ตูม!!!
แสงสีดำซัดโหมไหลรวมกันที่หอกพิชิตมารไม่รั้งรอ ฉู่เหินดวงตาเย็นเฉียบ เขาขว้างหอกพิชิตมารออกไปพลานุภาพฟ้าคะนองเป็นระลอกหวีดร้องสนั่นไหว แสงหอกสิบกว่าสายเสมือนจริงซ้อนทับกันกระแทกกำแพงกรงขังตรวนเหล็กข้างหน้าเต็มเปา
พลังหอกดุจน้ำหลากนั้นทำให้ทั้งสังเวียนสั่นสะท้านพลังหยวนแท้ถาโถมเหมือนทะเลสาบยามเขื่อนแตก กรงขังตรวนเหล็กอันแข็งแกร่งสุดขั้วถูกฉู่เหินทำลายเป็นช่องโหว่
“เจ้าคนนี้...”
ผู้คนบนอัฒจันทร์หน้าเปลี่ยนสีอีกรอบ ดวงตาฉายแววหวาดระแวง
พลังสัประยุทธ์ของฉู่เหินแข็งกล้าถึงเพียงนี้เลยหรือ!
“เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าจะฆ่าหมาอย่างแกเสีย”
ฉู่เหินผู้ทำลายกรงขังตรวนเหล็กดุจน้ำวนสีทองออกมาได้ไม่พูดพร่ำทำเพลงมือกำหอกนำพาจิตสังหารแรงกล้ามหาศาลแวบวาบไปหาเหรินชง
จิตสังหาร จิตสังหารอย่างเบ็ดเสร็จ!
สมองฉู่เหินผุดภาพปะติดปะต่อขึ้นมาหูได้ยินเสียงที่เหลียงอี้หมิงบอกเล่าให้ฟังเมื่อวานไม่มีหยุด
...
“เหวยชิงฝานสั่งการให้ราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิเหรินชงดำเนินการขั้นสุดท้ายที่ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงแล้ว”
“ที่ท่านถูกทำร้ายในเมืองหลินเหยียนก็เพราะเหวยชิงฝานให้หลิ่วเซียวทำ”
“แน่นอนว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ผู้นั้นย่อมรู้เห็นเรื่องนี้ด้วย”
“ที่ท่านถูกสำนักยุทธขั้นสูงทั้งหมดในนครหลวงปฏิเสธก็เพราะเหวยชิงฝานอยากได้ใจเย่โยวเท่านั้นเอง”
“ว่ากันตามจริง ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้นิสัยอย่างเหวยชิงฝานน่าจะให้ท่านตายอยู่ข้างถนนถึงจะถูก”
...
ถ้อยคำสะท้อนก้องในห้วงคิดเหมือนเช่นนาฬิกาปลุกในใจเขา
เปรียบดั่งแรงกระตุ้นถึงอณูวิญญาณ เพลิงพิโรธที่ก่อตัวในใจก่อนหน้านี้ได้ลุกโชนแล้วจิตสังหารเย็นยะเยือกเหน็บหนาวไปถึงกระดูก
กระนั้น เหรินชงก็ไม่คิดจะเมตตาปรานีฉู่เหินเลย
เขารับปากเหวยชิงฝานไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะต้องกำจัดฉู่เหินไปตลอดกาลต่อหน้าเย่โยวคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ที่งานประชุมใหญ่ดาวชิงดวงนี้ให้จงได้
“ฮะๆ”
รอยยิ้มเลือดเย็นเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าเหรินชงจิตสังหารบ้าคลั่งเกรี้ยวกราดถึงที่สุดพวยพุ่งสู่ฟ้าดวงตาเรืองแสงเย็นเฉียบมาดร้ายจ้องหน้าฉู่เหินที่ดาหน้าเข้ามาอย่างชั่วช้าแววตาเยียบเย็นไม่ต่างจากมองคนตาย
“ฮะๆ ได้ตายเพราะท่านี้ของข้า แกก็ควรจะดีใจแล้ว”
ผ่าง!
