บทที่ 28 ฉันอยากซื้อ (รีไรต์)
เจียงอี้อิ่นอยากซื้อวัตถุดิบ
แม้ว่าสูตรอาหารของผู้รอดชีวิตจะเรียบง่าย แถมวิธีการปรุงอาหารก็หยาบ ๆ เพราะเหตุผลหลายประการ แต่รสชาติของไก่ฟ้ากลายพันธุ์เมื่อวานนั้นดีมากจนเธอเริ่มสนใจส่วนผสมของโลกนี้
ขอบเขตธุรกิจของร้านค้าในเมืองอาหารถูกกำหนดไว้แล้ว แต่เธอไม่อยากกินแต่อาหารเดิม ๆ ทุกวัน ถ้าสามารถรู้จักวัตถุดิบของโลกนี้ได้มากขึ้น เธอคงจะทำเมนูอื่นที่อยากกินเองได้
กู้ไฮว่ถิงฟังความต้องการของเธอแล้วพูดว่า “ในตลาดมีขายไม่มากหรอกนะ แต่ผมรู้จักที่หนึ่งที่อาจจะมีสิ่งที่คุณต้องการ”
เธอติดตามเขาไปอย่างยินดี แล้วจึงรู้ว่าในฐานยังมีโรงเรือนเพาะปลูกและศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์ด้วย
มีกู้ไฮว่ถิงเป็นไกด์ทำให้เธอเข้าไปในสองสถานที่นี้ได้อย่างราบรื่น
“หลังวันสิ้นโลก นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามีพืชกลายพันธุ์หลายชนิดที่กินได้ ด้วยความช่วยเหลือจากผู้มีพลังพิเศษธาตุไม้ เราจึงเพาะปลูกสิ่งเหล่านี้ได้ สัตว์กลายพันธุ์ก็เช่นกัน มีหลายชนิดที่ค่อนข้างเชื่องและกินได้ พวกเราเลยเอามาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์”
เขาเดินนำเข้าไปในโรงเรือนพลางอธิบายให้เธอฟัง
เจียงอี้อิ่นประหลาดใจมาก ขณะเดียวกันก็ชื่นชมผู้รอดชีวิตในโลกนี้ที่พยายามดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางวันสิ้นโลกอันแสนโหดร้าย
“คริสตัลเกิดจากพืชและสัตว์กลายพันธุ์ สิ่งมีชีวิตที่เพาะปลูกเองเหล่านี้ก็มีคริสตัลเหมือนกัน แต่จะผลิตได้แค่คริสตัลเวลหนึ่งเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว รางวัลภารกิจต่าง ๆ ของฐานก็มาจากที่นี่”
“อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง” เธอกล่าวพร้อมกับเบิกตากว้าง “มิน่าล่ะที่นี่ถึงได้มีการป้องกันหนาแน่น ไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกได้ตามอำเภอใจ เพราะมันก็ไม่ใช่แค่โกดังเก็บเสบียงธรรมดา ๆ แต่เป็นแหล่งผลิตเงินตราต่างหาก”
ภายในโรงเพาะชำขนาดใหญ่แห่งนี้ ถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดห้าส่วน แต่ละส่วนปลูกพืชกลายพันธุ์ต่างชนิดกัน
ในบรรดาพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด พื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดปลูกพืชชนิดหนึ่งที่ให้รสชาติคล้ายกับเกาลัดผสมกับมันเทศ ใบของมันมีลักษณะยาวใหญ่ ปลายใบมีผลึกสีเขียวอ่อนห้อยอยู่
ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจว่าทำไมคริสตัลเลเวลหนึ่งที่ทุกคนต่างพกติดตัวล้วนเป็นสีเขียวอ่อนที่เป็นตัวแทนของพลังพิเศษธาตุไม้ ที่แท้ก็เพราะพวกมันถูกเพาะปลูกออกมานั่นเอง
เธอหันไปมองพื้นที่เพาะปลูกส่วนอื่น ๆ สายตาจับจ้องไปยังพื้นที่เพาะปลูกที่เล็กที่สุดและอยู่ไกลที่สุด
“นั่นคืออะไรคะ” เธอถาม
กู้ไฮว่ถิงมองตามสายตาของหญิงสาว “นั่นคือข้าวกลายพันธุ์” เขาตอบ
สายตาของเธอเฉียบแหลมจริง ๆ!
