ย้อนเวลากลับไปเมื่อไม่กี่เพลาก่อน
ในขณะที่ซ่งหยวนถูกหามออกไปเพื่อทำการรักษา ซูฮวากำลังยืนมองตามด้วยสายตาเรียบนิ่งดังเดิม ในมือของนางยามนี้มีของฝากหนึ่งชิ้นที่จะนำไปส่งให้หลี่ฟางฟาง แต่นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดเพราะนางคิดเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะต้องเอาคืนสิ่งที่เหลือให้หมดอย่างที่เคยกล่าวเอาไว้กับซูลี่ ซึ่งสิ่งที่เหลือนั่นก็คือดวงตาอีกข้าง และชีวิตของซ่งหยวน
และที่นางยังไม่ลงมือในคราเดียวเพราะเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมานางได้ยินแผนการที่เย่ฮุ่ยอิ่งวางเอาไว้ นั่นคือการทำให้หยูจินหมิงเห็นตัวตนที่แท้จริงของซูฮวาที่ฝ่ายนั้นคิดว่าเป็นตัวปลอม ทว่านางก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าอย่างไรแล้วคนของจวนสกุลหยูไม่มีใครจับนางได้อยู่ดี ส่วนซูลี่เองก็ต้องการที่จะตลบหลังและสร้างความแตกแยกให้สองแม่ลูกก่อน จากนั้นนางจะทำสิ่งใดกับซ่งหยวนต่อก็ย่อมได้ และเวลานั้นก็ได้มาถึงแล้ว
การลงมือกับซ่งหยวนสำหรับซูฮวานั้นเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง ดังนั้นแล้วนางจึงยังยืนอยู่ที่ยอดต้นไม้ในจุดเดิมเพื่อฟังความเป็นไปของเหตุการณ์เบื้องล่างเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ซูลี่กำลังดำเนิน
และเมื่อสิ่งที่นางได้ยินจากเรือนรับรองดำเนินไปจนถึงจุดที่จะสามารถเชื่อมเหตุการณ์ถัดไปได้แล้ว ร่างบางในเงามืดก็เคลื่อนกายกลืนไปกับชั้นอากาศ สุดท้ายเพียงชั่วพริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับโรงหมอประจำจวน ที่ซึ่งมีร่างของซ่งหยวนร้องโอดครวญอยู่ โดยรอบยังมีองครักษ์บางส่วนและหมอที่ทำการรักษาคนหนึ่ง
หมอคนนั้นสารวนอยู่กับการเตรียมอุปกรณ์การรักษา หลังจากห้ามเลือดได้ก็ยังต้องเตรียมยาอีก ดังนั้นจึงมีบางช่วงที่เขาออกไปจากห้องทิ้งให้ซ่งหยวนอยู่ตามลำพังเพียงไม่นาน โดยที่โดยรอบเรือนยังมีองครักษ์ที่มาประจำจุดตามคำสั่งของเย่ฮูหยิน เผื่อมีกรณีฉุกเฉิน
ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงน้อยนิด แต่ทว่าซูฮวาก็สามารถเร้นกายเข้าไปด้านในได้พร้อมทั้งทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย นางเริ่มสกัดจุดทำให้ซ่งหยวนไม่แม้แต่ส่งเสียงทางลำคอได้ และทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้
เมื่อซ่งหยวนเห็นซูฮวาอีกครั้งก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะนางจำได้ว่าอีกฝ่ายกล่าวว่าจะตัดลิ้นของนางไปก่อนเพียงเท่านั้น ทว่าเวลาผ่านไปไม่นานกลับมาปรากฏตัวอีกแล้ว นางหวาดกลัวจนถึงขีดสุด น้ำตาจากดวงตาที่มีเพียงข้างเดียวไหลลงมาไม่ขาดสาย แม้ไม่สามารถขยับเขยื้อนเนื้อตัวก็สั่นเทาไปทั่วทั้งร่าง
ซูฮวาไม่พูดมากให้เสียเวลา นางทำเพียงกล่าวคำสั้นๆ กับซ่งหยวนถึงสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำกับนางเอาไว้
“เจ้าทำกับข้าเช่นไร ข้าก็ทำกับเจ้าเช่นนั้น” เอ่ยจบมีดเล่มเดิมก็จ้วงแทงเข้าไปที่ดวงตาข้างที่เหลือโดยที่สีหน้าของนางไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
ภาพตรงหน้าของซ่งหยวนมืดดับลงโดยสมบูรณ์พร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุด นางเจ็บปวดเจียนจะขาดใจตาย นางได้รับรู้ความรู้สึกของความกลัวจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ยิ่งประสาทสัมผัสทางดวงตาถูกตัดขาดโดยทั้งหมดความหวาดกลัวในจิตใจก็ยิ่งทวีความรุนแรง
ซ่งหยวนรับรู้ได้ถึงร่างที่ลอยหวือกลางอากาศไม่นานก็รับรู้ได้ถึงเชือกหนาที่รัดลำคอจนแน่นพร้อมกับร่างที่กำลังทิ้งดิ่งลง ความหวังในชีวิตของซ่งหยวนริบหรี่พร้อมกับลมหายใจที่กำลังจะถูกพรากไป นางไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ตนเองเคยทำเอาไว้กับซูฮวาจะทรมาทรกรรมถึงขนาดนี้จนเมื่อได้มาประสบกับตนเอง
ซูฮวามองร่างของซ่งหยวนที่ทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงด้วยสีหน้าเฉื่อยชา ที่ลำคอมีเชือกหนารัดผูกกับกิ่งไม้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงหมอ ร่างนั้นดีดดิ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกระตุกสามสี่ครั้งเพียงไม่นานก็แน่นิ่งไป
ซ่งหยวน...นางตายแล้ว
ซูฮวายกมือของตนเองขึ้นมามองด้วยสายตาลุ่มลึก ซ่งหยวนเป็นคนที่เคยทำกับนางเอาไว้อย่างแสนสาหัส นางรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเองทำเรียกว่าโหดร้ายทารุณ แต่นางเองก็ไม่ใช่คนดีที่จะให้อภัยกับสิ่งที่ตนเองเคยเจอมา ดังนั้นจากนี้ไม่ว่าใครที่เคยทำสิ่งใดนางก็จะสนองคืนไปด้วยสิ่งนั้น
และนี่ก็เป็นการปิดบัญชีแรกที่นางไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย...
กลับมาเวลาปัจจุบัน
ร่างของซ่งหยวนที่มีสภาพอเนจอนาถจนฝังความกลัวต่อผู้พบเห็น ได้ปรากฏสู่สายตาของเย่ฮุ่ยอิ่งและซ่งเสี่ยวม่านจนพวกนางกรีดร้องออกมาเสียงหลง
เหล่าบ่าวรับใช้ภายในเรือนต่างกรูกันเข้ามารุมล้อมส่งเสียงดังเซ็งแซ่เอ็ดตะโรจนแม้แต่เรือนอื่นๆ ของเหล่าอนุและคุณหนูคุณชายก็อดความสงสัยเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป
ซูลี่เองก็มาพร้อมกับเย่ฮูหยินและหยูจินหมิงเช่นกัน แม้แต่นางก็ยังทนมองไม่ได้ ได้แต่เบือนหน้าหนีไปจากสภาพร่างที่ไม่น่าอภิรมย์นี้
ร่างของซ่งหยวนถูกปลดลงมาได้ในที่สุดและคลุมด้วยผ้าขาว เย่ฮุ่ยอิ่งหันสายตามามองที่ซูลี่ด้วยสายตาเอาเรื่อง ใจนางยังคิดว่าเป็นเพราะนางงูพิษนี่อยู่ดี ซึ่งซูลี่เห็นท่าทางเช่นนั้นของเย่ฮูหยินก็แสร้งเกาะแขนของผู้เป็นคุณชายใหญ่ราวกับหวาดกลัวที่เห็นร่างของซ่งหยวน ส่งผลให้ผู้เป็นมารดาของเขามีโทสะมากขึ้นจนพุ่งตัวเขามากระชากแขนของซูลี่อย่างแรง จนนางราวกับถูกแรงกระชากนั้นจนล้มลงไปกองกับพื้น แต่ทว่านั่นเป็นสิ่งที่นางทำตัวเองเพื่อเรียกความสนใจจากหยูจินหมิง
“ท่านแม่!” หยูจินหมิงตวาดกร้าวเสียงดังอย่างไม่สนใจ ก่อนจะรีบเข้าไปช่วยพยุงสตรีในดวงใจขึ้นมา
“คุณชาย ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” ซูลี่มีสีหน้าราวกับจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
ส่วนเย่ฮุ่ยอิ่งก็ได้แต่ขัดใจ บุตรชายของนางถึงขั้นกล้าตวาดนางที่เป็นมารดาเพราะผู้หญิงคนนี้
หลังจากซูลี่ยืนขึ้นแล้ว นางก็หลบออกไปยืนด้านหลังของหยูจินหมิงเล็กน้อยคล้ายคนไม่กล้ายืนต่อหน้าผู้เป็นฮูหยินของจวน ทว่าสายตาของนางกลับกำลังจ้องตอบเย่ฮุ่ยอิ่ง ทันใดนั้นเอง รอยยิ้มเหยียดหยันอย่างผู้ชนะก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็กอย่างไม่คิดปิดบัง นั่นยิ่งทำให้ไฟโทสะของเย่ฮุ่ยอิ่งลุกโชนราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้