ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 34 : มีคนกำลังมา

    "ท่านลุงเจียท่านค่อยๆ เดินตามข้ามมานะ" น้ำเสียงเซี่ยซีหานเต็มไปด้วยความห่วงใย


    "ข้าไม่ใช่คนพิการ" เจียตัวพูดทั้งๆ ที่มือยังจับไหล่เซี่ยซีหานอยู่ บางครั้งเขาก็สะดุดพื้นถ้าไม่ได้เซี่ยซีหานบอก


    คณะนักรบที่เดินตามต่างหัวเราะ เหอหมิ่นนักรบอาวุโสส่ายหน้า


    ...


    เดินกันอยู่นานจนผ่านทางลัดเลาะมากมาย และแล้วหูของเจียตัวอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เจียตัวบีบไหล่เซี่ยซีหานแรง พร้อมเอานิ้วชี้ไว้ที่ปาก "ชูววววววววววววววววว์" ทุกคนเงียบ!


    ตึก ตึก ตึก หัวใจเซี่ยซีหานเต้นระส่ำ คิดในใจว่าตอนนี้ยังมีปัญหาอะไรอีก!


    "มีคนกำลังมา เสียงฝีเท้าของคนมากกว่าสิบคน ทางนั้น" เจียตัวทำมือชี้ไปอย่างไม่ต้องมอง


    เหอหมิ่นสั่งให้ทุกคนดับไฟ ก่อนจะเดินมาออกันที่ด้านหลังเซี่ยซีหาน พร้อมกระซิบข้างหูมันอย่างแผ่วเบา "ดูว่ามันเป็นใครด้วยดวงตาเวทย์ของเจ้า และบอกพวกข้า หากเป็นพวกความตายที่กลับมีชีวิต ใช้หินอันนี้โยนลงพื้นเบาๆ พวกข้าจะรีบจุดคบไฟและเข้าสังหารพวกมันทันที หากพวกมันเป็นคนของอาณาจักร เอามือเจ้าแตะข้าและเจียตัวเบาๆ สองครั้ง ข้าและเจียตัวจะเป็นผู้จัดการพวกมันเอง"


    เจียตัวได้ยินสิ่งที่เหอหมิ่นพูดชัด


    "ขอรับ" เซี่ยซีหานตอบน้ำเสียงแผ่วเบา


    ในใจมันเต้นระส่ำไม่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับหน้าที่สำคัญ ด้านหลังเซี่ยซีหาน ตัวมันแทบจะไม่รู้สึกถึงลมหายใจของเหล่านักรบ แต่ละคนฝึกกันมาดีจริงๆ


    แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก เสียงฝีเท้าเดินก้าวมาอย่างเชื่องช้าจากระยะที่ไกลมาก เสียงแบบนี้มีแต่เจียตัวที่ได้ยิน


    ทางสายยาวอันมืดมิด เซี่ยซีหานมองเห็นจุดแสงจางๆ ได้ก่อนใคร แต่หน้าจุดแสงเล็กๆ เหล่านั้น เซี่ยซีหานเห็นพ่อมดขาวอี้ซวน ด้วยดวงตาแห่งเวทย์วิหครุ่งอรุณ


    "ท่านลุงเหอหมิ่นข้าเห็นพ่อมดขาวอี้ซวนขอรับ" เซี่ยซีหานพูดน้ำเสียงแผ่วเบา โดยที่โลกรอบด้านของตัวมันและคณะมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด


    เหอหมิ่นขมวดคิ้วเร็ว ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและแหบพร่าอย่างถึงที่สุด มันดูแฝงความไม่พอใจเล็กน้อย


    "ทำไมเจ้าไม่แตะตัวข้าและเจียตัวเบาๆ สองครั้ง มันอยู่ห่างกี่ก้าว" เหอหมิ่นคิดว่าเซี่ยซีหานเห็นพ่อมดขาวเดินมาในระยะกระชั้นแล้ว


    "ข้าคิดว่าน่าจะประมาณ 3 ถึง 4 กิโลขอรับ สุดทางเลย"


    "ใช่ข้ายืนยันสิ่งที่ซีหานพูดได้ เสียงฝีเท้ายังห่างไกลมาก" เจียตัวพูดขึ้น


    "เจ้ามองเห็นได้อย่างไร ข้ายังมองไม่เห็นแสงอะไรเลย เนตรเวทย์ของเจ้าดีขนาดนั้นรึ และพ่อมดขาวอี้ซวนมองเห็นเราหรือไม่ พวกมันทำอะไรกันอยู่"


    "ไม่น่าจะเห็นขอรับท่านลุงเหอหมิ่น พวกมันพึ่งเดินผ่านทางมุมโค้งที่กำลังจะบรรจบมายังเส้นทางเดียวกับเรา หากพวกเราซ่อนตัวตามมุมหินใหญ่ในถ้ำ แบบนี้พวกมันมองไม่เห็นพวกเราแน่"


    "ดี" เหอหมิ่นพยักหน้า


    คณะของพ่อมดขาวอี้ซวน เดินออกมาจากมุมถ้ำกันเกือบหมด แสงสว่างเริ่มเห็นได้จากมุมไกลๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ


    "พวกมันมาแล้ว" เหอหมิ่นเริ่มเห็นสังเกตเห็นจุดแสง  "มีคนของพวกเราที่มาจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวหรือนักรบภายนอกคนอื่นๆ หรือไม่ในกลุ่มพวกมัน"


    "จากที่ข้าสังเกตุจากเครื่องแต่งกาย มีแต่คนจากอาณาจักรขอรับท่านลุงเหอหมิ่น" สิ้นคำนี้ทั้งเหอหมิ่น เจียตัวคิ้วขมวดเข้าหากัน และไม่ใช่แค่เพียงทั้งสอง หากแต่เหล่านักรบด้านหลังบางส่วนที่ได้ยินน้ำเสียงอันแผ่วเบาของเซี่ยซีหานก็เช่นกัน


    ตอนนี้พวกเขาได้ยืนยันสิ่งที่เหอหมิ่นคาดการณ์แล้วว่า อาณาจักรตั้งใจนำพวกเขามาสังหาร


    !กรอดดดดด เสียงนักรบกล้าจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวบางคนจับอาวุธแน่นมือ บางคนกัดปากกัดฟัน นี่คือความเจ็บแค้นต่ออาณาจักร


    นอกจากนั้น ยังเป็นความเจ็บปวดจากการได้รู้ว่า พวกมันพึ่งสูญเสียมิตรสหายไป


    การที่เซี่ยซีหานบอกว่า เห็นเพียงแต่คณะเดินทางของพ่อมดขาวอี้ซวนและคนในอาณาจักร ได้เฉลยทุกอย่างแล้ว


    "พวกเราต้องฆ่าพวกมัน" ด้านหลังมีเสียงบุรุษผู้หนึ่งที่จับดาบแน่นพูดขึ้น มันมีน้องชายที่เดินทางไปกับคณะของพ่อมดขาวอี้ซวน การไม่พบเขา นั่นแสดงว่าเขาตายแล้ว


    เหอหมิ่นเข้าใจความเจ็บปวดของลูกน้องตัวเอง มันไตร่ตรองอยู่ครู่สั้น


    "ใช่พวกเราควรฆ่าพวกมัน" พูดถึงตรงนี้เหอหมิ่นยื่นมือไปที่ไหล่เจียตัว "เจ้ารับมือพวกมันไหวหรือไม่ ข้าหมายถึงผู้วิเศษระดับนักวิจัยหรือนักรบสามดาบอย่างน้อยหนึ่งคน"


    น้ำเสียงเจียตัวคล้ายงอนเล็กน้อย "เจ้าคิดว่าข้าเจียตัวพิการงั้นรึ ข้าแค่มองไม่เห็น แต่หมัดและขวานในมือข้ายังอันตราย จริงๆ แล้วแค่ข้าคนเดียวก็จัดการพวกมันได้ทั้งหมด"


    "อย่าใจร้อนเจียตัว ที่ข้าถามเจ้าแบบนี้เพราะต้องการให้พวกเราจับพ่อมดขาวอี้ซวนได้อย่างมีชีวิต พวกเราควรสอบปากคำเขา สำหรับอี้ซวนข้าพอรู้จักมันอยู่บ้าง นอกจากเวทแห่งรุ่งอรุณ อย่างเสริมแกร่ง เคลือบศาสตราวุธให้แฝงพลังแห่งรุ่งอรุณ อี้ซวนมันยังไม่ใช่ตาแก่ธรรมดา มันสามารถใช้เวทสะกดจิต สร้างหมอกพรางตา และยิงลูกไฟได้อีกด้วย พวกเราต้องจัดการมันโดยเร็ว ไม่งั้นหากให้อี้ซวนใช้พลังวิเศษของตัวเอง ไม่ว่าจะเวทย์บทใด มันก็จะสร้างปัญหาให้พวกเรากลุ่มใหญ่ได้ทั้งนั้น"


    "เข้าใจแล้ว" เจียตัวพยักหน้ารับทั้งๆ ที่ไม่มีใครมองเห็น


    "เมื่อถึงระยะเราจะจัดการพวกมันพร้อมกัน เจ้าต้องเล็งจัดการคนทั้งหมดส่วนหน้าและนักรบสามดาบหนึ่งคน ส่วนข้าจะไปจับตัวพ่อมดขาวโดยเฉพาะ ข้ารู้จักมันดี นั่นทำให้ข้าสามารถจับเป็นมันได้ง่ายที่สุด" เหอหมิ่นกำชับ


    "ทำไมไม่ให้ข้าจับตัวพ่อมดขาว" น้ำเสียงเจียตัวไม่พอใจ


    เหอหมิ่นขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดกับเจียตัวที่คล้ายไม่เข้าใจว่า หน้าที่แบบนี้มันเหมาะกับคนตาดี เจียตัวเองมองเห็นรึว่าใครเป็นพ่อมดขาว ใครไม่ใช่ เอ็งมันตาบอด เหอหมิ่นคงอยากจะพูดเช่นนี้ แต่เขาเลือกจะใช้คำพูดที่นุ่มนวลกว่า


    "เจ้าเหมาะที่จะสร้างความปั่นป่วน และฆ่านักรบสามดาบแทนข้า ทักษะของเจ้าคือความรวดเร็วและเสริมศักยภาพ ทั้งมีจิตนักรบ แต่ข้าชำนาญด้านยุทธวิธี ร่างกายพ่อมดขาวไม่แข็งแกร่งมากนัก ข้าควรจับเป็นเขาได้ไม่ยาก เมื่อมีเจ้าเป็นตัวล่อ"


    เจียตัวถอนหายใจดัง


    "พวกมันมาถึงไหนแล้วซีหาน" เหอหมิ่นพูดโดยไม่หันหน้าออกจากโขดหินใหญ่ที่ซ่อนตัว ซีหานเหลือบมอง


    "เกินพันก้าวขอรับ น่าจะใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะมาถึงจุดรวมของเส้นทางที่พวกเราซ่อนตัวอยู่"


    "ดีเมื่อมันมาถึง จงให้สัญญาณกับข้าและเจียตัว"


    "แตะตัวสองทีเหรอขอรับ"


    "ไม่ คราวนี้เป็นตะโกนว่า 'ฆ่า' ให้สุดเสียง" เหอหมิ่นปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย คณะนักรบด้านหลังมันก็เช่นกัน


    ...


    เสียงหยดน้ำในถ้ำเหมืองใหญ่หยดดัง ติ่ง ติ่ง ติ่งเป็นระยะระยะ พร้อมเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่


    "ท่านพ่อมดขาวขอรับ การเดินทางครั้งนี้ของพวกเรามีปัญหารึเปล่าขอรับ มันไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วเลย นายน้อยของข้าเซียวเล่อเหตุใดถึงไม่รอพวกเราที่จุดนัดพบ นอกจากนั้นสะพานแห่งนั้นก็ยัง... มีสภาพแปลกๆ มันควรถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเวทย์ธาตุดินของนายน้อย"


    สีหน้าของพ่อมดขาวอี้ซวนซีดเซียว มันก็เป็นกังวลเช่นกัน


    "เรื่องนี้อยู่เหนือการคาดเดาของพวกเรา พวกเราทำได้อย่างดีที่สุดคือกลับไปที่อาณาจักรและรายงานเรื่องนี้ให้อาณาจักรรับรู้ รวมถึงตระกูลของพ่อมดขาวเซียวเล่อด้วยเช่นกัน"


    "พวกเราทำอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้วจริงๆ หรือขอรับท่านพ่อมดขาว"


    "หัวหน้ากัง ท่านอย่าได้ถามข้ามมากความเลย ข้าก็แค่ผู้รับทำงานตามหน้าที่ จริงๆ แล้ว เนื้องานจริงๆ เป็นนายน้อยของเจ้าต่างหากที่เป็นผู้ดูแลหลัก ข้าจะไม่พูดอะไรมาก แต่สิ่งที่ข้าจะบอกให้เจ้ารู้คือ พวกเรายังต้องการดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งอีกจำนวนหนึ่ง สมบัติมืดชิ้นนั้นถึงจะตื่นขึ้นได้ รู้ไหมนี่หมายความว่าอะไร"


    พ่อมดขาวอี้ซวนมีสีหน้าจริงจัง


    "อะไรหรือขอรับท่านพ่อมดขาว" นักรบสามดาบพูดขึ้น


    "นั่นก็หมายความว่า คณะนักรบที่ควรจะตายที่เซียวเล่อนำไปที่จุดนัดพบ พวกมันอาจจะยังไม่ตายก็ได้นะสิ"


    ทั้งสองสบสายตาจ้องมองกัน นักรบสามดาบดูแปลกใจ นัยน์ตามันสั่นไหว รับรู้ว่าเรื่องนี้อันตรายยิ่งกว่าการที่มันหาตัวคุณชายผู้เป็นพ่อมดขาวไม่เจอเสียอีก


    และในขณะที่ทั้งสองแปลกใจอยู่ เสียงตะโกนกู่ร้องเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงคำว่า 'ฆ่า' ดังตามต่อเนื่องไม่หยุด


    "!!!ฆ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"


    เสียงฆ่าสะท้อนดังไปทั่วโถงถ้ำไปมา เสียงนี้สยองขวัญยิ่ง นั่นเพราะมันมีจิตสังหารอันเข้มข้นเจืออยู่


    และชั่วพริบตาถ้ำมืดก็สว่างวาบ


    "เวทแห่งรุ่งอรุณของพ่อมดขาวเซียวเล่อ!" พ่อมดขาวอี้ซวนพูดอย่างแปลกใจ มือมันป้องปิดบังสายตาอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวดวงตาถูกทำลาย

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน