ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 35 ระบบฉุกเฉินสำหรับรับมืออันตรายระดับ C   เริ่มทำงาน

    บทที่ 35 

    ระบบฉุกเฉินสำหรับรับมืออันตรายระดับ C   เริ่มทำงาน


    ติ๊ง-----


    “คำเตือน อันตรายระดับ C! คำเตือน อันตรายระดับ C! ร่างกายถูกตัดขาดออกจากสติสัมปชัญญะแล้ว ระบบแลกเปลี่ยนไขมันเข้าสู่โหมดฉุกเฉินระดับ C ! ข้ามขั้นตอนการตรวจสอบทุกอย่าง เปิดเส้นทางการแลกเปลี่ยนไขมันโดยตรง!”


    ภายในห้วงความคิดของอู๋ตี้ เสียงอู้อี้ที่เหมือนกับในฝันนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่เห็นอะไรตรงหน้าทั้งนั้น มันไม่มีแม้กระทั่งช็อยส์หรืออะไรให้เขาเลือกเลย 


    “ระบบฉุกเฉินระดับ C ทำการเลือกอัตโนมัติ หัวข้อ ยา ทางเลือกที่ 1 ยา 9 หัวใจแห่งดอกบีโกเนีย การเลือกเสร็จสิ้น ผลของมันคือการรักษาบาดแผลทุกอย่าง แต่ละครั้งที่แลกเปลี่ยนจะใช้น้ำหนัก 15 กิโลกรัม การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น”


    “ระบบฉุกเฉินระดับ C ทำการเลือกอัตโนมัติ หัวข้อ อาวุธ ทางเลือกที่ 1 เกราะเทพเจ้าสงคราม A การเลือกเสร็จสิ้น ผลของมันคือ ภายในหนึ่งชั่วโมง ความแข็งแกร่ง ความเร็ว ความคล่องตัว พลังป้องกันจะเพิ่มขึ้น 30 เท่า ไม่สามารถมีอะไรมีอะไรหยุดยั้งได้ สามารถทำลายหินได้ แต่ละครั้งที่แลกเปลี่ยนจะใช้น้ำหนัก 15 กิโลกรัม การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น”


    ถึงแม้ว่าสติของอู๋ตี้กำลังงุนงงอยู่ แต่เสียงจางๆในหัวเขานั้นก็ค่อนข้างชัดเจนและหัวใจของเขากำลังเต้นแรง 


    นี่มันเรื่องอะไรกัน? แล้วเจ้าเสียงนั่น...สามารถเลือกทางเลือกเองได้ด้วยเหรอ?


    อย่างไรก็ตาม ไม่ทันเขาจะได้สงสัยอะไรเพิ่มเติม เขาก็รู้สึกได้เลยว่าร่างของเขานั้นมันเบาขึ้น สติของเขาเองก็ค่อยๆกลับมาสู่โลกแห่งความจริงมากขึ้นด้วย และเขาก็พบว่า ความเจ็บปวดนั้นได้หายไปแล้ว 

    ทันทีที่ลืมตาขึ้น เขาก็เหลือบมองไปยังข้อมือของเขาก่อนเลย ซึ่งก่อนหน้านี้มันมีแผลฉกรรจ์อยู่ แต่ตอนนี้นั้นมันกำลังถูกรักษาอย่างรวดเร็ว 


    ยิ่งไปกว่านั้น เพียงแค่เขายืนขึ้น เขาก็รู้สึกว่าร่างกายมันหนักขึ้นพร้อมทั้งมีไฟปรากฏขึ้นมาบนอกของเขา 


    ทุกๆที่บนร่างกายที่มีไฟปรากฏขึ้นนั้น เมื่อไฟดับลงมันก็กลายเป็นชิ้นเหล็กที่ดูเงางาม ไฟพวกนั้นเริ่มปรากฏขึ้นไปทั้งตัวจนในที่สุดร่างกายของเขาก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเกราะเหล็กโบราณสีแดง


    เกราะชิ้นนี้ทรงพลังและดูท่าจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเกราะด้วยกันเอง รูปทรงมันเหมือนเกราะโบราณที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในละครเลย 


    สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือ เกราะชิ้นนี้มันกำลังร้อนขึ้นเรื่อยอย่างรวดเร็ว ราวกับไฟที่กำลังเผาไหม้ทุกอย่างอยู่และไฟนั้นก็ห้อมล้อมเขาไว้อีกทีหนึ่ง 


    ขณะที่อู๋ตี้กำลังจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ความร้อนที่เป็นตัวการก็เริ่มจางหายไป มันดูเหมือนว่าความร้อนพวกนั้นจะซึมเข้าไปตามร่างกายของเขา จากความร้อนเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นแพร่กระจายไปตามแขนขาของเขา 


    ความรู้สึกที่สบายสุดๆมันฟุ้งไปทั่วทั้งร่าง ไม่มีคำใดที่สามารถอธิบายได้ว่าความรู้สึกมันดีขนาดไหนในตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ว่าเหมือนได้เกิดใหม่เลย 


    มือของเขากำแน่น พลังที่เปี่ยมล้นนั้นมันมากกว่าตอนใช้ยาปฏิชีวนะครั้งนั้นอีก พลัง...มันกำลังปะทุออกมา จิตวิญญาณที่เหมือนได้รับมาจากโลกและสรวงสวรรค์มันพรั่งพรูออกมาจากหัวใจของเขาแบบมหาศาลจนไม่สามารถรู้ได้ว่าลิมิตของมันอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ 


    เมื่อมองไปรอบๆนั้น ในละแวกนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว ดูเหมือนว่า หลังจากที่อู๋ตี้สลบไปแล้ว เย่เหลียงจะพาคนอื่นๆออกจากที่ทะเลสาบแห่งนั้นไปจนหมดแล้ว


    อู๋ตี้เดินไปยังมุมหนึ่งของทะเลสาบ ความใสของผิวน้ำนั้นสะท้อนเงาของเขาออกมาอย่างชัดเจน 


    ตัวเขานั้นนอกจากจะสวมเกราะไฟสีแดงชาดแล้ว ก็ยังสวมหมวกเหล็กไว้อีกด้วย ส่วนใบหน้านั้นไม่สามารถเห็นได้เพราะว่าภายใต้หมวกเหล็กมันยังมีหน้ากากของยักษ์สีแดงปกปิดหน้าเขาไว้อีกชั้นหนึ่ง 


    หน้ากากนั้นดูเหมือนใบหน้าของเทพเจ้าจงกุยที่พบเห็นได้บ่อยในภาพประจำเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ มันดูดุร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็ดูน่าเกรงขาม ใครที่ได้พบเห็นต่างก็รู้สึกกเกรงกลัวกันไปตามๆกันทั้งหมด 


    อู๋ตี้ยกมือขึ้นสัมผัสกับหน้ากากนั้นเบาๆ ด้วยเสียงคลิกสั้นๆ หน้ากากนั้นก็ถูกถอดออกมาได้อย่างง่ายได้ 


    เขานั้นค่อยๆถอดหน้ากากออกมาอย่างระมัดระวัง เมื่อมันถูกถอดออกแล้ว เขาก็มองไปยังเงาสะท้อนบนน้ำด้วยความงุนงงไปชั่วขณะ 


    “นั่นใครน่ะ?”


    อู๋ตี้มองด้วยความตกใจไปพักใหญ่ๆก่อนที่เขาจะมั่นใจว่าเงาสะท้อนที่อยู่บนน้ำนั่นคือเขาแน่ๆ หากแต่ว่าใบหน้านั้นดูซูบผอมลงไปเยอะมากๆ 


    ถึงแม้ว่าใบหน้าจะยังมีความอ้วนกลมอยู่บ้าน แต่มันก็ดูผอมลงไปกว่าเมื่อก่อน 


    เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเสียงที่ดังขึ้นในหัวขณะที่เขากำลังสลบอยู่นั้น เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าระบบได้แลกเปลี่ยนน้ำหนักเขาไปถึง 30 กิโลกรัมแล้ว 


    และด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะลดไปเพียง 30 กิโลกรัมและตอนนี้จะมีน้ำหนักถึง 108.5 กิโลกรัมก็ตาม แต่ด้วยความสูงที่มากถึง 1.8 เมตรนี้ น้ำหนักที่มีอยู่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาดูอ้วนเกินไปเสียเท่าไหร่ 


    มันทำให้เขาดูเหมือนเป็นคนละคนกันเลย เพราะโหนกแก้มของเขามันเริ่มปรากฏขึ้น

    จริงๆแล้ว ตัวอู๋ตี้เองนั้นก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรอยู่แล้ว ด้วยคิ้วที่หนาและตาที่ดูโดดเด่นควบคู่กันไป และยามที่ใบหน้านั้นถูกประกบไว้ด้วยเกราะเหล็กทั้งสองข้าง มันก็ทำให้เขาดูเป็นชายรูปงามขึ้นมาทันที 


    แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมตนเอง 


    เขาไม่รู้ว่าเขานั้นหมดสติไปนานขนาดไหน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการตามหาเย่เหลียงและช่วยเอ้อซีซีออกมา 


    คิดได้ดังนี้แล้วอู๋ตี้ก็สลัดความลังเลทิ้งและสวมหน้ากากนั่นกลับเข้ามาอีกครั้ง ในทันทีที่เขาก้าวเท้าลงไป มันก็เกิดเสียงดังกระหึ่มขึ้นพร้อมๆกับร่างของเขาที่ลอยสูงขึ้นไปในอากาศในทันที จากจุดที่เขายืนไว้ตอนนี้ เหลือไว้เพียงรอยเท้าของเขาเท่านั้นที่ถูกจารึกลงไปบนพื้น 


    ห่างจากมหาวิทยาลัย 30 กิโลเมตร รถคันหนึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ฟากใต้ 


    เพราะถนนเส้นนี้มันค่อนข้างจะเปลี่ยว ตลอดทางที่ขับมาจึงพบเห็นรถได้น้อยมาก รวมถึงคนเดินก็แทบไม่มี รถคันนี้ขับแบบไม่เคารพกฏจราจรซักเท่าไหร่แถมยังใช้ความเร็วกว่า 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย 


    รถคันนี้ค่อนข้างจะใหญ่เป็นพิเศษแถมดูหรูหราด้วย เย่เหลียงและเอ้อซีซีนั้นนั่งอยู่บนเบาะหนังหรูหราที่อยู่ช่วงกลางของรถ ลูกน้องของเขา คนหนึ่งเป็นคนขับ ส่วนอีกคนเป็นคนนั่งข้างๆ และที่นั่งท้ายรถก็มีซูหลี่เหยา ปิงปิงและหลิงหลิงนั่งอยู่ 


    เมื่อครั้งพวกเธอเข้ามาในรถ ซูหลี่เหยาตั้งใจจะนั่งที่นั่งตรงกลางกับเย่เหลียง แต่สุดท้ายเธอก็โดนกระชากผมไว้และจับไปนั่งด้านหลังแบบนี้ 


    ด้วยเหตุนั้นตลอดทางที่นั่งรถมา ซูหลี่เหยาจึงมองเอ้อซีซีผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอด้วยความขมขื่นพร้อมๆกับความรู้สึกที่อยากจะทำเรื่องร้ายๆแบบไม่ลดละเลย 


    ทางด้านปิงปิงและหลิงหลิง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเธอได้นั่งรถที่หรูหราระดับนี้ เพราะงั้นทั้งสองจึงนั่งคุยกันไปตลอดทางเลย 


    “ว้าว~ ดูสิๆ รถของพี่เย่น่ะ เท่สุดๆไปเลยนะ เบาะหนังนี่ก็นุ่มมากเลยแล้วไหนจะการตกแต่งที่ดูหรูหรานี่อีก นี่มันรถเฟิร์สคลาสชัดๆเลย”


    “ฉันได้ยินมาว่าดาราหลายคนก็ใช้รถคันนี้ด้วยนะ แล้วก็ได้ยินมาอีกว่ารถคันนี้น่ะผลิตมาแบบจำนวนจำกัด เพราะฉะนั้นแล้วแค่มีเงินก็ไม่พอที่จะซื้อหรอกนะ พวกดารารวยๆหลายคนยังต้องเข้าแถวรอเพื่อซื้อมันเลย”


    “ใช่เลย คงจะมีก็แต่คนอย่างพี่เย่เท่านั้นแหละที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ครอบครองมัน คนธรรมดาน่ะไม่มีทางที่จะได้ลิ้มลองความหรูหราของรถแบบนี้ไปทั้งชีวิตแน่ๆ”


    “ใช่ๆ ฉันเองก็ไม่คาดคิดว่าชีวิตนี้จะได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เดี๋ยวถ่ายรูปไปอวดเพื่อนหน่อยดีกว่า โอกาสแบบนี้หายาก นี่ถ้าฉันได้นั่งรถแบบนี้ไปทุกวันนะ โฮ่ๆๆ เหมือนสวรรค์เลย”


    ….


    สองสาวคุยกันไม่หยุดตลอดทาง จริงๆแล้วพวกเธอนั้นคิดมาดีแล้วว่า พวกเธอจะชื่นชมเย่เหลียงให้มากกว่านี้ นั่นก็เพราะว่าเผื่อเย่เหลียงจะหันมาสนใจพวกเธอบ้าง 


    ในทุกๆถ้อยคำ มันมักจะมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นตลอด พวกเธอนั้นคุกเข่าแทบเท้าและเลียรองเท้าเย่เหลียงอยู่แล้ว เพราะงั้นพวกเธอจึงอยากให้เย่เหลียงเปิดใจรับพวกเธอด้วย


    อย่างไรก็ตาม เย่เหลียงนั้นไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่นิด เขานั้นเอาแต่จ้องมองเอ้อซีซีด้วยสีหน้าหื่นกามมานานแล้ว สายตาที่แสดงออกถึงความต้องการชัดเจนนั้นปิดอย่างไรก็ไม่พ้น 


    ยิ่งได้มองเอ้อซีซี เขาก็ยิ่งชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ และพอยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มอยากจะกินเธอมากขึ้นเรื่อยๆ


    สายตาของเธอนั้นดูกังวลเหมือนคลื่นน้ำที่ไม่สงบ มือเล็กๆนั้นกุมกันไว้ราวกับจะรวมเป็นชิ้นเดียว เธอแสดงออกมาเหมือนว่าเธอกำลังถูกจับคลุมถุงชนเลย 


    หญิงสาวที่ซื่อๆแบบนี้หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน และเมื่อคิดได้ว่าเธอเป็นของหายาก เย่เหลียงก็แทบจะอดใจที่จะลิ้มลองเธอไม่ไหวแล้ว 


    “สาวน้อย ไม่ต้องกังวลไป ฉันจะพอเธอไปที่ดีๆนะ มันเป็นคฤหาสน์ที่อยู่ชานเมืองซึ่งครอบครัวของฉันซื้อเอาไว้น่ะ เตียงในห้องนอนของที่นั่นค่อนข้างจะนิ่มแล้วก็ใหญ่พอตัวเลย มันถูกสั่งนำเข้ามาจากออสเตรเลีย ถ้าได้ทิ้งตัวลงนอนล่ะก็ จะเหมือนเธอนอนลงไปบนผ้ากำมะหยี่นุ่มนิ่มเลยนะ เพราะงั้นล่ะก็มันสบายแบบหายห่วงเลย”


    ในขณะที่พูดเองมือของเย่เหลียงนั้นก็ขยับมาหมายจะจับมือของเอ้อซีซีด้วย 


    เมื่อเห็นว่าเขานั้นพยายามจะจับมือเธอ เอ้อซีซีก็รีบหดตัวด้วยความกลัวทันที 

    แต่กลับกัน แม้เย่เหลียงจะจับมือเธอไม่ได้ แต่เขาก็วางมือไปบนต้นขาขาวของเธอแทน ความรู้สึกนุ่มนิ่ม เยาว์วัยและเต่งตึงนั้นรับรู้ได้ผ่านผิวสัมผัสซึ่งนั่นทำให้หัวใจของเย่เหลียงเต้นไม่เป็นจังหวะไปหมดแล้ว มันเหมือนกับเขานั้นกำลังเดินลงไปในธารน้ำที่ใสสะอาดด้วยสีหน้าหื่นกามเลย 


    เอ้อซีซีทั้งกลัวและอับอาย แต่เธอไม่กล้าที่จะขยับไปไหน ทำได้เพียงก้มหน้าต่ำเอาไว้เท่านั้น มือที่เล็กและงดงามเหมือนเม็ดหยกต่างพากันเลื่อนลงไปและกดชายกระโปรงไม่ให้เปิดขึ้นมาและพยายามอดทนกับความหื่นกระหายของเย่เหลียงอยู่ตลอด


    “พี่เย่ ฉันเองก็อยากจะลองเตียงใหญ่ๆที่นำเข้ามาจากออสเตรเลียเหมือนกันนะ” ทันใดนั้นปิงปิงก็พูดขึ้นมา


    “พี่เย่ ฉันเองก็ด้วย ฉันอยากจะรู้ว่าการที่ได้นอนบนผ้ากำมะหยี่นั้นให้ความรู้สึกยังไง” หลิงหลิงเองก็รีบพูดตามขึ้นมาเหมือนกัน เพราะถ้าหากพวกเธอไม่เปิดปากพูดกับเขาบ้าง บางทีพวกเธออาจจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองมันก็ได้ 


    เย่เหลียงนั้นหันกลับไปมองพวกเธอพร้อมกับรอยยิ้ม “ไม่มีปัญหา คฤหาสน์ของฉันน่ะใหญ่จะตายไป ไหนจะมีตั้ง 3 ชั้นอีก รวมๆแล้วมันมีตั้ง 8 ห้องนอนเลยนะ ไว้เดี๋ยวถึงที่แล้วฉันจะให้น้องชายของฉันทั้ง 2 คนพาพวกเธอไปดูแลละกัน”


    ปิงปิงและหลิงหลิงชะงักไปเลย พวกเธอมองไปยังคนขับรถและคนที่นั่งข้างๆ ทั้งสองคนนั้น เอ้อฮั่วและเหล่าเซียงกำลังแสยะยิ้มอยู่ 


    เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของพวกเธอก็ดูซีดลงไปทันที 


    “พี่เย่ พี่ล้อพวกเราเล่นใช่ม้า~” ปิงปิงถามด้วยรอยยิ้มที่ฝืนๆ


    ทันใดนั้นน้ำเสียงของเย่เหลียงก็ดูเยือกเย็นขึ้นมาทันที “พวกเธอสองคนดูหมิ่นน้องชายฉันเหรอ? ฉันให้คิดดูดีๆแล้วพูดใหม่นะ ว่าพวกเธอจะยอมปรนเปรอน้องชายของฉันวันนี้ หรือถ้าไม่ ก็กลายเป็นตัวตลกในมหาวิทยาลัยตงหลิงในอนาคต”


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน