ตอนที่ 6
ผิดไปจากคาดเมื่อคุณทรงกลดไม่ได้พูดต่อว่าลูกสาวคนเล็กสักคำ ถึงพฤติกรรมที่เห็นกับตาท่านเลี่ยงไปแสดงออกด้วยวิธีอื่น นั่นคือการผละไปจากที่ตรงนั้นก่อนที่จันทร์เ้าจะทันเห็นว่าบิดากลับมาแล้ว และเห็นภาพอันไม่สมควรอย่างยิ่ง
จอมพธูไม่ได้เดินตามบิดาซึ่งขอตัวกลับเข้าด้านในหล่อนยืนรอน้องสาว เมื่อพบหน้าหวังจะตักเตือนเล็กน้อย
“มายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะพี่จอม”
“พี่ก็ยืนคอยจันทร์นั่นล่ะ...รอที่จะบอกกับจันทร์เื่ของคุณโอมอะไรนั่น”
สีหน้าน้องสาวในเงาสลัวรางเห็นชัดถึงความไม่พอใจ “ทำไมเหรอคะคุณโอมเขาไปทำอะไรไม่ดีไว้อย่างนั้นเหรอคะ พี่จอมถึงต้องมีเื่มากล่าวเตือน”
ผู้เป็พี่สาวจึงดึงแขนน้องสาวกลับไปนั่งที่เก้าอี้หวายจุดเดิมเมื่ออยู่กันตามลำพัง หล่อนจึงเตือนในฐานะพี่ “พี่ไม่รู้หรอกนะว่าคุณโอมเขาเป็คนยังไง เพิ่งจะเห็นหน้ากันเต็มสองตาก็เมื่อบ่ายแต่พี่รู้สึกว่าเขาจะเป็คนค่อนข้างไปทางเ้าชู้”
“พี่จอมคิดมากไปหรือเปล่าเท่าที่จันทร์ขลุกอยู่กับเขาทั้งวัน ก็ไม่เห็นว่าจะมีสาวที่ไหนมาเกาะแกะให้วุ่นวายแสดงให้เห็นว่าเขามีผู้หญิงมากหน้าหลายตาอย่างที่พี่จอมคิด”
จะด้วยจริงแท้หรือไม่ก็ตามที แต่คำพูดของจันทร์เ้าแสดงให้เห็นว่าอยู่ข้างฝ่ายชายนั้นเต็มร้อยดังนั้นผู้เป็พี่จึงคิดว่ายังไม่ควรจะพูดถึงสายตาเ้าเล่ห์กึ่งหยดย้อยเมื่อบ่ายของวันเกรงว่าจะกลายเป็เข้าข้างตัวเองไปเสียแต่เห็นทีจะไม่พูดเื่ที่จันทร์เ้าทำประเจิดประเจ้อกับฝ่ายชายในที่รโหฐานนั้นคงไม่ได้
“ถ้าคุณโอมไม่เป็อย่างที่คิดพี่ก็สบายใจ...แต่พี่อยากจะเตือนเื่การแสดงออกของจันทร์กับเขา”
จันทร์เ้าถอนหายใจ “มีคนมาฟ้องว่าอะไรเหรอคะ”
“ไม่เห็นต้องมีใครมาฟ้องพี่ก็เห็นกับตา เื่ที่จันทร์กอดแล้วก็เอ่อ...จูบ...กับเขา”
จันทร์เ้าหัวเราะเปิดเผยพูดถึงการกอดจูบเห็นเป็เื่ธรรมดา “จันทร์เคยบอกพี่จอมแล้วไงคะว่าคนรักกัน ถ้าจะกอดหรือจูบกัน ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนยุคสมัยนี้มันเปลี่ยนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“แต่มันก็ไม่ควรจะเป็ที่หน้าบ้านของเราแบบนี้”
น้ำเสียงจอมพธูบ่งว่าจริงจังไม่ได้นึกเห็นดีเห็นงามอย่างจันทร์เ้าพูดแต่ประการใดแต่เหมือนว่าจันทร์เ้าจะไม่ได้แยแสต่อคำเตือนของหล่อนนั่นก็ด้วยปมในใจบางอย่างนั่นเอง ที่ทำให้จันทร์เ้ามองว่าสิ่งใดก็ตามแต่ที่จอมพธูกล่าวตักเตือนสิ่งนั้นหล่อนจะฝืนทำ...สิ่งใดที่จอมพธูได้มี ได้เป็ ไม่ว่าทางใดก็ตามแต่ สิ่งนั้นจันทร์เ้าก็ต้องให้มีมากกว่าให้ได้มากกว่า
ดังนั้นเื่นี้ที่จอมพธูมองว่าเป็เื่สำคัญจันทร์เ้าจึงมองเป็แค่เื่ขี้ผง!
“ทำไมคะถ้าเป็ที่บ้านของเรา แล้วมันจะแปลกตรงไหน”หล่อนทำเป็ทองไม่รู้ร้อน และพร้อมจะยียวน
จอมพธูโกรธเสียจนทำอะไรไม่ถูกแม้จะรู้ว่าจันทร์เ้าคง้าเพียงแค่ยอกย้อนเท่านั้นแต่ก็อดไม่ได้ที่ความหวังดีของตัวถูกมองข้ามยิ่งสายตาไม่เชื่อถือในน้ำใจของน้องสาวแสดงมากเท่าไหร่หล่อนยิ่งรู้สึกเหมือนตนเองเป็เหมือน ‘คนอื่น’
สุดท้ายก็ระงับอารมณ์ตอบเสียงเย็น “จันทร์อาจจะไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำเป็เื่แปลกตรงไหนแต่สำหรับพ่อ คงไม่คิดเหมือนกับจันทร์แน่”
ได้ผลทันที เมื่อจอมพธูเอ่ยถึงบิดาน้องสาวผุดลุกจากที่นั่ง “พ่อกลับมาแล้วเหรอคะ”
หล่อนไม่ทันตอบจันทร์เ้าก้าวยาวๆวิ่งกลับเข้าไปในบ้านโดยที่หล่อนเดินตามไปช้าๆ...ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไปยังห้องโถงไม่เห็นทั้งพ่อและแม่นั่งอยู่อย่างที่คิดเห็นแต่น้าปองทิพย์นั่งเล่นอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เหมือนคอยจะบอกอะไรบางอย่าง
“ว่าไงจ๊ะสองพี่น้องทำไมถึงกลับมาพร้อมกันได้น้าก็นึกว่าจอมกลับมาแค่คนเดียว...แล้วนี่ทานข้าวทานปลามารึยัง ไปเร็วเข้าเดี๋ยวข้าวจะเย็นชืดหมด น้าเตรียมไว้ให้ตั้งนานแล้ว”
จันทร์เ้าซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ เอ่ยถาม “แล้วพ่อกับแม่ละคะ”
“พี่ดาเพิ่งจะเข้าห้องนอนเมื่อครู่นี้เองจ้ะส่วนพ่อเราเห็นบ่นว่าปวดหัว กลับมาเหนื่อยๆ ขอไปอาบน้ำพักผ่อนน่ะฝากบอกว่าให้ทานข้าวได้เลย มีอะไรไว้คุยกันพรุ่งนี้”
น้าปองทิพย์ตอบอย่างไม่รู้เหตุเพียงแค่เป็ผู้บอกต่อคำพูดของคุณทรงกลดเท่านั้นเมื่อถ่ายทอดความประสงค์ของพี่เขยเรียบร้อย จึงขอตัวเช่นกัน
จันทร์เ้ายืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเท้าโหย่งๆขึ้นบันไดโดยไม่พูดอะไรสักคำ...แต่วินาทีหนึ่งที่หล่อนหันกลับมา ไฉนเลยจึงรู้สึกว่าดวงตาอันพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำใสมีแววขุ่นหมองฉายชัดราวกับกำลังกล่าวโทษแก่จอมพธู
แต่จอมพธูก็ไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไหร่นักเป็ห่วงก็แต่ความรู้สึกบิดามากกว่า เพราะรู้ดีว่าอาการหนีหน้าเช่นนี้คงจะรู้สึกปวดใจหรือผิดหวังไม่มากก็น้อย ที่เห็นลูกสาวคนเล็ก อันเป็แก้วตาดวงใจกระทำในสิ่งที่ลูกผู้หญิงพึงควรสงวนท่าทีไว้
จริงแล้วจันทร์เ้าควรจะโทษตนเองสิถึงจะถูก...ตักเตือนกันยังไม่ได้แล้วจะไปโทษใคร!
..........................................................