“ข้าได้ยินมาไม่น้อยว่าความช่างเอาอกเอาใจของเ้า หากใครได้รับต่างก็พากันหลงใหล เหมือนคนต้องมนต์จิ้งจอกข้านึกไม่ถึงเลยว่า ความช่างเอาใจของเ้าจะส่งเข้าไปถึงในวังได้ด้วย”
“อ๋องจินอู่...”
ตี้ไหลข่าใกับการที่ต้องเผชิญกันต่อหน้าแบบนี้เพราะใครจะคิดว่าจะมาเจอคนเฮงซวยที่นี่ได้กัน เพราะนี่มันไม่น่าจะใช่สถานที่ที่คนอย่างเขาจะมาปรากฎตัวด้วยซ้ำ
“เ้าจะยืนอยู่แบบนั้นอีกนานไหม” อ๋องจินอู่ถาม เมื่อเห็นอีกคนไม่ได้พูดอะไรหลังจากหันหลังออกมา เมื่อตี้ไหลข่าตั้งสติได้ก็โค้งตัวทำความเคารพก่อนจะขอตัวกลับ
“ประหม่อมขอตัวพะยะคะ”
“เ้ามาส่งคู่หมั้นของข้าแบบนี้อาฉีจะว่ายังไง” อ๋องจินอู่พูดตามหลังทำเอาตี้ไหลข่าต้องหันหลังกลับมาตอบคำถาม
“กระหม่อมทำด้วยใจบริสุทธิ์อาฉีย่อมไม่ว่าอะไรอยู่แล้วพะยะคะ”
“อาฉีช่างใจกว้างเสียจริง” อ๋องจินอู่พูดด้วยความประชดกระชัน ตี้ไหลข่าเมื่อได้ยินก็เกิดอาการหัวร้อนทันที
“แต่อาฉีของกระหม่อมก็ไม่ใจกว้างเท่าท่านอ๋องหรอกพะยะคะขนาดมีชายรูปงามอย่างกระหม่อมมาส่งคู่หมั้นของพระองค์แท้ๆ พระองค์ยังไม่ถือสาหาความหรือหึงหวงเลยแม้แต่น้อยกลับเอาแต่พูดถึงคนอื่นเสียด้วยซ้ำ” ตี้ไหลข่าตอบกลับแล้วหมุนตัวเดินออกมาทันทีเพราะเกรงว่า หากกยู่ต่ออีกเพียงนิดอาจจะมีการวางมวยก็เป็ได้
“ตี้ ไหล ข้า...”อ่องจินอู่ยืนกัดฟันกรอด กำหมัดแน่น เพราะสำหรับผู้ชายคนนี้คือก้างชิ้นใหญ่เลยทีเดียวที่ทุกวันนี้ทำให้เขาไม่สามารถหาทางเข้าหา
ฉีซื่อได้เลย
.........................................................
ณ ร้านบะหมี่
ตี้ไหลข่าเดินเข้าร้านทางประตูเล็กด้านหลังเพราะตอนนี้ทางเข้าหน้าร้านเริ่มทยอยเก็บของทำความสะอาดเพื่อเตรียมจะปิดร้านแล้ว เขาเดินตรงไปยังฉีซื่อที่ตอนนี้นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดทำบัญชีอยู่
“เ้ามาก็ดีแล้วอาตี้ ข้ามีอะไรจะให้เ้าช่วยดูเสียหน่อย” ฉีซื่อมองด้วยหางตาก็รู้แล้วว่าเป็ผู้ใดที่กำลังเดินมา
“ว้า!!ข้าจะมาแกล้งทำเ้าใเสียหน่อย ดันรู้ตัวเสียได้”
“มุกของเ้ามันเก่าไปแล้ว...” พูดจบฉีซื่อก็ยื่นสมุดบัญชีรายรับของร้านวันนี้ให้ตี้ไหลข่าตรวจดู
ตี้ไหลข่านั่งอ่านอยู่พักใหญ่ก่อนจะตาโต เขานึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมีรายได้เป็กอบเป็กำขนาดนี้ เมื่อก่อนร้านบะหมี่ของฉีซื่อรายได้หลักมาจากการขายบะหมี่เพียวอย่างเดียว แต่ั้แ่มีเขามาเป็คู่ค้าก็มีรายการอาหารเพิ่มขึ้น แม้เริ่มแรก จะต้องเพิ่มต้นทุนมากขึ้นแต่พอเริ่มอยู่ตัวก็เริ่มเห็นกำไรขึ้นมาอีกเพียบไหนจะบางวันที่เขาไปจ้างคณะการแสดงมาแสดงที่ร้าน นอกจากเขาจะสามารถเรียกลูกค้าได้เพิ่มขึ้นแล้วบางครั้งยังได้กำไรจากการขายตั๋ยวเข้าชมอีกด้วย
“เ้าพอใจกับตัวเลขหรือไม่” ฉีซื่อถามผู้เป็สหาย
“ข้าว่า จริงๆแล้วต้องได้มากกว่านี้นะอาฉี” ตี้ไหลข่าพูดแกมหยอกเย้าอีกคน
“หากอยากได้มากกว่านี้ ข้าคงต้องยกกิจการทั้งหมดให้เ้าเสียแล้วกระมัง” ฉีซื่อตอบกลับกวนๆ ก่อนจะดันกำปั่นไม้ที่ใส่เงินไว้ให้สำหรับตี้ไหลข่า
“เ้าไปส่งองค์หญิงเรียบร้อยดีหรือไม่” ฉีซื่อถามเพราะเขาเองก็กังวลเช่นกัน หากปล่อยสตรีเดินกลับเพียงลำพัง
“เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ข้าคิดว่าอีกไม่นานเดี๋ยวก็โคนจับได้” ตี้ไหลข่ารู้ดีว่าเดี๋ยวอีกหน่อยองค์หญิงคงถูกสั่งห้ามจากอ๋องจินอู่แน่นอน
“หืม องค์หญิงถูกท่านอ๋องพบเข้าแล้วหรือว่าแอบหนีออกมาเที่ยวเล่นด้านนอก”
“ความลับไม่มีในโลกหรอกน่ะ อาฉี” ตี้ไหลข่าตอบกลับทันทีก่อนที่เขาจะขอตัวกลับห้องไปนอนพักผ่อนเขาไม่อยากนั่งต่อ เพราะกลัวจะเผลอพูดถึงคนเฮงซวยคนนั้นขึ้นมา
.................................................
หลังจากนั้นอีกหลายวันต่อมาองค์หญิงหยางเซียงก็ยังมาที่ร้านได้ตามปกคิซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ตี้ไหลข่าไม่น้อย เพราะเดิมทีเขาคิดไว้ว่าหลังจากคืนนั้นที่เขาเจออ๋องจินอู่ที่กำแพงหลังวัง ต่อไปองค์หญิงคงจะโดนจำกัดบริเวณแน่ๆแต่ที่ไหนได้ คราวนี้นอกจากองค์หญิงจะไม่ได้มาคนเดียวแล้ว องค์หญิงยังมากับองครักษ์2คนคือเซียวหลงและจางมู่หานอีกด้วย แต่โชคดีที่วันนี้ฉีซื่อไม่อยู่ เพราะต้องไปตรวจสินค้าที่ด่านเข้าเมืองวันนี้เย็นๆคงจะกลับ
“ตี้ไหลข่า เถ้าแก่ฉีไม่อยู่หรือ วันนี้ข้าไม่เห็นเขาเลย” องค์หญิงหยางเซียงถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“อยู่พะยะคะ แต่ตอนนี้ยุ่งมาก ไม่ทราบว่าองค์หญิงมีเื่อันใดจะฝากให้กระหม่อมแจ้งแก่เถ้าแก่หรือไม่พะยะคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่อยากเห็นหน้าเขาก็เท่านั้น” องค์หญิงตอบพลางยืดตัวมองไปมา
“ดูหน้ากระหม่อมไปก่อนก็ได้พะยะคะ” ตี้ไหลข่าคิดเื่โกหกไม่ทัน เลยเอาตัวเองเข้าแลก เพราะกลัวองค์หญิงจะจับได้ว่าวันนี้ฉีซื่อไม่อยู่แต่จริงๆแล้วแค่องค์หญิงเขาไม่ได้กังวลมาก แต่เขากลัวองครักษ์ที่มาด้วยมากกว่า หากองครักษ์2คนนี้เอาเื่นี้ไปรายงานให้คนเฮงซวยรู้เข้าจะทำยังไง
“เ้าบังอาจ!”เสียงของเซียวหลง หนึ่งในองครักษ์ตะหวาดดังขึ้น สนั่นร้าน หลังได้ยินประโยคกระล่อนของตี้ไหลข่าที่กล่าวกับองค์หญิงทำเอาลูกค้าคนอื่นๆที่นั่งอยู่หันมามอง
“ไม่เป็ไร ข้ากับตี้ไหลข่า เราเป็สหายกัน” องค์หญิงหยางเซียงหันไปกำชับเซียวหลง
“ขอองค์หญิงโปรดกลับไปนั่งที่เถิดพะยะคะอยากยังทรงทำเช่นนี้กระหม่อมลำบากใจพะยะคะ” ตี้ไหลข่ากระซิบบอกแก่องค์หญิงหยางเซียงเพราะตอนนี้นอกจากองค์หญิงจะไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารของตนแล้ว ตอนนี้ แทบจะไปนั่งแทนที่เถ้าแก่ร้านรอเก็บเงินก็ว่าได้
“ข้ามีเื่จะถามเ้า...” องค์หญิงหยางเซียงกระซิบเบาๆ เหมือนกลัวองครักษ์จะได้ยิน ตี้ไหลข่าหันควับไปมองหน้าองค์หญิงหยางเซียงเหมือคนใจตรงกัน
“กระหม่อมเองก็มีเื่จะทูลถามพระองค์เช่นกันพะยะคะแต่ตอนนี้เชิญองค์หญิงถามก่อนพะยะคะ”
“ข้าถามเ้าแค่2คำถามเท่านั้น ดังนั้นข้าก็จะให้เ้าถามข้าได้แค่2คำถามเช่นกัน เ้าคิดให้ดีละว่าจะถามอะไรข้า” องค์หญิงหยางเซียงยื่นข้อเสนอก่อนโดยคิดว่าตนนั้นรู้ทันและฉลาดที่สุด
“แต่กระม่อมมีเื่จะทูลถามพระองค์เพียงเื่เดียวเท่านั้นพะยะคะดังนั้น อีกเื่ขอติดค้างไว้ก่อนได้หรือไม่พะยะคะ”
“ไม่ได้ ได้แค่วันนี้เท่านั้น” องค์หญิงหยางเซียงรู้สึกถึงความพ่ายแพ้ที่ถูกอีกคนขัดคอ ไม่ได้ดั่งใจ และไม่ยอมคล้อยตาม
“ถ้าเช่นนั้น สลับกันถามคนละข้อพะยะคะ เผื่อพระหม่อมจะนึกคำถามอีกข้อได้”ตี้ไหลข่ายื่นข่อเสนอใหม่ เพื่อหวังว่าองค์หญิง จะรู้สึกถึงการได้เปรียบแม้ในความเป็จริงยังไงๆองค์หญิงก็เสียเปรียบอยู่ดี
“ก็ได้ งั้นข้าขอถามก่อน เถ้าแก่ฉีกับท่านพี่ของข้ามีเื่หมางใจอะไรกัน”ทันทีที่ตี้ไหลข่าได้ยินคำถาม เขาก็ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเขานั้นก็ไม่ได้อยู่เหตุการณ์ทั้งหมดและอีกอย่างมันก็ไม่ใช่เื่ของตน หากพูดออกไปก็ไม่สมควร
“องค์หญิงเื่นี้ไม่ใช่เื่ที่เกี่ยวกับกระหม่อมเลยขอพระองค์เปลี่ยนคำถามเถิดพะยะคะ” ตี้ไหลข่าบ่ายเบี่ยงเลยทำให้องค์หญิงรู้ทันทีว่าทั้งสองคนนั้นมีเื่หมางใจกันแน่นอน ... อื้ม! ตอบเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...
“ก็ได้ งั้นข้าขอเปลี่ยนคำถาม คืนวันที่เ้าไปส่งข้าเ้าเจอท่านพี่ใช่หรือไม่”
“ใช่พะยะคะ”ตี้ไหลข่าตอบสั้นๆ
“ทำไปเ้าตอบข้าแค่นี้ ต้องตอบให้ยาวกว่านี้ซิ”
“ก็องค์หญิงถามกระหม่อมแค่ว่า ใช่หรือไม่ กระหม่อมก็ตอบตามนั้นพะยะคะ”
“งั้นเ้าบอกข้ามาว่าหลังจากเจอกันแล้วเกิดอะไรขึ้น” องค์หญิงหยางเซียงขอให้ตี้ไหลข่าเล่าเหตุการณ์คืนนั้น
“ไม่ตอบพะยะคะ เพราะคำถามที่1ขององค์หญิงกระหม่อมตอบไปแล้วคราวนี้ขอเป็คำถามของกระหม่อมบ้างพะยะคะ”
“เ้า!!!! งั้นก็ได้คำถามนั้นเอาไว้เป็ข้อต่อไป” องค์หญิงหยางเซียงเจ็บใจที่ไม่รู้เท่าทัน
“องค์หญิงกับท่านอ๋องต่างก็เป็พระอนุชาและพระกนิษฐาเหตุใดถึงยังหมั้นหมายกันได้ละพะยะคะ” ตี้ไหลข่าถามคำถามนี้ทำเอาองค์หญิง ถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากหน้าตาสดใส ตอนนี้ เปลี่ยนมาทำสีหน้าจริงจัง
“เดิมที ข้าเป็เพียงตสรีของลูกขุนนางในตระกูลเก่าแก่แต่เพราะคุณงามความดีของบรรพบุรุษที่ทำไว้เมื่อนานมาแล้ว เลยส่งผลชั่วลูกชั่วหลาน ตอนนั้นบรรพบุรุษของข้าเป็ขุนนางที่ภักดีมากเมื่อสิ้นไป ฝ่าาองค์ก่อนๆเลยประทานป้ายอวยยศให้ 1 ชิ้น ความหมายของป้ายนั้นก็คือหากใครได้รับป้ายนี้ก็ถือว่าจะได้รับการอวยยศเป็หนึ่งในราชวงศ์นั้นเองพอมาถึงชั่วอายุของข้า เท่าที่ข้าจำความได้ ก่อนท่านปู่สิ้น ท่านปู่ก็ได้มอบป้ายนั้นแก่ข้าและส่งข้าเข้าวังเพื่อนเรียนรู้เื่ต่างๆในวังเท่านั้นเองเดิมที ข้าคิดว่า ใครๆก็ต้องอิจฉาข้าแน่ๆที่ข้าได้รับการแต่งตั้งเป็งองค์หญิงแต่พอข้าโตขึ้นถึงได้เข้าใจว่า คนที่อยู่ข้างนอกแบบนี้ซิ น่าอิจฉากว่าตั้งเยอะ” องค์หญิงพูดจบก็ทำหน้าเศร้าสลด ก่อนจะเสริมต่อท้าย
“ดังนั้น การที่ฝ่าาประทานให้ข้าหมั้นหมายกับท่านพี่ข้าถึงไม่ปฏิเสธยังไงละ เพราะท่านพี่เป็ความหวังเดียว ที่จะทำให้ข้าได้กลับมามีอิสระได้อีกครั้งเ้าเข้าใจหรือยัง” ตี้ไหลข่ารับฟัง พร้อมกับพยักหน้ากลับอย่างว่าง่าย
“เอาละ คำถามที่2 ที่ข้าถามค้างไว้เ้าตอบข้ามาได้แล้ว”
“ขอประทานอภัย กระหม่อมหมดคำถามแล้วพะยะคะดังนั้น เื่นี้เราเอาไว้เสวนากันครั้งหน้าเถิดพะยะคะ”ตี้ไหลข้าตอบกลับอย่างคนเ้าเล่ห์
“เ้า!แต่ข้ายังถามไม่หมดเลย ตอบคำถามข้าเดี๋ยวนี้”
“องค์หญิง ขอพระองค์เบาเสียงหน่อยพะยะคะ กระหม่อมมีเหตุผลขอองค์หญิงทรงไตร่ตรองพะยะคะ หากวันนี้พระองค์ถามพระหม่อมจนหมด จะเอาข้ออ้างอะไรในการมาที่นี่ละพะยะคะ” องค์หญิงหยางเซียงเมื่อได้ฟังก็เริ่มคล้อยตามก่อนจะตอบตกลง แล้วกลับไปนั่งที่ของตนผ่านไปครู่ใหญ่
ฉีซื่อก็เดินกลับเข้ามาในร้านด้วยท่าทางไม่สู้ดีนักทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อยับเยิน หน้าตามอแมม ทำเอาตี้ไหลข่ารีบวิ่งตามฉีซื่อไปทางด้านหลัง
“อาฉี เถิดอะไรขึ้น!”ตี้ไหลข่าวิ่งตามมาติดๆ
“อาตี้ ข้า ข้าเจอเขา”ฉีซื่อพูดไปก็ร้องไห้ สะอึกสะอึ้น
“เ้าคนเฮงซวยนั้นอีกแล้วเหรอ...นี่เ้าคงไม่...” ตี้ไหลข่าพูดขึ้นมาลอยๆพลางมองไปยังภาพคนตรงหน้าที่ตอนนี้ ยับเยินไม่มีชิ้นดี
“ข้าสู้เขาไม่ได้เลย สู้ไม่ได้” ฉีซื่อร้องออกมาเหมือนคนบ้า เอาน้ำล้างตามตัวทั้งขัดทั้งถู จนตัวแดงไปหมดโดยมีตี้ไหลข่าคอยช่วยเหลือ คอยเรียกสติแต่ก็ไม่เป็ผล
“นายน้อยตี้ขอรับ คนคนนั้นมาที่ร้านขอบรับ” ตู้ตู้ วิ่งขึ้นมาห่ตี้ไหลข้าด้วยอาการตารีตาเหลือก กระซิบบอกแก่ตี้ไหลข่าเบาๆเพราะกลัวฉีซื่อจะได้ยิน เพราะตอนนี้ฉีซื่อกำลังคลุ้มคลั่ง ทั้งทำร้ายตัวเองทำลายข้าวของ
“ฝากเ้าดูแลอาฉีด้วย ข้าจะลงไปข้างล่างเสียหน่อย”
...ไอ้คน เฮง ซวย เอ้ย...
ตี้ไหลข่าสบถด่าในใจพร้อมกับเดินออกไปหน้าร้านด้วยความโกรธเกรี้ยวเพราะเขารู้ดีว่าฉีซื่อไปเจออะไรมา แม้ฉีซื่อจะไม่ได้อธิบายแต่ดูจากสภาพของเขาก็เข้าใจได้ไม่ยาก
*************
สวัสดีคะ วันนี้ลงให้ช้านิดนึงนะคะพอดีตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดคะ สัญญาไม่ค่อยดี ต้องรอดึกๆ ถึงลงได้ ขออภัยที่ช้านะคะ