“ท่านลุดวิจ”
เสียงเรียกปลุกหลุยส์ให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์แต่ไม่ใช่เสียงของโพเทย์
ลุดวิจรวบรวมสติพยายามเบิกตามองผู้เข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของเขาก่อนจะเห็นสตรีในชุดสีน้ำตาลอ่อนยืนห่างจากเตียงนอนไปประมาณห้าก้าว
“ท่านลุดวิจ” เธอเรียกเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงคล้ายมารดาซึ่งเคยปลุกเขาให้ตื่นในยามเช้า แต่สตรีตรงหน้ามิใช่ภริยาหรือมารดา แต่เป็ราชินีกีเนเวีย!
หลุยส์ยันตัวขึ้นตื่นเต็มตาเขารีบเบิกตามองจ้องนาง
ราชินีผิวจรัสแสงเริ่มเปิดหน้าต่างนำแสงสีฟ้ายามเช้าตรู่ลอดหน้าต่างหินมากระทบดวงตาของหลุยส์
“เ้าเข้ามาได้อย่างไร!”หลุยส์ขึ้นเสียงทันใด
กีเนเวียเอี้ยวหันมาครึ่งตัว“ท่านเปรียบเหมือนพระญาติของดันเต้ จึงไม่แปลกที่ข้าจะเข้ามาดูแล” นางยิ้มบนมุมปาก
หลุยส์กระโจนตัวขึ้นจากเตียงหาเสื้อผ้ามาคลุมร่างกายให้พ้นจากดวงตาคู่งาม
“และที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะ...ข้ามาหาเหตุผลว่าทำไมท่านยังไม่พร้อมเรียนรู้”ดวงตากลมโตจรัสแสงราวมณีเพชรจ้องมองมายังเขา
นางช่างน่าหลงใหลด้วยใบหน้าเรียว และเส้นผมแดงเพลิงนั้นทำเอาหลุยส์ได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น
“ท่านหยุดความคิดไม่เป็เอาเสียเลย”คำตำหนิกระชากสติเขากลับมาทันใด
“เ้าพูดราวกับรู้ใจข้า”หลุยส์เขม็งตาใส่สาวงามตรงหน้า
แต่เมื่อนางปรายตามองเขาั้แ่ศีรษะจดเท้าหลุยส์ก็กลับกลายเป็คนหลบตาเสียเอง เพราะโฉมงามนั้นคืออาวุธร้าย อาจทำให้หลงกลได้
กีเนเวียก้าวถอยไปยังประตู“เราจะรอท่านด้านนอก เมื่อท่านพร้อมจะได้เริ่มการเรียนรู้บทแรก”
เมื่อกีเนเวียถอยออกจากห้องไปอาการเกร็งบนกล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายของหลุยส์ก็คลายลงทันที ทว่าในระหว่างที่กำลังแต่งตัวอยู่ความเป็ส่วนตัวก็ถูกขัดขึ้นอีกครั้งเมื่อแม่ทัพเอียมุสเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณ
“มีอะไร!” หลุยส์แทบคำรามสวนหน้าแม่ทัพไร้มารยาทผู้นี้
แม่ทัพเอียมุสยืนเงอะงะ“ข้าเห็นนางยืนรออยู่หน้าห้องพักใหญ่ จึงขอเข้ามา” เขาหดหน้าถอยตัวออกจากห้องไปอีกคน
เสียงประตูแง้มเล็กน้อยทำให้หลุยส์หงุดหงิด คราวนี้แม่ทัพเอียมุสหัวขาดแน่
หลุยส์หันมาจ้องเตรียมลงโทษ
“ขออภัยท่านลุดวิจ” กีเนเวียส่งเสียงนำเข้ามาก่อน“ท่านใช้เวลานานเกินไป เราจึงจะขอเข้าไปดูให้แน่ใจ”
“เข้ามาสิ” หลุยส์เหน็บดาบสองเล่มบนเอวแล้วหันมาสบตาประกายเพชร
“ท่านไม่ควรสวมชุดเกราะระหว่างการฝึกครั้งนี้”ตาคมมองเกราะเงินเป็มัน
ทันทีที่เธอดีดนิ้วชุดเกราะและอาวุธก็สลายเป็ฝุ่นผงจางหายไปในอากาศ
ลุดวิจถึงกับยืนเกร็งจิตตื่นตระหนก
สตรีผู้นี้สามารถเล่นกลซึ่งหน้านั้นอาจทำให้เขากลายเป็ฝุ่นเพียงนางดีดนิ้ว
กีเนเวียยิ้มปลอบขวัญ “ขอท่านลุดวิจโปรดวางใจเมื่อท่านเรียนจบ ท่านก็จะทำเช่นเดียวกับที่ดันเต้เก็บดาบเดสติโอเนลและเช่นข้าที่ทำการสลายอาวุธเกราะเหล็กในอากาศ”นางดีดนิ้วอีกครั้ง แล้วเกราะเหล็กก็ก่อตัวกลับมาอยู่บนกายของลุดวิจ
และเมื่อดีดนิ้วอีกครั้งเกราะนั้นก็สลายหายไปในอากาศ
หลุยส์ถึงกับหัวเราะชอบใจมองตาเป็มัน “เช่นนี้เองหรือ! พวกเ้าจึงสามารถขนสรรพาวุธหลายเกวียนไปเอเทนได้โดยเร็ว”
กีเนเวียพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเชื้อเชิญความกระหายใคร่รู้บนกายของลุดวิจ“ท่านลุดวิจเป็คนหัวเร็ว เราควรเริ่มฝึกกันได้แล้ว” นางเดินนำเขาออกจากปราสาท
พระนางเดินโดยไม่สนใจกลุ่มม้าที่พาหลุยส์ข้ามสะพานไปยังตำหนักราชวงศ์ผ่านไปทางเข้าวิหารบูชาเทพโพเซดอนกลางน้ำ
หลุยส์และกองทหารเดินเท้าตามกีเนเวียเสียงดังระงมมาถึงเส้นทางเลียบตามแนวเทือกเขา
“ท่านหลุยส์นั่นเป็อุทยานหลวงของพรอว็องค์” เอียมุสจับข้อมือของเขาก่อนจะก้าวตามขั้นหินธรรมชาติ
“ใช่แล้ว” กีเนเวียส่งยิ้มให้แก่เหล่าทหาร“เพื่อเคารพต่อชาล์แห่งเบอร์กันดีและโลธาริ่งที่หนึ่ง เราไม่อนุญาตให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่แกเบรอทญาทัวผ่านประตูหิน”
“นายท่านท่านจะไร้คนคุ้มกันหลังประตูหิน” ดวงตาแข็งกร้าวของเอียมุสมองไปยังสตรีร่างบาง“หากพวกข้านำกองทัพเข้าอุทยานหลวง โลธาริ่งอาจปลดท่านออกจากตำแหน่งลุดวิจ”
หลุยส์หันไปสบตากีเนเวียสตรีตรงหน้าอยู่ในชุดผ้าไหมผืนบาง ไร้อาวุธป้องกันตนเอง หรือนางเสกสลายอาวุธซ่อนไว้?
เมื่อคิดถึงเหตุและผลก็ทำให้หลุยส์หันกลับไปหาทหารของตน“รอข้าที่นี่”
เขาสลัดข้อมือออกจากเอียมุสแล้วก้าวตามกีเนเวียเข้าไปในอุทยานหลวง
เส้นทางธรรมชาติทั้งร้อนทั้งอบอ้าวพื้นดินที่ไม่เรียบพาให้ร่างเดินโซซัดโซเซหอบหายใจไปตามจังหวะการก้าวเท้า
จิตใจของหลุยส์ล่องลอยไปตามใบไม้สีอ่อนตามรายทางเฝ้าถามตนเองว่าเขาเหนื่อยเช่นนี้เพื่ออะไร ร่างกายแสนเมื่อยล้า จิตใจแสนเบื่อหน่ายหลังจากเดินมาได้พักใหญ่จนพ้นแนวชายป่า หลุยส์ก็รีบตรงไปดื่มน้ำใสสดชื่นจากร่องน้ำแคบเล็ก
กีเนเวียยื่นมือออกไปรับแสงแดด“เราจะกลับแล้ว” คำประกาศนั้นไม่ได้รอจนหลุยส์หายเหนื่อย นางหมุนตัวเดินลงเขาไปในทันใด
พ้นจากแนวเขามาถึงกองทหารบาวาเรียซึ่งรออยู่บริเวณตีนเขาพวกเขาต่างมองราชินีผู้เรียบร้อยกับเ้านายที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“เราจะมาหาท่านใหม่ในยามเช้า”พระนางถอนสายบัวแล้วกลับไปในทันที
“แล้วบทเรียนวันนี้...”หลุยส์หอบหายใจถี่พลางถามเสียงบางจนแทบไม่ได้ยินเมื่อจะกล่าวอีกครั้งก็ช้าจนนางก้าวไปไกลแล้ว
“นายท่านนั่งพักก่อน”โพเทย์ประคองหลุยส์ไปยังโขดหิน “นางสั่งท่านวิ่งขึ้นเขาหรือเปล่า”
