ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 เงาโลหิต ปลิดวิญญาณ

            ตูม!!!

            แสงสีดำซัดโหมไหลรวมกันที่หอกพิชิตมารไม่รั้งรอ ฉู่เหินดวงตาเย็นเฉียบ เขาขว้างหอกพิชิตมารออกไปพลานุภาพฟ้าคะนองเป็นระลอกหวีดร้องสนั่นไหว แสงหอกสิบกว่าสายเสมือนจริงซ้อนทับกันกระแทกกำแพงกรงขังตรวนเหล็กข้างหน้าเต็มเปา

            พลังหอกดุจน้ำหลากนั้นทำให้ทั้งสังเวียนสั่นสะท้านพลังหยวนแท้ถาโถมเหมือนทะเลสาบยามเขื่อนแตก กรงขังตรวนเหล็กอันแข็งแกร่งสุดขั้วถูกฉู่เหินทำลายเป็นช่องโหว่

            “เจ้าคนนี้...”

            ผู้คนบนอัฒจันทร์หน้าเปลี่ยนสีอีกรอบ ดวงตาฉายแววหวาดระแวง

            พลังสัประยุทธ์ของฉู่เหินแข็งกล้าถึงเพียงนี้เลยหรือ!

            “เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าจะฆ่าหมาอย่างแกเสีย”

            ฉู่เหินผู้ทำลายกรงขังตรวนเหล็กดุจน้ำวนสีทองออกมาได้ไม่พูดพร่ำทำเพลงมือกำหอกนำพาจิตสังหารแรงกล้ามหาศาลแวบวาบไปหาเหรินชง

            จิตสังหาร จิตสังหารอย่างเบ็ดเสร็จ!

            สมองฉู่เหินผุดภาพปะติดปะต่อขึ้นมาหูได้ยินเสียงที่เหลียงอี้หมิงบอกเล่าให้ฟังเมื่อวานไม่มีหยุด

            ...

            “เหวยชิงฝานสั่งการให้ราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิเหรินชงดำเนินการขั้นสุดท้ายที่ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงแล้ว”

            “ที่ท่านถูกทำร้ายในเมืองหลินเหยียนก็เพราะเหวยชิงฝานให้หลิ่วเซียวทำ”

            “แน่นอนว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ผู้นั้นย่อมรู้เห็นเรื่องนี้ด้วย”

            “ที่ท่านถูกสำนักยุทธขั้นสูงทั้งหมดในนครหลวงปฏิเสธก็เพราะเหวยชิงฝานอยากได้ใจเย่โยวเท่านั้นเอง”

            “ว่ากันตามจริง ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้นิสัยอย่างเหวยชิงฝานน่าจะให้ท่านตายอยู่ข้างถนนถึงจะถูก”

            ...

            ถ้อยคำสะท้อนก้องในห้วงคิดเหมือนเช่นนาฬิกาปลุกในใจเขา

            เปรียบดั่งแรงกระตุ้นถึงอณูวิญญาณ เพลิงพิโรธที่ก่อตัวในใจก่อนหน้านี้ได้ลุกโชนแล้วจิตสังหารเย็นยะเยือกเหน็บหนาวไปถึงกระดูก

            กระนั้น เหรินชงก็ไม่คิดจะเมตตาปรานีฉู่เหินเลย

            เขารับปากเหวยชิงฝานไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะต้องกำจัดฉู่เหินไปตลอดกาลต่อหน้าเย่โยวคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ที่งานประชุมใหญ่ดาวชิงดวงนี้ให้จงได้

            “ฮะๆ”

            รอยยิ้มเลือดเย็นเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าเหรินชงจิตสังหารบ้าคลั่งเกรี้ยวกราดถึงที่สุดพวยพุ่งสู่ฟ้าดวงตาเรืองแสงเย็นเฉียบมาดร้ายจ้องหน้าฉู่เหินที่ดาหน้าเข้ามาอย่างชั่วช้าแววตาเยียบเย็นไม่ต่างจากมองคนตาย

            “ฮะๆ ได้ตายเพราะท่านี้ของข้า แกก็ควรจะดีใจแล้ว”

            ผ่าง!

            เพียงพริบตา พลังหยวนแท้เข้มข้นก็ระเบิดออกจากกายเหรินชงไม่มีเหลือวงแหวนแสงสีทองอำไพพันรอบร่างเขาให้เจิดจรัสจับตา

            สายลมพัดแรงกล้าไปถึงบนอัฒจันทร์

            ศิษย์ใหม่สำนักยุทธทั้งหลายต่างหน้าตาเคร่งขรึม

            “พลังปราณแกร่งกล้ายิ่งนัก ศิษย์พี่เหรินชงคิดจะใช้ท่านั้นหรือ?”

            “หากเป็นท่านั้นจริง ฉู่เหินต้องตายแน่นอน”

            ...

            เมื่อสัมผัสถึงฤทธานุภาพที่ปลดปล่อยออกมาจากกายเหรินชงแล้วคนส่วนใหญ่ในที่นั้นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายไม่ว่าใครก็มองออกว่าเหรินชงคิดจะสังหารฉู่เหินเต็มที่แล้ว

            ครืน ครืน!

            สิ้นพลานุภาพบ้าคลั่งเกรี้ยวกราดดุจฟ้าร้อง เหรินชงชูมือทั้งสองขึ้น โซ่เหล็กสี่เส้นที่ควบคุมราวมังกรโผทะยานเล่ห์อสรพิษร่ายรำปลดปล่อยแสงทองสุกสกาวพร้อมกับพันเข้าด้วยกัน

            โซ่เหล็กแข็งและเย็นเสมือนงูเหลือมสี่ตัวพันกัน พลันนั้นก็แปลงเป็นโซ่เหล็กยาวสิบกว่าเมตรแสงศักดิ์สิทธิ์ทิ่มแทงตาวนเวียน

            กลิ่นอายเย็นเฉียบสั่นคลอนทั่วทิศทางแสงทองที่ปกคลุมโซ่เหล็กทั้งบนและล่างแปรเป็นภาพมายางูเหลือมยักษ์ตัวหนึ่ง

            “สวรรค์ช่วย!” เสียงอุทานจากฝูงชนใต้สังเวียน

            ภาพมายางูเหลือมยักษ์สีทองทรงพลังน่าเกรงขาม สำแดงบารมีแห่งสัตว์ร้ายออกมาเต็มเปี่ยมโซ่เหล็กสี่เส้นพันกันอยู่ในร่างของมัน ดูเหมือนกระดูกงูเอ็นเหล็กก็มิปาน

            ทุกผู้ทุกนามตกใจเป็นอันมาก

            “ไม่ได้นะ” เย่เหยาหน้าเปลี่ยนสี รีบเรียกเย่โยวข้างกัน “พี่ท่านรีบหยุดเหรินชงเร็วเข้า พี่ฉู่เหินตายแน่ ท่านรีบหยุดเขาเร็วเข้าสิ”

            กระนั้น เย่โยวกลับไม่ทำอะไรเลยแม้จะเห็นแววตาอ้อนวอนของเย่เหยา

            แววตาของนางช่างเย็นชา ตอบกลับเสียงนิ่ง “เขารนหาที่เองทั้งนั้นจะโทษใครอื่นได้เล่า?”

            เย่เหยาตัวสั่น น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาอย่างสุดจะห้าม พบพานและรู้จักกันมาแต่เก่าก่อนแท้ๆไฉนยามนี้กลับไม่เห็นแก่ฉู่เหินสักนิดบ้างเลยหรือ?

            เย่เหยามึนงงไป

            ...

            “เห็นทีจะจบแล้ว” หยางอวี่ไท่สำนักยุทธจักรพรรดิยกยิ้มนิ่ง

            ซูเสวี่ยโหรวกลับจ้องมองเพียงอย่างเดียว หว่างคิ้วงามมีแววจริงจัง

            นางต้องการรู้ว่าฉู่เหินจะรับมือท่าไม้ตายของเหรินชงอย่างไรแม้นางจะคิดว่าผู้ได้ชัยในท้ายที่สุดย่อมต้องเป็นเหรินชงก็ตามที

            อวี๋เฉินอวี้ มู่เฟิง หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ เป็นต้น เครียดขึงกันขึ้นมาต่างคนต่างลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง ใบหน้านิ่งขรึม

            ...

            “ฮะๆ ตายเสียเถอะ!” เหรินชงบ้าคลั่งฮึกเหิมขึ้นทุกทีรอยยิ้มชั่วร้ายนั้นช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึง

            “สี่อสรพิษสังหาร!”

            ฉับพลัน ‘ตรวนเหล็กกระดูกงู’ ที่เกิดจากโซ่สี่เส้นรวมกันก็โผบินเริงรำภาพมายางูเหลือมยักษ์สีทองที่ปกคลุมรอบนอกเปล่งแสงสว่างไสว

            ฟ้าว!

            บัดดล งูเหลือมยักษ์สีทองวาดเป็นองศาคมกริบในอากาศบุกจู่โจมฉู่เหินจากด้านบน

            รังสีพิโรธสังหารอันแกร่งกล้าไร้เทียมทานสั่นสะท้านทั่วทั้งลาน

            ลมแรงโหมกระพือโจมตีฉู่เหินไปทั้งกายภาพมายางูเหลือมยักษ์ที่โซ่สี่เส้นควบคุม ดูราวสัตว์นรกร้ายกาจจากห้วงโลกันตร์

            ทุกคนล้วนคิดว่าฉู่เหินต้องจบชีวิตด้วยท่านี้แน่แต่ฉู่เหินกลับไร้วี่แววตื่นกลัว

            กึงๆ

            แสงดุจอัคคีสีดำปกคลุมรอบกายฉู่เหิน ทั้งประหลาดและทรงเสน่ห์

            ลำแสงสีดำสายแล้วสายเล่ายื่นยาวไปยังหอกพิชิตมารเร็วรี่ราวเถาวัลย์กระแสปราณมืดเย็นอบอวลทั่วลาน สิ้นเสียงผีร้ายกรีดร้องแหลมแสบแก้วหูภาพมายาสีเลือดก็อวดโฉมที่เบื้องหลังของฉู่เหิน

            เงาเลือดสูงห้าหกเมตร มีเค้าโครงเป็นหัวกะโหลก

            พลังคะนองศึกสั่นไหวไม่หยุดหย่อนดลให้โครงหน้าหัวกะโหลกบิดเบี้ยวไม่แน่นอน

            “นั่นมัน?”

            คนทั้งลานอึ้งอีกครั้ง

            แต่ไม่มีเวลาเหลือให้ครุ่นคิดหรือสังเกตการณ์โซ่เหล็กในภาพมายางูเหลือมทองก็ถล่มใส่ฉู่เหินหมดสิ้น

            ขณะเดียวกัน ยามเส้นยาแดงผ่าแปด แววตาลุ่มลึกดุจเหล็กดาบของฉู่เหินก็เรืองแววเย็นเยียบเหน็บหนาวไร้ใดเทียบเขาหันหอกพิชิตมารในมือเผชิญหน้ากับงูเหลือมยักษ์สีทองแบบไร้ลังเล

            “เงาโลหิต ปลิดวิญญาณ!”

            “หอกสลาตันเงาโลหิต!”

            “อ๊า...”

            วินาทีนั้น ภาพมายากะโหลกสีดำด้านหลังฉู่เหินก็กรีดร้องโหยหวนราวผีสางร่ำไห้

            ไม่ว่าผู้ใดหากได้ยินเสียงนั้นเป็นต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

            หอกพิชิตมารเปล่งแสงสีแดงโลหิตระเบิดแสงหอกอันน่าครั่นคร้ามสีชาดออกมาแสงหอกขยายใหญ่ทบเท่าทวี สำแดงเงาโลหิตและแสงคมปลิดวิญญาณ

            ตูม ตึง!

            ฉับพลัน ท่ามกลางสายตาตระหนกสุดขีดนับหมื่นคู่แสงหอกน่าหวาดหวั่นสีแดงฉานก็พุ่งชนปะทะเข้ากับภาพมายางูเหลือมทอง

            คลื่นกระแทกลมแรงปั่นป่วนปะทุบนสังเวียนการปะทะกันอย่างรุนแรงของพลังเสมือนน้ำหลากยามเขื่อนแตกกับดินโคลนถล่มจากยอดเขามาเจอกันอย่างไรอย่างนั้น

            พลังหยวนแท้สะเปะสะปะไร้ระเบียบสาดเทตามชอบใจ

            แสงสีทองสาดกระเซ็นดุจดอกไม้ไฟระเบิด

            ลูกหลงคลื่นปราณมโหฬารกวาดล้างจากสังเวียนประลองจนดินหินแตกทลายฝุ่นทรายปลิวว่อน รอยแตกร้าวลึกลุกลามเหมือนใยแมงมุมจากใต้เท้าฉู่เหิน

            กระนั้น ฉู่เหินกลับหยัดยืนนิ่งท่ามกลางแรงกระแทกอันดุเดือดรุนแรงไม่โค้งงอเลยแม้แต่น้อย

            “เฮือก!”

            “พลังน่าทึ่งนัก”

            “สองคนนี้ระดับเชื่อมหยวนขั้นสามจริงๆ หรือ?”

            ...

            ทุกคนบนอัฒจันทร์ทั้งตะลึงทั้งกลืนน้ำลาย ต่างคนต่างใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

            แม้แต่หยางอวี่ไท่และซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิยังไม่อาจนิ่งเฉยเหมือนแต่ก่อนได้

            “พี่ฉู่เหิน สู้เขานะ!” เย่เหยากำหมัดน้อยๆ ส่งเสียงให้กำลังใจฉู่เหินอย่างลับๆนางเห็นว่าแพ้ชนะไม่สำคัญ ขอแค่ฉู่เหินปลอดภัยก็เป็นพอ

            ...

            กึงๆ

            สองฝ่ายยืนประจันหน้า สั่นคลอนทั่วทั้งงาน

            เหรินชงกำโซ่เหล็กสี่เส้นในมือแน่น พลังหยวนแท้กรอกเข้าใส่ไร้ที่สิ้นสุดเขาตวาดเฉียบขาด “ข้าอยากจะเห็นนักว่าแกจะทนไปได้อีกสักกี่น้ำวันนี้ไม่ว่าใครก็ช่วยแกไม่ได้”

            “ฮะ!” ฉู่เหินยกมุมปากเป็นยิ้มไม่ยี่หระใบหน้าหล่อเหลาอำมหิตผิดสามัญ “ข้าไม่รู้ว่าข้าจะทนไปได้อีกสักกี่น้ำ แต่ที่แน่ๆ คือวันนี้ไม่มีใครช่วยแกได้ทั้งนั้น”

            อะไรนะ?

            สิ้นเสียง ฉู่เหินขยับมือ หอกพิชิตมารเปล่งแสงแดงงามพิศวงอีกรอบ

            วิ้ง...

            พลันนั้น แสงหอกสีแดงสายหนึ่งก็ปะทุวาบออกไปจากคมหอก

            ตูม ตึง!

            เสียงระเบิดหนักแน่นกัมปนาทเหนือสังเวียน บังเกิดคลื่นปราณวงแหวนแสงโกลาหลดวงใจทุกดวงสั่นเทิ้มตามกัน เห็นรอยแตกร้าวถี่ยิบนับไม่ถ้วนลุกลามบนโซ่เหล็กสี่เส้นนั้น

            รอยร้าวมากมายปรากฏบนโซ่นั้นอย่างน่าตะลึง

            เหรินชงสีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน

            ไม่ทันให้ได้ตอบสนอง เสียง ‘ปึ้ง’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง โซ่สี่เส้นและภาพมายางูเหลือมยักษ์สีทองแตกสลายในบัดดล

            แสงทองลอยว่อนร่ายรำเต็มฟ้า ตรวนเหล็กแหลกสลายดุจดอกไม้เพลิงบานสะพรั่ง

            “สวรรค์ช่วย!”

            ทุกคนเบิกตากว้าง ฉู่เหินทำลายท่าของเหรินชงได้ ‘ฝนตรวนเหล็ก’ ตกลงบนสังเวียนเศษตรวนข้อแล้วข้อเล่าเทียบเท่าบุปผาโปรยปราย

            ฟิ้ว!

            พลันนั้น พลานุภาพผ่าสลาตันฉับไวก็โจมตีมา

            ฉู่เหินหายไปจากที่ราวผีร้าย ทุกคนเห็นเพียงเงาดำแวบผ่านใบหน้า ชั่วพริบตากลิ่นอายอันตรายอเนกอนันต์ก็ครอบงำเหรินชง

            เหรินชงหรี่นัยน์ตาในพลันแววตาแตกตื่นนั้นสะท้อนภาพใบหน้าคนหนุ่มอันหล่อเหลาทว่าเยือกเย็น

            “แกรนหาที่เอง” ฉู่เหินยกยิ้มเย็น

            ฉัวะ!

            โลหิตสาดกระเซ็น อากาศธาตุเหมือนถูกแช่แข็ง ทุกชีวิตเบิกตากว้างหอกพิชิตมารของฉู่เหินแทงเข้าไปที่ท้องของเหรินชงต่อหน้าต่อตา

     

             ..............................

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน