เกิดมาตบเกรียน เซียนก้มกราบ

    ปะทะ ไคโอ

    ในขณะที่ผมกำลังอุ้มชิลรอนอยู่นั้น ผมก็ได้สร้างภาพบาดตาบาดใจให้กับ ไคโอ 1ใน13จอมภูต ผู้มีพลังถึงขั้นจอมปราชญ์ เขาได้มายืนขวางหน้าประตู ทางเข้างานแต่งงาน แล้วพูดกับผมว่า


    " ถ้าอยากผ่านประตูนี้ไปละก็ทิ้งผู้หญิงไว้ แล้วร้องเสียงเหมือนหมา ลอดใต้หว่างขาข้าไป ข้าจะยกโทษที่เจ้าเสียมารยาทให้"
    ช่างเป็นคำพูดเหยียดหยามที่ทำให้ผมทนไม่ได้
    " กระทืบ มันเลยที่รัก " หลิงเอ๋อ และ ชิลรอนพูดพร้อมกันทำให้ การประลองระหว่างจอมปราชญฺ์สองคนที่หาดูได้ยากในประวัติศาสตร์ได้เริ่มขึ้น
    ไคโอจู่โจมผมด้วยเวทย์อัคคี แสดงว่ามันเป็นจอมปราชญ์อัคคี
    เปรี๊ยง ตูม ตูม
    เวทย์หลายต่อหลายบทถูกงัดออกมา อย่างเต็มสูบ จอมปราชญ์ ไคโอ เร่งพลังสุดฤทธิ์ เพราะกลัวเสียหน้าต่อหน้าชาวบ้าน ทำให้เกิดไทยมุงจำนวนมากมายืนดูด้วยความสะใจ
    " ถ้ามันถูกไคโอ ซัดหน้าหงาย ข้าละจะขอบคุณหลาย "
    " ไอ้กระจอกรีบลอดใต้หว่างขาท่านไคโอ เร็วสิ "
    " กล้าเสียมารยาทกับท่านไคโอ มันต้องตาย 5555+ "
    กลุ่มไทยมุง ไม่เพียงไม่ห้ามยังส่งเสียงเชียร์อีก จนผมเสียสมาธิ ขณะต่อสู้ ทำให้เปิดช่องว่างให้ไคโอ เข้ามาประสานมือได้
    ...ดวลกำลังภายในรึ ผมคิด เพราะตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาแล้ว พลังเพลิงอัคคีเริ่มชอนไชไปทั่วร่างจนบอกไม่ถูก
    ...เราคงต้องใช้พลังขั้นเซียนแล้ว
    ผมเริ่มเร่งพลังขึ้นเพื่อต้านพลังภายในของ จอมปราชญ์ไคโอ ดูเหมือนมันเองก็ตกใจอยู่มิใช่น้อยที่อยู่ๆพลังของหนุ่มตรงหน้าก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
    ไคโอ เริ่มมีสีหน้าซีดเผือด จากไอเย็น ที่ไหลออกมาจากฝ่ามือผม
    " แกเป็นจอมปราชญ์ เหมันต์ รึ " ไคโอ กล่าวเสียงตะกุกตะกัก เพราะมันแพ้ทาง จอมปราชญ์สายนี้
    " ถ้าไงเรามายุติศึก แบบ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นดีมะ ถ้านายไม่อยากเสียหน้า " ผมกล่าวขู่ไคโอ
    ทว่า...
    ในขณะที่ไคโอกำลังจะตัดสินใจอยู่นั้น จู่ๆผมก็เกิดหน้ามืดขึ้นมาแล้ว คำพูดของพ่อตอนก่อนส่งผมลงมาจากสวรรค์ก็ลอยขึ้นมาในห้วงความคิดของผม
    ...ข้าจะให้พรเจ้าก็ได้ แต่ในพรมันมีคำสาปอยู่ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
    ...คำสาป? แถมเป็นคำสาปลดพลังทำให้หน้ามืด ขณะใช้พลังขั้นเซียน
    จอมปราชญ์ ไคโอ รับรู้ได้ทันทีที่ พลังกดดันของผมหายไป แล้วรีบเร่งพลังอัคคี เข้ามาทำลายเส้นลมปราณของผมในทันที
    " ฮะ ฮะ ฮ่า แก ตายแน่ ไอ้สวะ " จอมปราชญ์ ไคโอ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
    ในวินาทีวิกฤตินั้นเอง ก็ได้มีมือหนึ่ง มาแยกมือของพวกเราออกจากกัน ทำให้ผม กับไคโอ กระเด็นออกไปคนละสามก้าว
    " แยกสลายลมปราณ อควา เวน่อม "
    ปรากฏ หนุ่มรูปงาม ผู้มาพร้อมเสียงอันไพเราะ พูดจาด้วยความสุภาพ ของจอมปราชญ์ แห่ง วารี เซวาชิ
    " ข้าขอให้พวกท่านยุติศึกกันด้วย เพราะนี่เป็นงานแต่งงานของน้องสาวข้า " จอมปราชญ์ เซวาชิกล่าว แม้แต่ไคโอ ยังต้องไว้หน้าเขา เพราะไม่อยากถูก จอมปราชญ์สองคนรุม เขารีบเดินจากไปในทันที พร้อมกับกลุ่มไทยมุง ที่เริ่มทยอย แยกย้ายกันกลับบ้าน
    " พี่ชาย ท่านมาช่วยทันเวลาพอดี " ชิลรอนกล่าว
    " เหมยเหม่ย(น้องสาว) เจ้าสบายดีรึ " จอมปราชญ์เซวาชิ กล่าว พร้อมกับลูบหัวชิลรอน ในแบบพี่ชายเอ็นดูน้องสาว
    " พี่ชายท่านบรรลุขั้นจอมปราชญ์ ได้อย่างไรกัน เมื่อ 3 ปีก่อนที่ท่านเพิ่งได้เป็นผู้วิเศษ ท่านก็ค้นพบว่าตัวท่านเอง พบกับจุดอุดตัน ทำให้พลังปราณไม่ก้าวหน้ามาหลายปีนี่นา " ชิลรอนถามอย่างสงสัย
    " เหมยเหม่ย ข้าบอกก็ได้ [ ความลับจ้า ] " จอมปราชญ์ เซวาชิ พูดทีเล่นทีจริง ก่อนจะเดินมาดูอาการของผม แล้วยื่นมือมาปรับลมปราณที่ปั่นป่วนของผม จนกระเพาะพลังกลับเข้าสู่ที่เดิม แล้วกล่าวกับผมว่า
    " ดูเหมือนว่า น้องชาย จะมีปัญหากับคำสาปนะ "
    " ข้าก็คิดเช่นนั้น "
    " ข้ามียาดี ถ้าเจ้ากินแล้วรับรองหายแน่ "
    " ไม่เป็นไร ขอบคุณ ผมหาวิธี แก้คำสาปได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องห่วง อาการมันกำเริบเป็นบางครั้ง เวลาข้าใช้พลังขั้นเซียน "
    " อืม ถ้างั้นรักษาตัวด้วย น้องชาย " ว่าแล้ว จอมปราชญ์ เซวาชิ ก็ให้ของขวัญแต่งงานน้องสาว เป็นช๊อคโกแลต รูปหัวใจที่หาได้ยาก แล้วกล่าวสำทับน้องสาวอีกครั้ง
    " อย่าลืมให้ น้องเขย กิน ก่อนเข้าหอล่ะ ข้าขอลาก่อน " ว่าแล้วจอมปราชญ์ เซวาชิ ก็เหินหาวจากไป ราวกับวีรบุรุษ ในอนิเมะ 
    ผมได้แต่หันมองตาม เซวาชิ ไปอย่างคิดไม่ถึงว่า ว่าที่ภรรยาของผมจะมีพี่ชายเป็นจอมปราชญ์
    แต่ในปัจจุบันทันด่วนนั้นเอง อาการของคำสาปก็กำเริบเป็นระยะๆ ทำให้ผมนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านในห้องสมุด
    ...กบนานัน อาติแฟกซ์ ระดับ เวิร์ลไอเทม ที่สามารถกินคำสาปทุกอย่างได้ ปัจจุบัน อยู่กับ ผู้วิเศษ ริเอะ
    ผมนั่งลงทำท่านั่งขัดสมาธิ และเพ่งพลังปราณทิพย์ว่า ตอนนี้ผู้วิเศษ ริเอะ อยู่ที่ไหน ปรากฏว่า เธอ กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะถูกอสูรลิง นับร้อยเล่นงานอยู่ โดยมี จอมปราชญ์ คนหนึ่งยืนปกป้องเธออยู่ อย่างไม่คิดชีวิต เขามีนามว่า ซาโตชิ
    ...จอมปราชญ์คนนี้ ช่างบ้าดีเดือดจริงๆ กล้าสู้กับ อสูรลิงนับร้อย โดยไม่หวาดหวั่น แม้จะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม ก็ยังไม่ยอมหนีและเมื่อมองย้อนกลับไปถึงการที่จอมปราชญ์ ซาโตชิ มาช่วยผู้วิเศษ ริเอะ ก็ทำให้ผมรู้ว่า เขาได้ทิ้งการแข่งขันที่จะนำชื่อเสียงมาให้เขา เพื่อมาช่วย ผู้วิเศษ ริเอะ โดยเฉพาะ
    ...เรื่องมันจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่การช่วย จอมปราชญ์ ซาโตชิ คือ การช่วยตัวข้าเอง แล้วผมก็กล่าวด้วยเสียงอันดัง ราวเสียงฟ้าผ่า
    " เบลรีฟา ออกมา " ไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากประตูมิติ หน้าตาของเธอ งดงามอย่างมาก จน ชิลรอน และ หลิงเอ๋อ อ้าปากค้างด้วยความอิจฉา ที่มีคนสวยเสมอตนอยู่อีกคน เบลรีฟา ค่อยๆกลายร่างเป็น ราชันต์ราชสีห์สิงโตนรก ให้ผมขี่ แต่ก่อนจะไป ผมได้กล่าวกับ ชิลรอน และหลิงเอ๋อว่า
    " น้องหญิงทั้งสอง เข้าไปรอในงานแต่งงานก่อนนะ ข้าใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานเท่านั้น "
    " ค่ะ ที่รัก " ทั้งหลิงเอ๋อ และชิลรอน ก็เข้าไปรอในงานอย่างว่าง่าย
    ผมได้ขี่ เบลรีฟา วิ่งขึ้นไปบนอากาศ และไม่นาน ก็บรรลุถึงยอดเขา ที่จอมปราชญ์ ซาโตชิ กำลังสู้กับหัวหน้าอสูรลิง ที่มีนามว่า เจคาเดี้ยน อยู่
    " จอมปราชญ์ ซาโตชิ ผู้วิเศษ ริเอะ ข้ามาช่วยแล้ว " ผมกล่าวอย่างเสียงดังฟังชัด ก่อนจะกระโดดเข้าไปดูอาการของจอมปราชญ์ ซาโตชิ
    " นี่ท่านคือใคร? " จอมปราชญ์ ซาโตชิ ถามเสียงสั่นเนื่องจากสูญเสียพลังไปมาก
    " ข้าคือ อาวิน จอมปราชญ์ เหมันต์ " ผมพูดโกหกออกไปเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า ผมสำเร็จพลังระดับเซียน
    " ฮะ ฮะ ฮ่า จอมปราชญ์ เหมันต์ เจ้าก็จะมาตายอีกคนเหรอ " เจคาเดี้ยน กล่าว
    " ข้าจะมากำจัดเจ้า และช่วยสหาย " ผมกล่าวอย่างเสียงดังฟังชัด จนฟ้าสะเทือน
    "ระวังตัวด้วย ท่านจอมปราชญ์ อาวิน " ผู้วิเศษ ริเอะ กล่าว แล้วจึงประคอง จอมปราชญ์ ซาโตชิลุกขึ้น พร้อมกล่าวกับจอมปราชญ์ ซาโตชิว่า " ไม่เป็นไรนะเจ้าเด็กแสบ "
    และศึกระหว่าง ผม กับ อสูรลิง ที่มีพลังระดับเพชรก็ได้เริ่มต้นขึ้น
    =====================================================โปรดติดตามตอนต่อไป หากใครสงสัยว่า จอมปราชญ์ ซาโตชิเป็นใคร สามารถไปอ่านได้ใน ซาโตชิ จอมปราชญ์ บ้าหลุดโลก