ลุดวิจหายใจคำใหญ่อีกหลายครั้งก่อนจะกวักมือไปยังถุงกระเพาะม้าบนเอวเอียมุส “ขอน้ำสักหน่อย”
เมื่อได้ยินดังนั้นลูกน้องก็รีบมอบให้แก่นายของตนเอง
“โพเทย์เื่ที่เอดีส” หลุยส์ถามสั้น ๆ เพราะต้องหายใจ
“พวกเจเนเซียล้มต้นไม้ไปทำพระวิหารที่เอดีส”โพเทย์ย่นหน้า “เห็นว่าทำสักการะเทพีแห่งความสมบูรณ์”
“บูชาเทพีเหรอ”หลุยส์คำรามในลำคอ “เ้าดันเต้รู้จักหลอกใช้คนนัก”
“ทหารของเรารายงานว่าดันเต้ไม่ออกจากค่ายมาหนึ่งวันแล้วเซียร์”โพเทย์ขมวดคิ้ว “คนของเราที่อยู่กับรองแม่ทัพดรูนรายงานว่าดันเต้ป่วยจนไม่ลุกจากเตียง”
“ป่วยอย่างนั้นเหรอ”หลุยส์เริ่มหายใจช้าลง “มีสายของคาร์ลไหม”
“ในพรอว็องค์มีแต่คนของเรา”เอียมุสหน้านิ่ง “ท่านกังวลว่าคาร์ลเป็ผู้วางยาดันเต้หรือเซียร์”
“ก็เหมือนที่ข้าวางยาโลธาริ่งทั้งสอง”หลุยส์หันไปหาเอียมุส “เ้าส่งข่าวให้ชะลอการวางยาโลธาริ่งที่สองหรือยัง”
“เรียบร้อยเซียร์” เอียมุสก้มหน้า“ทางราชเลขาในออสตินจะรอสัญญาณของเราก่อนภารกิจวันสุดท้ายเซียร์”
หลุยส์หันมาหาโพเทย์ “เ้าส่งราชหัตถเลขาฯไปเฝ้าท่ามอนเตลูซหรือยัง”
“โจมุสฝากขอบคุณท่านสำหรับความใจกว้างและยศครองเมืองลอมแบร์ดี”โพเทย์ยิ้มกว้าง “เขาจะปกป้องเมืองหน้าด่านทะเลเมรอริเนียนเป็อย่างดี”
“ดันเต้กำลังสร้างเรือเราต้องตีความให้ออกว่าสิ่งนี้ทำเพื่ออะไร” หลุยส์ยืนขึ้น
“ทางกองทัพเตรียมประชุมรอท่านแล้ว”เอียมุสเชิญหลุยส์ขึ้นม้า
แม้ในห้วงความคิดจะมีเื่มากมายให้หลุยส์คิด
ทั้งเื่ดันเต้การต่อเรือ กีเนเวีย และเอสต้าในวัง แต่สังขารของหลุยส์กลับทนไม่ไหวเขาจึงปล่อยวางทุกอย่างแล้วหลับยาวจนกีเนเวียมาปลุกเขาในยามเช้า
ราชินีเพียงพาเขาเดินไปตามแนวเขาผ่านชายป่าถึงจุดเดิมแล้วก็เดินวกกลับ
ผ่านไปสามวันก็ยังคงทำเช่นเดิมกีเนเวียคงเก็บงำวิธีการควบคุมมนตร์ดำไว้
ผ่านไปสิบวันก็ไม่คืบหน้าลุดวิจจึงตื่นมายืนรอกีเนเวียพร้อมความตั้งใจอยากถามว่านางพาเขามาเดินป่าเพราะอะไร
วันนี้เขาต้องถามให้รู้แจ้ง
ถ้าคำตอบของนางไม่แจ่มชัดคงต้องสั่งตัดหัวนางเสียที
สตรีผู้ไม่รู้ชะตากรรมพาเขาเดินพ้นชายป่าข้ามร่องน้ำไปยังแนวขั้นหินเก่าเรียงเป็ขั้นบันไดหินธรรมชาติ
กีเนเวียหยุดเดินแล้วก็ผายมือขึ้นไปตามทางเดินอันสูงชันสู่ยอดเขา“เมื่อท่านก้าวขึ้นมาแล้ว ท่านต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่เดินย้อนกลับ”
ลุดวิจมองตามเส้นทางที่หายเข้าไปกับร่มเงาแมกไม้“ข้าขอถามเ้าสักเล็กน้อย” เขาถามพร้อมส่งสายตาขุ่นเคือง“เ้าตั้งใจจะสอนข้าเกี่ยวกับวิชามนตร์ดำจริงหรือ”
“เมื่อใจพร้อมรู้กายก็พร้อมรู้ เมื่อกายปิดกั้น ใจก็ปิดกั้น” นางยิ้มหวานตอบ
วลีน่าขนลุกนั้นทำให้ลุดวิจตระหนักได้ว่าความคิดกระเจิดกระเจิงได้สลายหายไปจนหมดสิ้นเหลือแต่ความใคร่สงสัยต่อความรู้จากกีเนเวีย
ทั้งหมดนี้คือ บททดสอบ!
