บทนำ
ท่ามกลางงานสังสรรค์ฉลองพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดิแห่งโอลันทันแเื่ที่ได้รับเชิญส่วนใหญ่จึงล้วนแล้วแต่เป็เหล่าชนชั้นสูงทั้งจากในดินแดนและจากต่างแดนแต่แขกหนึ่งในงานผู้ที่ตกเป็เป้าสายตาและเสียงซุบซิบนินทาั้แ่มีข่าวว่าจะมาร่วมงานนั่นก็คือแกรนด์ดยุกจากฝั่งตะวันออก แกรนด์ดยุก เอรินอ มอนซ์เลอร์ แห่งดินแดนฟิกเซนต์เบิร์กผู้มีฉายาว่าเป็บุรุษรูปงามตกมาจากสรวง์ให้มาอยู่ท่ามกลางดินแดนแห่งปีศาจ ทั้งมีเรือนผมสีขาวผ่องรับกับใบหน้าอันงดงามหล่อเหลาและชวนหลงใหลกับั์ตาใสสีเหลืองอำพันเปล่งประกายชวนฝัน
แกรนด์ดยุกเอรินอพาตัวเองพุ่งตรงไปยังบัลลังก์เบื้องหน้าท่ามกลางสายตาและเสียงซุบซิบนินทาจากผู้คนในงานเลี้ยงที่ซึ่งตอนนี้เ้าของบัลลังก์จักรพรรดิแห่งโอลันทันกำลังนั่งเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงฉลองพระชนมพรรษาของตนอย่างนึกสบายใจ
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ องค์จักรพรรดิ”แกรนด์ดยุกเอรินอค้อมตัวลงคำนับผู้มียศบรรดาศักดิ์เหนือกว่า
องค์จักรพรรดิทารอน มัสซิโม อาวาเดลแห่งดินแดนโอลันทัน ผู้มีเรือนผมสีดำขลับกับั์ตาสีฟ้าใสเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจึงหันพระพักตร์ของตนไปตามทางของเสียงนั้นก่อนจะเหลือกเปลือกตาที่มีร่องรอยแห่งวัยขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกแปลกใจ “อ้าว ข้าก็นึกว่าใครซะอีกลุกขึ้นเถิดท่านแกรนด์ดยุก” เมื่อได้ยินคำรับสั่งแกรนด์ดยุกเอรินอก็ผลันพยุงตัวเองขึ้นยืนตรงเช่นเดิม“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” องค์จักรพรรดิว่าพลางแย้มรอยสรวล “งานเลี้ยงเป็อย่างไรบ้างท่านสนุกหรือไม่”
“สนุกมากพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนกระหม่อมจะอวยพรแก่ฝ่าาช้าไปสักนิดแต่ว่า..ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงยิ่งยืนนานนะพ่ะย่ะค่ะ” ค้อมตัวลงเล็กน้อยอีกครั้ง
“ฮา ฮา ฮ่า ขอบใจแต่ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมายหรอก” เมื่อองค์จักรพรรดิทรงตรัสเช่นนั้นด้วยพระพักตร์ที่ต่างกำลังเปื้อนไปด้วยรอยพระสรวลแกรนด์ดยุกเอรินอก็ตัดสินใจเอ่ยบางสิ่งขึ้นท่ามกลางเหล่าชนชั้นสูงมากหน้าหลายตาที่ต่างกำลังจับตามอง
“ถ้าเช่นนั้น”แกรนด์ดยุกเหลือบตาขึ้นสบกับพระเนตรขององค์จักรพรรดิ “กระหม่อมทรงขอกล่าวอะไรบางอย่างได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ฮืม..”องค์จักรพรรดิทอดพระเนตรมองเด็กหนุ่มผู้ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพ์ตรงหน้าด้วยความฉงนในใจ“ว่ามาสิ”ก่อนจะตัดสินใจอนุญาตให้ผู้ที่ซึ่งอยู่เบื้องหน้าได้เอ่ยในสิ่งที่ขออนุญาตขึ้น
เมื่อได้รับคำอนุญาตรอยยิ้มเล็กก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของตนอย่างไม่อาจบังคับได้ “เช่นนั้น”แกรนด์ดยุกเอรินอนั่งลงค้อมตัวคำนับอีกเป็ครั้งที่สามก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้ทั้งองค์จักรพรรดิและเหล่าผู้คนในงานต่างใไปกับสิ่งที่ได้เอ่ยออกมา
“ได้โปรดทรงอนุญาตให้กระหม่อมแต่งงานกับเ้าหญิงเซราฟิน่า อาวาเดลด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ก่อนหน้านั้น...
ข้า..เ้าหญิงเซราฟิน่าอาวาเดล แห่งจักรวรรดิโอลันทัน จดจำตัวตนจริงๆของตนเองได้ในวันเกิดครบรอบอายุสามปี
โอลันทันคือดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการชำระล้าง สถานที่ที่ผู้คนต่างยกย่องว่าเป็ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์และใสสะอาด ทั้งยังปกครองโดยจักรพรรดิผู้มากความสามารถพร้อมทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตอันเมตตา
และด้วยเหตุฉะนี้เพราะตระกูลอาวาเดลที่ซึ่งเป็เพียงตระกูลเดียวได้ขึ้นปกครองแผ่นดินโอลันทันมานับแต่เก่ากาลทำให้ดินแดนโอลันทันนับั้แ่จักรพรรดิองค์แรกทรงขึ้นปกครองนั้น ก็เปลี่ยนดินแดนที่ไร้ซึ่งความดีงามให้กลับกลายเป็ดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทอันบริสุทธิ์และใสสะอาดเฉกเช่นดั่งในปัจจุบัน
ดังนั้นตระกูลอาวาเดลจึงเป็เพียงตระกูลเดียวที่มีอำนาจมากมายอย่างเหลือล้นผู้คนต่างยกย่องจนตระกูลอื่นไม่อาจกล้ากล้ำกรายเป็ศัตรูและโค่นล้มตระกูลนี้ลงได้
และเพราะโอลันทันคือดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทอันศักดิ์สิทธิ์ผู้คนทั้งดินแดนแห่งนี้จึงต่างพากันเลื่อมใสและนับถือเทพเ้าอย่างมหาเทพซาวา ผู้เป็ถึงมหาเทพปกครองดินแดน์ที่ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความดีงาม
ซึ่งในความเป็จริงนั้นตามตำนานแห่งโอลันทันั้แ่ก่อนกาลมีมหาเทพที่ผู้คนนั้นต่างนับถือหลักๆอยู่ถึงสององค์ได้แก่ มหาเทพซาวา ผู้ปกครองดินแดน์ กับมหาเทพเอสเปอลันโด ผู้ปกครองดินแดนนรกภูมิแต่เพราะั้แ่ตระกูลอาวาเดลขึ้นปกครองโอลันทัน ก็เปลี่ยนความเชื่อของผู้คนเ่าั้ให้นับถือแต่มหาเทพผู้ปกครองดินแดน์อย่างซาวาแต่เพียงผู้เดียวและตัดมหาเทพเอสเปอลันโดออกจากความเชื่อเมื่อก่อนกาลทิ้งไป เหลือไว้แต่เพียงความเชื่อในรูปแบบใหม่ที่กล่าวว่า“เพราะนับถือมหาเทพซาวา ดินแดนโอลันทันถึงได้เจริญรุ่งเรืองและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทบริสุทธิ์อย่างกับดินแดน์”ทั้งยังปรับเปลี่ยนความคิดของผู้คนเ่าั้ให้หลงเชื่อไปอีกว่ามหาเทพซาวาและมหาเทพเอสเปอลันโดนั้นต่างก็เป็ศัตรูกัน เพราะ์และนรกนั้นไม่อาจอยู่รวมกันได้ก็เปรียบเหมือนดั่งความดีงามและความเลวทรามนั่นเอง
แต่สิ่งที่บอกว่า์และนรกต่างก็เป็ศัตรูกันนั้นผิดแผกไปอย่างมหันต์เพราะในความเป็จริงนั้น ทั้ง์และนรกต่างก็สนิทสนมกันอย่างแน่นแฟ้นกลมเกลียว
และถ้าถามว่าข้ารู้ได้อย่างไรน่ะเหรอ...เพราะว่าตัวข้านั้นก็คือ มหาเทพเอสเปอลันโดผู้ปกครองแดนนรกอย่างไรล่ะ อ่ะ..แฮ่มเพียงแต่ว่าตัวข้าในตอนนี้นั้น..
“องค์หญิงเพคะ...องค์หญิงเซราฟิน่า ทรงหายไปไหนอีกแล้วเนี่ย”
ก็นั่นล่ะ..ที่ทุกอย่างต้องมาเป็แบบนี้ก็เพราะว่าไอเทพขี้เมานั่นคนเดียวถ้าข้ากลับไปได้เมื่อไหร่ละก็.. “ซาวา.....”
“บรื๋อ...อยู่ ๆก็ขนลุกแหะ” เสียงพึมพำดังออกมาจากปากชายหนุ่มคนหนึ่งผู้มีดวงหน้างดงามดั่งเทพ์มีเรือนผมสีขาวยาวสลวยและมัดรวบไว้ครึ่งศีรษะพร้อมกับประดับด้วยริบบิ้นเขียวมรกตปักดิ้นทองกับดวงตาสีม่วงประกาย ที่ยกแขนทั้งสองของตนขึ้นลูบตัวเหมือนััได้ถึงบางสิ่ง“แต่ว่า เมื่อกี้นี้เหมือนจะได้ยินเสียง..” และเมื่อนึกขึ้นได้ถึงบางสิ่งริมฝีปากและเปลือกตาก็เบิกโพลงกว้างขึ้น “โดโด..!!”