ภายในห้องอุ่น ของตำหนักเฉียนชิง
ถังเป่าตัวน้อยพิงหลังกับอวิ๋นเหรินพี่ชายรองของนาง ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเตียงคังที่สว่างไสว โดยฝ่ายหลังกำลังจับมือนางสอนเล่นห่วงเก้าต่อ
อุปกรณ์ที่ใช้ ก็คือชุดห่วงเก้าต่อทำจากหยกชุดที่ถังเป่าเคยเตะออกไปด้วยความรู้สึกผิดก่อนหน้านี้นั่นเอง
อวิ๋นเหรินสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ก็มั่นใจว่าถังเป่าไม่ถนัดเล่นสิ่งนี้ สองมือน้อย ๆ คีบห่วงสองวงอย่างเงอะงะ แต่ก็ยังแก้ไม่ออก
เขายกมุมปากขึ้น แต่เพื่อเห็นแก่หน้าของถังเป่า จึงฝืนกลั้นใจไม่ให้หัวเราะออกมา
"ถังเป่า พี่รองอยากเล่นห่วงเก้าต่อนี้กับเ้าด้วย ได้หรือไม่?"
ถังเป่าที่กำลังกลุ้มใจ แต่ก็อยากรักษาภาพลักษณ์ว่าเป็เด็กฉลาดต่อหน้าพี่รอง ดวงตาก็พลันเป็ประกาย
"ได้เล้ย!"
"ถังเป่าจะเล่นกับพี่รอง!"
ดังนั้นอวิ๋นเหรินจึงกุมมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างของถังเป่า ค่อย ๆ นำทางให้นางแก้ห่วงหยกทีละวงจนสำเร็จในที่สุด
"ว้าว" สีหน้าของถังเป่ามีความสุขมากเป็พิเศษ ในดวงตาราวกับมีดวงดาวดวงเล็ก ๆ จากบนฟ้าตกลงมาเต็มไปหมด
นึกไม่ถึงว่าเมื่อร่วมมือกับพี่รอง ห่วงเก้าต่อที่สร้างความลำบากให้ถังเป่ามานาน ในที่สุดก็ถูกแก้ได้เสียที!
อวิ๋นเหรินช่วยตบมือส่งเสริม "สมกับเป็ถังเป่าของพี่รองจริง ๆ ! ฉลาดที่สุดเลย!"
เมื่อได้รับคำชมเช่นนี้ นอกจากจะดีใจแล้ว ถังเป่ายังคงมีความรู้สึกผิดอยู่นิดหน่อย
"ก็... ก็พอได้เพคะ!"
ต่อจากนั้น คำเยินยออีกไม่กี่ประโยคของอวิ๋นเหริน ก็ทำให้ถังเป่าดีใจจนตัวลอย สมองกลายเป็เหมือนแป้งเปียกจนจำอะไรไม่ได้เลย
ต้องบอกว่า ในจุดนี้ ถังเป่ากับพี่ชายใหญ่ที่นางยังไม่เคยพบหน้า ช่างเหมือนกันราวกับแกะ!
"โอ้ รัชทายาทของเราหัดพูดคำหวานมากมายขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?"
อวิ๋นถีแอบฟังอยู่ที่นอกห้องอุ่นมาตั้งนาน ได้ยินเพียงรัชทายาทผู้เย่อหยิ่งมาโดยตลอด กลับกำลังประจบประแจงก้อนแป้งน้อยวัยสองสามขวบไม่หยุด
สิ่งนี้ราวกับทำให้เขาจับจุดอ่อนของอวิ๋นเหรินได้ ทำให้อวิ๋นถีองค์ชายใหญ่มีความสุขจนแทบทนไม่ไหว
และเมื่อได้ยินเสียงของอวิ๋นถี อวิ๋นเหรินก็หุบรอยยิ้มที่กว้างเกินไปลงโดยสัญชาตญาณ และกลับมาทำท่าทางสง่างามและเคร่งขรึม
"พี่ใหญ่มาได้อย่างไร?"
เดิมทีเป็เพียงคำถามง่าย ๆ แต่นึกไม่ถึงว่าจะไปสะกิดโดนจุดที่ทำให้องค์ชายใหญ่หงุดหงิดเข้า เขานั่งลงตรงข้ามกับอวิ๋นเหรินและถังเป่า สีหน้าดูไม่ดีนักขณะรินน้ำชาสมุนไพรให้ตัวเอง
"เหอะ ๆ ก็เพราะได้ยินว่าเ้าได้รับาเ็สาหัสอย่างไรเล่า มิเช่นนั้นข้าจะรีบเร่งมาที่นี่ได้อย่างไร?"
อวิ๋นเหรินรู้ดีว่าอวิ๋นถีรีบมาคงไม่ใช่เพื่อเยี่ยมเขา จึงเผยรอยยิ้มจอมปลอมและแกล้งพูดว่า "ที่แท้เป็เช่นนี้ พี่ใหญ่ช่างห่วงใยข้าถึงเพียงนี้? ทำให้ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก!"
ถุย!
ถุย!
หลังจากพูดจบ องค์ชายใหญ่อวิ๋นถีและรัชทายาทอวิ๋นเหรินต่างก็ถุยน้ำลายในใจอย่างดุเดือดพร้อมกัน
"พี่... พี่ใหญ่หรือเพคะ?" เดิมทีถังเป่าไม่รู้จักอวิ๋นถี แต่เมื่อได้ยินอวิ๋นเหรินเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ ดวงตาก็เป็ประกาย รีบดึงแขนเสื้อของอวิ๋นเหรินแล้วถามอย่างร้อนใจ
พอโน้มตัวลงมองเห็นสีหน้าที่ตื่นเต้นของก้อนแป้งน้อย ในใจของอวิ๋นเหรินก็พลันรู้สึกอิจฉาขึ้นมา
"ถังเป่าเห็นพี่ชายคนใหม่แล้ว เลยเตรียมจะทิ้งพี่รองแล้วใช่หรือไม่?"
น้ำเสียงตัดพ้อเช่นนี้ของอวิ๋นเหรินนั้นหาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี อวิ๋นถีที่อยู่ตรงข้ามจึงหัวเราะออกมาทันที ส่งผลให้ความประทับใจแรกที่มีต่อถังเป่าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
"อะไรคือพี่ชายคนใหม่! ข้าเป็พี่ใหญ่ของเ้าสิบสี่... ของถังเป่าอยู่แล้วต่างหาก!"
เดิมทีตั้งใจจะพูดเพื่อยั่วโมโหอวิ๋นเหริน แต่อวิ๋นถีบังเอิญสบตากับถังเป่า จึงเปลี่ยนคำพูดโดยสัญชาตญาณ จาก ‘เ้าสิบสี่’ กลายเป็ ‘ถังเป่า’ ทันที
"มาเถิด ถังเป่า รีบมาให้พี่ใหญ่กอดเร็ว!"
อวิ๋นถียื่นมือออกไปทางถังเป่า
แม้จะอยากััอ้อมกอดของพี่ชายใหญ่ที่เพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก แต่ถังเป่าผู้รู้จักการรักษาสมดุลก็เงยหน้ามองอวิ๋นเหรินก่อน แล้วปลอบเขาด้วยน้ำเสียงเด็กน้อย
"พี่รองไม่ต้องกลัวนะเพคะ! ถังเป่ายังรักท่านมาก ๆ เลย!"
"แต่ว่าตอนนี้ ถังเป่าจะไปปลอบพี่ใหญ่หน่อย ได้ไหมเพคะ!"
อวิ๋นเหรินที่ไม่อยากปล่อยมือแกล้งพูดว่า "แล้วถ้าพี่รองไม่เห็นด้วยเล่า?"
ถังเป่าถอนหายใจราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย แล้วยืดคอขึ้นประทับจุมพิตที่เปียกชื้นลงบนแก้มของเขา
"อีกเดี๋ยวถังเป่าก็กลับมาแล้ว!"
อวิ๋นเหรินที่หลอกล่อจนได้จุมพิตหอม ๆ มาได้จึงพอใจ แสร้งทำท่าทางน้อยใจแล้วปล่อยมือ แต่ไม่ลืมที่จะใช้นิ้วก้อยเกี่ยวปลายนิ้วของถังเป่าไว้ พร้อมมองนางด้วยสายตาเวทนา
"ถ้าอย่างนั้น ถังเป่าต้องกลับมานะ! พี่รองจะรอนะ!"
"ได้เล้ย!"
หลังจากปลอบพี่รองเรียบร้อยแล้ว ถังเป่าจึงหันกลับไป แล้วพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดขององค์ชายใหญ่อวิ๋นถีอย่างกระตือรือร้น!
"พี่ใหญ่!"
นางร้องเรียกด้วยความตื่นเต้น ขาสั้น ๆ สองข้างดิ้นไปมาในอ้อมกอดของอวิ๋นถี
"โอ้ ถังเป่าทำไมตัวเบาเช่นนี้?"
ตอนนี้องค์ชายใหญ่มีบุตรสาวสายตรงสามคนแล้ว จึงมีประสบการณ์ในการอุ้มเด็กอย่างเต็มที่
เขาลองชั่งน้ำหนักถังเป่าในอ้อมแขน รู้สึกว่าเบาเกินไปหน่อย จึงถามนางว่า "ตอนนี้ถังเป่าอายุเท่าไหร่แล้ว?"
ถังเป่ายกมือสองข้างขึ้นมา รวมเป็สี่นิ้ว... ไม่ใช่ สามนิ้ว แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนิ่มว่า "ปีนี้ ถังเป่าสามขวบครึ่งแล้วเพคะ!"
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ทั้งเหลืองและผอมนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย
ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด แต่อวิ๋นถีรู้สึกว่า เมื่อเขาอุ้มน้องสาวคนนี้ไว้ในอ้อมกอด หัวใจของเขาก็อ่อนยวบอย่างบอกไม่ถูก
...ถึงขั้นที่คล้ายกับตอนที่อุ้มท่านหญิงใหญ่ในจวนของเขาเลยทีเดียว
ดูท่า เขาและถังเป่าจะมีความใกล้ชิดกันโดยธรรมชาติอยู่หลายส่วน!
เมื่อคิดได้ดังนี้ ใบหน้าที่ดูน่าเกรงขามของอวิ๋นถีก็ปรากฏรอยยิ้ม เขาถอดป้ายหยกพกที่เอวออก แล้วยัดใส่มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างของถังเป่า
"เอ้า! นี่คือของขวัญแรกพบที่พี่ใหญ่ให้เ้า!"
"สิ่งนี้ผ่านการปลุกเสกจากพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิ สามารถคุ้มครองให้ปลอดภัย! ถังเป่าต้องพกติดตัวไว้ทุกวัน จำไว้ได้หรือไม่?"
อวิ๋นถีพูดมายาวเหยียด แต่ถังเป่าจำอะไรไม่ได้เลย จำได้เพียงคำถามสุดท้ายที่ว่า ‘จำไว้ได้หรือไม่?’
ถังเป่าผู้ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อยรีบพยักหน้า "จำ... จำได้แล้วเพคะ!"
พูดจบ ถังเป่าก็ทำตามแบบเดิม ยืดคอน้อย ๆ ขึ้น แล้วประทับจุมพิตที่เปียกชื้นลงบนแก้มของอวิ๋นถีเช่นกัน
"ม๊วฟ!"
"ชอบพี่ใหญ่ที่สุดเลย!"
ถังเป่าผู้มีความสุขเริ่มนับนิ้ว ั้แ่หาท่านพ่อเจอ ภารกิจตามหาท่านพ่อและพี่ชายของนางก็สำเร็จไปได้ตั้งเยอะแล้ว!
เริ่มจากท่านพ่อ!
ต่อมาคือพี่รอง!
แล้วก็พี่เก้า!
ตอนนี้เจอพี่ใหญ่แล้ว!
ว้าว!
ถ้าอย่างนั้น อีกไม่นานนางคงจะหาพี่ชายได้ครบทุกคนแล้วสินะ!!
จริง ๆ ด้วย ถังเป่าเป็เด็กที่เก่งที่สุดเลย!
ขณะที่ถังเป่ากำลังดีใจอยู่เงียบ ๆ อวิ๋นเหรินที่อยู่ตรงข้ามก็เริ่มหึงอีกครั้ง
"ถังเป่าชอบพี่ใหญ่หรือ? แล้วพี่รองเล่า?"
ก้อนแป้งน้อยที่เพิ่งบอกเขาว่าจะกลับมาทันที กลับเปลี่ยนไปซบอ้อมกอดของผู้อื่นอย่างรวดเร็ว ลืมพี่รองไปแล้วหรือ?
"ก็ชอบพี่รองเหมือนกันเพคะ!" ถังเป่าเอามือน้อย ๆ ปิดปากหัวเราะ "ชอบ... ชอบ... ชอบมาก ๆ เลย!!"
เดิมทีนางอยากจะออกจากอ้อมกอดของอวิ๋นถี แต่กลับถูกอวิ๋นถีโอบกอดที่พุงน้อย ๆ ไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ
"ชอบพี่รองมากขนาดนั้นเชียวหรือ? แล้วพี่ใหญ่เล่า?"