“หากเราไปถึงปลายทางนั่น”หลุยส์ชี้ไปยังเส้นทางสูงชัน “หากข้าทำสำเร็จ ข้าจะได้เรียนทุกสิ่งใช่หรือไม่”
“สรรพสิ่งล้วนสัมพันธ์เมื่อเข้าใจสิ่งหนึ่งก็เข้าใจทุกสิ่ง ในยามรู้ทุกสรรพสิ่ง ก็เข้าใจสิ่งหนึ่ง” เสียงหวานแว่วเป็กลอน
แม้คำตอบจะสร้างความหงุดหงิดให้คนฟังไม่น้อยแต่ลุดวิจก็เริ่มก้าวเท้าไปยังเส้นทางอันสูงชัน เหมือนกำลังปีนยอดเขาสักลูก
หลุยส์รู้สึกราวร่างกายทุกส่วนมีหินถ่วงหลายสิบเกวียนม้า
ลานสายตามองเห็นเพียงแผ่นหลังของสตรีอันเริ่มเลือนราง
ร่างเล็กไม่เหน็ดเหนื่อยบ้างเลยเหรอ
กีเนเวียไม่มีเหงื่อสักหยดแต่ใบหน้าของลุดวิจกลับเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
นางเดินเชื่องช้าห่างจากหลุยส์ไปเพียงสิบก้าว
บนยอดเขาสูงพาอากาศเย็นเลียผิวหยาบจนเนื้อกายของลุดวิจเต้นสั่นกระตุกทว่าราชินีคนงามกลับสวมเพียงแค่ชุดผ้าบางเบาพลิ้วสะบัดไปตามสายลม
นางไม่หนาวบ้างหรือ
จังหวะการหายใจของนางช่างราบเรียบไม่มีท่าทีหอบเหนื่อยใดเลย
มีแต่เพียงหลุยส์ที่กำลังหอบอยู่คนเดียว
ทำไมบันไดทุกขั้น...ช่างดูเหมือนกันไปหมด
สายตาของเขาอาจพร่าเลือนเห็นทุกอย่างเป็เส้นและเงาสลับลายตา
ทำไมเส้นแสงขอบฟ้าไม่เปลี่ยนแปลง
เขาเดินมานานเท่าไรแล้ว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดแล้ว
คำถามผุดขึ้นเต็มไปหมด
เขาอยากหยุดแต่ราชินีตรงหน้ากำลังก้าวห่างเขาไปไกล
ลุดวิจรู้สึกแน่นหน้าอกเขาพยายามหายใจเข้า แต่ช่างยากลำบากราวกับคนกำลังจมน้ำ หรือว่านางแม่มดตัวดีหลอกเขามาติดกับตายอยู่บนยอดเขา!
ความตื่นตระหนกได้ฉุดกระชากหลุยส์ออกจากความใคร่รู้ทั้งหมดทันใดนั้น เ้าแห่งบาวาเรียก็ตัดสินใจหยุดเดินทันใด
ราชินีหันกลับมามองด้วยดวงตาเป็ประกายแล้วส่งกระแสอ่อนโยนใต้ราศีแห่งความงามที่แผ่ออกจากร่างสาว
นางคนนี้หน้าเนื้อใจเสืออย่างแน่แท้!
นางทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจด้วยการเดินขึ้นเขา
ทำให้เขาวางใจขึ้นมาจนถึงยอดเขาสูง
และนางจะจัดการเขาที่นี่
นางต้องทำอย่างนั้นแน่นอน!แล้วนางก็จะลงไปบอกทุกคนว่าเขาตกเหว!
ท้องฟ้ามืดมิดเร่งให้หลุยส์ตัดสินใจ
เขาต้องก้าวถอยกลับ!
กีเนเวียกุมมือวางท่าทีตรงหน้านางกำลังเผยธาตุแท้อย่างแน่นอน
“หากท่านถอย ท่านจะตกสู่ห้วงแห่งอาดูร”