ฉันนี่แหละ...คือท่านผู้นั้น That Great Lady is Me.

    บทที่ 47 ซอมบี้เชื่อง

            บทที่ 47 ซอมบี้เชื่อง


            นอร์ซ ณ นทธีนั่งอยู่บนรถที่กำลังวิ่งเข้าสู่ย่านที่พักอาศัยที่ขึ้นชื่อว่าราคาแพงที่สุดของเมืองนีโอสยามซิตี้โดยมีนิกซ์ที่นั่งอยู่ตอนหน้าของรถเป็นผู้ขับ ส่วนเขาที่นั่งอยู่ตอนหลังกำลังคุยโทรศัพท์กับวิกกี้อยู่

            “ถ้าอย่างนั้นคุณให้โอกาสผมได้แสดงไมตรีต่อคุณได้มั้ยครับ ผมรู้สึกว่าเราน่าจะไปด้วยกันได้ดีมากแน่ ๆ”

            ‘เอ่อ…คุณนอร์ซหมายความว่าจะจีบฉันงั้นเหรอคะ’ อีกฝ่ายถามตรง ๆ

            เขายิ้มก่อนจะตอบรับด้วยการถามกลับ “ได้มั้ยครับ?” 

            ปลายสายอึกอักเหมือนกำลังคิดและชั่งใจบางอย่าง เขารออย่างใจเย็นให้เธอตัดสินใจ

            ‘เอ่อ…คุณจะลองดูก็ได้ค่ะ’ ในที่สุดเธอก็ตอบรับทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นอีกนิด

            “ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสผม และให้โอกาสตัวคุณได้รู้จักผมด้วย คราวก่อนคุณรับปากผมว่าคราวหน้าจะไปทานข้าวด้วยกัน ไว้คุณกลับมาเมื่อไหร่ผมขอนัดทานข้าวกับคุณสักมื้อนะครับ” ปลายสายตอบรับสั้น ๆ “ถ้างั้นผมไม่รบกวนคุณแล้วดีกว่า ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ…ช่วงนี้ฝนเริ่มจะตกหนักแล้ว สวัสดีครับ”

            รถวิ่งมาจอดสนิทหน้าทาวน์โฮม 5 ชั้นหลังหนึ่งพอดีเมื่อนอร์ซวางสายจากวิกกี้ นิกซ์รีบลงจากรถวิ่งอ้อมไปเปิดประตูรถให้เจ้านายลงมา ขณะนิกซ์เดินตามนอร์ซเข้าไปในบ้านพักหรูที่เจ้านายซื้อไว้เพื่อใช้ทำงานบางอย่าง เขาถามเจ้านายว่า

            “คุณนอร์ซชอบคุณวิกกี้จริง ๆ เหรอครับ หรือมีเป้าหมายอื่น”

            นอร์ซเหล่มองนิกซ์และไม่ตอบคำถามในทันที ทำให้นิกซ์คิดว่าคนเป็นเจ้านายอาจไม่พอใจที่เขาถามคำถามนี้และคงไม่ตอบคำถามเขาแล้ว แต่ตอนที่ทั้งคู่เดินไปเกือบถึงหน้าประตูบ้าน นอร์ซก็ตอบคำถามนิกซ์ในที่สุด 

            “เธอก็ดูสวยสง่าและเป็นคนมีความสามารถดีนี่ ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะได้เป็นเลดี้แห่งเดอะนอร์ด้วยก็ได้ แต่ถึงจะไม่ได้เป็น หลังจากนี้ยังไง ๆ เธอก็ต้องเป็นบุคคลสำคัญของตระกูลโนเรียแน่ ๆ แล้วนายไม่คิดว่าคนอย่างวิกกี้เหมาะกับฉันเหรอ ผู้หญิงแบบนี้ไม่ใช่จะหาเจอได้ง่าย ๆ นะ”

            นิกซ์กดรหัสปลดล็อคประตูบ้านให้เจ้าเข้าไปก่อนแล้วเขาเดินตามหลังเข้าไป เขาชั่งใจก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปว่า

            “ตอนหาข้อมูลคุณวิกกี้ผมรู้สึกเหมือนจะเคยเจอหน้าเธอมาก่อน แต่ตอนแรกผมนึกไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหน แล้วเมื่อกี้ที่ผมขับรถพาท่านมาที่นี่ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอเคยวิ่งมาชนผมแถว ๆ นี้ครับ ตอนนั้นเธอดูเป็นผู้หญิงโก๊ะ ๆ ที่ทั้งซุ่มซ่ามทั้งซื่อบื้อซึ่งดูไม่เหมือนตัวตนเธอในตอนนี้เลย ผมเลยรู้สึกแปลก ๆ” 

            “คนเรามันก็ต้องมีตัวตนที่คนอื่นไม่เคยเห็นกันบ้างล่ะน่า นายอย่ากังวลไม่เข้าท่า นายสืบข้อมูลเธอมาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ทุกอย่างก็ดูปกติดีนี่ มีคนใหญ่คนโตอย่างเลดี้ฮันน่ากับตระกูลไพน์คอยหนุนหลัง แต่ที่สำคัญไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกหนอนเน่าน่ารังเกียจพวกนั้น แถมร่ำ ๆ จะเป็นศัตรูกันด้วยแน่ ๆ แล้วมีเรื่องอะไรที่นายกังวล”

            นอร์ซเหล่มองนิกซ์ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าถ้าเขาพูดไม่เข้าหูได้โดนดีแน่ ทำเอานิกซ์ไม่กล้าพูดออกไปว่าเขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย แต่ดูเหมือนเจ้านายของเขาจะหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนั้นเข้าเต็มเปา อย่างที่คำโบราณว่า ‘ความรักช่างทำให้คนตาบอด มองเห็นอะไรไม่ชัดเจน’ เขาพูดอะไรไปก็คงไร้ประโยชน์ ต่อไปคงต้องคอยจับตาดูผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ให้ดี ๆ ตอนนี้เขาทำได้แต่อ้อมแอ้มตอบเจ้านายกลับไปว่า 

            “เปล่าครับ บางทีผมคงจะคิดไปเองจริง ๆ”

            นอร์ซไม่สนใจนิกซ์อีก ตอนนี้เรื่องที่เขาต้องจัดการอยู่เบื้องหน้านี้แล้ว เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานเล็ก ๆ ของบ้าน ด็อกเตอร์คินที่กำลังนั่งอยู่ยืนขึ้นทำความเคารพเขาทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขารู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นเพราะอีกฝ่ายแจ้งเขาให้ทราบก่อนแล้ว ทำให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ เขาหรี่ตามองนักวิจัยที่เขาทุ่มทุนจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลตรงหน้าแล้วถามอีกฝ่ายเสียงแข็งว่า

            “ที่บอกว่าการทดลองผิดพลาด อธิบายมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” ลักษณะท่าทางของนอร์ซในตอนนี้ ช่างต่างกับตอนที่สนทนาทางโทรศัพท์กับวิกกี้โดยสิ้นเชิง รังสีกดดันอันน่าอึดอัดแผ่ปกลุมไปทั่วห้อง ทั้งด็อกเตอร์คินและนิกซ์ต่างรู้สึกหนาวเยือกจนขนลุก

            ด็อกเตอร์คินทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นมองสบตาอีกฝ่ายแล้วรีบตอบกลับไปว่า “ผลการทดลองที่ได้จากเดอะนอร์มาก่อนหน้านี้เป็นผลที่ผิดพลาดครับ”

            คำตอบของด็อกเตอร์คินทำให้นอร์ซขมวดคิ้วสงสัยและโมโหกว่าเดิม “นี่คุณจะบอกว่าเดอะนอร์ทำการทดลองผิดพลาดงั้นเหรอ!” เขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหาข้อแก้ตัวไปส่ง ๆ ให้กับผลงานที่ล้มเหลวของตัวเอง

            “ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่ามันคือความผิดพลาดที่เดอะนอร์ตั้งใจทำครับ” ด็อกเตอร์คินรีบอธิบาย “ผลการทดลองบางส่วนเป็นผลลวงที่ตั้งใจใส่ไว้เพื่อตบตาคนอื่นครับ พอเอามาทดลองทำเลียนแบบถึงได้ล้มเหลวไม่เป็นท่า”

            “พวกเขาจะทำแบบนั้นไปทำไม” นอร์ซสงสัย ไม่ใช่คำพูดของด็อกเตอร์คิน

            ด็อกเตอร์คินแค่นเสียงก่อนจะตอบว่า “คนอย่างเจซซี่ หัวหน้าแผนก Special Mega Proect ของเดอะนอร์เป็นยัยจิ้งจอกเจ้าเล่ห์มาแต่ไหนแต่ไร ถ้ามีเรื่องอะไรที่เธอเห็นว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตหรือคุกคามตัวเธอได้ถ้ามันเกิดผิดพลาดขึ้นมา เธอจะต้องหาวิธีจัดการป้องกันมันไว้ก่อนเป็นอย่างดี”

            “พูดเหมือนกับคุณรู้จักเธอดีเหลือเกินนะ” นอร์ซพูดแกมเยาะ

            “เราเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันครับ” ด็อกเตอร์คินตอบสั้น ๆ เสียงเรียบ

            “แล้วยังไงต่อ คุณคงไม่ได้เชิญผมมาที่นี่เพียงเพื่อให้มาฟังแค่คำแก้ตัวของคุณอย่างเดียวหรอกใช่มั้ย” นอร์ซถามเข้าประเด็นหลักอย่างหงุดหงิด

            “ไม่ใช่แน่นอนครับ ผมมีบางอย่างให้คุณดู เชิญทางนี้ครับ” ด็อกเตอร์คินเดินนำผู้เป็นเจ้านายไปยังประตูอีกฝั่ง 

            หลังประตูบานนั้นเป็นทางเดินที่ทอดยาวไปยังบันไดที่ขึ้นไปชั้นบน แต่ด็อกเตอร์คินหยุดเดินกลางทางตรงหน้าชั้นวางของ เขาเลื่อนชั้นวางของไปทางซ้ายทำให้เห็นว่ามีประตูอีกบานอยู่หลังชั้น เขาใส่รหัสปลดล็อคประตู เมื่อประตูเลื่อนเปิดออกจึงเห็นว่าด้านในเป็นห้องทดลองแห่งหนึ่ง

            ด็อกเตอร์คินพานอร์ซและนิกซ์เดินเข้ามาในห้องและไปหยุดตรงหน้าห้องกระจกที่คุมขังคน 3 คนเอาไว้ แต่จริง ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าคนได้ เพราะสภาพไม่เหมือนคนเอาเสียเลย พวกนั้นนั่งเหม่อเลื่อนลอยและมีสภาพภายนอกไม่ต่างอะไรกับซากศพแต่ยังมีชีวิตอยู่ เนื้อตัวเป็นสีเทาผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ริมฝีปากดำ เบ้าตาโหลลึกดำคล้ำ

            “นี่มันอะไร” นอร์ซขมวดคิ้วเอ่ยถามทันทีที่เห็นศพมีชีวิตในห้องคุมขัง

            “พวกนี้คือผลการทดลองล่าสุดของผมยังไงล่ะครับ” ด็อกเตอร์คินตอบอย่างภาคภูมิใจ ยิ้มมองผลงานของตัวเองตรงหน้า 

            เขาเคาะกระจก 2 ครั้งให้เกิดเสียง พวกศพมีชีวิตในห้องขังเบิกตาโพลงหันขวับมามองทางที่มาของเสียงทันทีราวกับเปิดสวิตซ์ ก่อนจะพากันพุ่งมาหาด็อกเตอร์คินอย่างรวดเร็ว นอร์ซคิดว่าอีกเดี๋ยวพวกมันจะคุ้มคลั่งเหมือนซอมบี้แต่เปล่าเลย กลับกลายเป็นว่าพวกมันมาหยุดยืนเกาะกระจกเบิกตามองด็อกเตอร์คินเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น ทำเอาทั้งนอร์ซและนิกซ์งงว่านี่มันคืออะไร

            นอร์ซพูดอย่างไม่พอใจว่า “ผมให้คุณสร้างเชื้อโรคระบาดที่คร่าชีวิตคนให้ตายได้อย่างรวดเร็ว แล้วนี่คุณสร้างตัวอะไรขึ้นมา ซอมบี้แสนเชื่องรึไง!” 

            “โอ๊ะ…ชื่อนี้ดีมากเลยครับคุณนอร์ซ ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะตั้งชื่อพวกมันว่าอะไรดี ‘ซอมบี้เชื่อง’ เอาชื่อนี้แหละครับดี” ด็อกเตอร์คินกล่าวอย่างดีใจ แต่พอหันไปเห็นหน้าตาถมึงทึงของคนเป็นเจ้านาย จากยิ้มดีใจกลายเป็นยิ้มจืดเจื่อนไปทันที เขารีบสงวนท่าทีกลับมาสงบนิ่งดังเดิม

            “เอ่อ…คุณนอร์ซอย่าเพิ่งโมโหครับ ที่ผมกำลังจะบอกคุณก็คือ ผลการทดลองนี้เหนือชั้นยิ่งกว่าแค่เชื้อโรคระบาดธรรมดาอีกนะครับ คนพวกนั้นถ้าได้รู้ว่าของที่เราผลิตขึ้นมาทำอะไรได้บ้างล่ะก็ต้องตกลงเซ็นต์สัญญาเลือกโปรเจคของเราแน่นอน ผมรับประกันด้วยชีวิตผมเลย”

            นอร์ซดูเย็นลงเมื่อด็อกเตอร์คินพูดว่าโปรเจคนี้เหนือชั้นกว่าของคนอื่นแถมตัวเขายังกล้ารับประกันด้วยชีวิตตัวเองอีกด้วย

            “อธิบายมาให้ชัดเจน” เขาบอกอีกฝ่าย


    ---------------------


    คล้ายกับเรื่องฉันนี่แหละ...คือท่านผู้นั้น That Great Lady is Me. ที่คุณอ่าน