ตอนที่ 86 ไม่มีใครห้ามใครเลย
ไลท์ที่กำลังจดจ่ออยู่กับแปลงสวนครัวที่เขาได้ปลุกไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ ตอนนี้พวกมันเริ่มเติบโตและผลิดอกออกใบ จนเต็มทั่วไปทั้งแปลง ชายหนุ่มจ้องมองพวกมันด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ที่อีกไม่นานพืชผักสวนครัวเหล่านี้ ก็จะพร้อมสำหรับการเก็บผลผลิต
แต่ทว่าในระหว่างนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงคิกคัก เสียงหัวเราะของพวกเด็กๆ ดังเล็ดลอดออกมาอยู่ร่ำไป
พลางคิดในใจว่า เด็กๆ คงจะกำลังสนุกกับการก่อร่างสร้างเตาทำอาหารกันอยู่ เขาจึงไม่ได้ใคร่สนใจที่จะหันไปมอง
ก่อนจะก้มหน้าก้มตา ขุดแปลงสวนบริเวณใกล้ๆ กับแปลงสวนเดิม พร้อมกับถมดินสมบูรณ์และหว่านเมล็ดพันธุ์ที่หวังจะได้รับผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ ลงไปในแปลงผักที่ได้ขุดเอาไว้
ซึ่งกว่าไลท์จะจัดการกับงานตรงนี้จนเสร็จ ก็กินเวลไปเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว ‘เฮ้อ เหนื่อยจัง…ไม่รู้ว่าป่านนี้ โทมัส จิม สร้างเตาทำอาหารเสร็จกันไปหรือยัง?’ ไลท์ได้อุ้มเจ้าโปริ่งร่างแยก ที่อยู่ช่วยทำงานร่วมกับเขาขึ้นมาไว้แนบตัว
และในระหว่างที่ไลท์เดินกลับมายังหลังห้องครัว เขาก็พลันพบว่า ตรงหน้าของเขามีเตาทำอาหารเต็มไปหมด ‘เตา เตา เตา!’ เตาทำอาหารขนาดเล็กมากกว่า 30 เตา ได้ถูกวางตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว
ส่วนเตาทำอาหารที่เขาต้องการให้สร้างจริงๆ มันได้วางตั้งอย่างโดดเด่นอยู่ท่ามกลาง เตาเล็ก เตาน้อยพวกนี้
โดยด้านหลังของเตาทั้งหมดนี้ มันคือกองดินกึ่งสมบูรณ์ ที่ตัวไลท์ตักโกยแยกออกไป เพื่อสำหรับเอาไว้ใช้ในวันข้างหน้า
เพียงแค่ได้เห็นเตาเล็ก เตาน้อย วางเรียงรายกองอยู่เต็มพื้น โดยด้านหลังคือกองดินที่ตนเองอุตส่าห์ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงเพื่อคัดแยกประเภท พ่อครัวหนุ่มก็แทบจะแข้งขาอ่อนแรงไปเลยทีเดียว
ปากร่ำร้อง ด้วยความเสียดายออกมาไม่หยุดหย่อน “ดินของฉันT.T” ทั้งนี้ดินที่เขาอุตส่าห์ตั้งใจจะเก็บเอาไว้ใช้ มันได้กลายสภาพมาเป็นเตาทั้งหมดแล้ว
“ใครเป็นคนทำ!”
ไลท์ไม่ได้โกรธหรือโมโห เขาเพียงแค่รู้สึกเสียดาย จนมันแสดงออกผ่านทางสีหน้า ที่ปกติแล้วไลท์มักจะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่เสมอๆ
หากแต่ว่าตอนนี้ รอยยิ้มอันอบอุ่นและแสนใจดี มันไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้วและในทันใดนั้นเอง เด็กๆ ที่เป็นคนก่อเรื่องก็พลันสะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจเมื่อเห็นแววตาอันเย็นเยียบของไลท์จ้องมองมาที่พวกเขา
พรึ่บ~!
‘ขอโทษนะเอลล่า แอล แต่ในตอนนี้ไม่มีคำว่าพี่น้องอีกต่อไปแล้ว’
โทมัสและจิม ที่โตกว่าใครเพื่อน รีบหนีเอาตัวรอดด้วยการชี้นิ้วของพวกเขาไปทาง เอลล่าและแอล เสมือนกำลังบ่งบอกว่า ทั้งหมดนี้คือฝีมือของสองพี่น้อง แห่งตระกูลลูนาเทีย นั่นเอง
“อ๊ะ! พี่โทมัส พี่จิม” เอลล่าและแอลต่างก็ร้องเสียงหลงขึ้นมา เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังโยนความผิดมาที่พวกตน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ความผิดดังกล่าวที่ว่า ตนเองและน้องชายก็มีส่วนอย่างกล่าวมาจริงๆ โดยตนเองแค่เห็นว่า ดินในการสร้างเตา ยังพอมีเหลืออยู่อีกมาก
อีกทั้งตนเองก็รู้สึกสงสารที่แอลผู้เป็นน้องชาย ไม่มีเตาทำอาหารใช้งานเหมือนกับคนอื่นๆ ตนเองในฐานะพี่สาวจึงเสนอให้โทมัสและจิม ช่วยสอนและช่วยกันสร้างเตาขนาดเล็กๆ ที่เหมาะกับแอลขึ้นมา
จนก่อเกิดเป็นเตาขนาดเล็ก กะทัดรัด อย่างที่เห็นนั่นเอง...และด้วยความคึกคะนองของเด็กๆ เมื่อเห็นว่าเตาที่มีขนาดความสูงเพียงแค่ ไม่ถึงหนึ่งศอก แลดูน่ารักดี
แอลล่าและแอลที่ได้เรียนรู้ พลังเวทในการก่อสร้างจึงถือโอกาสนี้ในการสร้างเตาเป็นของตัวเองขึ้นมาบ้าง กระนั้นทั้ง 4 คน ก็เกิดมันมือกันไปเสียหน่อย จึงเผลอสร้างเตาขึ้นมามากเกินไปหน่อย จนมีปริมาณมากกว่า 30 เตา อย่างที่วางเรียงรายกันอยู่นี้
ซึ่งมาถึงตรงนี้ หากจะบอกว่าเป็นความผิดของสองพี่น้องก็ดูจะไม่ถูกไปเสียทีเดียว เพราะอีกส่วนหนึ่งมันคือความผิดของโทมัสและจิม ที่นอกจะสอนพลังเวทให้กับสองพี่น้องแล้ว ยังดันเล่นสนุกและช่วยกันสร้างเพิ่มเติม
‘ไม่มีใครห้ามใครกันเลย’
“ขอโทษครับพี่ไลท์...แต่พี่โทมัสกับพี่จิมก็ผิดด้วยเหมือนกันนะครับ” แอล เด็กชายไม่ได้ชี้นิ้วไปที่อีกฝ่าย อีกทั้งน้ำเสียงของแอล ก็ไม่ได้เป็นน้ำเสียงของเด็กที่ฟังดูดื้อรั้น หรือไม่ให้ความเคารพในตัวผู้หลักผู้ใหญ่
เด็กชายเพียงแค่พูดในสิ่งที่เขาคิดและรู้สึก ส่วนความผิดของตัวเองที่ได้ทำลงไป แอลและเอลล่าต่างก็ยอมรับจากใจจริง ว่าตัวเองนั้นทำผิดจริงๆ ...แต่กว่าจะมารู้สึกเอาตอนนี้ ก็มีสภาพเป็นอย่างที่เห็น
“ขอโทษครับเชฟ” โทมัส จิม ด้วยหลักฐานที่มัดตัว ทั้งสองก้มหน้าลงด้วยความสลด พลางเขยิบกลับมายืนเรียงหน้ากระดานรวมกับเอลล่าและแอล ประหนึ่งเด็กนักเรียนที่ได้ทำผิดและถูกสั่งทำโทษให้มายืนอยู่ที่หน้าชั้น อะไรทำนองนั้น
“เฮ้อ พวกเธอนี้จริงๆ เลย!” ไลท์ส่ายหน้าให้กับทั้ง 4 คน พร้อมกับถอนหายใจออกมา เพื่อสลัดความเสียดายในใจทิ้งไป ก่อนจะค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
‘กับแค่ดิน นิดๆ หน่อย อีกเดี๋ยวก็หาใหม่ได้’
ไลท์ไม่อยากถือสาการเล่นสนุกกันของเด็กๆ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเสียดินกึ่งสมบูรณ์ไปเป็นจำนวนมาก แต่เด็กพวกนี้ก็ไม่ได้ทำผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องต่อว่าหรือต้องอบรมอะไรไปมากกว่านี้ และที่สำคัญเด็กๆ ก็ไม่ได้ทำใครต้องเดือดร้อน
ขอเพียงแค่รู้ว่าตัวเองทำผิดและรู้จักขอโทษก็เพียงพอแล้ว เพราะบางครั้ง เราจำเป็นต้องปล่อยให้เด็กๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด ความผิดที่ได้ทำลงไป และสิ่งพวกนี้เองจะช่วยหล่อหลอมจนเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า ‘ประสบการณ์’
“ไหนๆ ขอดูหน่อยว่าเตาที่สั่งไว้ เสร็จเรียบร้อยหรือยัง...แอลหยิบเตาเล็กๆ ที่เธอสร้าง มาให้พี่ดูหน่อยสิว่าสวยแค่ไหน” เมื่อเด็กๆ เห็นว่าไลท์นั้นยิ้มออกมาและไม่ได้ถือโทษโกรธพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ทุกคนก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงไปได้บ้าง
แต่ในใจลึกก็รู้ตัวว่า ตัวเองนั้นเล่นสนุกมากจนเกินไปหน่อยจริงๆ ...ถ้าหากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาไม่ใช่ เชฟไลท์หรือพี่ไลท์ ที่ทั้ง 4 คนเรียกขานแตกต่างกันออกไป
เป็นจำพวกราชครูหรือขุนนาง พวกเขาทั้ง 4 คนที่มีสืบสายเลือดราชวงศ์ คงต้องถูกต่อว่าและดุด่า ให้เขียนหนังสือทบทวนการกระทำของตัวเองแน่ๆ
กลับกัน ไลท์ กลับขอดูผลงานของพวกเขาที่ทำไว้แทน โทมัสและจิม ยกเตาทำอาหารขนาดใหญ่ที่ได้ทำเสร็จเอาไว้นานแล้ว มาให้กับไลท์ได้ตรวจดู
พ่อครัวหนุ่มใช้มือดันตามจุดร่องต่างๆ เพื่อตรวจสอบคุณภาพ ก่อนจะพบว่าเตาที่โทมัสและจิมทำไว้ มันสมบูรณ์ตามแบบที่เขาต้องการจริงๆ
“ทำได้ดีมากทั้งสองคน มันเป็นเตาที่ยอดเยี่ยมมาก ยกเตานี้เข้าไปไว้ในครัวได้เลย” ไลท์ไม่อิดออดที่จะมอบคำชมเชยให้กับคนที่ทำได้ดี
“ขอบคุณครับเชฟ และพวกผมกับน้องๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” โทมัสพูด ก่อนที่ถัดมาจะเป็นจิม ที่พูดความในใจออกมาบ้าง
“ผมขอโทษที่ทำให้เชฟต้องผิดหวัง คราวต่อๆ ไป ผมจะดูแลเจ้าชายโทมัสและน้องๆ ให้ดีกว่านี้ครับ”
“ฉันไม่ว่าอะไรหรอกถ้าจะเล่นสนุกกันบ้าง...แต่ๆขอเพียงเรื่องเดียว อย่าให้เรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นในครัวเป็นอันขาด” ไลท์กล่าวตอบ เขาสามารถให้อภัยกับการเล่นสนุกกันได้ทุกเรื่อง ถ้าเรื่องนั้นไม่ทำให้ตัวเองหรือใครต้องเดือดร้อน
ทว่า...มีเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่มีวันให้อภัยง่ายๆ นั้นก็คืออย่าให้เรื่องพวกนี้ ห้ามให้มันเกิดขึ้นในห้องครัว
ห้องครัวคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หรือเขตต้องห้าม ที่ไลท์ทุ่มเททั้งชีวิตและจิตวิญญาณลงไป
การที่ใครมาเล่นตลกหรือทำผิดพลาดในห้องครังของเขา มันถือเป็นการไม่ให้เกียรติกันซึ่งๆ หน้า ฉะนั้นเขาไม่อยากให้โทมัส จิม เอลล่าและแอล ที่เขารักและเอ็นดูเหมือนน้องชายและน้องสาว เป็นคนล่วงเกินมันนั่นเอง
“พวกเราเข้าใจแล้วครับ และขอสัญญาว่าจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาล่วงเกินดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเชฟไลท์เป็นอันขาด” เรื่องนี้เด็กๆ ทุกคนต่างรับรู้และเข้าใจกันเป็นอย่างดี เพราะไลท์ได้ตักเตือนพวกเขาเอาไว้อยู่เสมอๆ จนแทบจะสลักลงไปในก้นบึ้งของจิตใจมานานแล้ว
โทมัสและจิมขานรับ ก่อนจะช่วยกันแบกหามเตาทำอาหารที่เสร็จสมบูรณ์กลับเข้าไปในห้องครัว
และในระหว่างนั้นเอง ทางด้านของเอลล่าและแอล ได้เดินถือเตาทำอาหารขนาดเล็กของตัวเอง ส่งให้กับไลท์ได้พินิจพิจารณาดู ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าจะถูกไลท์ดุ
“รูปทรงแบบนี้ ดูแล้วน่าจะยังใช้ไม่ได้?”
อย่างไรก็ตาม คำพูดของไลท์กลับไม่ได้ดูเหมือนจะต่อว่าหรือดุด่าเด็กทั้งสองเลยสักนิด
ไลท์ถือเตาทำอาหารขนาดเล็กขึ้นมาส่องดู ตามจุดและมุมต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งมันละเอียดเสียยิ่งกว่าเตาทำอาหารที่โทมัสและจิมให้ดูในก่อนหน้านี้มากทีเดียว
“อะไรที่ยังใช้ไม่ได้เหรอคะ พี่ไลท์?” เอลล่าเห็นไลท์จ้องมองเตาอยู่นานสองนาน ก็เกิดความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามไลท์กลับไป
“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่คิดว่าจะเอาเตาพวกนี้มาใช้ประโยชน์ยังไงดี จะปล่อยทิ้งไว้มันก็น่าเสียดาย”
ใช่แล้ว...เตาที่ไลท์กำลังหมายถึง นั้นก็คือเตาอั้งโล่ เตาที่คนในประเทศไทย นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
เตาอั้งโล่ คือเตาขนาดพกพา ที่สามารถยกหิ้วไปตามจุดต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยรูปทรงขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ตามร้านอาหารนิยมใช้เตาพวกนี้ ในการประกอบเมนูปิ้งย่างให้กับลูกค้าได้ใช้งาน
‘หมูกระทะและหมูจุ่ม!’ เมนูยอดฮิตที่ได้รับความนิยมมามากกว่าหลายสิบปี และเหนือสิ่งอื่นใด หมูกระทะนี้ยังเหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย
ที่มักจะรวมตัวกัน นัดกินหมูกระทะ ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็จะนัดกินกันเดือนละครั้ง-สองครั้ง ขึ้นอยู่กับวาระและโอกาสของแต่ละคน
ไลท์เองได้ห่างเหินจากวัฒนธรรมการกินหมูกระทะนี้ไปนานมากแล้ว เพราะนับตั้งแต่ตัวเขาในโลกก่อน ได้ย้ายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แถบอเมริกาและยุโรป ที่วัฒนธรรมการกินปิ้งย่าง ดูจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ หากเทียบกับสเต๊ก
แต่กระนั้นไลท์ ก็ยังคิดถึง บรรยากาศของหมูกระทะที่เขาได้เคยกินกับเพื่อนในสมัยเรียน อยู่เสมอๆ
‘ไม่มีอาหารใดในโลกที่จะได้บรรยากาศเหมือนกับการกินหมูกระทะ หมูจุ่มหรือปิ้งย่างอีกแล้ว’
และมันจะไม่ดีกว่าเหรอ? ถ้าหากว่า ไลท์ จะยกเอาวัฒนธรรมการกินหมูกระทะที่เขาคิดถึง นำเข้ามายังโลก The Gloria
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย
หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy