ขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 39 มีคนงานประท้วง

            “มีรายงานเข้ามาว่า ตอนนี้มีคนงานประท้วงที่โครงการก่อสร้างบ้านจัดสรรโครงการที่หนึ่ง ผู้นำการประท้วงคือหูเหยา หัวหน้าคนงานที่เราเพิ่งส่งเข้าไปคุมงานเมื่อเดือนที่แล้ว” หยางซีฮัน เลขาส่วนตัวและเพื่อนสนิทของเย่เซี่ยเฉิงรายงาน

            ‘หยางซีฮัน’ เป็นลูกชายของ คุณอาหยางซึ่งเป็นเลขาคนสนิทของคุณพ่อเย่ เมื่อคราวที่คุณพ่อเย่ประสบอุบัติเหตุก็เป็นคุณอาหยางที่ช่วยสืบหาข้อมูลจนรู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นั้น และคุณอาหยางยังอยู่ช่วยเย่เซี่ยเฉิงทำงานในบริษัทจนบริษัทผ่านพ้นวิกฤตมาได้ อีกทั้งเวลานั้นคุณอาหยางยังส่งลูกชายเพียงคนเดียวของเขาเข้ามาเรียนรู้งานเพื่อช่วยเหลืองานของเย่เซี่ยเฉิงต่อจากเขาด้วย เพราะคุณอาหยางเห็นว่าเย่เซี่ยเฉิงและหยางซีฮันเป็นเพื่อนเล่นและเพื่อนเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว คุณอาหยางคิดว่าเมื่อถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องวางมือจากงาน ลูกชายของเขาจะถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

            “หูเหยาเหรอ” เย่เชี่ยเฉิงทำท่าคิดสักพักก็ขมวดคิ้ว “ลูกชายของลุงหู คนขับรถเก่าของคุณพ่อฉันน่ะนะ แล้วเขาพาคนงานมาประท้วงทำไม นายพาจะรู้เหตุผลไหม”

            “เขาบอกว่าค่าจ้างแรงงานที่คนงานได้รับไม่เป็นธรรม พวกเขาอยากให้บริษัทเพิ่มค่าตอบแทนและวันหยุดให้มากกว่าเดิม หูเหยาโน้มน้าวคนงานเหล่านั้นว่าโครงการบ้านจัดสรรที่เรากำลังก่อสร้าง จะทำให้บริษัทมีกำไรมหาศาล ดังนั้นบริษัทควรเห็นความสำคัญของคนงานก่อสร้างให้มากกว่านี้ เพราะหากไม่มีคนงานก่อสร้าง บริษัทก็จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ถึงแม้คนงานหลายคนจะเห็นด้วย แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าเข้าร่วมการประท้วง เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ยังกลัวว่าจะตกงานอยู่” หยางซีอันอธิบาย

            “พวกเขาคิดว่าเราคงไม่กล้าเลิกจ้างคนงานในตอนนี้ เพราะหากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงของบริษัทเราก็จะเสียหาย บริษัทเราก็จะถูกมองว่าเป็นนายทุนที่เอารัดเอาเปรียบคนงาน ลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อบ้านจัดสรรของเราก็จะรู้สึกไม่สบายใจที่บ้านของพวกเขาถูกสร้างขึ้นมาบนความทุกข์ยากของคนงานรายได้น้อย ในที่สุดลูกค้าก็จะไม่มาซื้อบ้านจัดสรรของเรา และบริษัทของเราก็จะขาดทุน ผลกระทบที่ซับซ้อนขนาดนี้ นายคิดว่าคนอย่างหูเหยาจะคิดมันออกมาได้เองอย่างนั้นเหรอ” เย่เซี่ยเฉิงเริ่มวิเคราะห์

            “ก่อนหน้านี้หูเหยาไม่ได้ทำงานประจำเป็นหลักแหล่งที่ไหน เขาช่วยลุงหูขายอาหารที่เป็นกิจการสุดท้ายของครอบครัว แต่ธุรกิจของพวกเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมีร้านอาหารเปิดใหม่ในละแวกนั้นอีกหลายร้าน ลุงหูก็เลยต้องปิดกิจการและขายร้านนั้นไปเพื่อเอาเงินกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเดิมของภรรยา แต่หูเหยาไม่อยากกลับไปอยู่ที่ชนบท เขาก็เลยขอเงินบางส่วนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเขาที่จะอาศัยอยู่ในเมืองต่อ เมื่อไม่มีพ่อคอยควบคุมและมีเงินจำนวนมากอยู่ในมือ เขาก็เริ่มเที่ยวเตร่และเข้าบ่อน มีเจ้าหนี้มาทวงหนี้เขามากมาย เมื่อลุงหูรู้ แรกๆ ก็ยังส่งเงินมาช่วยเหลือหูเหยาอยู่บ้าง แต่คนแก่ที่ไม่มีรายได้ เขาจะหาเงินที่ไหนมาส่งให้ลูกชายได้อีก และก็เป็นอย่างที่นายรู้ ลุงหูก็พาลูกชายไปฝากงานกับพ่อนายนั่นล่ะ”

            “คุณพ่อรับหูเหยาเข้ามาทำงานก็เพราะเห็นแก่ลุงหูที่ทำงานกับท่านมาหลายปี นายไปสืบมาให้ละเอียดหน่อยก็แล้วกัน ฉันว่าไม่น่าจะเป็นใครไปได้หรอก นอกจากศัตรูเพียงคนเดียวของเรา” เย่เซี่ยเฉิงพูดพร้อมกับเคาะโต๊ะ

            “ก่อนหน้านี้ฉันก็ให้คนของเราไปสืบเรื่องของหูเหยามาบ้างแล้วล่ะ บ่อนการพนันที่เขามักจะไปบ่อยๆ เป็นบ่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งใต้ของเมือง เป็นบ่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยมพอสมควร แต่มันน่าแปลกตรงที่หูเหยาไม่เคยถูกทวงหนี้ด้วยวิธีรุนแรงเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำเขายังเข้าออกบ่อนเป็นว่าเล่น เหมือนไม่เคยติดหนี้บ่อนมาก่อนเลยด้วย” หยางซีฮันบอกข้อมูลที่ตัวเองไปสืบมาก่อนหน้าให้เพื่อนรู้

            “มันก็มีความเป็นไปได้ว่าตอนนี้หูเหยาอาจจะมีเงินอยู่ในมือ หรือเขาอาจจะร่วมมือกับเจ้าของบ่อนทำเรื่องผิดกฎหมายอะไรสักอย่าง ในเมื่อหูเหยาเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจสีเทาแล้วยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้ เรื่องมันก็ไม่น่าจะง่ายแล้วล่ะ นายสั่งคนของนายให้ดี เวลาไปสืบข้อมูลหากเห็นท่าไม่ดีก็ให้รีบถอนตัวออกมาเลย” เย่เซี่ยเฉิงกำชับ

     

            “ที่แคมป์คนงานก็เริ่มมีคนสนใจการประท้วงครั้งนี้มากขึ้นแล้วล่ะครับ แต่พวกเขายังไม่กล้าจะออกมาประท้วงกันอย่างเต็มที่ คุณก็รู้ว่าชีวิตคนงานน่ะ สิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุดคือไม่มีจะกินและตกงาน ถ้าคุณสนับสนุนค่าใช้จ่ายพวกเขาสักหน่อย พวกเขาคงมีความกล้ามากขึ้นกว่านี้” หูเหยาพูดกับชายใส่สูทที่ห้องรับรองในบ่อนแห่งหนึ่ง

            “คนงานที่เข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้มีอยู่เท่าไหร่” ชายใส่สูทถาม

            “ประมาณ 60-70 คนครับ แต่อีกไม่นานก็จะมีคนเข้ามาร่วมมากกว่านี้ ผมสั่งลูกน้องให้กระจายไปตามกลุ่มต่างๆ แล้ว”

            “นายใหญ่ให้เวลานายอีกไม่เกินสองเดือน งานนี้ต้องเรียบร้อย เสร็จงานแล้วเช็คใบนี้ก็จะเป็นของนาย นายไปกรอกตัวเลขเอาเอง ส่วนตอนนี้นายก็เอาเงินนี่ไปจัดการตามที่นายว่าก่อนก็แล้วกัน” ชายใส่สูทผลักกระเป๋าลูกเล็กไปหน้าหูเหยา

    หูเหยารีบเปิดกระเป๋าออกมาดูก็เห็นเงินสดอยู่ในนั้นมากมาย “ผมจะรีบจัดการให้เรียบร้อยเลยครับ เอ่อ...ถ้าเสร็จงานนี้แล้ว ผมยังติดตามนายใหญ่ไปทำงานอื่นได้อีกไหมครับ”

            “เรื่องนั้นฉันจะถามนายใหญ่ให้ นายตั้งใจทำงานชิ้นนี้ให้ดีเสียก่อนเถอะ ธุรกิจของนายใหญ่มีมากมาย ฉันรับรองว่านายใหญ่จะต้องตอบแทนนายอย่างดี”

             “บอกนายใหญ่รอฟังข่าวดีได้เลยครับ ผมจะไม่ทำให้นายใหญ่ผิดหวังแน่นอน”

            หูเหยารีบถือกระเป๋าใส่เงินเดินออกไปจากห้องรับรองและตรงไปนั่งที่โต๊ะพนันตัวโปรดทันที และวันนี้โชคดีก็เป็นของเขา เขาหอบเงินจากบ่อนกลับบ้านไปด้วยไม่น้อยเลย

            

            “วันนี้เขาได้เงินกลับไปเยอะเลยล่ะครับ” พนักงานในบ่อนบอกกับชายใส่สูท

            “ให้เขาดีใจต่ออีกสักสองสามวันก็แล้วกัน  หลังจากนั้นก็ทำเหมือนเดิม เสนอเงินกู้ให้เขาอย่างเต็มที่ เมื่อเขามีหนี้เพิ่มขึ้น งานของนายใหญ่ก็จะเสร็จเร็วขึ้นเหมือนกัน” ชายใส่สูทกำชับพนักงานเสร็จก็เดินออกไปโทรรายงานนายใหญ่ทันที

            

            ชายใส่สูทคนนี้มีชื่อว่า “หลงเฉา” เขาเป็นเจ้าของบ่อนการพนันและนักค้าของผิดกฎหมายที่เป็นที่จับตาของตำรวจ ในอดีตเขาได้รับความช่วยเหลือจากคุณพ่อหลินทำให้เขามีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้

            จากความช่วยเหลือครั้งนั้น หลงเฉาก็รับใช้คุณพ่อหลินด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด ในเมื่อเขารอดชีวิตมาได้เพราะผู้มีพระคุณคนนี้ ชีวิตที่เหลือของนักเลงอย่างหลงเฉาก็พร้อมจะมอบให้คุณพ่อหลินอย่างไม่ต้องสงสัย

            ดังนั้นงานในด้านมืดทุกอย่างของคุณพ่อหลิน ก็ได้หลงเฉาเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด ทั้งการลอบทำร้ายและการทำลายธุรกิจของฝ่ายตรงข้าม งานทุกอย่างเมื่อมาถึงมือหลงเฉาแล้วไม่มีคำว่าไม่สำเร็จ อย่างเช่นกรณีอุบัติเหตุของครอบครัวเย่ หรือแม้แต่กรณีของลูกชายคนโตของคุณพ่อหลินหรือก็คือหลินเจิ้งฉีที่ได้ขับรถชนเด็กกำพร้าคนหนึ่งเสียชีวิต ก็เป็นหลงเฉาที่วิ่งเต้นกับตำรวจ สื่อมวลชน หรือแม้แต่หาคนมารับผิดแทนได้อย่างไม่มีคนสงสัย คุณพ่อหลินจึงมอบความไว้วางใจและยกให้หลงเฉาขึ้นเป็นมือขวาของเขาตั้งแต่นั้นมา

    คล้ายกับเรื่องขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน