เมื่อนนท์กลับมาถึงตำหนักได้เริ่มทำการวางบ่อน้ำเทพ และกางค่ายกลเร่งเวลาใส่ไว้ในแหวนห้วงมิติที่หลอมขึ้นใหม่ ทั้งยังสลักอักขระค่ายกลเร่งเวลาไว้ และสร้างภูมิทัศน์ในแหวนห้วงมิติให้เป็นเสมือนโลกมังกร
" นี่แหวนห้วงมิติของพวกเจ้า " เหล่าสหายรับเอาแหวนห้วงมิติจากนนท์
" หากเจ้าจะเข้าไปยังแหวนห้วงมิติ พวกเจ้าควรอยู่ในห้องลับ " เหล่าสหายต่างพยักหน้า
" ไอ้หนู เหตุใดแหวนห้วงมิติถึงใหญ่กว่าเดิมมากนัก " หมาป่าเอ่ยถาม
" เพราะข้าได้ใช้ผลึกดาราห้วงมิติในการหลอม มันจึงใหญ่กว่าเดิมถึงพันเท่า " หมาป่าพยักหน้า
" ข้าจะหลอมอาวุธ " นนท์เรียกบ่อน้ำเทพออกมาแล้วเริ่มทำการหลอมอาวุธออกมากมา
" มหาศาสตารวุธระดับเทพขั้นสูงสุด ยิ่งขั้นฝึกสูงอาวุธที่หลอมได้ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น " นนท์พึมพำ
" พวกเจ้าเลือกเอาเถิด " เหล่าสหายต่างเลือกเอาอาวุธของตน
" ข้าอยากสำรวจรอบแดนเทพ " หมาป่าพยักหน้า
" ข้าว่า ภรรยามิต้องไปมากนัก จะเป็นจุดสนใจมากยิ่ง ให้เย่เอ๋อร์ไปเพียงผู้เดียวก็พอ " หลางจี้เสวี่เอ่ยขึ้น
" เสวี่ยเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าพูดเช่นนั้น " หลางจี้เสวี่ยยกยิ้ม
" แล้วท่านก็จะรู้เอง " นนท์พยักหน้า
" ไปกันเถอะ " นนท์ออกเดินเที่ยวชมทั่วแดนเทพ
" ที่แดนเทพ ก็มิได้ต่างจากโลกเบื้องล่างมากนัก " นนท์พึมพำ
" โอสถเทพรึ " นนท์พึมพำ แล้วเดินเข้าไปในร้าน
" คุณชาย ท่านต้องการซื้อหรือขายเจ้าคะ " เสียงหวามของพนักงานสาวลอยออกมา
" ข้าขอเดินดูรอบๆก่อน " นนท์กวาดตามองทั่วร้าน
" แม่นางเจ้ามี สมุนไพรเทพ หญ้ากายามังกร หญ้าหนวดพยัคฆ์ " นนท์ร่ายรายชื่อสมุนไพรที่ต้องการทั้งหมดสามสิบแปดชนิด
" คุณชายที่ท่านพูดมา โอสถเทพมีครบเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" เอามันมาให้ข้าทั้งหมดสิบเอ็ดชุด " นนท์เอ่ย ท่าทีลังเลของหญิงสาวทำเอานนท์ถึงกับยกยิ้ม แล้วยื่นแหวนมิติให้ดู
" คุณชายรอสักครู่ ข้าจะเร่งไป " นนท์พยักหน้า
" ไอ้หนู เจ้าจะเอาไปทำสิ่งใด " หมาป่าเอ่ยถาม
" ข้าจะหลอมโอสถกายาเทพ " หมาป่างุนงง
" มันคือโอสถแบบใด " นนท์ยกยิ้ม
" มันเป็นโอสถฝึกกาย กายและกระดูกของเจ้าจะแกร่งขึ้นอีกสามเท่า " หมาป่าฉีกยิ้มออกมาทันใด
" พี่เขย หากเป็นเช่นที่ท่านว่า โอสถกายาเทพนี้ ก็อยู่เหนือกว่าโอสถกายทะลวงฟ้า " น้องสิบเอ่ยถาม
" ถูกต้อง เหนือกว่า มันเป็นขั้นที่ห้าของโอสถฝึกกาย " น้องสิบพนักหน้า
" พี่นนท์ แล้วโอสถฝึกกายมีกี่ขั้น " จงซานเอ่ยถาม
" ในตำราโอสถบอกไว้ว่ามีหกขั้น เหลือเพียงขั้นเดียวคือโอสถกายาสวรรค์ " เหล่าสหายต่างยกยิ้ม
" ไอ้หนู เจ้ามิเอาสมุนไพรของโอสถกายาสวรรค์ไปด้วยเล่า " นนท์ส่ายหน้า
" มันมิมีไขกระดูกเทพ " นนท์กระซิบที่หูของหมาป่า
" ไขกระดูกเทพ " หมาป่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
" พี่นนท์ ที่สุสานทวยเทพข้าว่าน่าจะมีโครงกระดูกเทพหลงเหลืออยู่บ้าง " เซียงเหรินฮุยส่งเสียงทางจิต
" อาจมี แต่เท่าที่ข้าตรวจสอบก็มิเห็นมีสิ่งใดนอกจากบ่อน้ำเทพ " นนท์ส่งเสียงตอบกลับ
" คุณชาย สมุนไพรมาแล้วเจ้าค่ะ " นนท์ตรวจสอบสมุนไพร แล้วยื่นผลึกปรานสรรพสิ่งให้ไป
" ไปกันเถอะ " นนท์เดินเคียงคู่หลันอิงเย่ออกมาจากร้านโอสถเทพ
" เย่เอ๋อร์เจ้าเป็นอันใดใยทำสีหน้าเช่นนี้ " นนท์สังเกตุเห็นสีหน้าของภรรยาที่เปลี่ยนไป
" ท่านพี่ เย่เอ๋อร์ " ยังมิทันที่นางจะได้ตอบ ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้าขวางทางไว้
" แม่นางหลัน ท่านจะให้คำตอบข้าได้รึยัง " นนท์พลันพยักหน้า
" คุณชาย แม่นางหลันผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ข้าว่าท่านควรตัดใจจากนางเถิด " นนท์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา เพราะมิอยากให้ชายหนุ่มต้องขายหน้า
" เจ้าว่าเช่นไรนะ " ชายหนุ่มผู้นั้น ชักสีหน้าโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันใด
" ครืน " ปรานเหี้ยมพุ่งเข้าหานนท์ในทันที
" ตูม " เสียงระเบิดดังกึกก้อง นนท์แสร้งเหยียดกายถอยหลังไปสามก้าว
" หยุด พวกเจ้าทำสิ่งใดกัน " เสียงชราดังขึ้น
นนท์หันมองยังชายชราที่ลอยตัวอยู่ในห้วงมิติ " ผู้อาวุโสแปด ข้ากับสหายเพียงหยอกล้อกันเล่น "
นนท์ถึงกับแปลกใจที่ชายหนุ่มนั้นมีไหวพริบรวดเร็ว
" จริงรึ " นนท์พยักหน้าให้ชายชรา
" หากเป็นสหายกัน ข้าก็จะมิว่าอันใด " ชายชราลอยจากไป
" ไอ้สาระเลว เจ้าถึงกับแย่งชิงสตรีที่ข้าหมายปอง " นนท์ส่ายหน้า
" คุณชาย ข้ากับเย่เอ๋อร์ เป็นสามีภรรยากันได้หลายร้อยปีแล้ว เหตุใดท่านจึงว่าข้าแย่งชิงสตรีของท่านกันเล่า " นนท์เอ่ย
" มิว่าจะอย่างไร เจ้าต้องตาย " นนท์พยักหน้า
" แล้วเจ้าจะสังหารข้าได้เช่นไร ที่นี่มีกฎห้ามปะทะมิใช่รึ " นนท์มองยังชายหนุ่ม
" เจ้ากับข้าเข้าประลองเป็นตายกันที่ลานประลอง อีกสามวัน " นนท์พยักหน้ารับคำท้า
" จำไว้อีกสามวันเจอกันที่ลานประลอง " ชายหนุ่มเร่งจากไปในทันที
" ไอ้หนู ยุ่งแล้วสิ " นนท์หันไปมองยังหมาป่า
" ไอ้หนูคนนั้น มันชื่ออุ้ยต้าเกา เป็นนายน้อยลำดับที่ห้าของตระกูลอุ้ย " นนท์พยักหน้า
" ตระกูลอุ้ยนั้นเป็นตระกูลอันดับต้นๆของแดนเทพ " นนท์พยักหน้า
" เจ้าตระกูลอุ้ยหยั่งรู้อักขระเทพได้แปดตัว ผู้อาวุโสสูงสุดเก้าตัว " นนท์ส่ายหน้า
" หมาป่าเจ้ากลัวรึ " นนท์หันมองยังร่างทองที่สีหน้าหวั่นวิตก
" เจ้าลืมแล้วรึ ข้าหยั่งรู้อักขระเทพได้กี่ตัว " หมาป่าฉีกยิ้มออกมาทันที
" ไปเดินเล่นต่อดีกว่า " นนท์ออกเดินเที่ยวชมแดนเทพทั้งยังซิ้อสินแร่มากมาย
" ครานี้ข้าจะมีเรือเหาะขั้นเทพสูงสุดเสียที " นนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเริ่มทำการหลอมเรือเหาะขั้นเทพสูงสูงสุด
" ไอ้หนูเรือเหาะขั้นเทพสูงสุดของเจ้านี่ รวดเร็วเพียงใด " หมาป่าเอ่ยถาม
" จากโลกมังกรไปยังเมืองเพลิงทมิฬเพียงพริบตา " หมาป่าพยักหน้า
" ข้าจะหลอมเรือเหาะแล้วค่อยหลอมโอสถกายาเทพ " เหล่าสหายต่างแยกย้ายไปจัดการเรื่องราวของตน
" นี่คือโอสถกายาเทพ พวกเจ้ารับไป " เหล่าสหายต่างับเอาโอสถกายาเทพ แล้วเร่งไปยังตำหนักของตน
" ภรรยาข้า เริ่มกันเถิด " นนท์พาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติ
" ท่านพี่ ที่นี่ช่างเหมือนกับเจดีย์แปดเหลี่ยมยิ่งนัก " นนท์ยกยิ้ม
นนท์และเหล่าภรรยาเริ่มทำการหลอมโอสถกายาเทพ
" ตูม " นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกายในทันที
" ขั้นที่หกแล้ว " นนท์พึมพำ แล้วเร่งเข้าสู่ด่านฝึกกาย และด่านวิญญาณอสูรในแหวนห้วงมิติ
นนท์วนเวียนอยู่เพียง ด่านฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร ดูดซับน้ำปรานเทพ สยบร่องสวยของภรรยา
" ขั้นที่หกสมบูรณ์แล้ว " นนท์พาเหล่าภรรยาออกจากแหวนห้วงมิติ
" เวลาจริงเพียงวันเดียว " เหล่าภรรยาต่างตกใจ
" ท่านพี่ หลิงเอ๋อร์รู้สึกว่าพวกเราใช้เวลาในในแหวนห้วงมิติถึงสามหมื่นวัน แต่ข้างนอกกลับผ่านไปเพียงวันเดียว " นนท์ยกยิ้ม
" หลิงเอ๋อร์ แร่ทองนทียอดเยี่ยมยิ่งนักสามารถเร่งเวลาได้ถึงสามหมื่นเท่า " เหล่าภรรยาต่างพยักหน้า นนท์หันมองเหล่าภรรยา
" สามี ท่านมองพวกเราเช่นนี้ ท่านหมายความว่าเช่นไร " หลางจี่เสวี่เอ่ยถาม
" เหตุใดพวกเจ้าจึงยังมิตั้งครรภ์บุตรของขัา " นนท์เอ่ยถาม
" ท่านต้องการบุตรรึ " นนท์พยักหน้า
" เหตุใด ท่านเพิ่งมาบอก เหล่าภรรยาของท่านรอให้ท่านบอกเรื่งนี้มาเนิ่นนานแล้ว " นนท์ฉีกยิ้มจนถึงหู พาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติแล้วเริ่มทำการสยบภรรยาทั้งหลายอีกครา
" ไปกันเถอะ ได้เวลาแล้ว " นนท์พาเหล่าภรรยาทั้งหลาออกจากแหวนห้วงมิติ
" ไอ้หนู แหวนห้วงมิติวงใหม่นี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์พยักหน้า
" พี่เขย แม่น้ำในแหวนห้วงมิติ คือแม่น้ำปรานเทพใช่รึไม่ " นนท์พนักหน้า
" หากพวกเจ้าต้องการ ผลึกปรานเทพ พวกเจ้าเพียงเอาหินปรานเทพล้านชั่งมาหลอมจะได้ผลึกปรานเทพหนึ่งก้อน " เหล่าสหายต่างพยักหน้า
" นี่คือบ่อน้ำเทพ ที่ยังมิได้ใส่สายอัสนีปรานเทพ พวกเจ้าเก็บเอาไว้ " เหล่าสหายรับเอาไว้
" เตานทีใบนี้ข้าใส่สายอัสนีปรานเทพไว้หมื่นเส้น หากบ่อน้ำเทพของพวกเจ้าพลังลดลง เจ้าเพียงนำเอาสายอัสนีใส่ลงไปหนึ่งเส้น พลังของบ่อน้ำเทพก็จะฟื้นฟูดังเดิม " หมาป่าฉีกยิ้มจนถึงหู
" ไอ้หนู เวลาหนึ่งเดือนของเจ้า จวนจะหมดแล้ว หากเจ้าไปแล้วก็มิรู้ว่าเจ้าจะได้มาอีกเมื่อใด " นนท์พยักหน้า
" เจ้ามิต้องกังวล ข้าจะหาทางมาพบพวกเจ้าให้ได้ " นนท์พยักหน้า
" ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ " นนท์ออกเดินทางไปยังลานประลอง
" อุ้ยต้าเกา คู่ประลองของเจ้ายังมิมาอีกรึ " ชายชราผู้หนึ่งที่รับหน้าที่เป็นกรรมาการเอ่ยถาม
" ข้ามาแล้ว " นนท์เดินขึ้นยังลานประลอง
" เจ้าชื่อว่าเช่นใด " ชายชราเอ่ย
" ผู้อาวุโส ข้าโจวนนท์ " นนท์ประสานสองมือ
" นี่รึโจวนนท์ อันดับหนึ่งนอกแดนเทพ "
" ใช่ ขั้นฝึกก็มิได้สูงมากนัก แต่เหตุใดจึงเป็นอันดับหนึงได้ "
" ข้าว่าผู้คนนอกแดนเทพนั้น คงจะอ่อนแอมาก เพียงราชันย์ขั้นกลางยังเป็นได้ถึงอันดับหนึ่ง "
" นี่คือแผ่นหนังสัญญาประลองเป็นตาย เจ้าทั้งสองเพียงหยดไขกระดูกของพวกเจ้าลงไปยังแผ่นหนังสัญญาทั้งสองผืนนี้ " ชายชรายื่นแผ่นหนังให้กับนนท์ นนท์สะบัดมือกลั่นไขกระดูกออกมาสองหยด
นนท์พยายามอย่างมากที่จะสยบมายาของไขกระดูกและสีทองของไขกระดูกตน
" ครืน " แผ่นหนังทั้งสองสั่นไหวอย่างรุนแรง ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างตื่นตะลึง
" เกิดอะไรขึ้น ขั้นฝึกเพียงน้อยนิดใยแผ่นหนังถึงได้สั่นรุนแรงขนาดนั้น "
" เก่งกาจถึงขนาดสยบมายาของไขกระดูกได้ อุ้ยต้าเกา คงเหลือเพียงชื่อก็คราวนี้ "
" ข้าจำได้ว่าคราที่ยอดยุทธระดับสิบอักขระประลองกัน แผ่นหนังสัญญายังมิได้สั่นไหวรุนแรงขนาดนี้ "
" ใช่ หรือไอ้หนุ่มคนนี้จะผนึกระดับขั้นที่แท้จริงไว้ "
" อุ้ยต้าเกา " ชายชรายื่นแผ่นหนังสัญญาให้อุ้ยต้าเกา
อุ้ยต้าเการับเอาแผ่นหนังมาด้วยมือที่สั่นเทา เหงื่อกาฬหลั่งไหลจนเปียกชุ่มทั้งตัว ขาข้างหนึ่งพลันอ่อนยวบทรุดเข่าลงแตะพื้น
" พ่อหนุ่ม การประลองครานี้ ให้ถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะ อุ้ยต้าเกานั้นมิใช่คู่มือของเจ้า " นนท์พยักหน้า
" เสี่ยวเกาเจ้าว่าเช่นไร " นนท์จ้องยังร่างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกล้ว
" ข้ายอมแพ้ " นนท์พยักหน้า
" ข้าได้แต่หวังว่า เจ้าจะมิมาวุ่นวายกับ " นนท์ละเสียงไว้
" ข้า ข้าจะมิวุ่นวาย " นนท์พยักหน้า
" ดี " นนท์ยกยิ้ม ชายชราพาอุ้ยต้าเกาลงจากเวที
" หากหลานเกามิสู้แล้ว ข้าจะสู้เอง " ชายชราเดินขึ้นยังลานประลอง
" ไอ้สาระเลว เจ้าต้องตาย " ชายชราสะบัดไขกระดูกของลงยังแผ่นหนังทั้งสอง
" ครืน " ม่านพลังบังเกิดขึ้นครอบลานประลองในทันใด
" ที่แท้เจ้าตระกูลซานี่เอง " นนท์ยกยิ้ม
" ตาย " เจ้าตระกูลเกาฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที
" เปรี้ยง " ปรานสังหารทะยานเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว นนท์ยกยิ้มฟาดฝ่ามือเข้าต้าน
" ตูม " ร่างของเจ้าตระกูลซาลอยไปกระแทกกับม่านพลัง
" อั่ก " เลือดเก่าทะลักออกจากเจ็ดทวาร ร่างทั้งร่างของเจ้าตระกูลซาถึงกับแหลกเหลว คลับคล้ายก้อนเนื้อที่ยังหายใจได้
" อะไรกัน เจ้าตระกูลซาเป็นถึงราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ ยังมิอาจรับฝ่ามือของไอ้หนุ่มนั่นได้ "
" เสี่ยวเกา ดีจริงที่เจ้าเกิดหวาดกลัวขึ้นก่อน มิเช่นนั้นเจ้าคงตายในฝ่ามือเดียว "
" ขอรับผู้อาวุโส "
นนท์มองยังร่างที่แหลกเหลวของเจ้าตระกูลซา แล้วให้หวนคิดถึงร่างของตนที่หลายครั้งต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้
" เจ้าตระกูลซา ข้าจะให้โอกาสท่านฟื้นฟูร่างกาย " นนท์นั่งขัดสมาธิรอเจ้าตระกูลซาฟื้นฟูร่างกาย
" ไอ้สาะเลว " เจ้าตระกูลซาหยัดกายลุกยืนแล้วกลืนโอสถรักษา
" ตาย " เจ้าตระกูลซาสะบัดมือเรียกทวนนทีสวรรค์ออกมา
" ครืน " แรงกดดันแผ่กระจายออกทั่ว
" อึก " นนท์ถึงกับสะอึก พลางลุกยืน
" เจ้าถึงกับใช้มหาศาสตราวุธเทพเชียวรึ " นนท์ยกยิ้ม สะบัดมือเรียกพลองมังกรออกมา
" ครืน " ปรานสังหาเหี้ยมพุ่งทะยานเข้าหาเจ้าตระกูลซาอย่างรวดเร็ว
" อั่ก " เจ้าตระกูลซาทิ้งร่างลงทับกองเลือดของตน ร้องโอดโอยอย่างน่าสังเวช
" อ้าก " แรงกดดันจากพลองมังกรบดขยี้ร่างของเจ้าตระกูลซา
" กร็อบ " เสียงกระดูกของเจ้าตระกูลซาถูกแรงกดดันของพลองมังกร บดขยี้จนแหลกละเอียด
" ต้องมีพลังมากมายเพียงใดจึงจะสามารถใช้มหาศาสตราวุธเทพ เล่นงานคู่ต่อสู้ได้ขนาดนี้ "
" เจ้าตระกูลซาหาที่ตายแท้ๆ "
" สิ่งที่ข้าสงสัย แท้จริงแล้วเจ้าตระกูลซาและไอ้หนุ่มนี่ มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนรึไม่ "
" ผู้อาวุโส เหตุใดเจ้าตระกูลซาจึงมิผสานอักขระเทพแล้วสังหารไอ้สาระเลวนั่น " อุ้ยต้าเกาเอ่ยถาม
" เสี่ยวเกา ในสัญญาระบุเอาไว้มิให้ผสานอักขระเทพในการประลอง แต่สามารถใช้ทุกอย่างได้ " อุ้ยต้าเกาพยักหน้า แววตาฉายแววอาฆาตออกมา
" ไอ้สาระเลว " เสียงของเจ้าตระกูลซาเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมทั้งพลังชีวิตที่ใกล้ดับเต็มที
" ไอ้สาระเลวหยุดมือ " ชายชราผู้หนึ่งร้องขึ้น แล้วทะยานร่างไปยังเหล่าสหายของนนท์ คว้าจับเข้าที่คอของเอี้ยชิง
" หากเจ้ามิหยุด ข้าจะสังหารไอ้หมอนี่ " นนท์พยักหน้า แล้วเก็บพลองมังกร
" ไอ้แก่ ข้าหยุดแล้ว เจ้าก็ปล่อยสิ " นนท์มองยังชายชรา
" เจ้ายกเลิกสัญญาประลองเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจึงจะปล่อย " นนท์พยักหน้า เรียกแผ่นหนังสัญญามาแล้วส่งเพลิงสวรรค์เผาแผ่นหนังสัญญา
" ครืน " ม่านพลังพลันหายวับไป ชายชราทะยานร่างไปยังลานประลองแล้วคว้าร่างของเจ้าตระกูลซาเร่งจากไป
" ตระกูลซา จงจำไว้ อีกมินาน " นนท์ส่งเสียงทางจิตไปยังเจ้าตระกูลซา
" อ้าก " เสียงร้องลั่นของเจ้าตระกูลซาดังขึ้น ทำเอาผู้คนมากมายต่างงุนงงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
" เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้น "
นนท์มองตามร่างของชายชราตระกูลซาที่ตื่นตระหนก มองยังร่างของเจ้าตระกูลของตน
" ไอ้หนู เจ้าทำอันใด " หมาป่าส่งเสียงทางจิต
" ข้าเพียงสั่งสอนกายจิตของมัน " นนท์ตอบกลับ
" หมาป่า สำนักเบญจธาตุอยู่ที่ใด " หมาป่าฉีกยิ้มในทันที