“พี่ชาย พวกเรามาที่สถานีตำรวจทำไมกัน?” หลังจากลงรถนั้น จ้าวหยุนฟาง แสดงท่าทางสงสัย หลังจากเห็นว่านี่คือสถานีตำรวจ
“สถานีตำรวจจะมีสาวๆ ให้จีบหรือไง!” สาวน้อย ถามอย่างสงสัย
“แน่นอน ไม่งั้นจะบอกเหรอว่ามันยาก ? เห็นหรือยัง คนนั้นแหละที่หน้าอกใหญ่ๆ พี่จะให้โอกาสเธอแสดงฝีมือสักครั้ง แสดงให้เห็นหน่อยว่าเธอเจ๋งแค่ไหน” เฉิงหยู่ ชี้ไปยัง หานเสวี่ย ที่กำลังยืนอยู่ หลังจากนั้นก็ฉีกตัวหลบไปยืนอยู่ด้านข้างร้านขายชาแล้วก็ซื้อชานมสตรอเบอรี่มาแก้วหนึ่ง
จ้าวหยุนฟาง พอเห็นพี่ชายของตนถอยออกไปเพื่อให้ตัวเองได้แสดงฝีมือ สาวน้อยก็เกิดอาการตื่นเต้นขึ้นมา ฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นถึงตำรวจ ถ้าไม่ระวังตัวเองโดนจับขึ้นมาจะทำยังไง ?
หานเสวี่ย เดินออกมาจากสถานีตำรวจ ก็สังเกตุเห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกำลังมองเธออย่างลุกลี้ลุกลน ก็เลยตรงเข้าไปถาม “สาวน้อย มาที่นี่มีเรื่องอะไรหรือจ๊ะ?”
“เอ่อ? ไม่มีค่ะๆ ” พอเห็นว่ามีตำรวจสาวสวยเดินเข้ามาคุยด้วย สาวน้อยก็ยิ่งตื่นเต้นไปใหญ่ พอได้ยินฝ่ายตรงข้ามถามอย่างนั้น ก็รีบตอบไปก่อน
“งั้นหรือ? แล้วหนูมายืนหน้าสถานีตำรวจนี้ทำไมกันล่ะ?”
“จริงๆ หนูผ่านมาทางนี้พอดีน่ะค่ะ แต่พอเห็นพี่สาว ก็เลยรู้สึกว่าที่หนูเห็นเป็นนางฟ้าแสนสวยหรือเปล่า ดังนั้นก็เลยอยากจะทำความรู้จักกับพี่สาวสักหน่อยน่ะค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ” สาวน้อย พยายามระงับความตื่นเต้นแล้วตอบกลับไป
“หือ จริงเหรอ? หนูนี่ช่างเข้าใจพูดจังนะ หนูออกจะน่ารักขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นแล้วจะต้องสวยกว่าพี่แน่ๆ ” พอเห็นสาวน้อยน่ารักพูดชมตนเองเช่นนี้ หานเสวี่ย ก็ดีใจไม่น้อย
“ขอบคุณค่ะพี่สาว หนูชื่อ จ้าวหยุนฟาง พี่สาวบอกชื่อหนูได้ไหมคะ?”
“ได้สิจ๊ะ ฉันชื่อ หานเสวี่ย หนูเรียนฉัน พี่หาน หรือ พี่เสวี่ย ก็ได้นะ”
“งั้นหนูเรียก พี่หาน นะคะ! พี่หาน พี่สวยขนาดนี้มีแฟนหรือยังคะ? ถ้าไม่มี งั้นหนูจะแนะนำให้รู้จักคนๆหนึ่ง!”
“เอ๋? เธอจะเป็นแม่สื่อให้พี่งั้นเหรอ ไหนลองว่ามาสิ เธอเตรียมใครแนะนำให้พี่ ?” หานเสวี่ย หัวเราะออกมา สาวน้อยนี่ช่างพูดจาชวนฟัง
“ฮิฮิ พี่สาว พี่สวยขนาดนี้มาเป็นพี่สะใภ้หนูดีกว่าค่ะ! หนูจะแนะนำพี่ชายหนูเอง” สาวน้อยทำตาเป็นประกาย
"ที่แท้สาวน้อยแสนน่ารักคนนี้ ก็ถูกพี่ชายส่งมางั้นเหรอจ๊ะ! พี่ของเธอชื่ออะไรล่ะ?” พอเห็นท่าทางของสาวน้อยแล้ว หานเสวี่ย ก็รู้ได้ทันที
“ไม่ใช่ค่ะๆ หนูผ่านมาทางนี้แล้วเจอพี่พอดีจริงๆ นะ” คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนฝ่ายตรงข้ามจับไต๋ได้ ก็เลยรีบตอบออกไป
“จริงเหรอ? งั้นพี่ชายหนูชื่ออะไรล่ะ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
“เอิ่ม...” สาวน้อยโดนฝ่ายตรงข้ามซักเข้า ก็ไม่รู้จะตอบยังไง เลยเหลือบไปทางที่ เฉิงหยู่กำลังนั่งอยู่ไม่ไกล
ในฐานะที่เป็นตำรวจ เพียงแค่เห็นอาการผิดปกติของสาวน้อย ยังไงๆ หานเสวี่ย ก็ย่อมเดาออกอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็หันไปตามทิศทางที่สาวน้อยกำลังมองไป เห็นว่าชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งหันหลังอยู่หน้าร้านชานม ก็เดาออกได้ว่านั้นคงเป็นพี่ชายของเธอ
พอเห็นการกระทำของชายคนนั้นแล้ว หานเสวี่ย ก็เหมือนกับโดนดูถูก นี่ไม่คิดจะเข้ามาเผชิญหน้าเองงั้นเหรอ แต่กลับให้สาวน้อยตัวเล็กคนหนึ่งเข้ามาแทนเนี่ยนะ ถึงแม้จะยังไม่เห็นหน้าค่าตากันก็ตาม แต่คนที่ไม่เห็นค่าคนอื่นก่อน ตัวเองไม่คิดจะสนใจหรอก
ถึงแม้ เฉิงหยู่ จะยังอยู่ที่ร้านน้ำชา แต่ด้วยความสามารถในฐานะผู้ฝึกตนของเขา แน่นอนว่าย่อมสามารถได้ยินบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง พอรู้ว่าตอนนี้สาวน้อยเริ่มจนหนทางแล้ว เขาก็คงต้องลงมือเอง
ดังนั้น เฉิงหยู่ ก็ลุกขึ้น พร้อมหมุนตัวกลับไปตรงที่คนทั้งสองยืนอยู่ และแล้ว หานเสวี่ย ก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง จากนั้นทำท่าประหลาดใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นโมโหทันที ที่แท้ก็ไอ้คนเลวนั่นเอง คนไร้ยางอายอย่างเขาจะไม่กล้าสู้หน้าเธอตรงๆได้ยังไงกัน นี่เขากำลังแกล้งเธออยู่ชัดๆ
พอเห็น หานเสวี่ย กำลังโกรธ เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้เกรงใจ พูดพลางหัวเราะ “เสี่ยวเสวี่ย สีหน้าไม่เลวนี่ แถมยังดูดีขึ้นนะ ไม่เจอกันหลายวัน ดูโตขึ้นเป็นกองเลย เป็นเพราะความช่วยเหลือของฉันเมื่อครั้งที่แล้วหรือเปล่า ”
“นายมันหน้าไม่อาย!” พอได้ยิน เฉิงหยู่ พูดถึงเรื่องวันนั้น หานเสวี่ย ก็กำหมัดแน่นโกรธจนตัวสั่น
“เสี่ยวเสวี่ย อย่าโกรธนักสิ ฉันรู้ว่าคราวก่อนฉันเผลอเรอไปหน่อย และจากไปโดยไม่ได้ร่ำลา ถ้าเธอจะโกรธก็ไม่แปลกหรอก แต่ผู้หญิงโกรธมากๆจะแก่ไวนะ เพราะฉะนั้นวันนี้ฉันอยากจะมาเจรจาดีๆ ฉันอยากกระชับความสัมพันธ์ ถ้าเธอยอมเป็นภรรยาฉัน ฉันจะดูแลแล้วเทคแคร์เธอมากกว่านี้อย่างแน่นอน ”
“แหวะ!” ไม่มีคำพูดใดๆเหมาะกับคนประเภทนี้ ทุกๆคำพูดที่ได้ฟังราวกับว่าฆ่าคนได้ คราวก่อนยังนึกเสียใจที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ แล้วยังนึกเสียใจที่ยึดรถเขากลับมา แถมยังจะมาเจอกันตอนนี้อีก แต่สิ่งที่เสียใจที่สุดก็คือการได้มาเจอกับเขา
“ถึงแม้ว่าเธอจะตื่นเต้นดีใจหลังจากได้เห็นฉัน แต่วันนี้ฉันไม่อยากพูดอะไรมาก หนทางยังอีกยาวไกล มีเวลาอีกเยอะที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรา”
“พี่ชาย หยุดพูดเถอะ พี่กำลังทำให้ พี่หาน โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วนะ” จ้าวหยุนฟาง มาหยุดเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปจับมือของ หานเสวี่ย “พี่หาน พี่ก็อย่าโกรธเลยค่ะ พี่ชายหนูชอบพูดกวนประสาทแบบนี้ล่ะ แต่จริงๆแล้วเขาไม่ได้เป็นคนเลวอะไร พี่อย่าโกรธเลยนะคะ”
พอเห็น จ้าวหยุนฟาง ทำแบบนี้แล้ว หานเสวี่ย ก็พยายามระงับความโกรธ แล้วก็พูดกับ เฉิงหยู่ อย่างเย็นชา “ทะเบียนรถ กับ ใบขับขี่ของนายจัดการเสร็จแล้ว ถ้านายจะไปเอารถ ก็ตามฉันมา”
หานเสวี่ย หันหน้าเข้าไปที่สถานีตำรวจ จ้าวหยุนฟาง ก็แลบลิ้นใส่ เฉิงหยู่ จากนั้นก็พูด “พี่ชาย พี่ซื้อรถมาแล้วงั้นเหรอ”
“อืม อาทิตย์ก่อนนี้เอง เลยเอามาฝากไว้ที่นี่เพื่อทำทะเบียนรถ” พอพูดจบ ก็พาเธอเดินตามเข้าไป
หานเสวี่ย ไปถึงห้องทำงานแล้วส่งเอกสารจำนวนหนึ่งให้ เฉิงหยู่ เขามองไปที่เอกสาร ด้านบนเขียนเอาไว้ “ใบขับขี่” จากนั้นก็ตาม หานเสวี่ย ไปที่กองจราจร
“โห! Lamborghini! พี่ชาย พี่ซื้อรถคันนี้งั้นเหรอ!” ในขณะยืนอยู่หน้ารถ จ้าวหยุนฟาง ก็ตะโกนขึ้นด้วยแววตาทอประกาย
“หึหึ มันสวยใช่ไหมล่ะ!” สำหรับรถคันนี้ เฉิงหยู่พึงพอใจอย่างมาก
“พี่ชาย หนูก็อยากซื้อรถเหมือนกัน พี่สัญญาแล้วนะตอนนี่พี่มีเงินซื้อลัมโบร์กินีแล้ว งั้นก็สามารถซื้อให้หนูได้แล้วน่ะสิ” พอเห็นพี่ชายซื้อรถสวยๆแบบนี้ สาวน้อยก็ถือโอกาสทวงสัญญามันเสียเลย
เฉิงหยู่ ลองคิดดู ฉินชางไห่กับสมาชิกแก๊งหมาป่า เพิ่งโอนเงินกว่า 200 ล้านมาให้ ดังนั้นเขาพยักหน้าตอบรับ
พอเห็นพี่ชายพยักหน้าแล้ว สาวน้อยก็กระโดดดีใจไปรอบๆตัวเขา แล้วก็หอมแก้มหนึ่งที เฉิงหยู่ ตีก้นสาวน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ยังไม่หยุดอีก เป็นถึงลูกเต้าเหล่าใคร ถึงได้ทำตัวแบบนี้”
หานเสวี่ย ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง พอเห็นสองพี่น้องสนิทสนมกันขนาดนี้ ในใจก็นึกอิจฉา ตัวเองนั้นก็มีพี่ชาย เพียงแต่พี่ชายของตัวเองนั้นไม่เคยมาเหลียวแลเธอเลย พอคิดถึงตรงนี้ แล้วหันไปมอง เฉิงหยู่ เจ้าหนุ่มนี่ถึงแม้จะพูดจาทะลึ่งตึงตัง แต่พื้นฐานก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร
ในระหว่างนั้นเอง หานเสวี่ย นึกอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ อาของเขาเป็นนายกเทศมนตรี แล้วสาวน้อยนี่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา ทั้งยังแซ่จ้าว ถ้าอย่างนั้นสาวน้อยนี้ก็ต้องเป็นลูกสาวของนายกล่ะสิ ?
เวลานั้น สาวน้อยก็วิ่งมาหา หานเสวี่ย พร้อมกับพูดขึ้นอย่างมีความสุขว่า “ พี่หาน พี่ไปซื้อรถกับพวกเราเถอะ!”
“ฉันไปไม่ได้หรอก พวกเธอไปเถอะ!” ถึงแม้จะรู้ว่า สาวน้อย คนนี้จะเป็นลูกของท่านนายก แต่ก็ไม่ทำให้ หานเสวี่ย เปลี่ยนความคิดแม้แต่น้อย เพียงเพราะเมื่อกี้เธอเห็นสาวน้อยเป็นแค่เด็กธรรมดาๆคนหนึ่ง
“พี่สาว ไปด้วยกันเถอะน่า! หนูรับรองได้ว่าพี่ชายจะไม่กวนโมโหพี่อีก วันนี้ไม่ง่ายเลยนะที่จะออกมาข้างนอกกับพี่ชาย แล้วยังมารู้จักพี่สาวอีก ยังไงก็ไปด้วยกันเถอะ!”
พอเห็นสายตาอ้อนวอนของสาวน้อยแล้ว หานเสวี่ยก็แสดงท่าทางลังเล เหมือนอยากจะปฏิเสธ
ถึงอย่างนั้นสาวน้อยก็พูดต่อ “พี่สาว เรื่องซื้อรถหนูก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ก็เลยอยากจะให้พี่ช่วยดูๆให้หน่อย”
สำหรับเรื่องรถยนต์ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็คงมีรสนิยมของตนเอง ทั้งยังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ให้ความสนใจ พอได้ฟังสาวน้อยคะยั้นคะยอแบบนี้ ก็อยากจะลองไปดูหน่อย ถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้ซื้อก็ตาม
“เอาล่ะๆ! งั้นพี่จะไปกับหนูก็แล้วกัน”
“เย้ พี่สาวนี่ใจจังเลย ถ้างั้นหนูจะให้พี่ชายเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่เลย”
หลังจากนั้นคนทั้งสามก็เดินไปที่จอดรถ เพราะว่ารถของ เฉิงหยู่ นั่งได้แค่สองคน หานเสวี่ย จึงต้องเอารถของสถานีออกไป เพราะว่าเธอมียศใหญ่พอสมควร ดังนั้นการเอารถออกไปจึงไม่ใช่ปัญหาอันใด
พอ เฉิงหยู่ มาถึงโชว์รูมขายรถ หญิงสาวหลายคนพอเห็น เฉิงหยู่ ก็จำได้ทันที หลังจากนั้นก็มีหญิงสาวสองคนรีบออกมาต้อนรับ หนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าแผนกต้อนรับลูกค้า เธอรีบพูดขึ้นทันทีว่า “คุณผู้ชาย วันนี้มาดูรถอะไรคะ?”
“สู่ลี่ ล่ะ? เรียกเธอมาพบฉัน” เฉิงหยู่ พูดออกไปตรงๆ
หญิงสาวคนหน้าถอดสี แล้วก็ยิ้มแหยๆ พร้อมตอบว่า “ค่ะ คุณผู้ชาย เสี่ยวลี่ เธอกำลังยุ่งอยู่ค่ะ เลยยังมาไม่ได้ จะให้ฉันแนะนำก่อนไหมคะ”
“ถ้างั้น ฉันจะรอแล้วกัน!” เฉิงหยู่ เดินไปที่ห้องรับรอง จากนั้นก็นั่งรอทันที
หญิงสาวไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เลยทำได้แค่เดินออกไปเท่านั้น แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องผู้จัดการ หลังจากนั้นผู้จัดการจาง ก็เดินออกมา
ผู้จัดการจางเดินมาที่ห้องรับพี่ด้วยรอยยิ้ม “ สวัสดีครับคุณเฉิง ไม่ทราบรถที่รถไปครั้งก่อนรู้สึกถูกใจไหมครับ?”
“ก็ไม่เลว วันนี้ผมเลยพาน้องสาวมาดูสักหน่อยว่ามีรถอะไรดีๆบ้าง”
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง งั้นจะให้ผมพาไปเลยดีไหมครับ?”
“ผมอยากจะให้ สู่ลี่ มาดูแลครับ” เฉิงหยู่ พูดตรงๆ
“โอ้ ได้ตามที่คุณเฉิงต้องการครับ ผมจะไปเรียกเธอมาเดี๋ยวนี้” จางเฟิง ก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแม้แต่น้อยที่โดน เฉิงหยู่ ปฏิเสธตน เพราะยังไงลูกค้าแต่ละคนก็มีพนักงานที่ชอบเป็นของตัวเอง ไม่ว่าใครจะเป็นคนขาย ยังไงเขาก็ได้ส่วนแบ่งอยู่ดี
พูดก็พูดเจ้าหนุ่มนี่ดูก็รู้ว่าเป็นลูกคนมีเงิน อาทิตย์ก่อนก็เพิ่งมาซื้อรถเจ็ดล้านกว่าโดยไม่ลังเล ตอนนี้ก็จะมาซื้ออีก ลูกค้ารายใหญ่เช่นนี้ แค่เรียกขอพนักงานต้อนรับคนเก่า เขาย่อมไม่มีปัญหาแน่นอนอยู่แล้ว
“มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ล่ะมั้ง จะซื้อรถยังเลือกคนขายอีก” จางเฟิง เดินจากไปแล้ว หานเสวี่ย ก็พูดขึ้นมาโดยไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่
“ฉันก็เป็นแบบนี้ล่ะ จะเอาเงินจากฉันก็ต้องให้คนที่ฉันถูกใจมาขายสิ เด็กสาวมาทำงานใหม่ โดนคนที่อยู่มาก่อนเอาเปรียบ จนหาลูกค้าไม่ได้ ฉันต้องการซื้อกับเธอก็เพราะอยากให้เธอมีรายได้เพิ่ม ” เฉิงหยู่ พูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
เฉิงหยู่ มีทัศนคติที่เรียบง่าย ตัวเองคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น คิดอะไรก็ทำอย่างนั้น
จบตอน