เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เริ่มทำงาน

    หลังจากได้รับความกระจ่างเรื่องราชสีห์ทองคำสามตา เย่ชิงหยางและสวีหนิงก็นั่งพูดคุยกับเย่หยุนซีกับหลิงจีไปอีกพักใหญ่

     

    “ท่านพ่อ ท่านจะเริ่มงานจากส่วนไหนก่อนงั้นหรือขอรับ?” เป็นเย่หยุนซีที่ถามไถ่ขณะกำลังทานอาหาร

     

    “อืม......น่าจะเริ่มจากการระดมทหารซ่อมแซมบ้านเรือนและหาทางทำให้ชาวบ้านอิ่มท้องก่อนล่ะนะ” เย่ชิงหยางตอบกลับบุตรชายไปตามที่ตนเองวางแผนไว้

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้ยินในหัวก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา “ท่านพ่อ ก่อนมาที่นี่ลูกกับเสี่ยวหลิงได้ออกไปตระเวนหาซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงกักตุนเอาไว้มากมาย”

     

    “แทนที่จะใช้ทหารทำงานจิปาถะพวกนี้ ลูกว่าท่านพ่อจ้างพวกชาวเมืองโดยใช้อาหารเป็นการตอบแทนจะดีกว่า อย่างน้อยพวกเขาจะได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาเมืองของตนเอง”

     

    เมื่อสิ้นสุดการแสดงความคิดเห็นของเด็กหนุ่ม หลิงจีที่นั่งอยู่ข้างๆก็นำถุงเก็บของหลายต่อหลายถุงยื่นให้กับสวีหนิงอย่างรู้งาน

     

    เย่ชิงหยางดวงตาเบิกกว้าง “ช่างเป็นวิธีที่เลิศล้ำยิ่งนัก พวกลูกคงเสียทรัพย์ที่เก็บไว้มากมายเลยสินะ ถึงซื้อวัตถุดิบมากมายขนาดนี้มาได้”

     

    เด็กหนุ่มยิ้มพลางส่ายหน้า “พอดีนิกายท่วงทำนองสวรรค์มีความสัมพันธ์อันดีกับสมาคมการค้าในจักรวรรดิ พวกลูกจึงได้รับส่วนลดมากมาย เสียไปไม่ถึงแสนเหรียญปราณด้วยซ้ำ”

     

    ทั้งเย่ชิงหยางและสวีหนิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งระคนดีใจ ในสายตาของพวกเขาเย่หยุนซีเปรียบดั่งบุตรชายที่สวรรค์ประทานมาให้อย่างแท้จริง

     

    “เด็กดีๆ ขอบคุณพวกลูกมากที่ยอมเสียสละขนาดนี้ แต่ไม่ต้องห่วง เอาไว้พอกลับจักรวรรดิพ่อจะคืนเงินให้กับพวกลูกแน่”

     

    “ฮ่าๆๆ ท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่จำเป็นต้องคืนหรอกขอรับ ลูกมีเสี่ยวจินอยู่อีกไม่นานก็น่าจะได้คืนมาเป็นร้อยเป็นพันเท่า” เย่หยุนซีกล่าวอย่างอารมณ์ดี คำพูดนี้ของเขาทำให้ทั้งครอบครัวหัวเราะขบขัน

     

    หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งเย่ชิงหยางและสวีหนิงก็กางร่มเดินออกจากบ้านไปทำงาน ณ ที่ตั้งกองทัพใกล้กับสนามรบระหว่างประเทศ

     

    ส่วนเย่หยุนซีและหลิงจีเมื่อทานอาหารเสร็จ ทั้งสองก็เดินออกไปด้านนอกเช่นกัน แต่สถานที่ๆเขาจะไปนั้นก็คืออ่างเก็บน้ำที่องค์ชาย องค์หญิง และท่านพ่อของเขาสร้างขึ้นเมื่อวานนี้

     

    “คุณชายพวกเรามาทำอะไรกันที่นี่เจ้าคะ” หลิงจีเอ่ยถามทันทีเมื่อเดินมาถึง

     

    เย่หยุนซียืนกวาดสายตามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาหาหลิงจีแล้วพูดว่า “ถึงแม้ที่นี่จะเริ่มมีน้ำ แต่ยังขาดพืชพรรณและสัตว์ป่า เสี่ยวหลิงท่านว่าพวกเราจะไปหาของพวกนี้มาจากที่ไหน?”

     

     “อืม หากไม่เดินทางไปที่เมืองใกล้ๆ ก็ต้องข้ามเขตชายแดนกระมังเจ้าคะ”

     

    “หือ!!......อย่าบอกนะว่าคุณชายคิดจะข้ามเขตชายแดน!!”

     

    หลิงจีรู้สึกตกใจสุดขีดเมื่อคิดขึ้นได้ และถ้าหากถามว่าทำไมนางถึงคิดเช่นนี้ เหตุผลก็มีอยู่ประการเดียวนั่นคือเมืองชายแดนของอาณาจักรมังกรสีชาดนั้นอยู่ใกล้ที่สุดใช้เวลาไม่เกินครึ่งวันก็ไปถึง ผิดกับเมืองอื่นในจักรวรรดิซึ่งอยู่ไกลแสนไกล

     

    เย่หยุนซียกยิ้มให้ “ท่านเดาเกือบถูก แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องข้ามไปทางฝั่งนั้น ข้าแค่อยากได้พืชพรรณหาเอาตามริมฝั่งแม่น้ำก็พอ ส่วนเรื่องสัตว์ก็เอาเป็นปลาแล้วกันหาง่ายดี”

     

    ได้ยินคำพูดของเย่หยุนซี หลิงจีก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะมันถือว่าไม่อันตรายจนเกินไปและอยู่ใกล้มาก ใช้เวลาเดินทางไปเกินครึ่งชั่วยามก็น่าจะถึงที่หมาย

     

    ซึ่งเมื่อตกลงกันได้ ทั้งสองก็ขี่กระบี่บินพุ่งทะยานไปที่แม่น้ำโดยไม่รอช้า ก่อนที่พวกเขาจะสังเกตุเห็นว่าเขตพายุฝนสิ้นสุดลงที่บริเวณแม่น้ำนี้เพียงเท่านั้น

     

    เย่หยุนซียกยิ้มอย่างเบิกบาน เจ้าเสี่ยวจินช่างรู้งานเสียจริงๆ ที่ทำให้พายุฝนไม่ข้ามเขตแดนไปทางฝั่งของอาณาจักรมังกรสีชาด

     

    “ฮ่าๆๆ ป่านนี้พวกทหารลาดตระเวนของทางฝั่งนั้นคงจะวิ่งวุ่นรายงานเรื่องพายุฝนกันยกใหญ่.......เสี่ยวหลิงท่านเก็บพวกพืชพรรณให้ได้มากที่สุดเลยนะ เดี๋ยวข้าจะหาปลาไปปล่อยที่อ่างเก็บน้ำเอง” เด็กหนุ่มจัดแจงหน้าที่ ก่อนจะเริ่มทำตามแผนการด้วยความกระตือรือร้น จวนจนเวลาผันผ่านเกือบไป 4 ชั่วยาม

     

    “คุณชาย ข้าได้ทั้งต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์มาเยอะมากแล้วนะเจ้าคะ ทางฝั่งท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หลิงจีเอ่ยถามหลังจากทำงานของตนเองเสร็จสิ้น

     

    เย่หยุนซีที่กำลังจับปลาอยู่เผยรอยยิ้ม ที่บริเวณริมฝั่งมีถังน้ำจำนวนมากที่บรรจุปลาเป็นๆเกือบ 1,000 ตัว แถมส่วนใหญ่ก็ดูจะท้องทั้งนั้น

     

    “ว้าว ท่านจับปลาเก่งจัง” โฉมสะคราญเมื่อเดินมาเห็นก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

     

    “ก็แค่ความสามารถเล็กๆที่ติดตัวมาตั้งแต่ตอนเด็กๆน่ะ” เย่หยุนซีกล่าวออกไปอย่างขบขัน ก่อนจะวิชาควบคุมกระบี่บินแบกถังน้ำกลับไปยังทะเลสาบขนาดย่อมพร้อมกับหลิงจี

     

    “หากมันสงบเช่นนี้ไปตลอดก็ดีสินะ”

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน