ล่าผ่าแดนทมิฬ

ตอนที่ 144 เพื่อนไม่ได้มองกันที่ฐานะ แต่มองกันที่นิสัย

"อือ~"เชนค่อยๆลืมตาพร้อมกับส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ดวงตาของเขาต้องหรี่ลงจนแคบพร้อมกับยกมือขึ้นมาบัง เมื่อแสงของยามรุ่งอรุณสาดส่องโดนตาที่ยังปรับแสงไม่ได้ของเขา"เช้าแล้วเหรอ ห้าว~"เชนพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเงยหน้าหาวอย่างเกียจคร้าน"ตื่นแล้วเหรอคะ"เสียงหวานใสที่อยู่ๆก็ดังขึ้น ทำให้เชนที่มีอาการง่วงงุนก่อนหน้านี้ตาสว่างขึ้นในทันใด"หรูหรู! ตื่นนานแล้วเหรอ อาการเป็นยังไงบ้าง"เจ้าของเสียงหวานนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นฟางหรูที่ขณะนี้กำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟ ส่วนฉินเองก็นั่งอยู่ไม่ห่างจากเธอนัก และขณะนี้เขากำลังวุ่นวายอยู่กับการย่างอะไรบางอย่างจนส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่วบริเวณ"ตื่นก่อนหน้าเชนสักพักค่ะ ส่วนร่างกายก็ปกติดีแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ"ฟางหรูกล่าวตอบเชนที่กำลังเดินมายิ้มๆ"ว่าแต่เชนนั่นแหละไม่เป็นไรใช่ไหม?"ฟางหรูถามออกไปด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความเป็นห่วง เธอนั้นเอาจริงๆก็แค่ใช้ปราณจนหมด ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียอย่างรุนแรงเท่านั้น แถมเธอก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเป็นพิเศษ เพราะงั้นเมื่อได้โอสถฟื้นฟูพร้อมกับนอนพักเต็มอิ่มตลอดคืน ร่างกายของเธอก็เลยกลับมาอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ในทันที แต่เชนนั้นไม่ใช่…เธอเห็นเต็มตาว่าเขานั้นโดนหมัดของเบลดเข้าเต็มๆ"ไม่ต้องห่วงหรอก แค่เห็นหรูหรูไม่เป็นอะไร ฉันก็ฟิตเปรี๊ยะแล้ว!""ฮิๆ เว่อร์อะ"เชนหยุดยืนอยู่ข้างฟางหรูพร้อมยกแขนขึ้นเบ่งกล้าม จนฟางหรูที่ได้เห็นแบบนั้นก็ถึงกับยิ้มออกมาเต็มใบหน้าทั้งสองคุยกันโดยที่ไม่เห็นเลยว่าฉินนั้น ขณะนี้ได้เหลือบตามองสลับทั้งฟางหรูและเชนไปมาอย่างจับสังเกต เพราะเขาไม่เคยเห็นฟางหรูคุยกับใครแล้วยิ้มแย้มแบบนี้มาก่อนเลย"แต่แค่คืนเดียวเชนเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ"คำกล่าวของฟางหรูทำให้เชนนั้นรู้ได้ในทันทีว่าเธอคงหมายถึงเรื่องระดับของเขา"พอดีเมื่อคืนไปดูดซับหินแกนมาน่ะ"เชนกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ เขาไม่รู้ว่าจะตอบยังไงถ้าฟางหรูถามขึ้นมาว่าทำได้ยังไงที่ทะลวงถึงสิบเอ็ดระดับในคืนเดียว"สุดยอดเลยนะคะ สมกับเป็นเชนเลย"ฟางหรูกล่าวขึ้นอย่างชื่นชมโดยไม่มีความสงสัยอยู่ในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้เชนที่กำลังหนักใจถึงกับกะพริบตาปริบๆสำหรับฟางหรู…เธอได้เห็นความแปลกพิสดารของเชนมาหลายอย่างมากจริงๆ ตอนแรกเธอเองก็ตกใจและสงสัยในตัวตนของชายหนุ่มไม่น้อย แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะพิสดารแค่ไหน แต่ถ้าคนที่ทำมันเป็นเชนล่ะก็ เธอรู้สึกว่า…มันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรฉินยังคงเหลือบตามองเชนและฟางหรูพูดคุยกัน และยิ่งนานไปเขาก็ยิ่งสังเกตได้ว่า สายตาเวลาที่ฟางหรูมองไปยังเชนนั้น…ดูจะเต็มไปด้วยความสดใสอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เอื้อกฉินถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื้อกเมื่อเขาเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอะไรบางอย่าง…"อะแฮ่มๆ"ทันใดนั้นฉินก็ส่งเสียงกระแอมขึ้น ทำให้เชนและฟางหรูที่อยู่ห่างไปไม่ไกลต้องหยุดคุยกันแล้วหันมามอง"เชนนายนั่งก่อนสิ ฉันย่างเนื้อเอาไว้แล้ว เรามากินอาหารเช้ากัน"ฉินกวักมือเรียกให้เชนนั่งลง เชนเองก็ไม่ได้ขัดอะไร เขาพยักหน้าพร้อมกับนั่งลงข้างฟางหรูฉินเมื่อเห็นทุกคนนั่งลงแล้วก็ทำการแจกจ่ายเนื้อเสียบไม้ที่เขาย่างจนควันโชยให้เชนและฟางหรู ตอนแรกเชนเองก็สงสัยไม่น้อยว่าฉินไปเอาเนื้อมาจากไหน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายมีกระเป๋ามิติก็เข้าใจในทันที'ให้ตายสิ อยากได้สักใบจังแฮะ'เชนคิดอย่างอยากได้พร้อมกับยกเนื้อเสียบไม้ในมือขึ้นกัดคำโต...ทั้งสามทานอาหารกันเพียงไม่นานก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ฉินทำการเก็บอุปกรณ์ต่างๆลงกระเป๋ามิติ แล้วเขาก็นั่งลงข้างกองไฟที่เดิมอีกครั้ง"เอาล่ะทั้งสองคน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย หรูน้อยคงสงสัยใช่ไหมว่าทำไมพี่ถึงตามหาคนของแดนกระบี่เรา"คำกล่าวของฉินที่อยู่ๆก็ดังขึ้น ทำให้เชนและฟางหรูที่กำลังพูดคุยกันต้องหันมาให้ความสนใจ"จริงสิ หนูก็จะถามหลายครั้งแล้ว พี่ฉินตามหาทำไมเหรอคะ?"ฟางหรูพยักหน้ารับพร้อมถามออกไปอย่างสงสัย"เมื่อคืนฉันก็ถามเหมือนกัน แต่ฉินบอกว่ารอให้หรูหรูฟื้นก่อนแล้วจะบอกทีเดียว"เชนกล่าวสมทบคำพูดของฟางหรู นั่นทำให้ฟางหรูที่ได้ยินยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่"ที่พี่ตามหาคนของแดนเราเพราะพี่…ต้องการความช่วยเหลือน่ะ"ฉินกล่าวขึ้นด้วยแววตาหนักใจจนสังเกตได้ชัด ทำให้เชนและฟางหรูที่กำลังมองอยู่ถึงกับต้องนั่งตัวตรงตั้งใจฟัง"ห่างจากที่นี่ไปทางทิศเหนือราวๆห้ากิโลเมตรจะมีหุบเหวที่เป็นช่องแคบอยู่ เมื่อวานตอนถูกส่งเข้ามาพี่ก็ปรากฏตัวอยู่แถวนั้นพอดี พอพี่เห็นช่องแคบที่ว่าพี่ก็เลยเลือกจะเดินเข้าไปสำรวจ พี่เดินลึกเข้าไปในช่องแคบนั่นเรื่อยๆ และในที่สุด…พี่ก็ได้เจออะไรบางอย่างเข้าจนได้"เสียงตอนเล่าของฉินนั้นดูจะเต็มไปด้วยความหนักใจ แต่กลับกัน ทั้งเชนและฟางหรูที่ได้ยินกลับรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก"นายเจออะไรเหรอฉิน"เชนถามออกไปอย่างอยากรู้ ฟางหรูที่นั่งข้างๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมรอฟังอย่างตั้งใจ"ฉันเจอ…ซุ้มประตูทางเข้า"ฉินกล่าวพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นอย่างเคร่งเครียด"ซุ้มประตูทางเข้า!?"เชนและฟางหรูถึงกับอุทานออกมา"ใช่ มันเป็นซุ้มประตูที่ดูเก่าแก่เอามากๆ แถมด้านบนซุ้มยังมีป้ายตัวอักษรที่ฉันอ่านไม่ออกติดอยู่ด้วย"เชนและฟางหรูตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วจริงๆเมื่อได้ยินว่าฉินไปเจออะไรมา"ซุ้มประตูทางเข้าในRaidระดับพิเศษแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่! แล้วด้านหลังซุ้มประตูนั่นมีอะไรอยู่งั้นเหรอ"เชนถามออกไปอย่างอยากรู้ ฟางหรูที่นั่งข้างๆเองก็พยักหน้าเป็นลูกคู่อย่างอยากรู้เช่นกันฉินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหัวออกมา"เรื่องนั้น…ฉันก็ไม่รู้""??"เชนและฟางหรูที่กำลังรอฟังอย่างตั้งใจ ถึงกับงุนงงเมื่อได้ยินคำตอบของฉิน"ไม่รู้? หมายความว่ายังไง นายไม่ได้เข้าไปสำรวจหลังซุ้มประตูหรอกเหรอ"เชนถามออกไปอย่างงุนงง"นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันออกตามหาคนของแดนกระบี่เรา เพราะว่าซุ้มประตูทางเข้านั่นน่ะ…มันมีกำแพงที่มองไม่เห็นถูกกางไว้อยู่"ฉินกล่าวพร้อมถอนหายใจเมื่อกล่าวถึงกำแพงปราณ แต่กลับเชนและฟางหรูที่กำลังรอฟังอยู่นั้น พวกเขาถึงกับเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา"กำแพงที่มองไม่เห็นเหรอคะ?"ครั้งนี้เป็นฟางหรูที่ถามขึ้นบ้าง"ใช่ และเพราะกำแพงนั่นแหละ ทำให้พี่ไม่สามารถข้ามซุ้มประตูนั่นไปได้"ฉินพยักหน้าตอบคำถามฟางหรู"แต่นายบอกเมื่อกี้ว่าเพราะกำแพงนี่ นายเลยออกตามหาพรรคพวกนี่นา หมายความว่าถ้ามีสองคนจะผ่านเข้าไปได้อย่างงั้นเหรอ?"เชนกล่าวถามอย่างตรงจุด ฟางหรูเองก็มองไปยังฉินอย่างรอคำตอบ"ไม่ใช่ถ้ามีสองคนแล้วจะผ่านเข้าไปได้หรอก แต่ถ้ามีสองคนน่าจะร่วมกันโจมตีจนกำแพงนั่นแตกได้ต่างหาก กำแพงนั่นถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถสัมผัสได้ ฉันก็เลยลองโจมตีใส่มันดู ผลลัพธ์ก็คือกำแพงนั่นเกิดการสั่นสะเทือนไม่มั่นคงจนฉันสัมผัสได้เลยล่ะ แต่..ไม่ว่าฉันจะโจมตีไปแค่ไหน สุดท้ายพอผ่านไปราวสามอึดใจมันก็จะฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้งทันที ฉันก็ลองพยายามดูหลายครั้งแล้ว แต่ผลสรุปก็คือฉันตัวคนเดียวทำลายกำแพงนั่นไม่ได้"ฉินถอนหายใจพร้อมส่ายหัว"นายก็เลยออกตามหาคนของแดนกระบี่ โดยหวังว่าถ้าร่วมมือกันคงจะทำลายกำแพงนั่นได้ก่อนที่มันจะฟื้นฟูสินะ"เชนกล่าวสรุป"ก็ตามนั้นแหละ หลังจากนั้นฉันก็เดินตามหาคนของแดนกระบี่เราด้วยศิลาพันธมิตร จนสุดท้ายก็มาเจอหรูน้อยกับนายนี่แหละ"ตอนนี้เชนและฟางหรูเข้าใจเรื่องราวของฉินแล้วว่าทำไมถึงมาเจอพวกเขาได้ พวกเขาทั้งคู่หันมามองหน้ากัน"น่าสนใจดีนะคะ""นั่นสิ"เชนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของฟางหรู"งั้นเราก็ไปกันเถอะ มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เดินไปไม่นานก็ถึงแล้ว"ฉินลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมจะเดินทาง ฟางหรูไม่ได้กล่าวอะไร แต่เธอก็ลุกขึ้นยืนอย่างเตรียมพร้อมเช่นกัน"เดี๋ยวก่อน"เชนที่ยังคงนั่งอยู่โดยไม่ยอมลุกขึ้นตามทั้งสองเอ่ยขัดออกมา จนฉินและฟางหรูที่ยืนอยู่ต้องหยุดชะงักแล้วหันมามองเขา"มีอะไรเหรอ หรือนายสงสัยอะไร"ฉินกล่าวถามเพราะนึกว่าเชนมีอะไรสงสัยอยู่อีก"เปล่า ไม่ได้สงสัยหรอก แค่จะถามว่าให้ฉันไปด้วยไหม"เชนกล่าวโดยที่ยังคงไม่ลุกขึ้น เมื่อฉินและฟางหรูได้ยินแบบนั้นก็เผยสีหน้างุนงงออกมา"ก็จริงๆนายตามหาพรรคพวกแดนกระบี่นี่ ฉันเป็นคนนอกนะ ให้ฉันไปด้วยมันจะดีเหรอ?"สิ้นเสียงของเชน ฉินและฟางหรูก็เข้าใจในทันทีว่าเชนต้องการจะสื่ออะไร ฟางหรูหันไปมองหน้าฉินในทันทีเพื่อดูว่าเขาจะตอบอย่างไร และถ้าเขาตอบออกมาว่าไม่ให้เชนไปด้วย แม้มันจะดูใจร้ายไปสักหน่อยกับศิษย์พี่น้องร่วมอาจารย์เช่นนี้…แต่เธอก็คงต้องปฏิเสธไป"พูดอะไรอย่างนั้นเล่า! นายเป็นคนที่หรูน้อยไว้ใจเชียวนะ คนที่หรูน้อยไว้ใจฉันเองก็ไว้ใจ และถึงนายกับฉันจะเจอกันได้ไม่นาน แต่ฉันก็คิดว่านายเป็นเพื่อนฉันคนหนึ่งนะ เพราะงั้นเราไปด้วยกันนี่แหละ"ฉินกล่าวออกมาในทันทีอย่างไม่ต้องคิด เพราะเขารู้สึกอย่างที่พูดไปจริงๆ แม้เขากับเชนจะเจอกันได้แค่ไม่นาน แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าชายคนนี้นิสัยน่าคบหาเป็นเพื่อนจริงๆ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นนักล่าพเนจรแล้วเขาเป็นนักล่าแห่งแดนกระบี่แล้วยังไง? คนเราคบเพื่อนไม่ได้มองกันที่ฐานะ แต่มองกันที่นิสัยต่างหากฟางหรูเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วหันมองไปที่เชน"ถ้างั้นก็ไปกัน!"เชนยิ้มออกมาเช่นกันเมื่อได้ยินที่ฉินพูด เขารีบดันตัวลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมที่จะลุยสู่เป้าหมายต่อไป!      

คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน