หลังจากที่พวกยูหมิงเล่นเกมส์จบพวกเขาก็ได้ไปเอารางวัลพิเศษและรีบกลับออกมาซึ่งต่างคนต่างได้แยกย้ายไปเดินเที่ยวในเมืองหลวงตามใจของตัวเองโดยที่ก่อนจะแยกกันชิเฟิงเด็กหนุ่มผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมส์ก็ได้ขอเบอร์ยูหมิงเอาไว้แล้วค่อยจากไป
ยูหมิงที่แยกตัวออกมาก็ได้เดินมาที่ร้านค้าแห่งหนึ่งที่เป็นร้านขายของเก่าแก่ซึ่งรอบๆร้านไม่ค่อยมีผู้คน แต่ภายในร้านมีคนกําลังคุยกันอยู่
ด้วยความที่สนใจและมีเวลาว่างยูหมิงจึงเลือกเดินเข้าไปภายใน้ร้านเพราะกะว่าจะหาบางอย่างไปด้วย
“ ลุงเจ้าของร้านนี่มันของแท้รึเปล่า ? ’’ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูดีในเชิงนายน้อยได้ถามชายวัยกลางคนตรงหน้าในขณะที่มองดูแจกันโบราณใบหนึ่งเขาคนนี้คือ ลี่หยาน !
“ ของแท้แน่นอนอยู่แล้วคุณชาย ! ’’ ชายวัยกลางยิ้มแย้มพยักหน้าระรัวตอบกลับไป
“ แล้วนี่ล่ะของแท้รึเปล่า ? ’’ ชายหนุ่มอีกคนที่ดูหยิ่งยโสถามถึงภาพวาดโบราณที่ถูกแฝนไว้บนผนังข้างๆหลังร้านเขาคนนี้คือ จู้ยัน !
“ นี่คือภาพวาดแม่ทัพในสมัยราชวงศ์ถังซึ่งคุณชายก็น่าจะดูออกอยู่แล้วว่ามันของแท้รึเปล่า? ’’ ชายวัยกลางคนไม่ได้ตอบไปในทันทีแต่กลับยิ้มให้อีกฝ่ายแทน
“ โอ้ ! ถ้างั้นก็ของแท้สินะ ! ’’ จู้ยันยิ้มอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกําลังประจบเขาแต่นั่นก็ไม่ได้ทําให้เขาดีใจอะไรมากเพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าความสามารถในการมองของเก่าของเขาน่ะมันไม่ธรรมดา!
ลี่หยานก็ได้แต่หัวเราะเบาๆโดยไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงมองดูภาพวาดโบราณที่มีแม่ทัพอยู่ในนั้นเขาก็ดูออกแล้วว่านั่นน่ะเป็นของที่เพิ่งถูกสร้างได้ไม่นานนักเพียงแต่มันถูกสร้างด้วยวิธีการบางอย่างจึงทําให้มันดูเหมือนของเก่า
“ ลี่หยานแกหัวเราะอะไร ? ’’ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ จู้ยันก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความไม่สบอารมณ์เพราะอีกฝ่ายคือศัตรูในชีวิตรักของเขา !
“ ฉันก็แค่นึกถึงเรื่องบางเรื่องเท่านั้นน่ะ’’ ลี่หยานพูดเขาไม่ต้องการจะบอกอีกฝ่ายที่มั่นใจตัวเองมากเกินไปว่าภาพวาดนั่นเป็นของปลอมเพราะยังไงซะถ้าอีกฝ่ายซื้อของปลอมไปเขาเองก็จะสะใจไม่ใช่น้อย
ในขณะที่ทั้งสองคนกําลังประชันสายตากันยูหมิงก็ได้เดินเข้ามาพอดีแล้วบังเอิญสังเกตเห็นถึงกล่องตลับไม้ที่ดูโบราณเขาจึงอดใจไม่ได้ที่จะเดินไปเปิดมันดูก่อนจะพบว่าข้างในมีเข็มสําหรับใช้ฝังเข็มอยู่พวกมันมีทั้งหมด 54 เล่ม เขาจึงรู้สึกประหลาดใจไม่ใช่น้อย‘ เข็มพวกนี้อย่างน้อยก็ต้องมีอายุมามากกว่าสองพันปี... ’’ แววตาที่มองไปยังมันของเขาฉายให้เห็นถึงความประหลาดใจ
“ ลุง ! กล่องตลับฝังเข็มกล่องนี้เท่าไหร่? ’’ ยูหมิงถามชายวัยกลางคนที่เป็นเจ้าข้องร้าน
“ หนึ่งพันหยวนน่ะคุณชาย ! ’’ เจ้าของร้านเห็นว่าคนที่ถามเป็นถึงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่แต่งตัวดีจึงบอกราคาออกไป
“ อืม ขอเลขบัญชีด้วยผมจะโอนให้ผ่านทางออนไลน์’’ ยูหมิงพยักหน้า
“ เหอะๆนายมันโง่รึเปล่าที่คิดจะเสียเงินตั้งพันหยวนซื้อเข็มกากๆพวกนั้น ! ’’ จู้ยันที่สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มที่มาใหม่ตั้งใจซื้อเข็มที่ดูธรรมดาด้วยราคาหนึ่งพันหยวนก็อดไม่ได้ที่จะพูดเยาะเย้ยออกมา
ลี่หยานเองก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วพูดด้วยความหวังดี “ ฉันไม่รู้ว่านายชื่ออะไรหรอกนะ แต่ทางที่ดีนายอย่าซื้อเข็มนั่นจะดีกว่าเพราะมันไม่คุ้มค่ากับราคาพันหยวนเลย ’’
“ ขอบคุณ ’’ ยูหมิงหันไปมองลี่หยานด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยเขารู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายเตือนเขา อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องปฏิเสธความหวังดีนั้นไปเพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขากําลังจะซื้อน่ะมันคุ้มค่าเกินราคาเสียอีกเพราะถ้าเอาไปให้คนที่ตรวจสอบเป็นจริงๆเขาก็มั่นใจเป็นอย่างมากว่ามันจะต้องได้ราคาเกินหนึ่งพันหยวนอย่างแน่นอน!
“ ผมไม่โง่หรอก ! คุณต่างหากล่ะที่โง่ !’’ หลังจากที่พูดกับลี่หยานเสร็จยูหมิงก็หันไปทางจู้ยันแล้วมองอย่างเฉยเมย เขาน่ะได้ยินมาตั้งแต่หน้าร้านแล้วว่าอีกฝ่ายจะซื้อภาพวาดโบราณนั่นทั้งๆที่อายุของมันไม่ได้เก่าแก่เหมือนอย่างที่เห็นเลยด้วยซํ้า ช่างเป็นคนโง่จริงๆ
“ หา ! แกว่าไงนะ ! ’’ จู้ยันหน้าตึงขมวดคิ้วเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนที่มาใหม่อย่างหมอนี่จะกล้ามาปะทะวาจากับเขาและด่าว่าเขาโง่
นี่มันจะเกินไปแล้ว !
เขาคงต้องสั่งสอนมันบ้าง !
“ เหอๆ ’’ ยูหมิงส่ายหัวก่อนจะพูดกับเจ้าของร้าน“ เร็วสิลุง รีบเอาบัญชีมา ’’
“ ดะ...ได้ ! ’’ เจ้าของร้านพยักหน้าอย่างงุนงงก่อนจะบอกเลขบัญชีไปจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับเงินมาจํานวนหนึ่งพันหยวนผ่านทางบัญชีออนไลน์
ลี่หยานก็ได้แต่มองไปยังยูหมิงอย่างช่วยไม่ได้เขาอุส่าห์เตือนแล้วแท้ๆแต่อีกฝ่ายก็ยังซื้อมันอีกไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโง่หรือแกล้งโง่กันแน่
เมื่อยูหมิงได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเขาก็หันหลังเตรียมกลับทันทีแต่ในขณะที่เขากําลังจะก้าวเท้าเดินเสียงของจู้ยันก็ดังตามหลังมาหยุดเขาเอาไว้ก่อน “ เฮ้ย ! แกน่ะไม่รู้รึไงว่าฉันเป็นใคร ? มาด่าว่าฉันโง่ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอะไรนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?! ’’
จู้ยันในตอนนี้หน้าตึงจัด เขาเตรียมที่จะสั่งสอนไอ้หมอนี่เพื่อระบายอารมณ์ที่ถูกทําให้ขึ้นเอาซะเลย
“ เหอๆ ผมจะบอกอะไรให้คุณฟังนะภาพวาดนั่นน่ะคุณจะซื้อไปก็ไม่เป็นไรหรอกอย่างไรก็ตามหากคุณต้องการหลักฐานผมก็จะบอกมันให้ฟังเอง ! ’’ ยูหมิงหันกลับไปแล้วส่ายหัวก่อนจะพูด “ ภาพวาดนั่นน่ะอย่างมากก็อายุไม่ถึงหนึ่งปีหรอกหากคุณไม่เชื่อคุณก็ลองนําไฟฉายไปส่องมันดูสิ แล้วเดี๋ยวคุณก็รู้เอง ’’
ในเมื่อต้องการหลักฐานเขาก็จะจัดให้ !
“ เหอะๆแล้วถ้ามันไม่เกิดอะไรขึ้นล่ะแกจะทํายังไง กล้าก้มหัวขอโทษฉันไหม ? ’’ ทางด้านจู้ยันไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดหรอกเขาเพียงแค่ต้องการระบายอารมณ์กับคนโง่เท่านั้นเอง เพราะเขาเชื่ออยู่แล้วว่าภาพวาดนั่นไม่มีทางเป็นของปลอมเด็ดขาด!
“ ก้มหัวขอโทษคุณ ? เหอๆ !มันไม่มีวันนั้นซะหรอกแต่ก็เอาเถอะถ้าหากภาพวาดนั่นเป็นของจริงผมก็จะทําตามอย่างที่คุณว่าเลยอย่างไรก็ตาม… ’’ ยูหมิงมองอีกฝ่ายแล้วส่ายหัวด้วยความช่วยไม่ได้“ อย่างไรก็ตามถ้านั่นเป็นของจริงคุณจะให้อะไรผมล่ะ ? เพราะดูท่ามันจะไม่คุ้มเอาเสียเลยนะที่ผมต้องไปก้มหัวขอโทษคุณหากผมแพ้ !’’ เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะคอยเดินตามเกมส์ของคนอื่นหรอกนะ
ในเมื่ออีกฝ่ายจะเล่นพนันกับเขา เขาก็ไม่เคยกลัวอยู่แล้วเพราะยังไงซะผลแพ้ชนะมันก็รู้ๆกันอยู่อะนะ !
“ หึ หึ แกกล้าท้าฉันพนัน ? ก็ดี !ถ้านั่นเป็นภาพวาดของปลอมจริงไม่เพียงฉันจะให้เงินแกหนึ่งล้านหยวนแต่ฉันจะเรียกแกว่าปู่เลยเอ้า! ’’ จู้ยันที่ถูกท้าก็รู้สึกช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะในสายตาของเขาอีกฝ่ายเป็นเพียงคนโง่เท่านั้นแหละ
“ เรียกผมว่าปู่ ? ผมไม่ต้องการ! เพราะงั้นเพิ่มเป็นสองล้านหยวนจะดีกว่า ! ’’ ยูหมิงปฏิเสธอย่างเด็ดขาดอีกฝ่ายน่ะไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเรียกเขาอย่างนั้นหรอก
แล้วเรื่องอะไรเขาถึงจะยอมให้อีกฝ่ายเรียก ?
ฝันไปเถอะ !
ทางด้านลี่หยานที่ยืนดูการปะทะวาจาของทั้งสองคนอยู่นานแล้วก็ได้ขมวดคิ้ว ‘ หรือว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นนักประเมินวัตถุ ? เพราะดูท่าแล้วเขาเองก็น่าจะมีความรู้ไม่ใช่น้อยเหมือนกันถึงได้รู้ว่าภาพวาดนั่นเพิ่งถูกสร้างได้ไม่นาน’ อย่างไรก็ตามลี่หยานก็ต้องส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าภาพวาดนั่นจะถูกสร้างโดยที่ยังไม่ถึงหนึ่งปี
แล้วไอ้วิธีตรวจสอบนั่นอีก มันจะใช้ได้ผลจริงเรอะ ?
เฮ้อ...ครั้งนี้ใครจะแพ้ใครจะชนะเขาคงได้แต่มองดูเท่านั้นแหละนะ!
“ ดี ! สองล้านหยวนก็สองล้านหยวน ! ’’ จู้ยันรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขาเรียกว่า “ปู่ ’’ แต่เขาก็ไม่ได้อะไรเพราะถ้าเกิดซวยแล้วภาพวาดนั่นเป็นของปลอมจริงๆอย่างมากก็แค่จ่ายเงินออกไปสองล้านหยวนแน่นอนว่าเขามั่นใจอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน !
อีกทางด้านหนึ่ง หลังของเจ้าของร้านในตอนนี้มีเหงื่อแตกพลั่กเขาได้แต่มองไปยังยูหมิงด้วยแววตาซับซ้อนที่ปรากฏความหวาดกลัวเพราะเขารู้ดีว่าภาพวาดนั่นน่ะมันเป็นยังไง ยิ่งไอ้วิธีตรวจสอบนั่นอีกเขาสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายต้องเป็นนักประเมินวัตถุที่เก่งกาจคนหนึ่ง
ทว่าเขาสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องที่อีกฝ่ายเก่งกาจถึงขั้นสามารถดูออกและฟันธงได้ในพริบตาแต่ทําไมถึงได้เลือกซื้อของธรรมดาอย่างกล่องตลับเข็มนั่นไป ?
“ เจ้าของร้านถ้าผมต้องการทดสอบนั่นคงจะไม่เป็นไรใช่ไหม? ’’ จู้ยันหันไปทางเจ้าของร้านแล้วถาม
ยูหมิงก็เพียงมองดูอย่างเงียบๆ
“ เอ่อ… ’’ เจ้าของร้านที่ถูกถามถึงกับไปไม่ถูกเลยเขาไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีเพราะถ้าเขาให้อีกฝ่ายทดลองนั่นก็จะเท่ากับเป็นการบอกว่าร้านของเขามีของปลอมแต่ถ้าเขายืนยันด้วยตัวเองว่ามันเป็นของปลอมตั้งแต่เริ่มนั่นก็จะทําให้เขาเสียหน้าได้เพราะเขาเพิ่งบอกไปเองหยกๆว่ามันเป็นของแท้ แล้วนี่เขาควรจะทํายังไงดี ?!
ทางด้านจู้ยันที่ได้เห็นการแสดงออกของเจ้าของร้านก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันแปลกๆ “ ช่างเถอะ ยังไงซะแค่ฉายไฟฉายนิดๆหน่อยๆคงจะไม่เป็นไรหรอก ’’ โดยไม่รอช้า เขาหยิบไฟฉายที่วางไว้บนโต๊ะของเจ้าของร้านมา และเปิดมันทันที
จากนั้นเขาก็นํามันหันไปยังทิศทางของภาพวาดโบราณแล้วฉายไปบนภาพวาดนั่นใกล้ๆทันที
ภาพวาดที่ถูกไฟสว่างฉายกวาดผ่านก็ปรากฏกลิ่นไหม้เบาๆออกมา
จู้ยันที่ได้กลิ่นถึงกับต้องขมวดคิ้ว “ อะไรกัน ? ทําไมภาพวาดนี่ถึงได้มีกลิ่นไหม้หลังจากที่ฉายไฟฉายเพียงแค่แป๊บเดียวได้ล่ะ? ’’ เขาสงสัยเป็นอย่างมากเพราะเพียงแค่ฉายไฟฉายไปแป๊บเดียวมันจะไหม้ได้เลยเหรอ ? บ้าเกินไปหน่อยมั้งนี่เขาไม่ได้จุดไฟเผามันซักหน่อยนะ!
เจ้าของร้านที่ได้ยินคําถามก็ได้แต่ยืนตัวสั่นงกๆโดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาดี
ส่วนลี่หยานนั้นก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นไปอีก ‘ กลิ่นไหม้ ? หรือว่ามันจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับภาพวาดนั่น? ’ ในความคิดของเขาการเกิดกลิ่นไหม้เพียงเพราะไฟฉายมันคงจะเกิดจากอะไรบางอย่างแน่ซึ่งนั่นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร
‘ รึว่ามันจะเป็นของปลอมจริงๆวะ ? ’ เห็นท่าทีของเจ้าของร้าน จู้ยันก็สามารถบอกได้ทันทีว่ามันมีโอกาสไม่น้อยที่ภาพวาดนั่นจะเป็นของปลอมเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปทางชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเพื่อรอคําตอบ
เพราะคงมีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละที่สามารถบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนอกจากเจ้าของร้าน!
เมื่อมองเห็นสายตาทั้งสองคู่ที่จับจ้องมา ยูหมิงก็เปิดปากพูดขึ้นในขณะที่มองดูภาพวาดนั่นทันที “ พวกคุณสงสัยกันไหมล่ะว่าทําไมภาพวาดนั่นถึงได้ดูเก่าแก่โบราณนักทั้งๆที่มันไม่ควรจะมีอยู่หรือหาได้ง่ายตามท้องถนนเช่นนี้ หึ หึ หากเป็นคนโง่ก็คงถูกตบตาไปแล้วล่ะแต่ว่านะด้วยความที่ผมบังเอิญผ่านมาพอดีผมสามารถบอกได้ทันทีเลยว่าภาพวาดนั่นน่ะเพียงถูกทําขึ้นมาด้วยวัสดุพิเศษบางอย่างด้วยความที่มันเป็นวัสดุพิเศษมันจึงทําให้สามารถแปลงโฉมให้เหมือนของเก่าแก่โบราณได้ง่ายทว่า…’’ เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “ ทว่าด้วยความพิเศษนี้ของมันมันจึงทําให้เสื่อมสลายได้โดยง่าย แน่นอนว่าวิธีการตรวจสอบนั้นก็ง่ายๆเพียงแค่ใช้ไฟฉายหรืออะไรบางอย่างที่มีความร้อนพอดีไปกระทบโดนมันใกล้ๆเราก็จะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนยิ่งถ้าใช้ไฟจริงๆเข้าไปใกล้มันเพียงนิดมันก็คงจะสลายไปได้ทุกเมื่อเลยล่ะนี่เลยเป็นเหตุที่ทําให้มันโดนฉายไฟเพียงแป๊บเดียวก็เกิดกลิ่นไหม้ยังไงล่ะ !’’
“ สุดท้ายนี้พวกคุณไม่เคยสงสัยกันบ้างเหรอว่าทําไมที่ร้านนี้ถึงได้มืดครึ้มแบบนี้? ’’ ยูหมิงมองไปยังจู้ยันและลี่หยานก่อนจะกวาดตาไปทั่วทั้งร้านเป็นเชิงให้ทั้งสองคนมองตาม
ทั้งสองคนที่ได้กวาดตามองตามก็ต้องตกตะลึงเพราะพวกเขาพบว่าร้านนี้มันมืดครึ้มจริงๆนั่นแหละดังนั้นในตอนนี้พวกเขาสามารถบอกได้ทันทีเลยว่าที่ชายหนุ่มพูดมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง!
“ ชะ...ใช่ ! มันเป็นความจริงที่มันเป็นของปลอม !ว่าแต่คุณรู้ได้อย่างไร ?! ’’ ทางด้านเจ้าของร้านในตอนนี้เขาช็อคซะยิ่งกว่าช็อคเพราะวัสดุพิเศษที่ใช้ทําภาพวาดนั้นไม่ใช่อะไรทั่วไปที่ใครจะมองออกได้แม้แต่นักประเมินวัตถุก็ตาม !
ลี่หยานและจู้ยันที่ได้เห็นอาการช็อคของเจ้าของร้านพวกเขาก็ถึงกับผงะไปตามๆกัน
“ ผมจะรู้ได้อย่างไรนั้นไม่สําคัญ ! ’’ ยูหมิงส่ายหัวและหันไปทางจู้ยัน“ ผลแพ้ชนะครั้งนี้เราก็รู้ๆกันแล้วดังนั้นคุณอย่าลืมโอนเงินสองล้านหยวนมาให้ผมล่ะ อ้อเลขบัญชีผมน่ะถามเอาจากเจ้าของร้านได้เลย ผมไปก่อนล่ะ ! ’’ เขามีแผนจะไปทําอย่างอื่นต่อจึงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อให้เสียเวลาอีก
ยูหมิงเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สนใจสายตาตกตะลึงทั้งสามที่มองมายังแผ่นหลังของเขา!