รัชสมัยิจงปีที่ยี่สิบ เดือนที่สอง วันที่ยี่สิบแปด
เมืองสุ่ยหยวนคือเมืองหลวงซึ่งเจริญรุ่งเรืองที่สุดในแคว้นต้าหยวนการค้าขายคึกคัก ผู้คนคับคั่งสัญจรไปมาไม่ขาดสาย ราษฎร์ร่มเย็นเป็สุข โคมไฟหน้าเรือนทุกหลังระยิบระยับราวกับแสงดวงดาวบนท้องนภา
ทว่ายามราตรีที่แสงจันทน์สว่างไสวร่างบางในชุดผ้าต่วนผืนบางนอนกระสับกระส่ายจมอยู่ในความฝันเหงื่อกาฬโชกชุ่มไปทั่วทั้งกาย ภายในเรือน ‘หลันเซียง’ของจวนหย่งผิงโหว
หลี่อวี้หลันกำลังฝันว่าตนเองนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนนิ่มๆ ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งที่เพิ่งหยิบขึ้นมาอ่านจากกองหนังสืออีกยี่สิบกว่าเล่มข้างกาย
ฟืบ
เสียงหน้ากระดาษเปิดผ่านดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าสลับกับเสียงถุงขนมและเสียงเคี้ยวกรุบๆ จากริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มมันวาวปลายนิ้วดันกรอบแว่นสายตาหนาเตอะให้กระชับใบหน้าขณะสายตายังคงจดจ้องภาพวาดบนหนังสือด้วยใจจดจ่อ
มังฮวาเื่‘ร้อยบุปผาพันจันทรา’ กำลังดำเนินเื่มาถึงสองเล่มสุดท้ายเนื้อเื่เริ่มเข้มข้นและชวนตื่นเต้นขึ้นทุกที ยิ่งอ่านก็ยิ่งเพลินยิ่งเพลินก็ยิ่งวางไม่ลง จากเล่มแรกจนถึงเล่มที่ยี่สิบสองต้องใช้เวลาในการอ่านถึงสองวันสองคืนเต็มๆ เหลือเล่มสุดท้ายที่ยังวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อรอให้หยิบขึ้นมาอ่าน
ทว่า… จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็หมุนเคว้ง ราวกับร่างกายไร้แรงโน้มถ่วงกะทันหันสายลมจากทุกสารทิศพัดกระโชกเข้ามารุนแรงร่างบางฟุบตัวลงกับที่นอนกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก
เฮือก!
ดวงตาเมล็ดซิ่ง*งดงามฉ่ำวาวเหม่อมองม่านมุ้งข้างเตียงหน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงรัวแรง ท่ามกลางความมืดสลัวของแสงจันทร์นอกหน้าต่างนางเหม่อลอยเนิ่นนานราวกับิญญายังไม่กลับเข้าร่างครู่หนึ่งถึงจะคลายความตื่นตระหนกลงได้
“คุณหนู ฝันร้ายอีกแล้วหรือเ้าคะ” ไป๋เยาสาวใช้วัยแรกรุ่นขยี้ตาใตื่นรีบกระวีกระวาดเข้ามาเปิดม่านโปร่งข้างเตียงพลางคุกเข่าร้องเรียกคุณหนูของตน
หลี่อวี้หลันยันกายลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองรอบห้องหนึ่งครั้ง ก่อนถอนหายใจออกมายื่นมือรับน้ำชาขึ้นมาดื่มขับไล่ความกระหาย ลำคอแห้งผากค่อยชุ่มชื้นขึ้น
“ดีขึ้นหรือไม่เ้าคะ”
“อืม ข้าไม่เป็ไร เ้านอนต่อเถอะ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางสะดุ้งตื่นกลางดึกต้องกล่าวว่านางเป็เช่นนี้แทบจะทุกคืน นับั้แ่เกิดเื่เมื่อครึ่งเดือนก่อน
ไป๋เยามีสีหน้ากังวลไม่ยอมกลับไปนอนที่ของตนหน้าเตียงเตา แต่ยังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงเช่นเดิม “คุณหนูฝันร้ายเช่นนี้ทุกคืนเลยนะเ้าค่ะ บอกนายหญิงดีหรือไม่เ้าคะจะได้ตามท่านหมอหลวงมาตรวจอาการท่านด้วย”
“ไม่จำเป็” หลี่อวี้หลันรู้ตัวเองดีว่าอาการฝันร้ายนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรมันไม่ใช่โรคประหลาด ไม่ใช่โรคเจ็บป่วยใด แต่เป็ ‘โรคทางใจ’ของนางเอง เป็โรคที่เกิดมาจากจิติญญาของนางไม่ได้เกี่ยวอันใดกับร่างกายนี้เลย
ความจริงแล้วหลี่อวี้หลันไม่ใช่คนของยุคสมัยนี้ไม่สิ ต้องกล่าวว่านางไม่ใช่คนของมิตินี้ถึงจะถูกต้องกว่าเพราะมิติที่นางอยู่ยามนี้เป็ยุคสมัยที่ไม่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็ชื่อแคว้น ชื่อเมือง หรือชื่อกษัตริย์ล้วนไม่มีอยู่จริงในยุคที่นางจากมา เพราะว่ามันเป็สิ่งที่ถูกแต่งขึ้นในมังฮวาที่นางกำลังอ่านอยู่นั่นเอง!
