ทางด้านของลอยด์และอูซิน
“แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถเข้าร่วม อันเดอร์รูฟ?” ลอยด์ถาม
“ถึงแม้ว่าเป้าหมายของอันเดอร์รูฟคือการใช้พลังอย่างอิสระ แต่ก็เพราะเป็องค์กรใต้ดินของทั้งโลกวิทยาการและโลกมนตรา หากคิดจะเข้าก็ต้องปฏิญาณิญญาว่าจะไม่คิดทรยศต่ออันเดอร์รูฟ หากคิดทรยศคำปฏิญาณจะกลายเป็คำสาปกัดกินิญญาแทน” อูซินกล่าว
“ได้” ลอยด์แม้จะมีความลังเลแต่ในตอนนี้เขา้า กำลังเพื่อแก้แค้น
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากลอยด์ อูซินส่งพลังเวทไปยังหลังมือของตนเอง กระตุ้นการทำงานของรอยสักเวท จากตอนแรกที่พลังมือขวาของลอยด์เป็ผิวที่ไร้รอยสัก ค่อยๆ มีรอยสักปรากฏขึ้น มันเป็รอยสักรูป ต้นไม้โบราณที่ดูคล้ายแผงวงจรซับซ้อน รากของมันหยั่งลึกลงไปในเส้นเืดูเหมือนมีชีวิต ลำต้นตั้งตรงสลักด้วยอักขระที่หมุนวนราวกับฟันเฟืองจักรกล ใบของมันคือผลึกคริสตัลสีขาวห้าอันที่ส่องประกายวูบวาบตามจังหวะการเต้นของหัวใจ แต่รอยสักนี้มีเพียงแค่อูซินเท่านั้นที่เห็น ลอยด์ไม่อาจมองเห็นได้
ส่วนราก: หมายถึง โลกวิทยาการ (จุดกำเนิดที่ต้องหลบซ่อนอยู่ใต้ดิน)
ส่วนลำต้น: หมายถึง ความแข็งแกร่งและการเชื่อมต่อ (การผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิต)
ส่วนยอดที่เป็คริสตัล: หมายถึง ความหวังที่จะเติบโตและส่องสว่าง
วงล้อมอักขระ: คือกฎเกณฑ์ของเทพรังสรรค์แห่งชีวิต ที่คอยปกป้องสมาชิก
“นำมือของเ้ามาชนกับมือของข้า หากพร้อมก็ปฏิญาณคำสัตย์กับข้า” อูซินกำมือไปไว้ข้างหน้าลอยด์
ลอยด์เองก็ทำตาม หมัดของทั้งสองชนกัน
“ชื่อ” อูซินเป็คนพูดนำ
“ข้า ลอยด์ แวนแจนซ์”
“เงามืดคือบ้าน ความเงียบคืออาวุธ เราคือรากที่ชอนไชใต้บัลลังก์เทวะ เมื่อฟ้าถล่ม... เราคือหลังคาพิทักษ์คนยาก เมื่อดินสลาย... เราคือลมหายใจสุดท้ายของโลก เพื่ออิสรภาพที่ไร้พันธนาการ แด่อิสรภาพใต้เงาไม้”
“เงามืดคือบ้าน ความเงียบคืออาวุธ เราคือรากที่ชอนไชใต้บัลลังก์เทวะ เมื่อฟ้าถล่ม... เราคือหลังคาพิทักษ์คนยาก เมื่อดินสลาย... เราคือลมหายใจสุดท้ายของโลก เพื่ออิสรภาพที่ไร้พันธนาการ แด่อิสรภาพใต้เงาไม้” ลอยด์พูดตามคำพูดของอูซิน
เมื่อลอยด์กล่าวคำปฏิญาณเสร็จ ที่บนหลังมือขวาของลอยด์เองก็ค่อยๆ ปรากฏรอยรูปต้นไม้โบราณแบบเดียวกับอูซิน เพียงแต่ว่าคริสตัลของลอยด์กลับส่องแสงเพียงแค่อันเดียวผิดกับของอูซินที่ส่องแสงถึงห้าอัน
“เจ็บเอาเื่เลย” ลอยด์กล่าว ในตอนที่รอยสักปรากฏขึ้น เหมือนกับว่าคำปฏิญาณมันไม่ได้ปรากฏเพียงบนฝ่ามือแต่มันสลักลึกไปถึงดวงิญญา แสดงให้เห็นจากแสงที่กะพริบเป็จังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจ
เมื่ออูซินเห็นว่าสำเร็จเขาก็โล่งใจ สาเหตุที่เขาจำเป็ต้องให้ลอยด์เขาร่วมกับอันเดอร์รูฟไม่เพียงเพราะ้าช่วยลอยด์เท่านั้น แต่ว่าหากในอนาคตลอยด์ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็เครื่องมือของภาคีไตรเนตร คำปฏิญาณในวันนี้ก็จะเป็ตัวหยุดไม่ให้ลอยด์กลายเป็สิ่งที่ร้ายกาจภายในอนาคต
“ทำไมรอยสักของเ้ากับข้าถึงต่างกัน?” ลอยด์ถามถึงแสงจากคริสตัลที่ส่องแสงเพียงอันเดียว
“ก็เพราะว่าเ้าเพิ่งจะเข้ามายังไง จำนวนของคริสตัลที่ส่องแสงก็หมายถึงระดับในองค์กรที่สูงมากเท่านั้น” อูซินกล่าว
“แสดงว่าระดับของเ้าก็สูงมากสิ” ลอยด์ถาม
“ใช่.. ก็ในระดับที่สั่งเคลื่อนไหวอันเดอร์รูฟทั้งโลกมนตราได้เลย” อูซินกล่าว
“ฟังดูยิ่งใหญ่จังเลยนะ” ลอยด์เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คงเป็เพราะระดับพลังในตอนนี้ของอูซินยังเป็เพียงระดับสามขั้นต้น
“แล้วแผนต่อไปของเ้าคืออะไรงั้นเหรอ?” ลอยด์ถาม
อูซินไม่ตอบทันทีแต่กลับหันไปมองแมวน้อยที่ไหล่ของตนเอง
“ไปยังเมืองเทรัส ข้าแนะนำให้รีบไปหาสมาชิกอันเดอร์รูฟที่แฝงตัวภายในเมืองเทรัส” เมาเมากล่าว
“ตามนั้น แต่ข้าไม่เคยมาที่โลกมนตรา ตอนนี้ข้าอยู่ที่จุดไหนก็ยังไม่รู้ ต้องรบกวนเ้านำทางแล้ว ลอยด์” อูซินกล่าว
“ได้สิ จากจุดที่เราอยู่เดินทางขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ก็เจอเมืองเทรัสแล้ว” ลอยด์กล่าว
“งั้นก็วิ่งไปดีกว่า… เ้าเพิ่งจะสามารถใช้ไสยเวทได้ ลองใช้มันออกมาแล้ววิ่งนำไป จะได้ชินกับการใช้ไสยเวท” อูซินกล่าวแนะนำ
“ดะ.. ได้” ลอยด์พูดออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แต่ก็ลองดึงพลังของตนเอง อาศัยความรู้สึกตอนที่อยู่ในแก่นิญญาดึงพลังทั้งสามสายของตนเองออกมา เขาใช้เวลาเกือบสิบห้าวินาทีเพื่อดึงทั้งพลังเวท จิต ิญญา ออกมาและประสานจนกลายเป็ไสยเวท พลังเวทสายลมสีเขียว พลังจิตสีดำ และ พลังิญญาสีเขียวอ่อน
“ถึงจะบอกว่าไม่เลวสำหรับมือใหม่ แต่สิบห้าวินาทีนานเกินไป หากเจอศัตรูละก็ โดนสังหารก่อนแน่” อูซินกล่าว
“ระ… รู้อยู่ แต่การควบคุมไสยเวท ไม่ใช่เื่ง่ายเลย” ลอยด์กล่าว เขาใช้สมาธิอย่างมากเพื่อประสานพลังทั้งสามเข้าด้วยกันจนสมบูรณ์
“ถึงได้ให้ลองวิ่ง ให้เปลี่ยนจากการเพ่งสมาธิเพื่อคงสภาพไสยเวท เป็การใช้สัญชาตญาณควบคุมให้ไสยเวทไหลลื่นโดยไม่ต้องพยายาม… ไปได้แล้ว” อูซินกล่าว
“จะลองดู” ลอยด์ไหลเวียนพลังไสยเวทของตนเอง ในตอนนี้พลังของเขาก็คือ ไสยเวทสายลมมรณะ ที่มีคุณสมบัติอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็คุณสมบัติจากธาตุลม การเสริมความเร็ว พลังตัด ความอิสระในการใช้งาน หรือ คุณสมบัติจากธาตุมรณะ ที่เกิดจากการประสานพลังิญญาและธาตุมืด การกัดกร่อน การกลืนกินพลังธาตุอื่น
เมื่อลอยด์ออกเท้าวิ่งร่างกายของเขาก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“เหวอ..” ลอยด์ร้องออกมาอย่างใในความรวดเร็วของตนเอง การเคลื่อนที่ของเขาจากที่วิ่งไม่เป็จังหวะไม่กี่ครั้ง ค่อยๆ สามารถปรับจนสามารถวิ่งได้เป็ปกติ
‘เร็วขนาดนี้เลยงั้นเหรอ ความเร็วนี้พอๆ กับ ผู้มีพลังเวทระดับห้าขั้นสูงเลย… ไม่สิ ข้ายังเร็วได้มากกว่านี้’ ยิ่งวิ่งลอยด์ยิ่งสามารถควบคุมพลังได้ดีมากขึ้น ยิ่งดีมากขึ้นความเร็วของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแค่ความเร็วที่มากขึ้นก็ทำให้เขาดีใจไม่น้อย
ลอยด์วิ่งจนแทบจะไม่อาจรู้ได้เลยว่าตนเองวิ่งมาไกลแค่ไหน จนกระทั่งเขารู้สึกตัวว่าเขาดีใจเกินไป วิ่งมาด้วยความเร็วสูงสุดของตนเองที่ไม่เคยมี ทำให้ลืมอูซินไปเลย ทำให้เขารีบหยุดเท้าและหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเมื่อเขาหันกลับไปก็พบว่า อูซิน วิ่งตามมาด้วยความเร็วที่น้อยกว่าเขาเพียงสามส่วนเท่านั้น
“บ้าน่า!” ลอยด์มองความเร็วของอูซินด้วยความตกตะลึง หากบอกว่า เขาที่มีพลังเวทระดับห้าขั้นต้นสามารถแสดงความเร็วได้เกือบเท่ากับ ผู้มีพลังเวทระดับห้าขั้นสูง เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะด้านความเร็วแล้ว แต่อูซินที่มีพลังเวทเพียงระดับสามขั้นต้นกลับเร่งความเร็วได้เท่ากับ ผู้มีพลังเวทระดับห้าขั้นต้น เรียกได้ว่าเป็สัตว์ประหลาดแล้ว
“ไม่จำเป็ต้องรอก็ได้ วิ่งนำไปเลย ถึงจะวิ่งไม่เร็วเท่าเ้า แต่เ้าเหนื่อยก่อนข้าแน่นอน” อูซินกล่าว
“เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่?” ลอยด์ถามออกไปอย่างลืมตัว
“ตัวตนที่ถูกเลือกให้มาทำลายแผนการของศาสนจักรแห่งแสงไง.. ถ้าแค่นี้ข้ายังทำไม่ได้จะถูกเลือกมาได้อย่างไร” อูซินกล่าวยกยอตนเอง
แม้ว่าลอยด์อย่างจะเถียง เขาก็ไม่อาจทำได้เพราะว่าหลักฐานก็คือสิ่งที่เขาเห็น เพียงแค่ความเร็วของอูซิน ก็นับได้ว่าอีกฝ่ายเป็สัตว์ประหลาดแห่งความเร็วแล้ว
“อีกไกลหรือไม่” อูซินถาม
“อีกไม่ไกลแล้ว หากเราวิ่งด้วยความเร็วนี้ อีกสองชั่วโมงก็คงถึงแล้ว …. แต่ข้าขอถามหน่อย คิดดีแล้วงั้นเหรอที่จะไปยังเมืองเทรัส ตระกูลเมเยอร์เองก็ตั้งอยู่ภายในเมือง หากข้าเข้าไปคงโดนลอบสังหารทันที” ลอยด์กล่าว
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง สมาชิกของอันเดอร์รูฟ สามารถช่วยเ้าสร้างตัวตนใหม่ได้” เมาเมากล่าว
“หมายความว่ายังไง…” ลอยด์ถาม
“เอาไว้ไปถึงก็รู้เองนั่นแหละ… ดูเหมือนว่าอีกไม่เกินสองชั่วโมงก็น่าจะเช้าแล้ว คงต้องรีบแล้ว” อูซินะโพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“รอด้วย” ลอยด์รีบวิ่งไปทันที
เพียงไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง ทั้งสองที่วิ่งอย่างต่อเนื่องก็มาถึงชายป่าแล้ว อีกไม่ไกลก็จะเป็เขตของเมืองแล้ว
“แฮ่กๆ .. เดี๋ยวพักก่อนได้ไหม” ลอยด์พูดเสียงหอม พลางมองไปยังอูซินอย่างทึ่งๆ เพราะอีกฝ่ายก็วิ่งมาพร้อมๆ กัน แต่กลับไม่มีอาการเหนื่อยหอบเลย แถมความเร็วยังไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย สามารถรักษาระดับความเร็วได้ตลอด
“ดูเหมือนว่าเ้าจะเริ่มชินกับการโคจรไสยเวทแล้วสินะ” อูซินหันกลับไปมองลอยด์ ที่เขาต้องพุ่งออกมาและวิ่งตลอดเวลาก็เพราะ้าให้อีกฝ่ายชินกับการใช้ไสยเวท ยิ่งอีกฝ่ายใช้พลังในระดับสี่ขั้นสูงที่น้อยกว่าระดับของตัวเอง ก็หมายความว่าพลังของอีกฝ่ายแม้จะถูกใช้เรื่อยๆ แต่ก็จะสามารถดูกลืนสายลมมาฟื้นฟูพลังเวทของตนเองได้เล็กน้อย ทำให้การใช้พลังของลอยด์ดีขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ
เพียงไม่นานลอยด์ก็สามารถคุ้นชินการเรียกใช้ไสยเวท
“ขอพักแปป สิ แฮ่กๆ” ลอยด์พยายามหายใจเข้าอย่างรุนแรง การใช้ไสยเวทอย่างต่อเนื่องนั้นกินพลังอย่างมาก เพียงไม่นานไสยเวทของเขาก็เหลือไม่ถึงหนึ่งส่วนแล้ว
“งั้นก็พักกันก่อนแล้วกัน… อีกอย่างดูเหมือนว่า อีกไม่ไกลก็จะถึงเมืองเทรัสที่ว่าแล้ว” อูซินมองผ่านป่า อีกไม่ไกลก็จะถึงชายขอบของป่าแล้ว ถัดไปก็เป็ทุ่งหญ้ากว้าง และ กำแพงเมืองขนาดใหญ่ เพียงแค่มองจากตรงนี้ก็สามารถเขาขนาดเมืองได้เลยว่า เมืองเทรัส เป็เมืองระดับสูงที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรหลายล้านคนอย่างแน่นอน
“งั้นก็รอ ผู้ช่วยของเราตรงนี้แล้วกัน เ้าจะได้พักผ่อนด้วย” อูซินกล่าว จากนั้นก็กระตุ้นพลังของตน ส่งเข้าไปยังรอยสักอันเดอร์รูฟ ส่งพลังเข้าไปเป็จังหวะๆ
“หือ?” ลอยด์มองไปที่มือของตนเอง เขาััได้ถึงพลังบางอย่างที่ถูกกระตุ้น ขึ้นมารอยสักปล่อยพลังออกมาเป็จังหวะ
“ปล่อยพลังเวทเป็จังหวะ?” ลอยด์ถาม
“ใช่ รอยสักของอันเดอร์รูฟ มีเพียงสมาชิกของอันเดอร์รูฟเท่านั้นที่มองเห็นและััได้ ยิ่งรอยสักระดับสูงเท่าไหร่ความสามารถแฝงในรอยสักยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น หนึ่งในความสามารถของรอยสักก็คือ การส่งพลังผ่านรอยสัก จังหวะของพลังเวทที่ข้าส่งไปก็คือ 'มีการข้ามมิติ' และ '้าตัวตน' อีกไม่นานสมาชิกอันเดอร์รูฟที่ใกล้ที่สุดจะมาหาเราเอง” อูซินกล่าว
“เข้าใจแล้ว… งั้นข้าขอนั่งรอตรงนี้นะ” ลอยด์รีบนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะตื่นเต้นกับพลังใหม่มากเกินไป ทำให้ใช้พลังออกมาอย่างไม่หยุด จนพลังเกือบจะหมดเลย แต่ว่าเมื่อลอยด์มองไปยังอูซิน ทั้งๆ ที่พลังของเขาสูงกว่าอูซิน แต่อูซินกลับไม่มีอาการของการเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงไปยืนพิงกับต้นไม้เท่านั้น
‘หรือว่าเ้านั่นจะเป็สัตว์ประหลาดที่ถูกเลือกให้มาทำภารกิจสำคัญจริงๆ … แต่ระดับพลังไม่น้อยเกินไปงั้นเหรอ’ ลอยด์คิดอยู่ภายในใจ
ในระหว่างที่กำลังรอ อูซินก็ค้นหาบางอย่างภายในสร้อยคอมิติของตนเอง และ ได้นำบางสิ่งที่คล้ายกับปลอกคอออกมา
“เอาไป” อูซินโยนปลอกคอไปให้กับลอยด์
“ปลอกคอ?” ลอยด์มองอูซินอย่างงงๆ
“มันคือ.. เครื่องปลอมแปลงใบหน้าที่ข้าได้มาจากอันเดอร์รูฟก่อนมาโลกมนตรา เป็อุปกรณ์จิตระดับแปด 'ปลอกคอแปลงโฉม' หากไม่ใช่ผู้มีพลังระดับเก้าขึ้นไป เพ่งทักษะตรวจสอบมาที่เ้าก็ไม่อาจมองใบหน้าที่แท้จริงของเ้าได้” อูซินกล่าว ก่อนที่จะมายังโลกมนตรา เขาได้รับอุปกรณ์มากมายมาจากอันเดอร์รูฟเพื่อช่วยในการทำภารกิจ
“ต่อให้มันปลอมแปลงใบหน้าได้.. แต่ปลอกคอเนี่ยนะ” ลอยด์มองไปยังปลอกคอในมือเพราะไม่ค่อยอยากใส่
“ใส่ๆ ไปเถอะน่า.. อยากเข้าเมืองด้วยใบหน้าของลอยด์หรือไง เดี๋ยวก็โดนตระกูลเมเยอร์ไล่ล่าในเมืองหรอก” อูซินกล่าว
“ก็ได้” ลอยด์พยายามลองใส่ปลอกคอขนาดเล็ก เมื่อสวมเสร็จจากปลอกคอมันค่อยๆ เลือนหายจนกลายเป็เพียงรอยสักรอบคอเท่านั้น ใบหน้าของลอยด์ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนไม่อาจดูเคล้าเดิมได้อีก สีผมและดวงตาสีเขียวมรกตก็ถูกเปลี่ยนจนกลายเป็สีดำสนิท
“เ้าคงต้องใช้ใบหน้าแบบนี้ไปอีกนาน” อูซินกล่าว
“ก็คงต้องเป็แบบนั้น… แล้วผู้ช่วยของเ้าจะมาเมื่อไหร่” ลอยด์ถาม
“คงอีกไม่นาน”
ทั้งสองคนรอได้ประมาณสามสิบนาที ััของอูซินก็พบว่ามีคนกำลังใกล้เข้ามา หลังจากนั้นลอยด์ก็ััได้ว่ามีคนที่เดินผ่านความมืดมายังพวกเขาสองคน
ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดอกเลาเซตไว้อย่างดี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวทับด้วยกั๊กสีดำที่ดูสะอาดตา ดวงตาที่ดูเหมือนจะมองทะลุความลับของทุกคนได้ แขนเสื้อของเขาติดกระดุมข้อมือที่เป็โลหะขัดเงา
“อะไรกัน… เด็กหนุ่มสองคนงั้นเหรอ” มาร์ตินมองเด็กหนุ่มสองคนอย่างแปลกใจ