อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 32 : ตระกูลซา จงจำไว้ อีกมินาน

    เมื่อนนท์กลับมาถึงตำหนักได้เริ่มทำการวางบ่อน้ำเทพ และกางค่ายกลเร่งเวลาใส่ไว้ในแหวนห้วงมิติที่หลอมขึ้นใหม่ ทั้งยังสลักอักขระค่ายกลเร่งเวลาไว้ และสร้างภูมิทัศน์ในแหวนห้วงมิติให้เป็นเสมือนโลกมังกร


    " นี่แหวนห้วงมิติของพวกเจ้า " เหล่าสหายรับเอาแหวนห้วงมิติจากนนท์


    " หากเจ้าจะเข้าไปยังแหวนห้วงมิติ พวกเจ้าควรอยู่ในห้องลับ " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " ไอ้หนู เหตุใดแหวนห้วงมิติถึงใหญ่กว่าเดิมมากนัก " หมาป่าเอ่ยถาม


    " เพราะข้าได้ใช้ผลึกดาราห้วงมิติในการหลอม มันจึงใหญ่กว่าเดิมถึงพันเท่า " หมาป่าพยักหน้า


    " ข้าจะหลอมอาวุธ " นนท์เรียกบ่อน้ำเทพออกมาแล้วเริ่มทำการหลอมอาวุธออกมากมา


    " มหาศาสตารวุธระดับเทพขั้นสูงสุด ยิ่งขั้นฝึกสูงอาวุธที่หลอมได้ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น " นนท์พึมพำ


    " พวกเจ้าเลือกเอาเถิด " เหล่าสหายต่างเลือกเอาอาวุธของตน


    " ข้าอยากสำรวจรอบแดนเทพ " หมาป่าพยักหน้า


    " ข้าว่า ภรรยามิต้องไปมากนัก จะเป็นจุดสนใจมากยิ่ง ให้เย่เอ๋อร์ไปเพียงผู้เดียวก็พอ " หลางจี้เสวี่เอ่ยขึ้น


    " เสวี่ยเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าพูดเช่นนั้น " หลางจี้เสวี่ยยกยิ้ม


    " แล้วท่านก็จะรู้เอง " นนท์พยักหน้า


    " ไปกันเถอะ " นนท์ออกเดินเที่ยวชมทั่วแดนเทพ


    " ที่แดนเทพ ก็มิได้ต่างจากโลกเบื้องล่างมากนัก " นนท์พึมพำ


    " โอสถเทพรึ " นนท์พึมพำ แล้วเดินเข้าไปในร้าน


    " คุณชาย ท่านต้องการซื้อหรือขายเจ้าคะ " เสียงหวามของพนักงานสาวลอยออกมา


    " ข้าขอเดินดูรอบๆก่อน " นนท์กวาดตามองทั่วร้าน 


    " แม่นางเจ้ามี สมุนไพรเทพ หญ้ากายามังกร หญ้าหนวดพยัคฆ์ " นนท์ร่ายรายชื่อสมุนไพรที่ต้องการทั้งหมดสามสิบแปดชนิด


    " คุณชายที่ท่านพูดมา โอสถเทพมีครบเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า


    " เอามันมาให้ข้าทั้งหมดสิบเอ็ดชุด " นนท์เอ่ย ท่าทีลังเลของหญิงสาวทำเอานนท์ถึงกับยกยิ้ม แล้วยื่นแหวนมิติให้ดู 


    " คุณชายรอสักครู่ ข้าจะเร่งไป " นนท์พยักหน้า 


    " ไอ้หนู เจ้าจะเอาไปทำสิ่งใด " หมาป่าเอ่ยถาม


    " ข้าจะหลอมโอสถกายาเทพ " หมาป่างุนงง


    " มันคือโอสถแบบใด " นนท์ยกยิ้ม


    " มันเป็นโอสถฝึกกาย กายและกระดูกของเจ้าจะแกร่งขึ้นอีกสามเท่า " หมาป่าฉีกยิ้มออกมาทันใด


    " พี่เขย หากเป็นเช่นที่ท่านว่า โอสถกายาเทพนี้ ก็อยู่เหนือกว่าโอสถกายทะลวงฟ้า " น้องสิบเอ่ยถาม


    " ถูกต้อง เหนือกว่า มันเป็นขั้นที่ห้าของโอสถฝึกกาย " น้องสิบพนักหน้า


    " พี่นนท์ แล้วโอสถฝึกกายมีกี่ขั้น " จงซานเอ่ยถาม 


    " ในตำราโอสถบอกไว้ว่ามีหกขั้น เหลือเพียงขั้นเดียวคือโอสถกายาสวรรค์ " เหล่าสหายต่างยกยิ้ม


    " ไอ้หนู เจ้ามิเอาสมุนไพรของโอสถกายาสวรรค์ไปด้วยเล่า " นนท์ส่ายหน้า


    " มันมิมีไขกระดูกเทพ " นนท์กระซิบที่หูของหมาป่า


    " ไขกระดูกเทพ " หมาป่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


    " พี่นนท์ ที่สุสานทวยเทพข้าว่าน่าจะมีโครงกระดูกเทพหลงเหลืออยู่บ้าง " เซียงเหรินฮุยส่งเสียงทางจิต


    " อาจมี แต่เท่าที่ข้าตรวจสอบก็มิเห็นมีสิ่งใดนอกจากบ่อน้ำเทพ " นนท์ส่งเสียงตอบกลับ


    " คุณชาย สมุนไพรมาแล้วเจ้าค่ะ " นนท์ตรวจสอบสมุนไพร แล้วยื่นผลึกปรานสรรพสิ่งให้ไป


    " ไปกันเถอะ " นนท์เดินเคียงคู่หลันอิงเย่ออกมาจากร้านโอสถเทพ


    " เย่เอ๋อร์เจ้าเป็นอันใดใยทำสีหน้าเช่นนี้ " นนท์สังเกตุเห็นสีหน้าของภรรยาที่เปลี่ยนไป


    " ท่านพี่ เย่เอ๋อร์ " ยังมิทันที่นางจะได้ตอบ ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้าขวางทางไว้


    " แม่นางหลัน ท่านจะให้คำตอบข้าได้รึยัง " นนท์พลันพยักหน้า


    " คุณชาย แม่นางหลันผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ข้าว่าท่านควรตัดใจจากนางเถิด " นนท์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา เพราะมิอยากให้ชายหนุ่มต้องขายหน้า


    " เจ้าว่าเช่นไรนะ " ชายหนุ่มผู้นั้น ชักสีหน้าโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันใด 


    " ครืน " ปรานเหี้ยมพุ่งเข้าหานนท์ในทันที 


    " ตูม " เสียงระเบิดดังกึกก้อง นนท์แสร้งเหยียดกายถอยหลังไปสามก้าว


    " หยุด พวกเจ้าทำสิ่งใดกัน " เสียงชราดังขึ้น 


    นนท์หันมองยังชายชราที่ลอยตัวอยู่ในห้วงมิติ " ผู้อาวุโสแปด ข้ากับสหายเพียงหยอกล้อกันเล่น " 


    นนท์ถึงกับแปลกใจที่ชายหนุ่มนั้นมีไหวพริบรวดเร็ว 


    " จริงรึ " นนท์พยักหน้าให้ชายชรา


    " หากเป็นสหายกัน ข้าก็จะมิว่าอันใด " ชายชราลอยจากไป


    " ไอ้สาระเลว เจ้าถึงกับแย่งชิงสตรีที่ข้าหมายปอง " นนท์ส่ายหน้า


    " คุณชาย ข้ากับเย่เอ๋อร์ เป็นสามีภรรยากันได้หลายร้อยปีแล้ว เหตุใดท่านจึงว่าข้าแย่งชิงสตรีของท่านกันเล่า " นนท์เอ่ย