มังฮวาเื่‘ร้อยบุปผาพันจันทรา’ เป็มังฮวาออนไลน์ชื่อดังบนเว็ปมังฮวาซึ่งกำลังเป็ที่นิยมมากในหมู่นักเรียนนักศึกษาหลี่อวี้หลันก็เป็หนึ่งในนั้นเพื่อนร่วมหอเป็คนแนะนำให้นางอ่านเพราะเห็นว่าชื่อของนางร้ายในเื่นี้เหมือนกับนางหลังจากผ่านการสอบอันแสนหฤโหดเสร็จนางจึงตัดสินใจเหมาซื้อมังฮวาฉบับหนังสือเพื่อตั้งใจจะนอนอ่านข้ามวันข้ามคืนให้สบายอารมณ์ไหนเลยจะคาดคิดว่าจะเกิดเื่เหนือธรรมชาติขึ้นกับนางได้
จู่ๆ นางก็ฟื้นขึ้นมาในร่างของคุณหนูรองหลี่ ตัวร้ายอันดับสองของมังฮวาเื่นี้!
หลี่อวี้หลันคุณหนูรองที่มีชื่อเดียวกับนาง ตัวร้ายอันดับสองที่มีจุดจบไม่ดีถึงนางจะยังอ่านไม่ถึงเล่มสุดท้าย แต่ก็พอจะเดาจุดจบของคุณหนูรองผู้นี้ได้สตรีผู้มีจิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต มักใหญ่ใฝ่สูง ช่างอิจฉาริษยาและมุ่งร้ายผู้อื่นสตรีเช่นนี้คงมิได้ตายดีเป็แน่
และนางก็ดันมาอยู่ในร่างของสตรีร้ายกาจผู้นั้น!!
อึก… พรวด!
“คะ คุณหนู! ทะ ท่าน… ท่านกระอักเือีกแล้ว!”ไป๋เยาหวีดร้องใรีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับริมฝีปากให้เ้านาย
ดวงหน้างามล้ำซับสีระเรื่อหลุบมองเือุ่นร้อนบนฝ่ามือขาวซีดของตนหากนับตามจริงแล้ว การกระอักเืครั้งนี้นับเป็ครั้งที่ห้าครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อตอนที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ครบเจ็ดวัน ยามนั้นจู่ ๆนางก็กระอักเืออกมาคำโต ทำเอาคนทั้งจวนปั่นป่วนไปหมดเชิญหมอหลวงมาตรวจก็ไม่พบอะไรผิดปกติ เพียงเขียนเทียบยาบำรุงให้แล้วก็กลับไปทว่าวันต่อมานางก็กระอักเืออกมาอีกหมอหลวงคนเดิมจึงถูกตามตัวกลับมาตรวจอีกครั้ง และก็ไม่พบความผิดปกติเช่นเดิมเป็เช่นนี้อยู่สามวัน
กระทั่งวันที่สามหลี่อวี้หลันเผลอปัดถ้วยชาตกแตก นางคิดจะเก็บเศษกระเบื้องเองแต่ไป๋เยาไม่ยินยอมให้นางทำ ทั้งสองจึงยื้อยุดกันชั่วครู่สุดท้ายไป๋เยาเสียหลักล้มลงบนพื้นทำให้ฝ่ามือถูกเศษกระเบื้องบาดจนเป็แผลหลี่อวี้หลันรู้สึกผิดอย่างมาก นางจึงยอมนั่งนิ่งปล่อยให้ไป๋เยาจัดการเก็บกวาดเอง
ทว่าวันต่อมานางก็มิได้กระอักเือีก
แต่หลังจากนั้นเจ็ดวันนางกลับมากระอักเือีกครั้งคืนนั้นนางฝันถึงต้าซือ*ผู้เฒ่ารูปหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันต้าซือผู้เฒ่าผู้นั้นกล่าวกับนางในความฝันว่า ‘มนุษย์ทุกคนล้วนมีบทบาทหน้าที่หากฝืนกฎธรรมชาติ ฝืนโชคชะตาฟ้าลิขิต ย่อมได้รับการลงโทษจาก์’
ยามนั้นนางยังไม่เข้าใจจึงถามกลับไปว่า ‘แล้วหน้าที่ของข้าคืออะไร บทบาทของข้าคืออะไร นางร้าย? ตัวร้าย? เช่นนั้นรึ?’
ต้าซือผู้เฒ่าไม่ตอบเพียงยิ้มอย่างเมตตา
นางตรึกตรองชั่วครู่พลางกล่าวต่อ‘แล้วถ้าข้าไม่เป็ตัวร้ายได้หรือไม่?’
‘หากเ้านอกบทเกินเจ็ดวันจะต้องกระอักเืหนึ่งคำ’
คราวนี้นางตื่นตะลึงถึงขั้นตื่นตระหนกน้ำเสียงที่เอ่ยถามยิ่งแหบแห้ง ‘ชะเช่นนั้นข้าต้องเป็ตัวร้ายเท่านั้นหรือ…’
นางไม่อยากเป็… ไม่อยากมีจุดจบที่น่าอนาถเช่นนั้น!
หลี่อวี้หลันไม่ทันได้ฟังคำตอบจากต้าซือผู้เฒ่าก็สะดุ้งตื่นเสียก่อนจากนั้นนางไม่ได้ฝันถึงต้าซือผู้นั้นอีกเลย ยามนี้นางกระอักเือีกแล้วคงเป็เพราะเจ็ดวันที่ผ่านมานางไม่ได้เล่นไปตามบทบาทของตัวร้าย กลับกัน… นางเอาแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในเรือนมิได้ก้าวออกไปไหนเลยคนที่นางพบหน้ามีเพียงไป๋เยา หมอหลวงจาง โหวฮูหยินมารดาของนางและสาวใช้ที่จำชื่อไม่ได้อีกสองสามคนเท่านั้น
ต้องทำอย่างไรถึงจะหยุดกระอักเืได้… หรือว่านางต้องเล่นบทตัวร้ายจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?