เพียงพริบตา พลังหยวนแท้เข้มข้นก็ระเบิดออกจากกายเหรินชงไม่มีเหลือวงแหวนแสงสีทองอำไพพันรอบร่างเขาให้เจิดจรัสจับตา
สายลมพัดแรงกล้าไปถึงบนอัฒจันทร์
ศิษย์ใหม่สำนักยุทธทั้งหลายต่างหน้าตาเคร่งขรึม
“พลังปราณแกร่งกล้ายิ่งนัก ศิษย์พี่เหรินชงคิดจะใช้ท่านั้นหรือ?”
“หากเป็นท่านั้นจริง ฉู่เหินต้องตายแน่นอน”
...
เมื่อสัมผัสถึงฤทธานุภาพที่ปลดปล่อยออกมาจากกายเหรินชงแล้วคนส่วนใหญ่ในที่นั้นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายไม่ว่าใครก็มองออกว่าเหรินชงคิดจะสังหารฉู่เหินเต็มที่แล้ว
ครืน ครืน!
สิ้นพลานุภาพบ้าคลั่งเกรี้ยวกราดดุจฟ้าร้อง เหรินชงชูมือทั้งสองขึ้น โซ่เหล็กสี่เส้นที่ควบคุมราวมังกรโผทะยานเล่ห์อสรพิษร่ายรำปลดปล่อยแสงทองสุกสกาวพร้อมกับพันเข้าด้วยกัน
โซ่เหล็กแข็งและเย็นเสมือนงูเหลือมสี่ตัวพันกัน พลันนั้นก็แปลงเป็นโซ่เหล็กยาวสิบกว่าเมตรแสงศักดิ์สิทธิ์ทิ่มแทงตาวนเวียน
กลิ่นอายเย็นเฉียบสั่นคลอนทั่วทิศทางแสงทองที่ปกคลุมโซ่เหล็กทั้งบนและล่างแปรเป็นภาพมายางูเหลือมยักษ์ตัวหนึ่ง
“สวรรค์ช่วย!” เสียงอุทานจากฝูงชนใต้สังเวียน
ภาพมายางูเหลือมยักษ์สีทองทรงพลังน่าเกรงขาม สำแดงบารมีแห่งสัตว์ร้ายออกมาเต็มเปี่ยมโซ่เหล็กสี่เส้นพันกันอยู่ในร่างของมัน ดูเหมือนกระดูกงูเอ็นเหล็กก็มิปาน
ทุกผู้ทุกนามตกใจเป็นอันมาก
“ไม่ได้นะ” เย่เหยาหน้าเปลี่ยนสี รีบเรียกเย่โยวข้างกัน “พี่ท่านรีบหยุดเหรินชงเร็วเข้า พี่ฉู่เหินตายแน่ ท่านรีบหยุดเขาเร็วเข้าสิ”
กระนั้น เย่โยวกลับไม่ทำอะไรเลยแม้จะเห็นแววตาอ้อนวอนของเย่เหยา
แววตาของนางช่างเย็นชา ตอบกลับเสียงนิ่ง “เขารนหาที่เองทั้งนั้นจะโทษใครอื่นได้เล่า?”
เย่เหยาตัวสั่น น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาอย่างสุดจะห้าม พบพานและรู้จักกันมาแต่เก่าก่อนแท้ๆไฉนยามนี้กลับไม่เห็นแก่ฉู่เหินสักนิดบ้างเลยหรือ?
เย่เหยามึนงงไป
...
“เห็นทีจะจบแล้ว” หยางอวี่ไท่สำนักยุทธจักรพรรดิยกยิ้มนิ่ง
ซูเสวี่ยโหรวกลับจ้องมองเพียงอย่างเดียว หว่างคิ้วงามมีแววจริงจัง
นางต้องการรู้ว่าฉู่เหินจะรับมือท่าไม้ตายของเหรินชงอย่างไรแม้นางจะคิดว่าผู้ได้ชัยในท้ายที่สุดย่อมต้องเป็นเหรินชงก็ตามที
อวี๋เฉินอวี้ มู่เฟิง หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ เป็นต้น เครียดขึงกันขึ้นมาต่างคนต่างลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง ใบหน้านิ่งขรึม
...
“ฮะๆ ตายเสียเถอะ!” เหรินชงบ้าคลั่งฮึกเหิมขึ้นทุกทีรอยยิ้มชั่วร้ายนั้นช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึง
“สี่อสรพิษสังหาร!”
ฉับพลัน ‘ตรวนเหล็กกระดูกงู’ ที่เกิดจากโซ่สี่เส้นรวมกันก็โผบินเริงรำภาพมายางูเหลือมยักษ์สีทองที่ปกคลุมรอบนอกเปล่งแสงสว่างไสว
ฟ้าว!
บัดดล งูเหลือมยักษ์สีทองวาดเป็นองศาคมกริบในอากาศบุกจู่โจมฉู่เหินจากด้านบน
รังสีพิโรธสังหารอันแกร่งกล้าไร้เทียมทานสั่นสะท้านทั่วทั้งลาน
ลมแรงโหมกระพือโจมตีฉู่เหินไปทั้งกายภาพมายางูเหลือมยักษ์ที่โซ่สี่เส้นควบคุม ดูราวสัตว์นรกร้ายกาจจากห้วงโลกันตร์
ทุกคนล้วนคิดว่าฉู่เหินต้องจบชีวิตด้วยท่านี้แน่แต่ฉู่เหินกลับไร้วี่แววตื่นกลัว
กึงๆ
แสงดุจอัคคีสีดำปกคลุมรอบกายฉู่เหิน ทั้งประหลาดและทรงเสน่ห์
ลำแสงสีดำสายแล้วสายเล่ายื่นยาวไปยังหอกพิชิตมารเร็วรี่ราวเถาวัลย์กระแสปราณมืดเย็นอบอวลทั่วลาน สิ้นเสียงผีร้ายกรีดร้องแหลมแสบแก้วหูภาพมายาสีเลือดก็อวดโฉมที่เบื้องหลังของฉู่เหิน
เงาเลือดสูงห้าหกเมตร มีเค้าโครงเป็นหัวกะโหลก
พลังคะนองศึกสั่นไหวไม่หยุดหย่อนดลให้โครงหน้าหัวกะโหลกบิดเบี้ยวไม่แน่นอน
“นั่นมัน?”
คนทั้งลานอึ้งอีกครั้ง
แต่ไม่มีเวลาเหลือให้ครุ่นคิดหรือสังเกตการณ์โซ่เหล็กในภาพมายางูเหลือมทองก็ถล่มใส่ฉู่เหินหมดสิ้น
ขณะเดียวกัน ยามเส้นยาแดงผ่าแปด แววตาลุ่มลึกดุจเหล็กดาบของฉู่เหินก็เรืองแววเย็นเยียบเหน็บหนาวไร้ใดเทียบเขาหันหอกพิชิตมารในมือเผชิญหน้ากับงูเหลือมยักษ์สีทองแบบไร้ลังเล
“เงาโลหิต ปลิดวิญญาณ!”
“หอกสลาตันเงาโลหิต!”
“อ๊า...”
วินาทีนั้น ภาพมายากะโหลกสีดำด้านหลังฉู่เหินก็กรีดร้องโหยหวนราวผีสางร่ำไห้
ไม่ว่าผู้ใดหากได้ยินเสียงนั้นเป็นต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
หอกพิชิตมารเปล่งแสงสีแดงโลหิตระเบิดแสงหอกอันน่าครั่นคร้ามสีชาดออกมาแสงหอกขยายใหญ่ทบเท่าทวี สำแดงเงาโลหิตและแสงคมปลิดวิญญาณ
ตูม ตึง!
ฉับพลัน ท่ามกลางสายตาตระหนกสุดขีดนับหมื่นคู่แสงหอกน่าหวาดหวั่นสีแดงฉานก็พุ่งชนปะทะเข้ากับภาพมายางูเหลือมทอง
คลื่นกระแทกลมแรงปั่นป่วนปะทุบนสังเวียนการปะทะกันอย่างรุนแรงของพลังเสมือนน้ำหลากยามเขื่อนแตกกับดินโคลนถล่มจากยอดเขามาเจอกันอย่างไรอย่างนั้น
พลังหยวนแท้สะเปะสะปะไร้ระเบียบสาดเทตามชอบใจ
แสงสีทองสาดกระเซ็นดุจดอกไม้ไฟระเบิด
ลูกหลงคลื่นปราณมโหฬารกวาดล้างจากสังเวียนประลองจนดินหินแตกทลายฝุ่นทรายปลิวว่อน รอยแตกร้าวลึกลุกลามเหมือนใยแมงมุมจากใต้เท้าฉู่เหิน
กระนั้น ฉู่เหินกลับหยัดยืนนิ่งท่ามกลางแรงกระแทกอันดุเดือดรุนแรงไม่โค้งงอเลยแม้แต่น้อย
“เฮือก!”
“พลังน่าทึ่งนัก”
“สองคนนี้ระดับเชื่อมหยวนขั้นสามจริงๆ หรือ?”
...
ทุกคนบนอัฒจันทร์ทั้งตะลึงทั้งกลืนน้ำลาย ต่างคนต่างใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
แม้แต่หยางอวี่ไท่และซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิยังไม่อาจนิ่งเฉยเหมือนแต่ก่อนได้
“พี่ฉู่เหิน สู้เขานะ!” เย่เหยากำหมัดน้อยๆ ส่งเสียงให้กำลังใจฉู่เหินอย่างลับๆนางเห็นว่าแพ้ชนะไม่สำคัญ ขอแค่ฉู่เหินปลอดภัยก็เป็นพอ
...
กึงๆ
สองฝ่ายยืนประจันหน้า สั่นคลอนทั่วทั้งงาน
เหรินชงกำโซ่เหล็กสี่เส้นในมือแน่น พลังหยวนแท้กรอกเข้าใส่ไร้ที่สิ้นสุดเขาตวาดเฉียบขาด “ข้าอยากจะเห็นนักว่าแกจะทนไปได้อีกสักกี่น้ำวันนี้ไม่ว่าใครก็ช่วยแกไม่ได้”
“ฮะ!” ฉู่เหินยกมุมปากเป็นยิ้มไม่ยี่หระใบหน้าหล่อเหลาอำมหิตผิดสามัญ “ข้าไม่รู้ว่าข้าจะทนไปได้อีกสักกี่น้ำ แต่ที่แน่ๆ คือวันนี้ไม่มีใครช่วยแกได้ทั้งนั้น”
อะไรนะ?
สิ้นเสียง ฉู่เหินขยับมือ หอกพิชิตมารเปล่งแสงแดงงามพิศวงอีกรอบ
วิ้ง...
พลันนั้น แสงหอกสีแดงสายหนึ่งก็ปะทุวาบออกไปจากคมหอก
ตูม ตึง!
เสียงระเบิดหนักแน่นกัมปนาทเหนือสังเวียน บังเกิดคลื่นปราณวงแหวนแสงโกลาหลดวงใจทุกดวงสั่นเทิ้มตามกัน เห็นรอยแตกร้าวถี่ยิบนับไม่ถ้วนลุกลามบนโซ่เหล็กสี่เส้นนั้น
รอยร้าวมากมายปรากฏบนโซ่นั้นอย่างน่าตะลึง
เหรินชงสีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน
ไม่ทันให้ได้ตอบสนอง เสียง ‘ปึ้ง’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง โซ่สี่เส้นและภาพมายางูเหลือมยักษ์สีทองแตกสลายในบัดดล
แสงทองลอยว่อนร่ายรำเต็มฟ้า ตรวนเหล็กแหลกสลายดุจดอกไม้เพลิงบานสะพรั่ง
“สวรรค์ช่วย!”
ทุกคนเบิกตากว้าง ฉู่เหินทำลายท่าของเหรินชงได้ ‘ฝนตรวนเหล็ก’ ตกลงบนสังเวียนเศษตรวนข้อแล้วข้อเล่าเทียบเท่าบุปผาโปรยปราย
ฟิ้ว!
พลันนั้น พลานุภาพผ่าสลาตันฉับไวก็โจมตีมา
ฉู่เหินหายไปจากที่ราวผีร้าย ทุกคนเห็นเพียงเงาดำแวบผ่านใบหน้า ชั่วพริบตากลิ่นอายอันตรายอเนกอนันต์ก็ครอบงำเหรินชง
เหรินชงหรี่นัยน์ตาในพลันแววตาแตกตื่นนั้นสะท้อนภาพใบหน้าคนหนุ่มอันหล่อเหลาทว่าเยือกเย็น
“แกรนหาที่เอง” ฉู่เหินยกยิ้มเย็น
ฉัวะ!
โลหิตสาดกระเซ็น อากาศธาตุเหมือนถูกแช่แข็ง ทุกชีวิตเบิกตากว้างหอกพิชิตมารของฉู่เหินแทงเข้าไปที่ท้องของเหรินชงต่อหน้าต่อตา
..............................