ตอนที่สี่สิบเอ็ด The soul of man
คนเราไม่สามารถเอาราคามากำหนดชีวิตของคนคนหนึ่งได้
แต่ในเวลาสงครามหรือความวุ่นวายเกิดขึ้นทำให้ชีวิตของคนมีราคาเท่าสุนัขฟาง
นี่คือสาเหตุที่ทำให้ชาวจงหยวนเราทุกคนติดหนี้บุญคุณท่านเหมาไท่จู่ที่ช่วยสยบความวุ่นวายรวมชนชาวเราให้เป็นหนึ่งอีกครั้ง
สาเหตุที่ผมไม่คิดจะแก้แค้นอวิ๋นซวงหรือฮ่องเต้เพราะอีกสาเหตุหนึ่งคือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นเพราะการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
นครลั่วหยางที่เคยเป็นเมืองเอกเมืองหลวงหลายราชวงศ์ยังมีคนอดอยากและคนไร้บ้านอยู่กันเต็มไปหมด
แผ่นดินจงหยวนจะรองรับสงครามแบ่งชิงอำนาจกันได้อีกกี่ครั้งกัน?
แต่เราไม่ทำอะไรเขาใช่ว่าเขาไม่ทำอะไรเรา
นี่คือยุคศักดินาล้าหลัง
ไม่ใช่ยุคของคนที่ใจกว้างอย่างท่านเหมาไท่จู่ที่ยอมไว้ชีวิตพวกราชสกุลอ้ายซิงเจี๋ยหลอปูยีให้มีชีวิตต่อไปเพราะท่านคือวีรบุรุษที่จิตใจกว้างขวาง
แต่อวิ๋นซวงและฮ่องเต้นั้นคือคนที่ห่างไกลจากคำว่าจิตใจกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ผู้หนึ่ง
ที่จะพึ่งพาได้คงมีแค่หนึ่งกระบี่นี้เท่านั้นกระมัง?
กระบี่อรุณสั่นพ้องเล็กน้อยราวกับรับรู้ได้ถึงจิตใจของเขา
อาหู่ผงะออกเล็กน้อยเมื่อกระบี่คำรามขึ้นมาอย่างเขาไม่ทันตั้งตัว
“ไม่ต้องกังวลหรอกอาหู่กระบี่อรุณรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกับการต่อสู้ที่จะมาถึงน่ะ”
ผมสาดสองสายตาออกไปข้างนอกห้อง
แม้จะมีผนังกั้นอยู่แต่ประสาทสัมผัสของผมแตกต่างไปจากมนุษย์หลังจากที่สร้างกระบี่อรุณขึ้นมาสัมผัสได้ถึงสิ่งอื่นที่ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยดวงตา
ไกลออกไปมีคนที่จ้องจะเล่นงานผมอยู่
อาหู่จ้องมองนายท่านของตนเองที่มีบุคลิกเคร่งขรึมสมแล้วที่เป้นบุตรมังกรของนายใหญ่ ช่างเป็นมังกรในมวลมนุษย์อย่างแท้จริง
ยกมือวางเท้าก็มีบารมีข่มใจผู้คน
แม้ยามอยู่ในชุดไว้ทุกข์สีขาวก็ยังไม่ด้อยไปซึ่งรัศมีของราชันย์มวลมังกรแห่งแผ่นดิน
ผมพยักหน้าไปทางอาหู่ที่ท่าทางจะใจลอยอยู่
“เตรียมตัวเดินทางต่อเถอะเส้นทางสู่ฉู่นั้นยาวไกลนัก”