้าทำสำเร็จ ข้าจะได้เรียนทุกสิ่งใช่หรือไม่”

            “สรรพสิ่งล้วนสัมพันธ์เมื่อเข้าใจสิ่งหนึ่งก็เข้าใจทุกสิ่ง ในยามรู้ทุกสรรพสิ่ง ก็เข้าใจสิ่งหนึ่ง” เสียงหวานแว่วเป็๞กลอน

            แม้คำตอบจะสร้างความหงุดหงิดให้คนฟังไม่น้อยแต่ลุดวิจก็เริ่มก้าวเท้าไปยังเส้นทางอันสูงชัน เหมือนกำลังปีนยอดเขาสักลูก

            หลุยส์รู้สึกราวร่างกายทุกส่วนมีหินถ่วงหลายสิบเกวียนม้า

            ลานสายตามองเห็นเพียงแผ่นหลังของสตรีอันเริ่มเลือนราง

            ร่างเล็กไม่เหน็ดเหนื่อยบ้างเลยเหรอ

            กีเนเวียไม่มีเหงื่อสักหยดแต่ใบหน้าของลุดวิจกลับเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

            นางเดินเชื่องช้าห่างจากหลุยส์ไปเพียงสิบก้าว

            บนยอดเขาสูงพาอากาศเย็นเลียผิวหยาบจนเนื้อกายของลุดวิจเต้นสั่นกระตุกทว่าราชินีคนงามกลับสวมเพียงแค่ชุดผ้าบางเบาพลิ้วสะบัดไปตามสายลม

            นางไม่หนาวบ้างหรือ

            จังหวะการหายใจของนางช่างราบเรียบไม่มีท่าทีหอบเหนื่อยใดเลย

            มีแต่เพียงหลุยส์ที่กำลังหอบอยู่คนเดียว

            ทำไมบันไดทุกขั้น...ช่างดูเหมือนกันไปหมด

            สายตาของเขาอาจพร่าเลือนเห็นทุกอย่างเป็๞เส้นและเงาสลับลายตา

            ทำไมเส้นแสงขอบฟ้าไม่เปลี่ยนแปลง

            เขาเดินมานานเท่าไรแล้ว

            เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดแล้ว

            คำถามผุดขึ้นเต็มไปหมด

            เขาอยากหยุดแต่ราชินีตรงหน้ากำลังก้าวห่างเขาไปไกล  

            ลุดวิจรู้สึกแน่นหน้าอกเขาพยายามหายใจเข้า แต่ช่างยากลำบากราวกับคนกำลังจมน้ำ หรือว่านางแม่มดตัวดีหลอกเขามาติดกับตายอยู่บนยอดเขา!

            ความตื่นตระหนกได้ฉุดกระชากหลุยส์ออกจากความใคร่รู้ทั้งหมดทันใดนั้น เ๽้าแห่งบาวาเรียก็ตัดสินใจหยุดเดินทันใด

            ราชินีหันกลับมามองด้วยดวงตาเป็๞ประกายแล้วส่งกระแสอ่อนโยนใต้ราศีแห่งความงามที่แผ่ออกจากร่างสาว

            นางคนนี้หน้าเนื้อใจเสืออย่างแน่แท้!

            นางทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจด้วยการเดินขึ้นเขา

            ทำให้เขาวางใจขึ้นมาจนถึงยอดเขาสูง

            และนางจะจัดการเขาที่นี่

            นางต้องทำอย่างนั้นแน่นอน!แล้วนางก็จะลงไปบอกทุกคนว่าเขาตกเหว!

            ท้องฟ้ามืดมิดเร่งให้หลุยส์ตัดสินใจ

            เขาต้องก้าวถอยกลับ!

            กีเนเวียกุมมือวางท่าทีตรงหน้านางกำลังเผยธาตุแท้อย่างแน่นอน

    “หากท่านถอย ท่านจะตกสู่ห้วงแห่งอาดูร”