    " มิว่าจะอย่างไร เจ้าต้องตาย " นนท์พยักหน้า


    " แล้วเจ้าจะสังหารข้าได้เช่นไร ที่นี่มีกฎห้ามปะทะมิใช่รึ " นนท์มองยังชายหนุ่ม


    " เจ้ากับข้าเข้าประลองเป็นตายกันที่ลานประลอง อีกสามวัน " นนท์พยักหน้ารับคำท้า 


    " จำไว้อีกสามวันเจอกันที่ลานประลอง " ชายหนุ่มเร่งจากไปในทันที


    " ไอ้หนู ยุ่งแล้วสิ " นนท์หันไปมองยังหมาป่า


    " ไอ้หนูคนนั้น มันชื่ออุ้ยต้าเกา เป็นนายน้อยลำดับที่ห้าของตระกูลอุ้ย " นนท์พยักหน้า


    " ตระกูลอุ้ยนั้นเป็นตระกูลอันดับต้นๆของแดนเทพ " นนท์พยักหน้า


    " เจ้าตระกูลอุ้ยหยั่งรู้อักขระเทพได้แปดตัว ผู้อาวุโสสูงสุดเก้าตัว " นนท์ส่ายหน้า


    " หมาป่าเจ้ากลัวรึ " นนท์หันมองยังร่างทองที่สีหน้าหวั่นวิตก


    " เจ้าลืมแล้วรึ ข้าหยั่งรู้อักขระเทพได้กี่ตัว " หมาป่าฉีกยิ้มออกมาทันที


    " ไปเดินเล่นต่อดีกว่า " นนท์ออกเดินเที่ยวชมแดนเทพทั้งยังซิ้อสินแร่มากมาย


    " ครานี้ข้าจะมีเรือเหาะขั้นเทพสูงสุดเสียที " นนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเริ่มทำการหลอมเรือเหาะขั้นเทพสูงสูงสุด 


    " ไอ้หนูเรือเหาะขั้นเทพสูงสุดของเจ้านี่ รวดเร็วเพียงใด " หมาป่าเอ่ยถาม


    " จากโลกมังกรไปยังเมืองเพลิงทมิฬเพียงพริบตา " หมาป่าพยักหน้า


    " ข้าจะหลอมเรือเหาะแล้วค่อยหลอมโอสถกายาเทพ " เหล่าสหายต่างแยกย้ายไปจัดการเรื่องราวของตน


    " นี่คือโอสถกายาเทพ พวกเจ้ารับไป " เหล่าสหายต่างับเอาโอสถกายาเทพ แล้วเร่งไปยังตำหนักของตน


    " ภรรยาข้า เริ่มกันเถิด " นนท์พาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติ 


    " ท่านพี่ ที่นี่ช่างเหมือนกับเจดีย์แปดเหลี่ยมยิ่งนัก " นนท์ยกยิ้ม 


    นนท์และเหล่าภรรยาเริ่มทำการหลอมโอสถกายาเทพ 


    " ตูม " นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกายในทันที 


    " ขั้นที่หกแล้ว " นนท์พึมพำ แล้วเร่งเข้าสู่ด่านฝึกกาย และด่านวิญญาณอสูรในแหวนห้วงมิติ 


    นนท์วนเวียนอยู่เพียง ด่านฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร ดูดซับน้ำปรานเทพ สยบร่องสวยของภรรยา 


    " ขั้นที่หกสมบูรณ์แล้ว " นนท์พาเหล่าภรรยาออกจากแหวนห้วงมิติ


    " เวลาจริงเพียงวันเดียว " เหล่าภรรยาต่างตกใจ 


    " ท่านพี่ หลิงเอ๋อร์รู้สึกว่าพวกเราใช้เวลาในในแหวนห้วงมิติถึงสามหมื่นวัน แต่ข้างนอกกลับผ่านไปเพียงวันเดียว " นนท์ยกยิ้ม


    " หลิงเอ๋อร์ แร่ทองนทียอดเยี่ยมยิ่งนักสามารถเร่งเวลาได้ถึงสามหมื่นเท่า " เหล่าภรรยาต่างพยักหน้า นนท์หันมองเหล่าภรรยา


    " สามี ท่านมองพวกเราเช่นนี้ ท่านหมายความว่าเช่นไร " หลางจี่เสวี่เอ่ยถาม


    " เหตุใดพวกเจ้าจึงยังมิตั้งครรภ์บุตรของขัา " นนท์เอ่ยถาม


    " ท่านต้องการบุตรรึ " นนท์พยักหน้า 


    " เหตุใด ท่านเพิ่งมาบอก เหล่าภรรยาของท่านรอให้ท่านบอกเรื่งนี้มาเนิ่นนานแล้ว " นนท์ฉีกยิ้มจนถึงหู พาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติแล้วเริ่มทำการสยบภรรยาทั้งหลายอีกครา


    " ไปกันเถอะ ได้เวลาแล้ว " นนท์พาเหล่าภรรยาทั้งหลาออกจากแหวนห้วงมิติ


    " ไอ้หนู แหวนห้วงมิติวงใหม่นี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์พยักหน้า


    " พี่เขย แม่น้ำในแหวนห้วงมิติ คือแม่น้ำปรานเทพใช่รึไม่ " นนท์พนักหน้า


    " หากพวกเจ้าต้องการ ผลึกปรานเทพ พวกเจ้าเพียงเอาหินปรานเทพล้านชั่งมาหลอมจะได้ผลึกปรานเทพหนึ่งก้อน " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " นี่คือบ่อน้ำเทพ ที่ยังมิได้ใส่สายอัสนีปรานเทพ พวกเจ้าเก็บเอาไว้ " เหล่าสหายรับเอาไว้


    " เตานทีใบนี้ข้าใส่สายอัสนีปรานเทพไว้หมื่นเส้น หากบ่อน้ำเทพของพวกเจ้าพลังลดลง เจ้าเพียงนำเอาสายอัสนีใส่ลงไปหนึ่งเส้น พลังของบ่อน้ำเทพก็จะฟื้นฟูดังเดิม " หมาป่าฉีกยิ้มจนถึงหู 


    " ไอ้หนู เวลาหนึ่งเดือนของเจ้า จวนจะหมดแล้ว หากเจ้าไปแล้วก็มิรู้ว่าเจ้าจะได้มาอีกเมื่อใด " นนท์พยักหน้า


    " เจ้ามิต้องกังวล ข้าจะหาทางมาพบพวกเจ้าให้ได้ " นนท์พยักหน้า 


    " ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ " นนท์ออกเดินทางไปยังลานประลอง


    " อุ้ยต้าเกา คู่ประลองของเจ้ายังมิมาอีกรึ " ชายชราผู้หนึ่งที่รับหน้าที่เป็นกรรมาการเอ่ยถาม


    " ข้ามาแล้ว " นนท์เดินขึ้นยังลานประลอง 


    " เจ้าชื่อว่าเช่นใด " ชายชราเอ่ย


    " ผู้อาวุโส ข้าโจวนนท์ " นนท์ประสานสองมือ


    " นี่รึโจวนนท์ อันดับหนึ่งนอกแดนเทพ "


    " ใช่ ขั้นฝึกก็มิได้สูงมากนัก แต่เหตุใดจึงเป็นอันดับหนึงได้ "


    " ข้าว่าผู้คนนอกแดนเทพนั้น คงจะอ่อนแอมาก เพียงราชันย์ขั้นกลางยังเป็นได้ถึงอันดับหนึ่ง "


    " นี่คือแผ่นหนังสัญญาประลองเป็นตาย เจ้าทั้งสองเพียงหยดไขกระดูกของพวกเจ้าลงไปยังแผ่นหนังสัญญาทั้งสองผืนนี้ " ชายชรายื่นแผ่นหนังให้กับนนท์ นนท์สะบัดมือกลั่นไขกระดูกออกมาสองหยด