เจียงอี้อิ่นรีบเดินไปหยุดหน้าพื้นที่เพาะปลูกข้าว เธอมองรวงข้าวที่ดูคล้ายกับข้าวทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับข้าวธรรมดาแล้ว รวงข้าวพวกนี้ดูแข็งแรงกว่ามาก แต่ละเมล็ดมีขนาดเท่ากับลูกแก้ว ส่งกลิ่นหอมอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของข้าวออกมา
เธอทานอาหารจำพวกเส้นมานาน ทำให้ตอนนี้คิดถึงข้าวสวยมาก เพียงได้กลิ่นก็ทำให้เธอน้ำลายสอไปหมด
“ข้าวแบบนี้ขายไหมคะ” เธอถามกู้ไฮว่ถิงด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
เขาตอบพลางหัวเราะ “คุณอยากได้เหรอ ข้าวสายพันธุ์ใหม่แบบนี้ไม่ค่อยมีใครอยากได้หรอก”
เธอตกใจ “ทำไมล่ะ”
ข้าวสวยมันไม่อร่อยหรือว่าข้าวผัดไข่มันไม่หอมพออย่างนั้นเหรอ
“ข้าวแบบนี้หุงยาก ต้องใช้เวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมง คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลามากขนาดนั้น แถมรสชาติของข้าวเปล่าก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร แถมต้องกินคู่กับกับข้าวอย่างอื่น คนเลยมองว่ามันยุ่งยาก”
เธอเข้าใจทันที จึงรีบพูดว่า “เรื่องเวลาไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันหรอกค่ะ แล้วฉันก็มีกับข้าวเยอะแยะ กัปตันกู้คะ ฉันจะซื้อข้าวแบบนี้ได้ยังไงคะ”
“พวกนี้จำกัดสิทธิ์ให้แค่คนที่อาศัยอยู่ในฐานเท่านั้น…” เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของเธอ เขาก็รีบพูดต่อ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณใช้โควตาของผมซื้อก็ได้”
เธอโบกมือปฏิเสธ “แบบนั้นจะดีเหรอคะ แล้วถ้าฉันใช้โควตาของคุณไปหมด คุณจะซื้อของยังไง”
“เอาจริง ๆ นะ ตั้งแต่ได้กินอาหารจากเมืองอาหาร พวกเราก็ตกลงกันว่าจะเลิกทำอาหารกินเอง” กู้ไฮว่ถิงยักไหล่ พูดด้วยน้ำเสียงถอดใจ “โชคดีที่คริสตัลของเรามีเหลือเฟือ”
เธอหลุดขำออกมา แต่ก็ยอมรับน้ำใจของกู้ไฮว่ถิงไว้
เขาเอาโควตาซื้อของทั้งเดือนไปใช้กับข้าวกลายพันธุ์มาให้เธอทั้งหมดยี่สิบห้ากิโลฯ นำไปเก็บไว้ที่พักของหน่วยกู้ไฮว่ถิงก่อน รอตอนเย็นกลับเมืองอาหารแล้วค่อยขนไปพร้อมกัน
จากนั้นเธอก็ไปดูศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์ แต่ก็น่าเสียดาย สัตว์กลายพันธุ์นั้นฝึกยากกว่าพืชมาก ที่นี่จึงว่างเปล่า มีสัตว์อยู่แค่สองชนิดเท่านั้น
ชนิดแรกคือหนอนที่ดูคล้ายกับไส้เดือนทะเล ตัวหนึ่งยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ อุดมไปด้วยพลังธาตุไฟ เมื่อนำไปทำเป็นหนอนตากแห้งแล้วจะเป็นขนมขบเคี้ยวที่ผู้ใช้พลังพิเศษธาตุไฟชื่นชอบมาก แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะมันช่วยเพิ่มพลัง พวกเขาจึงต้องฝืนใจชอบมัน
ถึงเธอจะเคยทำอาหารจากหนอนตามคำขอของแขก แต่ตัวเธอเองนั้นไม่เอาด้วยอย่างแรง กินไม่ลงจริง ๆ จึงทำได้แค่มองปราดเดียวแล้วรีบวิ่งหนี
สัตว์กลายพันธุ์ที่เลี้ยงไว้ชนิดที่สองคือนกกระทากลายพันธุ์ การกลายพันธุ์ของมันนั้นน่าสนใจมาก นกกระทาที่ตัวเล็กอยู่แล้ว พอกลายพันธุ์แล้วตัวกลับหดเล็กลงไปอีก แต่ความเร็วกลับเพิ่มขึ้นมาก เมื่อวิ่งสุดกำลัง ช่วงเวลาสั้น ๆ จะทำความเร็วได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใกล้เคียงกับความเร็วรถไฟความเร็วสูงก่อนยุคสิ้นโลกเลยทีเดียว
บางทีอาจเป็นเพราะทุ่มสกิลไปที่ความเร็วหมดแล้ว พลังโจมตีของมันจึงไม่ต่างจากตอนก่อนกลายพันธุ์ มนุษย์จึงสามารถเลี้ยงได้อย่างง่ายดาย สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือถ้าเผลอปล่อยให้มันหนีไปละก็ จะจับกลับมายากมาก...
แต่กู้ไฮว่ถิงบอกว่า นกกระทากลายพันธุ์พวกนี้ตัวเล็กเกินไป ถอนขนออกแล้วแทบไม่เหลือเนื้อเลย ทุกคนจึงไม่ค่อยสนใจ ยอดขายก็ไม่ค่อยดี
เธอจึงบอกทันทีว่า “ฉันเอา” กู้ไฮว่ถิงไม่พูดอะไร ใช้โควตาของตัวเองซื้อมาให้ทีเดียวสามสิบตัว เพราะทางฟาร์มต้องเก็บไว้ทำพันธุ์ด้วย ขายได้มากสุดแค่นี้
เพื่อป้องกันไม่ให้นกกระทากลายพันธุ์หนีระหว่างขนส่ง ทางฟาร์มจะจัดการให้เรียบร้อยก่อนส่งสินค้า จะส่งตรงไปที่พักของกู้ไฮว่ถิงช้าหน่อย เย็นนี้เธอค่อยขนกลับเมืองอาหารพร้อมกันได้เลย
หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเขาทั้งสองคนก็รีบกลับไปที่อาคารสำนักงาน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องประชุม ผู้บัญชาการจางก็เดินนำกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้ามา
เจียงอี้อิ่นสังเกตสีหน้าของพวกเขา ผู้บัญชาการจางเก็บอาการได้มิดชิดจนเธอไม่อาจคาดเดาได้ แต่ฉินอวี้ชูค่อนข้างเปิดเผย เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตื่นเต้น
ดูเหมือนว่าผลการทดลองจะออกมาดีมาก
และแล้วเมื่อทั้งสองฝ่ายนั่งลง ผู้บัญชาการจางก็เปิดประเด็นทันที “ข้อมูลที่คุณเจียงให้มานั้นถูกต้องทั้งหมด”
ประโยคเดียวก็กำหนดความได้เปรียบในการเจรจาต่อไปนี้ได้แล้ว แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะเอาเปรียบ เพียงแต่ยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว”
ผู้บัญชาการจางพูดอย่างตรงไปตรงมา “เราต้องการร่วมมือกับคุณเจียงในระยะยาว ซื้ออาหารที่คุณทำ คุณมีข้อเสนออะไรบ้าง”
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องความร่วมมือระยะยาว เราค่อยมาคุยกันทีหลังเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันอยากใช้อาหารบางส่วน แลกกับคำสัญญาข้อหนึ่ง”
“คำสัญญาอะไร”
“ฉันหวังว่าฐานอู๋ถงจะไม่ร่วมมือกับฐานทัพชางซิ่ง”
ผู้บัญชาการจางถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองกู้ไฮว่ถิง “ก่อนหน้านี้ที่นายมาหาฉัน เป็นความต้องการของเถ้าแก่เจียงเหรอ”
“ส่วนหนึ่งก็ใช่ครับ” เขาตอบตรงไปตรงมา “แต่ตัวผมเองก็ไม่ต้องการร่วมมือกับทางชางซิ่งอยู่แล้ว”
ผู้บัญชาการจางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เถ้าแก่เจียง รู้ใช่ไหมว่าที่เราร่วมมือกับทางชางซิ่งก็เพื่อภารกิจอะไร”
เธอพยักหน้า “ภารกิจของฐานอีเดนคือจับตัวสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่หลบหนีไปได้”
“ถูกต้อง แล้วคุณล่ะรู้ไหมว่ารางวัลของภารกิจนี้คืออะไร”
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ ผู้บัญชาการจางก็พูดต่อ