เมื่อเฉินหนานพิจารณาโลงหยกในฝ่ามือ เขาก็พูดขึ้น “ของดี เกรงว่าภายในตัวพวกมัน คงต้องมีของล้ำค่าอยู่อีกแน่”
เมื่อเฉินหนานควานหา สินสงครามจากศพที่ถูกส่งออกมา หากไม่ใช่เขาที่ลงมือรวดเร็ว เกรงว่าจะเป็นเขาเองที่พลาดท่า จึงต้องใช้วิชาออกทั้งหมด ไม่มีเก็บออมพลัง
ทว่าหน้าตอนนี้เหยาหนิงดูไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ต้องเอ่ยถามเฉินหนานออกมา ด้วยสายตาหวาดระแวงจากสายตาคู่สวย “ข้ายังไว้ใจเจ้าได้อยู่หรือเปล่า เฉินหนาน?”
เฉินหนานเก็บอาวุธ ถุงมิติเก็บของศัตรู รวมถึงแหวนมิติเก็บของ มองเหยาหนิงด้วยสายตาปลาตาย “ใครทำดีกับข้า ข้าก็ต้องทำดีตอบ…เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว”
พร้อมเฉินหนานคลี่ยิ้มประหลาด มันก็คล้ายกดดัน องค์หญิงเหยาหนิง กลายๆ ต้องอย่าลืมว่านางเองก็กดดันเฉินหนาน ได้แบบแสบสันไม่น้อย
ไม่แปลกที่เหยาหนิงจะกลัวเฉินหนาน แก้แค้นเอาคืนนางบ้าง “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ ผู้คุ้มกันผู้ซื่อสัตย์ของข้า?”
เห็นได้ชัดว่า นางย้ำคำว่า ผู้คุ้มกันผู้ซื่อสัตย์กับเฉินหนาน
ส่วนด้านเฉินหนาน โยนโลงหยก เล็กๆ ในฝ่ามือ ก่อนกล่าวออกเสียงเรียบ “เจ้าเข้าไปภายในโลงหยกก่อน ดีหรือไม่องค์หญิงเหยาหนิง ข้ารู้สึกว่า มีคนกำลังเดินทางมาบริเวณที่เราอยู่”
คำพูดของเฉินหนานที่เรียกนางว่าองค์หญิงเป็นครั้งแรก ทำให้นางขนตั้งเป็นเกลียว พร้อมความรู้สึกถูกเฉินหนานกดดันคำพูด อย่างบอกไม่ถูก
พลันทำให้นางเม้มริมฝีปากแดง เชิดขึ้นมาน้อยๆ “ข้าจะทำตามคำที่เจ้าพูด แต่ข้าไม่ยอมให้เจ้า ผนึกพลังของข้าไว้แน่เฉินหนาน”
พร้อมนางชี้หน้า กล่าวต่อด้วยความตกใจ “หรือ! หรือ! เจ้าคิดจะพิชิตหอคอยสายฟ้า ชั้นสูงสุดกัน”
เฉินหนานพยักหน้า ก่อนเปิดโลงหยก เผยแสง ดูดร่างเหยาหนิงเข้าไป “เท่านี้ ก็จะไม่มีใครบ่น ให้รำคาญหู” ก่อนเขาจะกระโดดสองเท้า หาทางขึ้นไปยังชั้นที่5 ของหอคอยสายฟ้า…ไม่ชักช้าเสียเวลาอีกต่อไป
มันก็คล้ายเฉินหนานตอนนี้ ได้ปลดปล่อยพลัง ที่อัดอั้นมานาน ชนิดไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บ ผลกระทบร่างกาย ที่ต้องแบกรับจากเคล็ดวิชาสำแดง มากน้อยแค่ไหน
เมื่อปากมีโลหิต ไหลซึม เปรอะเปื้อนออกมา ให้เขาต้องเช็ดเลือด มุมปากไม่หยุด พร้อมกลุ่มจอมยุทธ์ เดินทางเข้ามายังแสงประหลาด ที่โลงหยกเปล่งแสงก่อนหน้านี้
แม้หลายคนจะไม่กล้าเข้าใกล้ในตอนแรก…ครั้นมาเห็นศพทั้ง3 หนึ่งในนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงคุ้นตา ต่างก็โห่ร้องโหวกเหวกโวยวาย ออกมาลั่นป่า ด้วยความตกใจ
“อัจฉริยะของมณฑล พยัคฆ์ฟ้า คุณชาย ฟ่านหลง ตายตกอยู่ที่นี่ เป็นไปได้อย่างไร?”
เฉินหนานรับรู้เสียงนั้น จะดึงดูดจอมยุทธ์ ชั้นที่4มารวมตัวกันที่นี่ ให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่…เมื่อเอ่ยเสียงสั่ง “ไป!” ตะขาบสายฟ้าภายในกระเป๋าหลัง มันก็พุ่งออกไป เป็นหูเป็นตาให้เฉินหนาน…หาเส้นทางขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฟิ้ว! พร้อมเส้นแสงสายฟ้าวิ่งพาดผ่าน ไปทิศทางต่างๆ
ยิ่งจังหวะเร่งเดินทาง พลันต้องให้เฉินหนานต้องชะงักฝีเท้า เมื่อสายฟ้ารวมตัวรอบกายมากขึ้น ทำให้เกิดสายฟ้าผ่า เปรี้ยง! ลงมา
เสียงก่นด่า “บัดซบ! บัดซบ!” เฉินหนานร่างสั่นไปทั้งตัว กายาปรากฏรอยสายฟ้าฟาด เป็นหลุมเลือดเหมือนเหล็กร้อนโดนเผา เขาพลันกล่าวพึมพำกับตนเอง พร้อมปากมีควัน ออก “แบบนี้เองซินะ ถึงได้ไม่มีใครอยากประมาท หอคอยสายฟ้าแห่งนี้”
ด้านหลังกลุ่มจอมยุทธ์ที่ได้ยินเสียงฟ้าผ่า เปรี้ยง! ยังหัวเราะขำขัน ไปที่ทิศทางแสงสายฟ้า เฉินหนานเรียกชักนำสายฟ้า เหมือนทัณฑ์สวรรค์ลงมา
“ใครกัน บ้าขนาดฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ของหอคอยสายฟ้าแห่งนี้กัน”
ก่อนหลายคน จะกลืนน้ำลายลงคอดังออกมาอึกใหญ่ ไม่ทันทีเดียว เมื่อได้ยินเสียงสายฟ้าผ่า เปรี้ยง! ครืดคราดลงมาไม่ขาด เป็นระยะ ระยะ ที่เฉินหนานไม่ได้ลดความเร็วของเขาลงแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินเสียง โอ๊ย! ขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ภาพนั้นที่เหยาหนิง ส่องดูภาพจากด้านนอก ยังส่ายหัว กับการเร่งรีบของเฉินหนาน “แค่นี้เจ้าก็บาดเจ็บไม่น้อยแล้วนะ แล้วเจ้าจะขึ้น ไปชั้นสูงสุดได้อย่างไร? ไอ้ผู้คุ้มกันเฮงซวยของข้า”
ผ่านไปอีกชั่วยาม…และแล้วเฉินหนานก็ขึ้นมาถึงชั้นที่5 ของหอคอยสายฟ้าได้สำเร็จ ทว่าเหยาหนิงก็ไม่อยากเชื่อ กับสายตาตนเองข้างในโลงหยกเช่นกัน
เมื่อเฉินหนานผ่านพ้นประตูแสงธรณี เขาก็คิดจะขึ้นพรวดเดียว ไปยังชั้นที่6ต่อทันที “เจ้าบ้าไปแล้วเฉินหนาน” พร้อมเหยาหนิงเริ่มคิด เกิดความกลัวขึ้นมานิดๆ
หากนางขึ้นไปติดชั้นบน แล้วจะกลับลงมาอย่างไร เมื่อเห็นพลังแรงกดดันน่าหวาดกลัว นางไม่มีทาง ลงมาด้วยตนเองได้แน่
เฉินหนาน ร่างกายที่เกิดสายฟ้าผ่าเปรี้ยง! ครืดคราด ออกมาเป็นจังหวะ จนเกิดเลือดสาดกระเซ็น ตามทางเดินที่เขาย่ำก้าว เนื้อตัวดำไหม้ ส่งกลิ่นเนื้อหอมออกมาชัด
‘แม้แต่พี่เหยากวางของนาง ยังอยู่แค่ชั้นที่5เองหรือ?’ บ่งบอกได้ว่า แรงกดดันสายฟ้าชั้นนี้ ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แต่เฉินหนาน ที่เริ่มขับเคลื่อนวิชาสลักค่ายกล ตามเนื้อตามตัวปรากฏ อักขระสีแดงขึ้นมาอย่างแจ่มชัด กลับก้าวเดินต่อไปด้วยความเร็วคงที่ มั่นคง ข้อนี้ทำให้เหยาหนิง นางแปลกใจอยู่ไม่น้อย
“วิชาสลักค่ายกลนี้ของเฉินหนาน มันอย่างไรกันแน่ ราวกับว่า เขากำลังเพิ่มพูนพละกำลังกาย ขึ้นมาหลายเท่าเลยไม่ใช่หรือ?”
พลันทำให้เหยาหนิงคิดถึง เขตแดนวิถีของท่านอาจารย์ขึ้นมา “หรือว่าเฉินหนาน หยั่งรู้เขตแดนวิถีของท่านอาจารย์ ได้บางส่วนจริงๆ” เมื่อนางเม้มริมฝีปาก เผยสายตาอิจฉา เฉินหนานออกมา เล็กๆ ก่อนเก็บความคิดนั้นลงไป
ครั้นรับรู้ความบ้าดีเดือดจากสายตาคู่ นั้นของเฉินหนานต่างหาก ที่ทำให้อีกฝ่ายมาถึงจุดนี้ได้ หากไม่มีความบ้ามากพอ คงไม่มีใครทำเช่นเฉินหนานได้แน่
“ข้าชักกลัวใจเจ้าแล้วนะ” เหยาหนิงถึงกับลอบกล่าวพึมพำ
แม้รอบตัวเขาจะถูกล้อมด้วยความตาย พลังชีวิตถดถอย ออกมาอย่างต่อเนื่องแจ่มชัด เฉินหนานนำพาร่างอาบแสงสายฟ้า ก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคง ต่อให้หน้ากากจะแตกร้าว สายฟ้าผ่า เปรี้ยง! ทำลายร่างกายเขาเป็นหลุมเหล็กร้อน กระดูกถูกหักจนป่นก็ตาม
เขาก็ยังมุ่งมั่นขึ้นไปชั้นที่6 แม้แต่คนจากชั้นที่5 เห็นสภาพดูไม่ได้ของเฉินหนาน มองไม่ออกว่าเป็นใคร ยังพากันส่ายหัว การกระทำที่บ้าบิ่นนี้
“สงสัยไอ้หมอนี่ จะฝึกตายจริงๆ แล้วไง!”