ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบเก้า เบียทริซ
ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาว
ร่างกายของชายผู้หนึ่งเหน็บหนาวกลางเมฆหมอกนี้
ที่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรในโลกที่มีแต่สีขาวโพลนนี้
“ฮิมเลอร์ ที่รัก ฮิมเลอร์ได้ยินฉันไหม?”
ฮิมเลอร์ ฮิมเลอร์ใช่แล้วนั่นคือชื่อของข้า
ไม่ลิชที่ไร้นามอีกต่อไป
เบียทริซยังมาหาข้าท่ามกลางเมฆหมอกหลังความตายนี้ข้าสิ่งไปหาเธอ
ข้าสัมผัสมือกับเบียทริซราวกับสัมผัสความทรงจำและความสุขที่ผ่านมา
ที่เราวิ่งไปในทุ่งหญ้าด้วยกัน ที่ข้าทำมงกุฎดอกหญ้าให้กับเธอ
พวกเขาทั้งสองคนหากันจนเจออีกครั้ง
มีภาพในอนาคตภาพหนึ่งของเด็กชายและเด็กหญิงหากันจนเจออีกครั้งและคราวนี้พวกเขาสาบานว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันไม่พรากจากกันอีก
ท่ามกลางทุ่งหญ้าและแสงตะวันยามเย็นและนกส่งเสียงร้อยอย่างสดชื่น
“บุฮิ บุฮิ บุฮิเจ้าต้องมาเป็นทาสอุ่นเตียงของข้า”
เบียทริซโดนขุนนางที่อ้วนคนหนึ่งฉุดและแบกขึ้นบ่าไปเป็นทาสอุ่นเตียงภายในรถม้า
ส่วนฮิมเลอร์ในชาติใหม่ที่จะขัดขวางขุนนางอ้วนโดนพี่กล้ามรุมกระทืบกลางทุ่งหญ้าในแสงตะวันยามเช้า
ท่านดยุกรักษาสัญญาเสมอ
“บอกมาสิว่าเจ้าคือหมูตัวเมียของข้าบุฮิ บุฮิ บุฮิ”
อ๊างอ๊าง อ๊าง
เบียทริซส่งเสียงดังออกมาจากรถม้าที่ออกแบบอย่างดีไม่ให้สั่นแม้ท่านดยุกจะดำเนินกิจกรามรุนแรงแค่ไหน
แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่เราจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป
..
ท่ามกลางร่างของเบียทริซและฮิมเลอร์ได้มีการทำพิธีศพเอาไว้ให้ทั้งสองคนอยู่คู่กันตามพิธีศาสนา
มีโลงอย่างดีที่มีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่พอจะมีเงินซื้อได้และมีคุณสมบัติพิเศษคือการป้องกันการคืนชีพเป็นซอมบี้หรือปลุกวิญยาณขึ้นมาอีกครั้งหากใช้โลงอย่างดีแทนที่จะฝังศพไว้ให้เนโครแมนเชอร์ปลุกร่างกายขึ้นมาเป็นซอมบี้ได้ง่าย
หินหลักว่า
“ฮิมเลอร์และเบียทริซหลับอยู่ที่นี่”
ที่ท่านดยุกไปค้นข้อมูลมาเจอชื่อของลิซไร้นามจึงได้สลักชื่อไว้ให้เพื่อแสดงความเคารพต่อศัตรู
ฮึ่ย โย่ะ ฮึ่ยโย่ะ
โครม
และรูปปั้นทองคำขนาดยักษ์ของท่านดยุกอูลริกวางทับหลุมศพที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเอาไว้
สัญญาว่าจะคอยปกป้องทั้งสองคนนี้ด้วยทองคำที่เปล่งประกายและมีกลไกสามารถพ่นไฟและยิงเลเซอร์ออกมาจากตาได้จัดเป็นโกเล็มเคลื่อนที่อย่างหนึ่งที่มีพลังชีวิตมากที่สุดในเกมส์ตัวหนึ่ง
“บุฮิ บุฮิ บุฮิปกป้องเบียทริซในโลกหลังความตายให้ดีล่ะ เพราะตอนที่เธอมีชีวิตข้าจะแย่งไป”
ท่านดยุกบอกกล่าวต่อฮิมเลอร์ เดอะลิชก่อนที่จะจัดการเรื่องราวภายหลังจากดันเจี้ยนนี้