    นนท์พยายามอย่างมากที่จะสยบมายาของไขกระดูกและสีทองของไขกระดูกตน 


    " ครืน " แผ่นหนังทั้งสองสั่นไหวอย่างรุนแรง ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างตื่นตะลึง


    " เกิดอะไรขึ้น ขั้นฝึกเพียงน้อยนิดใยแผ่นหนังถึงได้สั่นรุนแรงขนาดนั้น "


    " เก่งกาจถึงขนาดสยบมายาของไขกระดูกได้ อุ้ยต้าเกา คงเหลือเพียงชื่อก็คราวนี้ "


    " ข้าจำได้ว่าคราที่ยอดยุทธระดับสิบอักขระประลองกัน แผ่นหนังสัญญายังมิได้สั่นไหวรุนแรงขนาดนี้ "


    " ใช่ หรือไอ้หนุ่มคนนี้จะผนึกระดับขั้นที่แท้จริงไว้ " 


    " อุ้ยต้าเกา " ชายชรายื่นแผ่นหนังสัญญาให้อุ้ยต้าเกา


    อุ้ยต้าเการับเอาแผ่นหนังมาด้วยมือที่สั่นเทา เหงื่อกาฬหลั่งไหลจนเปียกชุ่มทั้งตัว ขาข้างหนึ่งพลันอ่อนยวบทรุดเข่าลงแตะพื้น


    " พ่อหนุ่ม การประลองครานี้ ให้ถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะ อุ้ยต้าเกานั้นมิใช่คู่มือของเจ้า " นนท์พยักหน้า


    " เสี่ยวเกาเจ้าว่าเช่นไร " นนท์จ้องยังร่างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกล้ว


    " ข้ายอมแพ้ " นนท์พยักหน้า


    " ข้าได้แต่หวังว่า เจ้าจะมิมาวุ่นวายกับ " นนท์ละเสียงไว้


    " ข้า ข้าจะมิวุ่นวาย " นนท์พยักหน้า


    " ดี " นนท์ยกยิ้ม ชายชราพาอุ้ยต้าเกาลงจากเวที


    " หากหลานเกามิสู้แล้ว ข้าจะสู้เอง " ชายชราเดินขึ้นยังลานประลอง


    " ไอ้สาระเลว เจ้าต้องตาย " ชายชราสะบัดไขกระดูกของลงยังแผ่นหนังทั้งสอง


    " ครืน " ม่านพลังบังเกิดขึ้นครอบลานประลองในทันใด


    " ที่แท้เจ้าตระกูลซานี่เอง " นนท์ยกยิ้ม


    " ตาย " เจ้าตระกูลเกาฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที


    " เปรี้ยง " ปรานสังหารทะยานเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว นนท์ยกยิ้มฟาดฝ่ามือเข้าต้าน


    " ตูม " ร่างของเจ้าตระกูลซาลอยไปกระแทกกับม่านพลัง


    " อั่ก " เลือดเก่าทะลักออกจากเจ็ดทวาร ร่างทั้งร่างของเจ้าตระกูลซาถึงกับแหลกเหลว คลับคล้ายก้อนเนื้อที่ยังหายใจได้


    " อะไรกัน เจ้าตระกูลซาเป็นถึงราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ ยังมิอาจรับฝ่ามือของไอ้หนุ่มนั่นได้ "


    " เสี่ยวเกา ดีจริงที่เจ้าเกิดหวาดกลัวขึ้นก่อน มิเช่นนั้นเจ้าคงตายในฝ่ามือเดียว "


    " ขอรับผู้อาวุโส "


    นนท์มองยังร่างที่แหลกเหลวของเจ้าตระกูลซา แล้วให้หวนคิดถึงร่างของตนที่หลายครั้งต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ 


    " เจ้าตระกูลซา ข้าจะให้โอกาสท่านฟื้นฟูร่างกาย " นนท์นั่งขัดสมาธิรอเจ้าตระกูลซาฟื้นฟูร่างกาย


    " ไอ้สาะเลว " เจ้าตระกูลซาหยัดกายลุกยืนแล้วกลืนโอสถรักษา 


    " ตาย " เจ้าตระกูลซาสะบัดมือเรียกทวนนทีสวรรค์ออกมา


    " ครืน " แรงกดดันแผ่กระจายออกทั่ว 


    " อึก " นนท์ถึงกับสะอึก พลางลุกยืน


    " เจ้าถึงกับใช้มหาศาสตราวุธเทพเชียวรึ " นนท์ยกยิ้ม สะบัดมือเรียกพลองมังกรออกมา


    " ครืน " ปรานสังหาเหี้ยมพุ่งทะยานเข้าหาเจ้าตระกูลซาอย่างรวดเร็ว 


    " อั่ก " เจ้าตระกูลซาทิ้งร่างลงทับกองเลือดของตน ร้องโอดโอยอย่างน่าสังเวช 


    " อ้าก " แรงกดดันจากพลองมังกรบดขยี้ร่างของเจ้าตระกูลซา 


    " กร็อบ " เสียงกระดูกของเจ้าตระกูลซาถูกแรงกดดันของพลองมังกร บดขยี้จนแหลกละเอียด 


    " ต้องมีพลังมากมายเพียงใดจึงจะสามารถใช้มหาศาสตราวุธเทพ เล่นงานคู่ต่อสู้ได้ขนาดนี้ "


    " เจ้าตระกูลซาหาที่ตายแท้ๆ "


    " สิ่งที่ข้าสงสัย แท้จริงแล้วเจ้าตระกูลซาและไอ้หนุ่มนี่ มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนรึไม่ "


    " ผู้อาวุโส เหตุใดเจ้าตระกูลซาจึงมิผสานอักขระเทพแล้วสังหารไอ้สาระเลวนั่น " อุ้ยต้าเกาเอ่ยถาม


    " เสี่ยวเกา ในสัญญาระบุเอาไว้มิให้ผสานอักขระเทพในการประลอง แต่สามารถใช้ทุกอย่างได้ " อุ้ยต้าเกาพยักหน้า แววตาฉายแววอาฆาตออกมา


    " ไอ้สาระเลว " เสียงของเจ้าตระกูลซาเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมทั้งพลังชีวิตที่ใกล้ดับเต็มที


    " ไอ้สาระเลวหยุดมือ " ชายชราผู้หนึ่งร้องขึ้น แล้วทะยานร่างไปยังเหล่าสหายของนนท์ คว้าจับเข้าที่คอของเอี้ยชิง


    " หากเจ้ามิหยุด ข้าจะสังหารไอ้หมอนี่ " นนท์พยักหน้า แล้วเก็บพลองมังกร 


    " ไอ้แก่ ข้าหยุดแล้ว เจ้าก็ปล่อยสิ " นนท์มองยังชายชรา 


    " เจ้ายกเลิกสัญญาประลองเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจึงจะปล่อย " นนท์พยักหน้า เรียกแผ่นหนังสัญญามาแล้วส่งเพลิงสวรรค์เผาแผ่นหนังสัญญา


    " ครืน " ม่านพลังพลันหายวับไป ชายชราทะยานร่างไปยังลานประลองแล้วคว้าร่างของเจ้าตระกูลซาเร่งจากไป


    " ตระกูลซา จงจำไว้ อีกมินาน " นนท์ส่งเสียงทางจิตไปยังเจ้าตระกูลซา


    " อ้าก " เสียงร้องลั่นของเจ้าตระกูลซาดังขึ้น ทำเอาผู้คนมากมายต่างงุนงงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น 


    " เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้น " 


    นนท์มองตามร่างของชายชราตระกูลซาที่ตื่นตระหนก มองยังร่างของเจ้าตระกูลของตน


    " ไอ้หนู เจ้าทำอันใด " หมาป่าส่งเสียงทางจิต


    " ข้าเพียงสั่งสอนกายจิตของมัน " นนท์ตอบกลับ


    " หมาป่า สำนักเบญจธาตุอยู่ที่ใด " หมาป่าฉีกยิ้มในทันที

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน