หลังจากที่จ้าวชิงเหยาสามารถรักษาลุงฟู่ได้อย่างปาฏิหาริย์ ฐานะของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงเป็ชายาที่ถูกส่งมาเป็เครื่องมือทางการเมือง แต่เธอก็ได้รับ
ความสนใจอย่างแท้จริง และ อำนาจเบ็ดเสร็จ ในการดูแลสุขภาพของฉินอ๋อง
“ท่านอ๋องเพคะ จากการวินิจฉัยของข้า อาการาเ็ที่ขาของท่านเกิดจากการาเ็ทางระบบประสาทที่ซับซ้อน ซึ่งไม่ใช่ความพิการที่รักษาไม่ได้” ชิงเหยากล่าวอย่างหนักแน่น เธอเตรียมพร้อมนำเสนอแผนการรักษาอย่างจริงจังในห้องทำงานที่รกร้างของหลี่จ้าน
หลี่จ้านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น มองตรงมาที่เธอด้วยดวงตาที่แฝงความหวาดระแวง แต่ก็มีร่องรอยของความหวังที่ริบหรี่ปรากฏอยู่
“เ้า้าอะไร?” หลี่จ้านถามเสียงเรียบ “หากเ้า้าทองคำ ตำแหน่ง หรืออำนาจ... เ้าจงพูดมา”
ชิงเหยาส่ายหน้า “ข้า้าเพียง
ความร่วมมือ และ เวลา เพคะ ”
เธอแผ่แผนภาพที่เธอวาดขึ้นอย่างเร่งรีบโดยใช้หมึกจีน แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างเส้นประสาทและกระดูกในบริเวณขาของเขา นี่คือการแสดง
ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ ที่ไม่มีใครเคยเห็น
“ข้าแบ่งการรักษาออกเป็สามขั้นตอนใหญ่” ชิงเหยาชี้ไปที่แผนภาพอย่างแม่นยำ
ขั้นตอนที่ 1 “ข้าจะใช้
เข็มฝังเข็ม ที่ข้าประดิษฐ์ขึ้น เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทที่ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักการของ
ไฟฟ้าเคมี ควบคู่ไปกับสมุนไพรโบราณที่มีฤทธิ์บำรุงเส้นประสาท นี่คือการเตรียมพร้อมให้ร่างกายของท่านแข็งแรงพอสำหรับการผ่าตัด”
ขั้นตอนที่ 2:“ข้าจำเป็ต้องทำการ
ผ่าตัด เพื่อซ่อมแซมและเยียวยาเส้นประสาทที่ถูกทำลายอย่างถาวร การผ่าตัดนี้ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และ
สภาพแวดล้อมที่สะอาดอย่างถึงที่สุด”
ขั้นตอนที่ 3: “หลังจากผ่าตัด ท่านต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูอย่างเข้มข้นเพื่อให้ขาและกล้ามเนื้อกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ”
หลี่จ้านเงียบไปนานเมื่อได้ฟังคำอธิบายที่เต็มไปด้วยหลักการและเหตุผลของเธอ เขาไม่เข้าใจหลักการของ 'ไฟฟ้าเคมี' หรือ 'ศัลยกรรมประสาท' แต่เขารับรู้ได้ถึงความมั่นใจและเด็ดขาดในน้ำเสียงของเธอ
“การผ่าตัด... เสี่ยงเพียงใด?” เขาถามด้วยเสียงที่ต่ำลง
“เสี่ยงมากเพคะ” ชิงเหยาตอบอย่างตรงไปตรงมา เธอไม่กล้าโกหกศัลยแพทย์ประสาทไม่โกหกเื่ความเสี่ยง “หากทำผิดพลาด ท่านอาจพิการถาวรมากกว่าที่เป็อยู่ และอาจถึงแก่ชีวิตได้”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที หลิ่งเฟิง ซึ่งยืนอยู่ข้างประตู หน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธ เขา้าจะปฏิเสธแผนการที่เสี่ยงตายนี้ทันที
“ท่านอ๋อง! ข้าขอคัดค้าน! การผ่าตัดเป็การกระทำที่เกินเลยไปแล้ว! หากเกิดอะไรขึ้น ท่านจะ...” หลิ่งเฟิงพูดเสียงเครียด
ชิงเหยาหันไปมองหลิ่งเฟิง “องครักษ์หลิ่ง! ท่าน้าให้ท่านอ๋องเป็อ๋องขาพิการที่ถูกดูแคลนไปตลอดชีวิต หรือ้าให้ท่านอ๋องกลับมาเป็แม่ทัพผู้เกรียงไกรอีกครั้ง?”
คำถามนี้เป็เหมือนดาบที่แทงทะลุความหวาดระแวงของหลิ่งเฟิง เขายอมจำนนต่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า การกลับมามีอำนาจของเ้านาย
หลี่จ้านโบกมือให้หลิ่งเฟิงเงียบไป เขาจ้องมองชิงเหยาด้วยสายตาที่คมกริบราวเหยี่ยว เขาใช้เวลาประเมินทุกอย่าง— ความสามารถที่พิสูจน์แล้วในการรักษาลุงฟู่, ความจริงใจที่กล้าบอกความเสี่ยง, และความมุ่งมั่นที่แฝงด้วยความทะเยอทะยาน
“ข้า... จะยอมให้เ้าทำ
ขั้นตอนที่ 1” หลี่จ้านตัดสินใจในที่สุด “ข้าจะให้เวลาเ้าสามเดือน หากข้าไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแม้แต่น้อย ข้าจะให้หลิ่งเฟิงลงโทษเ้าอย่างสาสม และอย่าได้คิดว่าจะใช้โอกาสนี้ทำเื่โง่ ๆ”
ชิงเหยายิ้มอย่างมีชัย “ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ ข้าขอสัญญาว่าสามเดือนนับจากนี้... ท่านจะััได้ถึงความเปลี่ยนแปลง”
หลังจากหลี่จ้านออกไปแล้ว ชิงเหยาหันไปหาเสี่ยวเยว่ที่ยืนตื่นเต้นอยู่
“เสี่ยวเยว่” ชิงเหยาสั่งอย่างรวดเร็ว “ไปเก็บสมุนไพรในป่าเล็ก ๆ ที่ด้านหลังจวนตามรายการนี้ และบอกกับคนในจวนว่าข้า้า
เหล็กและค้อน เพื่อซ่อมแซมเรือนของข้า— ข้าจะเริ่มประดิษฐ์เครื่องมือผ่าตัดที่ซับซ้อนขึ้นแล้ว ”
ขณะที่กำลังจะเดินออกไป ชิงเหยาก็พบว่า หลิ่งเฟิง ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น เขาก้าวเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าที่ตึงเครียด
“ชายาจ้าว” หลิ่งเฟิงเรียกด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มใจ “ข้ายังคงไม่เชื่อใจเ้า แต่ข้าเชื่อใน
คำสั่งของท่านอ๋อง ตลอดสามเดือนนี้
ข้าจะเฝ้าดูเ้าทุกฝีก้าว หวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ท่านอ๋องต้องผิดหวังเป็ครั้งที่สอง”
ชิงเหยาเผชิญหน้ากับองครักษ์ผู้ภักดี อย่างไม่เกรงกลัว
“ข้าไม่้าให้ท่านเชื่อใจข้า หลิ่งเฟิง” ชิงเหยาตอบด้วยรอยยิ้มที่แสนจะฉลาดหลักแหลม “ข้า้าให้ท่านเป็
พยาน ในการรักษาของข้า เมื่อท่านเห็นผล... ท่านจะเปลี่ยนจาก
องครักษ์เงาผู้หวาดระแวง เป็ ผู้ประสานงานสำคัญ ของข้ากับท่านอ๋องเอง ”
หลิ่งเฟิงรู้สึกว่าถูกท้าทายอย่างรุนแรง แต่ความมั่นใจในดวงตาของหญิงสาวผู้นี้กลับทำให้เขาไม่สามารถโต้แย้งได้ เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันและหายตัวไปในความมืดตามหน้าที่ ปล่อยให้ชิงเหยายิ้มอย่างมั่นใจในชัยชนะเล็ก ๆ ครั้งแรกของเธอ