“นายท่าน นี่คือข้อมูลของนายน้อยครับ”
“สรุปให้ฟังหน่อย”
“หลังจากที่การล่าล้มเหลวเมื่อ 5 วันก่อนวันนี้สหพันธ์ได้ส่งผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปเพิ่มอีก 100 คน พรุ่งนี้จะเกิดการกวาดล้างเกทอีกครั้งครับ”
“อืม.. ถ้าเกทเคลียร์ได้ให้คนไปส่งจดหมายกับพวกเขาทุกคน”
“ครับ กระผมจะส่งจดหมายให้กับนายน้อย หากเกทถูกเคลียร์ได้สำเร็จ”
พ่อบ้านโค้งคำนับแล้วเดินออกจากห้องทำงานผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ เพื่อเดินทางไปหาคนที่สามารถส่งจดหมายเหล่านี้ถึงมือนายน้อยทั้ง 5 ได้ อย่างไรก็ตามข้อจำกัดการส่งจดหมายยังคงมีอยู่ หากว่าเกทไม่ถูกเคลียร์นายน้อยทั้ง 5 จะยังไม่ได้รับจดหมายนี้
—---------------------------
“เป็นไงแอนเดอร์สัน เติมพลังพอไหม”
พี่ 3 ทักทายแอนเดอร์สัน เขาจึงหันไปยิ้มด้วย แม้ท่าทางของพี่ 3 จะดูเป็นมิตรกว่าคนอื่นๆ แอนเดอร์สันกลับไม่เชื่อใจพี่ของเขาสักคนเดียว
การเรียกตัวในวันนี้ทำให้แอนเดอร์สันสนใจ เนื่องจากว่าพวกเขาจะต้องเข้าไปในเกทช่วงเที่ยงวัน แอนเดอร์สันจึงถูกเรียกตัวให้มารวมกันกับผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดคนอื่นๆ หลังจากมีข่าวผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดกลุ่มใหม่ที่ถูกส่งตัวมาเพิ่มในวันนี้
“ เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนมาครบกันแล้ว”
ผู้เป็นกัปตันยานแม่ยังคงเป็นหัวหน้าเช่นเดิม แอนเดอร์สันจึงเงียบแล้วฟัง การเรียกครั้งนี้ไม่มีหน่วยเอทวันและหน่วยเอทธรีที่เขารู้จักเพราะทุกคนยืนรวมกันไม่มีการจับกลุ่มใดๆ
“ทางสหพันธ์ส่งหนังสือเร่งด่วนมา พวกเขาจะยุบหน่วยทั้งหมดแล้วจัดตั้งหน่วยขึ้นมาใหม่”
ไม่มีใครคัดค้าน หัวหน้าหน่วยเอทวันและเอทธรีคนใหม่ที่แต่งตั้งมาแทนนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ล้วนแล้วไม่ใส่ใจ พวกเขามาที่นี่ในนามหัวหน้าชั่วคราวเท่านั้น แอนเดอร์สันที่มองไปยังหน่วยสเปเชียลฟอสที่ทำงานร่วมกันในการเคลียร์เกทครั้งก่อน เขาก็ลืมไปเลยว่ามีคนเหล่านี้อยู่ ด้วย การโจมตีที่มันธรรมดาทำให้เขาเผลอมองพวกเขาไม่ต่างจากคนอื่นๆที่ก้าวข้ามขีดจำกัด
“หน่วยที่จัดตั้งขึ้นจะใช้โค้ดเนมว่าซีโร่ ทุกคนจะบรรจุในหน่วยนี้ โปรดเปิดเครื่องมือสื่อสาร ฉันจะส่งเอกสารไปให้ ภายในเอกสารมีตำแหน่งที่ทุกคนจะต้องยืน ขอให้ทุกคนทำตามแผนเพราะครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วและเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆที่สหพันธ์จะส่งคนมาช่วย ต่อจากนี้จะไม่มีผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดถูกส่งมาเพราะทุกคนล้วนแล้วนอยู่ในแนวหน้าอื่นๆ”
แอนเดอร์สันมองไปยังตัวเลขหน้ารายชื่อ เขาอยู่ลำดับที่ 10 พี่ชายของเขาทุกคนก็อยู่อันดับไม่ห่างกันมาก พี่ 1 อยู่ลำดับ 6 พี่ 3 อยู่ลำดับ 7 พี่สี่อยู่ลำดับ 8 พี่ 5 อยู่ลำดับ 9 แถวที่พวกเขาจะต้องเข้าประจำคือหน้าสุด ส่งผลให้แอนเดอร์สันหันมองพี่ชายเนื่องจากพวกเขาถูกส่งไปอยู่แนวหน้าสุดของรูปแบบการจัดแถว
ภายใต้การมองจ้องของพี่ชายแต่ละคนนี้เอง แอนเดอร์สันรู้สึกสะใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าพี่ชายของเขาแต่ละคนจะแทรกแซงการจัดรูปแบบเพื่อส่งคนที่ไม่ชอบขี้หน้าไปยังแนวหน้า ทว่าทุกคนกลับแทรกแซงเหมือนกันทำให้นายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถูกส่งไปแนวหน้าของแถวทั้งหมด
“เอ๋ พวกเขาไม่น่าจะเอานักเวทย์ 901 ปีอย่างผมมาไว้หน้าสิ นักเวทย์ 902 และ 903 ปีก็มี แปลกจริงๆ ใครมันไปแทรกแซงการจัดลำดับกันละเนี่ย”
แอนเดอร์สันพูดออกมาเสียงดังพลางใส่น้ำเสียงเยาะเย้ยเข้าไปด้วยเพื่อให้พี่ชายของเขาหงุดหงิด สำหรับแอนเดอร์สันในตอนนี้เขาไม่ได้กลัวตายเลยสักนิด ยิ่งมีคนโกรธและต้องการฆ่าเขามากเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกดีเพราะตั๋วสุ่มรางวัลมันหายากสำหรับเขาแล้วในตอนนี้ ภายใต้การนั่งฟังการอธิบายแผนการที่ทุกคนจะต้องทำร่วมกัน ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดทั้ง 208 คนก็ได้แยกย้ายกันไปสวมชุดเกราะเพราะเที่ยงนี้พวกเขาจะต้องเข้าไปในเกท
“แอนเดอร์สัน ไม่ไปเตรียมตัวล่ะ”
พี่ 3 ตบไหล่แอนเดอร์สันเล็กน้อย เขาจึงยิ้มรับพร้อมตอบกลับพี่ชาย
“มันไม่มีอะไรให้ผมต้องเตรียมตัวครับ พอดีผมมักจะถูกล่าบ่อยๆ จึงติดนิสัยเตรียมตัวตลอดเวลา”
“นั่นสินะ งั้นพี่ก็จะอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน เดินไปเดินมาเหนื่อย”
แอนเดอร์สันนำบะหมี่ออกมาให้พี่ชายพลางนั่งกินกันสองคน ระหว่างนี้เองผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดทุกคนก็เริ่มทยอยมารวมตัวกันกระทั่งมาครบ 208 คนนั้นพวกเขาก็เริ่มพุ่งตัวไปยังเกท สำหรับทหารที่ยังไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดพวกเขาจะเป็นหน่วยเสริมที่คอยป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์ทะลักออกมาจากเกทในตอนที่ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดเข้าโจมตี
การที่ทหารถูกสั่งให้อยู่นอกเกทแทนที่จะตามเข้าไปนี้ก็เนื่องมาจากว่ามันอันตรายเกินไป การปะทะกันระหว่างผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดไม่ใช่เรื่องที่ทหารธรรมดาจะเข้าไปร่วมได้ สหพันธ์จึงลดการสูญเสียด้วยการให้ทหารเฝ้าอยู่ด้านนอกเพื่อจัดการมอนสเตอร์ที่จะหนีออกมา การที่ทหารเข้าไปในครั้งก่อนทำให้ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดตกอยู่ในอันตรายระหว่างถอยเพราะต้องซื้อเวลาให้ทหารหนี นี่จึงเป็นอีกสาเหตุที่สหพันธ์ต้องแบ่งกลุ่มอย่างชัดเจน
“หยุด!”
ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดหยุดด้านหน้าเกท พลางมองไปยังทหารที่มาเฝ้าเกทเป็นกลุ่มแรก ทันใดนั้นเองผู้เป็นหัวหน้าก็ได้สั่งให้ทุกคนไปหยิบอาวุธที่จัดวางเรียงเอาไว้ข้างเกท มันเป็นอาวุธหนักที่ทางสหพันธ์ส่งมาให้ หากใช้มันก่อนที่จะเกิดการต่อสู้จะทำให้นักเวทย์ทาสลดความน่ากลัวลงได้บ้างจากอาวุธเหล่านี้
“หัวรบแอนตี้คอร์”
แอนเดอร์สันใช้งานเวทย์ตรวจสอบอ่านรายละเอียดของสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ ก่อนจะทำหน้าตกใจเพราะสิ่งๆนี้สามารถทำให้นักเวทย์อ่อนแอได้เพราะมันจะยับยั้งพลังมานาในร่างกายจนไม่สามารถดึงออกมาใช้งานได้ปกติ ด้วยความผิดปกติจากระเบิดที่กำลังจะใช้นี้ ทำให้แอนเดอร์สันรู้ว่าเกทจะต้องจบในวันนี้อย่างแน่นอน
“เก็บมันให้เรียบร้อย เราจะเดินทางกันแล้ว”
ทุกคนเก็บหัวรบเข้าไปในแหวนเก็บของแล้วปรับแต่งชุดเกราะของตัวเองให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ แอนเดอร์สันยังคงสวมใส่ชุดเกราะระดับ 9 และมีรองเท้าเฮอริเคนระดับ 10 สวมอยู่เช่นเดิมจึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร ทันทีที่คำสั่งจากหัวหน้ากระจายออกไป ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดก็ได้ใช้พลังของพวกเขาพุ่งเข้าไปในเกททันที
“ไปไปไป ใครบินได้บิน ใครบินไม่ได้เกาะเพื่อนไป!”
เวทย์บินเปิดใช้งาน ผู้ที่สามารถงอกปีกออกมาจากทางด้านหลังล้วนบินขึ้นฟ้าไป ส่วนเหล่าคนที่รับพลังจากเผ่าพันธ์ุที่ไม่สามารถบินได้ล้วนแล้วเกาะขาหรือไม่ก็ให้คนที่บินได้ยกตัวไปด้วยกัน การเดินทางของพวกเขาที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ไม่สามารถเสียเวลากับเขตต่างๆได้จึงต้องมุ่งหน้าไปให้ถึงใจกลางเกทให้เร็วที่สุด
“แอนเดอร์สัน ฉันไปด้วย”
“พี่ 5 ทำไมไม่บินล่ะ” แอนเดอร์สันถอนหายใจหลังจากพี่ 5 กระโดดเกาะขาของเขาเอาไว้ทำให้เขาต้องพาพี่ชายคนที่ 5 เดินทางไปด้วยกัน
“พลังของฉันคือแวร์วูฟ นายเคยเห็นหมาป่าบินได้ไหมล่ะ”
“เคยนะ ผมเคยสู้กับมันมาด้วยล่ะ ฆ่าไปแล้วด้วย หมาป่าตัวนั้นมันมีปีกเหมือนค้างคาว นอกจากวิ่งเร็วแล้วมันยังบินเร็วมากๆ”
“นายเนี่ยตลกไม่แพ้คนอื่นๆเลยนะ เอาเถอะฉันยอมแพ้ก็ได้ แล้วหมาป่าตัวนั้นไปเจอมันที่ไหนล่ะ”
แอนเดอร์สันเล่าเรื่องต่อไปกระทั่งพวกเขามาถึงเขตฝนตกหนักแต่กลับไม่มีใครหยุดบิน ทุกคนได้พุ่งเข้าไปในฝนจนทะลวงไปถึงเขตที่ใกล้กับใจกลางเกทได้ในที่สุด
“แถวตอนเรียง 10 ทั้งหมดจัดแถว”
ทหารทั้ง 108 รีบจัดแถวตามหมายเลข ทันใดนั้นเองทุกคนกลับสัมผัสได้ถึงมานามหาศาลระเบิดออกมาจากใจกลางเกท เมื่อรู้ว่านักเวทย์ทาสรับรู้ได้ถึงการมาของพวกเขานี้เอง แผนการโจมตีก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทหารทุกคนที่พกอาวุธหนักมาจากภายนอกล้วนนำหัวรบออกมาพาดบ่า พริบตาที่คำสั่งยิงส่งเสียงออกมาจากผู้เป็นหัวหน้า หัวรบของทุกคนก็ได้ยิงเข้าถล่มนักเวทย์ทาสที่กำลังหันมองพวกเขา
ตู้ม บรึ้ม บู้ม บู้ม บรึ้ม!
การระเบิดดังขึ้นติดๆกันจากหัวรบที่พุ่งเข้าโจมตีนักเวทย์ทาส แอนเดอร์สันสังเกตการทำงานของหัวรบเขาพบว่ามันปลดปล่อยละอองสีทองออกมาพร้อมกับระเบิด จึงรู้ได้ในทันทีเลยว่าละอองสีทองเหล่านี้คือสิ่งที่ใช้ในการขัดขวางพลังมานาของนักเวทย์ทาส หากพวกมันสูดอากาศเข้าไปในปอด ละอองเหล่านี้จะเข้าไปในร่างกายส่งผลให้การใช้มานาของพวกมันติดขัด
ภายใต้การระเบิดของหัวรบที่เกิดขึ้นนี้เองนั้น ผู้เป็นหัวหน้าก็ได้ใช้เวทย์ลมของเขาพัดละอองสีทองออกไปจากใจกลางเกท ละอองเหล่านี้หมดหน้าที่แล้วจึงจำเป็นต้องนำออกไปเพื่อไม่ให้พวกเขาถูกมันเล่นงานเช่นเดียวกัน
“ทุกคนพร้อม เริ่มได้!”
นักเวทย์ทั้ง 208 คนลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งตรงเข้าหานักเวทย์ทาส ครั้งนี้พวกเขาจะไม่ใช้วิธีล้อมศัตรูเพื่อฆ่าเนื่องจากพวกมันมีจำนวนที่มากกว่าจึงต้องใช้แผนบุกทะลวงเข้าไปซึ่งๆหน้าเพื่อลดจำนวนของนักเวทย์ทาสนอกจากทหารจะป้องกันการเสียชีวิตได้แล้ว ยังโจมตีนักเวทย์ทาสด้วยรูปแบบการโจมตีรวมกลุ่มได้ด้วย
“แอนเดอร์สัน เราจะเข้าประชิดแล้ว นายไม่มีอาวุธเปลี่ยนหรือไงกัน”
พี่ 5 ที่อยู่ใกล้กับแอนเดอร์สันพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แอนเดอร์สันกำลังถือธนูขนาดใหญ่เข้าไปโจมตีกับนักเวทย์ทาส ซึ่งมันเป็นอาวุธที่ไม่เหมาะเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้นแอนเดอร์สันกลับฉีกยิ้มกว้าง การใช้ธนูสำหรับเขาไม่ว่าจะเป็นระยะประชิดหรือระยะไกลล้วนแล้วไม่ต่างกัน การที่เขาใช้เวทย์ธาตุลมได้นั้น มันมากพอจะให้เขาสร้างระยะการโจมตีกับอีกฝ่ายโดยไม่จำเป็นต้องออกจากตำแหน่งยืน
“ผมไม่มีหรอก พี่ไม่ต้องห่วงผม ห่วงตัวเองก่อน”
“โอเค หวังว่าจะได้เจอกันด้านนอก”
มือของนายน้อย 5 มีกรงเล็บขนาดใหญ่กางออกมา แอนเดอร์สันรู้ได้เลยว่าเล็บมือเหล่านี้คมและแข็งเป็นอย่างมาก ทางฝั่งพี่ชายคนอื่นๆของเขาต่างก็เปิดใช้งานความสามารถเช่นเดียวกันจนทำให้มีอวัยวะบางอย่างโผล่ออกมา บางคนเป็นปีก บางคนเป็นกรงเล็บ อย่างไรก็ตามพี่ 1 และพี่ 3 กลับถือดาบ เพื่อจะสู้ในระยะประชิดกับนักเวทย์ทาสที่อยู่ห่างกันไม่กี่สิบเมตร
“สาม สอง หนึ่ง ฆ่าพวกมันได้!”
เสียงสั่งการดังมาจากด้านหลังแอนเดอร์สันจึงกระทืบเท้าลงไปด้านหน้าเกิดเป็นสายลมพัดกระหน่ำนักเวทย์ทาสที่พุ่งเข้ามาจนร่างของมันลอยขึ้นไปบนอากาศ ทันทีที่เขาขัดขวางมันจนลอยขึ้นไปบนฟ้าได้นั้นธนูในมือของแอนเดอร์สันก็ได้ยิงร่างของมันอย่างรวดเร็วจนร่วงตกลงมาตาย
ทันใดนั้นพี่ชายของเขาก็เริ่มฆ่านักเวทย์ทาสเช่นเดียวกัน แอนเดอร์สันที่รู้ว่าพี่ๆแต่ละคนปลดปล่อยพลังออกมามากกว่าตอนที่ล่าเกทครั้งก่อนนั้น เขาก็เริ่มระวังตัวมากยิ่งขึ้นเพราะตอนนี้ระดับอันตรายมันกำลังเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ทำให้เขารู้ว่าพี่แต่ละคนเริ่มเล็งเขาเช่นเดียวกันกับนักเวทย์ทาส การที่ทุกคนยังไม่ได้หันปลายดาบและกรงเล็บมาสังหารกันและกันก็เนื่องมาจากว่าทุกคนนั้น กำลังสำรวจรูปแบบของอีกฝ่ายให้แน่ใจก่อนลงมือ