การที่เซรอสได้เข้ามาท้าทายอนาเธอร์นั้น แน่นอนว่านักเรียนในชั้นปีเดียวกันย่อมไม่เห็นด้วย
เพราะอาชีพเซียนนักสู้นั้น ถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่หายากและทรงพลังอย่างมาก
อาชีพนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มค่าสถานะอย่างมหาศาล แต่ยังมอบทักษะเฉพาะที่ทำให้ผู้ถืออาชีพนี้สามารถโจมตีได้ด้วยความเร็วและความรุนแรงที่เหนือกว่าอาชีพทั่วไป
ค่าสถานะของเซรอสไม่เพียงแต่สูงกว่าอนาเธอร์เท่านั้น แต่ยังทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักสู้ที่ไม่มีใครกล้าท้าทายในชั้นปีหนึ่ง
【ดูค่าสถานะของมันไหมโฮสต์?】
ระบบเอ่ยถามอย่างสนใจ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่อนาเธอร์ได้เข้าปะทะกับผู้ที่มีค่าพลังสูงกว่าอย่างแท้จริง ครั้งแรกคือตอนที่อยู่ในดันเจี้ยนแห่งบึงคนตาย ตอนนั้นได้มีเทพเจ้าผีดิบเข้ามาแทรกแซง ทำให้โฮสต์ของตนต้องเปิดใช้ไพ่ตายอย่างร่างจำแลงของซุนหงอคง
“ยังไงก็ได้”
อนาเธอร์เบะปากเหมือนไม่อยากจะพูดคุย ทำให้ระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าต้องหัวเราะร่าออกมา จากนั้นหน้าต่างสถานะก็ได้ปรากฏขึ้น
【ชื่อผู้เล่น เซรอส เผ่าพันธุ์มนุษย์】
【เลเวล: 102 อาชีพ: เซียนนักสู้】
【พละกำลัง: 9060+10%】
【ความทนทาน: 8,770+10%】
【ความเร็ว: 8,000】
【จิตวิญญาณ:10,030】
【เปิดดูทักษะสกิล: ฝ่ามือแห่งเซียน กระบวนท่าหมัดอหังการ.. เปิดดูทักษะที่เหลือ】
“ทักษะระดับตำนาน? คงเป็นทักษะสกิลที่ติดมาพร้อมกับอาชีพที่ได้รับ.. เหมือนกับฉัน!”
“ว่าแต่ค่าสถานะจิตวิญญาณของเสูงกว่าค่าสถานะอื่นๆไปมาก หมายความว่าทักษะสกิลจะต้องรุนแรงมากแน่ๆ!”
อนาเธอร์ประหลาดใจเล็กน้อย เขาได้เห็นถึงเปอร์เซ็นของค่าสถานะ หมายความว่าชายผู้นี้ต้องมีทักษะสกิลติดตัวด้วยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เซรอสได้ยินคำพูดต่างๆรอบตัวก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมา
“เอาละๆ ถ้าเป็นกติกาเดิมฉันคงต้องถูกต่อว่าโดยเพื่อนๆแน่”
“งั้นเอางี้ ฉันจะไม่ใช้สกิลหรือทักษะพิเศษใดๆในการต่อสู้ครั้งนี้ละกัน แล้วตัวของฉันจะใช้เพียงแค่มือเปล่าเท่านั้น”
“ถ้ายังไม่เพียงพอ หากนายต้องการละก็ ตัวของนายก็สามารถใช้อาวุธและทักษะสกิลได้อย่างอิสระเลยเป็นไงละ!”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนต้องหันมามองเซรอสด้วยความตกใจ พวกเขารู้ดีว่าเซรอสเป็นนักสู้ที่มีพละกำลังมากมาย และการที่เขาประกาศว่าจะไม่ใช้สกิลหรือทักษะพิเศษใดๆ
แสดงให้เห็นว่าชายร่างใหญ่มั่นใจในพลังของตนเองมากแค่ไหน และการต่อสู้ครั้งนี้ อาจเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งและความสามารถของอนาเธอร์อย่างแท้จริง
“ให้ฉันใช้ทักษะและสกิลได้?”
อนาเธอร์ยืนฟังคำท้าของเซรอสด้วยสายตาที่เงียบสงบ เขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ของเขามีเลเวลและสถานะที่สูงกว่ามาก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือหวั่นไหว เขาเคยผ่านการฝึกฝนและการต่อสู้มาแล้วมากมาย และนี่เป็นเพียงการท้าทายอีกครั้งหนึ่งในเส้นทางของเขา
“ฉันรับคำท้า และฉันไม่ต้องการใช้อาวุธหรือทักษะสกิล จะสู้กับนายด้วยมือเปล่าเช่นกัน!”
คำตอบของอนาเธอร์ทำให้ฝูงชนที่ยืนดูอยู่รอบๆต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
“อะไรนะ เขาปฏิเสธเรอะ? สมเป็นเจ้าชายน้อยจริงๆ”
“ท่านอนาเธอร์เจ้าค่า ทำไมไม่รับเงื่อนไขนั่นละ?”
“นังบ้าเอ้ย นี่คือการต่อสู้กันของลูกผู้ชายตัว ต่อให้เลเวลเหนือกว่าแล้วไง อนาเธอร์ก็ยังเป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีด”
หลายคนไม่คาดคิดว่าอนาเธอร์จะรับคำท้าเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธ แต่เขากลับเลือกที่จะต่อสู้กับเซรอสด้วยมือเปล่าเท่านั้น ซึ่งการตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองของเขา
“ดี งั้นมาดูกันว่านายจะทำได้ดีแค่ไหน”
เซรอสยิ้มด้วยความพอใจ เหมือนกำลังชื่นชอบในตัวของอนาเธอร์เป็นอย่างมาก
ทั้งสองฝ่ายถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การต่อสู้ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด นักเรียนทุกคนต่างหยุดหายใจและเฝ้ารอคอยวินาทีที่การต่อสู้จะเริ่มต้น
ทั้งอนาเธอร์และเซรอสต่างก็อยู่ในท่าต่อสู้ที่มั่นคง ทั้งคู่จ้องมองกันอย่างระมัดระวัง พร้อมที่จะเริ่มโจมตีได้ทุกเมื่อ
“เตรียมรับมือ!”
การเคลื่อนไหวครั้งแรกเริ่มขึ้น เมื่อเซรอสพุ่งตัวเข้าหาอนาเธอร์ด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ร่างกายใหญ่โตของเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยพละกำลังและความมั่นใจ หมัดของเขาพุ่งตรงเข้าหาอนาเธอร์ด้วยแรงที่น่ากลัว
“เร็วมาก!”
อนาเธอร์ไม่ยอมปล่อยให้หมัดของเซรอสเข้าใกล้ เขาเอี้ยวตัวหลบอย่างฉิวเฉียด การเคลื่อนไหวของเขาเฉียบคมและแม่นยำ แต่ครั้งนี้เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่มากขึ้นจากคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า การหลบหมัดนี้ทำให้อนาเธอร์ต้องใช้พละกำลังมากกว่าเดิมเพื่อไม่ให้เสียการทรงตัว
เมื่อหมัดของเซรอสพลาดเป้า อนาเธอร์ก็สวนกลับทันทีด้วยการเตะขวาเข้าไปที่ขาด้านซ้ายของเซรอส
“ปัง!”
เตะนี้เป็นการโจมตีที่รุนแรง แต่เมื่อขาของอนาเธอร์สัมผัสกับขาของเซรอส อนาเธอร์กลับรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เหนือธรรมดาของคู่ต่อสู้ ขาของเซรอสแข็งแรงดุจเหล็กกล้า การเตะของอนาเธอร์ไม่สามารถทำให้เซรอสเซไปแม้แต่น้อย
“ค่าสถานะต่างกันอะนะอนาเธอร์”
เซรอสยิ้มเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงการโจมตีของอนาเธอร์ เขาไม่รอช้าใช้แขนขวาของตนเองตวัดไปอย่างรวดเร็ว หมายจะฟาดลงที่ลำตัว
แต่อนาเธอร์เห็นการโจมตีนั้นและสามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด
การเคลื่อนไหวของเขายังคงลื่นไหล แม้ว่าจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่มากขึ้นจากเซรอส
“อะไรวะนั่น.. ปฏิกิริยาการตอบสนองของเขาน่าเหลือเชื่อมาก!”
“สุดยอด อนาเธอร์คนนี้เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง ค่าสถานะของทั้งสองห่างกันเกือบเท่าตัวเลยละมั้ง?”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันโจมตีและป้องกัน นักเรียนรอบๆต่างส่งเสียงเชียร์และอุทานด้วยความตื่นเต้น
ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังและความแม่นยำ การที่อนาเธอร์สามารถต่อสู้กับเซรอสได้โดยไม่ถูกโจมตีอย่างหนัก ทำให้ผู้คนเริ่มตระหนักว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ทายาทตระกูลซิกฟริดที่มีสถานะสูงส่ง แต่ยังเป็นนักสู้ที่มีความสามารถอย่างแท้จริง
“นี่มันอะไรกัน.. พละกำลังไม่เยอะแต่ดูเหมือนเขาจะเน้นจุดซ้ำๆ”
เซรอสเริ่มเพิ่มแรงในการโจมตี แต่ทุกการโจมตีของเขาก็ถูกอนาเธอร์อ่านออกและหลบได้อย่างรวดเร็ว
ความต่างของเลเวลและค่าสถานะจะชัดเจน แต่ความชำนาญในการต่อสู้ของอนาเธอร์ ทำให้ชายหนุ่มสามารถต่อกรกับเซรอสได้อย่างสูสี
“เล่นปะทะตรงๆไม่ได้”
“งั้นลองนี่หน่อยละกัน!”
ทันใดนั้น การเคลื่อนไหวของอนาเธอร์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากท่าต่อสู้ที่มั่นคงและหนักแน่น เขาเริ่มขยับกายเบาๆและกวาดขาไปมา ร่างกายของเขาดูพลิ้วไหวและสลับทิศทางอย่างรวดเร็ว ราวกับการเต้นรำ
“เปลี่ยนทักษะแล้ว?!!”
ท่าทางที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้ตัวเซรอส รวมถึงนักเรียนคนอื่นๆที่ยืนดูอยู่รอบๆต่างอึ้งไปชั่วขณะ
ไม่มีใครคาดคิดว่าการต่อสู้ที่ดุดันและแข็งแกร่งเมื่อครู่ จะเปลี่ยนมาเป็นการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลและซับซ้อนเช่นนี้
อนาเธอร์ไม่ได้เคลื่อนไหวตามแบบแผนของมวยไทยอีกต่อไป การกวาดขาของเขาเป็นไปอย่างลื่นไหลและต่อเนื่อง ร่างกายของเขาขยับไปมาในลักษณะที่ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขาจะโจมตีจากทิศทางไหน
ท่าทางที่ดูเหมือนจะเป็นการเต้นรำนั้น ทำให้ทุกคนต้องมองตาค้าง เพราะมันไม่ใช่ท่าต่อสู้ที่พวกเขาคุ้นเคยกันเลยซักนิด
ตอนนั้นหนึ่งในนักเรียนกระซิบกับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่
“นั่นมันอะไร? เขากำลังเต้นรำหรือเปล่า?”