ตอนที่ 30 พิษจักรพรรดิหวนคืน
ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งรูปร่างสูงเกือบสองเมตรผิวที่ขาวผุดผ่องทำให้มันดูมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย ใบหน้าปรากฏเป็หน้ากากสีดำทมิฬซึ่งมีอักขระแปลกประหลาดตาวาดลายอยู่ทั่วพลันบดบังใบหน้าอันเป็เอกลักษณ์ แค่มองดูผิวเผินยังกล้ากล่าวได้เลยว่ามันหล่อเหลามากเพียงใด ตัวตนภายใต้หน้ากากใบนั่นคือสิ่งใดกันแน่?
นายน้อยแห่งตระกูลชิงหวนพลางคิ้วเลิกสูงขึ้นพลางเอ่ยกล่าวอย่างตื่นใ "เ้าเป็ใคร!!"
บุรุษเบื้องหน้าปรากฏตัวออกมาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียงภายใต้การสังเกตการณ์ของเหล่าองครักษ์ทั้งแปดยังมิอาจสังเกตได้ทัน เขาปรากฏตัวออกมาราวกับภูติผีก่อนเหล่าองครักษ์จะเริ่มรายล้อมนายน้อยของตน ในหมู่องครักษ์แล้วผู้ที่ดูเก่งกาจที่สุดพลันเอ่ยขึ้น "นายน้อยขอรับ บุคคลผู้นี้อันตรายเป็อย่างมากหากเป็ไปได้พวกข้าอยากให้ท่านใช้ อักขระเคลื่อนย้าย" น้ำเสียงขึงขังพลางจับจ้องบุรุษปริศนาตาไม่กระพริบ
เ้านี่มันอะไรกัน!!...ตัวตนระดับสูงนี่...กระทั่งหยั่งรู้ระดับสูงยังไม่อาจสอดส่องมันได้เลย หัวหน้าองครักษ์ครุ่นคิดความรู้สึกเกรงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็เพราะสเตตัสเบื้องหน้า...
ชื่อ:??? อายุ:??? อายุขัยโดยธรรมชาติ:??? เลเวล:??? พลังกาย:??? พลังเวทย์:??? อาชีพ:???
"พวกเ้าก็ไม่รู้ข้อมูลของมันใช่หรือไม่" หัวหน้าองครักษ์พลันหันขวับไปยังทางลูกน้องก่อนเสียงตอบกลับจะยิ่งตอกย้ำความน่าสะพรึงกลัวเบื้องหน้า "มะ...ไม่เห็นอะไรเลย" น้ำเสียงสั่นไหวจนวิตก ใบหน้าของพวกมันเริ่มปรากฏหยาดเหงื่อ
"เ้าหมายความว่ายังไงที่ไม่รู้ข้อมูลของมัน!!" นายน้อยแห่งตระกูลชิงหวนกล่าวอย่างตื่นตะลึงงัน หากมิใช่มันผู้นั้นแข็งแกร่งมากก็คงใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ที่เพิ่งผลิตออกมาได้เมื่อไม่นานมานี้ "เ้าจะบอกว่ามันมีอุปกรณ์เวทมนตร์ปกปิดค่าพลังงั้นรึ!! แต่ทางราชสำนักเพิ่งจะสร้างได้เมื่อสองวันที่แล้วและเพิ่งจะลงขายตลาดวันนี้เอง!! ไอ้พวกบ้านนอกมันจะมีของแบบนั้นได้ยังไง!!!" น้ำเสียงดุดันอย่างเดือดดาด ไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยว่าไอ้บ้านนอกที่เอาแต่เรียก "มหาแผ่นดิน" ว่า "สหภาพหกแผ่นดิน" จะมีของแบบนั้นใน
"เพราะไม่อาจคิดได้ว่ามันจะอุปกรณ์เวทมนตร์ปกปิดค่าพลัง พวกข้าจึงวิกฤตอยู่นี่ไงขอรับ!!" เสียงดังฉะฉานแฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่เต็มเปี่ยม
หือ?...อุปกรณ์เวทมนตร์ปกปิดค่าพลัง??! เหมือนจะมีเื่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิมเสียแล้วสิ กาติรัสที่เพิ่งจะได้ยินเื่น่าสนใจ ภายใต้หน้ากากใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มอย่างเริงร่า ก่อนเสียงจะดังขึ้นอีกคราเป็เสียงที่ถูกดัดแปลงจนใกล้เคียงกับคำว่า "อสูรกาย" เป็น้ำเสียงใหญ่โตและทุ่มต่ำชวนขนหัวลุก
"พล่ามกันมามากเกินพอ จงบอกจุดประสงค์สามอย่างที่เ้าเข้ามาในดินแดนของข้า ข้าให้เวลาเ้าตอบคำถามเพียงสามลมหายใจ"
"หนึ่ง"
่เวลาเริ่มไหลผ่านไปในหนึ่งวินาที มนุษย์จากแผ่นดินใหญ่ทั้งเก้าต่างแข็งค้างสมองไม่ทันประมวลผลได้ทันท่วงที ใบหน้าแสดงความตื่นใอย่างชัดเจนบุรุษเบื้องหน้ากล่าวราวกับสามารถฆ่าพวกเขาได้ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ
"สอง"
ห้วงเวลาไหลผ่านไปถึงสองวินาทีแล้ว ผู้ที่คืนสติได้ไวที่สุดกลับกลายเป็นายน้อยแห่งตระกูลชิงหวน ภายในภวังค์แห่งความคิดกลับตาลปัตรสับสัน สามจุดประสงค์! เรามาที่นี้เพียงจุดประสงค์เดียวเท่านั้น!! พวกเราแค่มาตัดไม้อารักษ์เพียงเท่านั้น!!
ก่อนนายน้อยแห่งตระกูลชิงหวนจะพูดออกแต่ทว่ามันกลับไม่ทันการณ์เสียแล้ว ถ้อยคำจากขุมนรกพลันดังขึ้น "สาม"
บึ้ม...!
เรือนร่างแหลกเหลวละเอียดจนมิอาจจดจำร่างศพ สายโลหิตสาดกระเซ็นทั่วบริเวณโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าอาภรณ์ของนายน้อยตระกูลชิงหวนราวกับเพิ่งว่ายน้ำผ่านทะเลโลหิตมาก็มิปาน ทั่วร่างอาบชโลมไปด้วยโลหิตขององครักษ์ตนเองและผู้เคราะห์ร้ายก็คือ "หัวหน้าองครักษ์"
"หนึ่ง"
สมองไม่อาจประมวลผลได้ทันจริงๆ หนึ่งชีวิตเพิ่งสูญสลายไปแต่ถ้อยคำพิพากษากลับดึงขึ้นอีกครั้งไม่มีโอกาสได้พักหายใจ แววตาของนายน้อยตระกูลชิงหวนยังไม่ตื่นขึ้นมาจากอาการตกตะลึงเลยสักนิด เขาได้แต่หวนนึกถึงการโจมตีที่รวดเร็วเกินมนุษย์กระทั่งเขาอัจฉริยะแห่งมหาแผ่นดินยังมิอาจมองตามได้ทัน!!
อะไรกัน!!...อุปกรณ์ป้องกันระดับปรมาจารย์ยังถูกทะลวงจนทำให้ร่างกายแตกสลาย!!!
"สอง"
ชีวิตทั้งเก้ายามนี้เหลือเพียงแปดคนไม่มีความปราณีในการกระทำเลยจริงๆ ราวกับนักฆ่าแสนเืเย็น เวลามีเพียงแค่สามลมหายใจอาการตกตะลึงที่เกิดขึ้นยังไม่ทันหายไปเลยด้วยซ้ำ!
"สาม"
บึ้ม...! บึ้ม...!
สองชีวิตดับสูญอย่างไร้สาเหตุ การโจมตีมันรวดเร็วเกินไปไม่ว่าจะองครักษ์หรือนายน้อยต่างแข็งทื่อราวกับรูปปั้นเป็การโจมตีที่รวดเร็วดั่งสายอัสนี ภาพเบื้องหน้ายิ่งทำให้อาการช็อคค้างเนิ่นนานขึ้นไปอีก บุรุษเบื้องหน้าสังหารคนได้อย่างเืเย็นและไร้ปราณี ไม่มีทันได้ขอร้องหรือวิงวอง ทุกชีวิตกลับมลายสูญเพียงสามลมหายใจ ชีวิตนับแปดเหลือเพียงหก
"หนึ่ง"
เวลาเริ่มนับต่ออีกแล้ว ขาของพวกมันต่างแข็งทื่อและสั่นระริกๆ ไม่อาจจับััได้ถึงขาทั้งคู่อีกแล้วมันต่างด้านชาไปหมด นายน้อยปากอ้าค้างจนสุดกรามบุรุษเบื้องหน้าฆ่าคนได้อย่างไร้ปราณีกระทั่งมันยังไม่ค่อยกล้ากระทำ ปีศาจแดงที่ถูกสังหารไปต่างเป็ฝีมือขององครักษ์ของตนทั้งนั้นซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างเป็นักฆ่าผู้เืเย็น ทว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษเบื้องหน้า มันไม่มีอาการตื่นเต้นผ่านท่าทางเ่าั้ด้วยซ้ำราวกับผู้ผ่านามาอย่างโชกโชนอย่างไรอย่างนั้น
"สอง"
ครานี้นายน้อยคืนสติได้จริงๆ ปากอ้าพะงาบๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นคำได้อย่างทันท่วงที "พะ...พวกข้ามาตัดไม้อารักษ์"
บึ้ม...! บึ้ม...! บึ้ม...! บึ้ม...!
ดวงเนตรเบิกโพลงปานถลนออกมาพลางปากอ้าค้างหากมันอ้าได้กว้างกว่านี้คงอ้าแทบติดผืนธรณี นายน้อยพลันหวาดกลัวอย่างที่สุดเส้นขนต่างลุกชูชันและหัวใจที่เต้นอย่างถี่ระรัว ความหวาดกลัวกลืนกินจิตใจได้อย่างสมบูรณ์ ภายในจิติญญาต่างกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน สถานการณ์กดดันจนแทบจะทำให้กลายเป็บ้านี่มันอะไรกัน!!
นายน้อยยิ่งรู้สึกประสาทกินเขาตอบคำถามที่บุรุษปริศนา้าไปแล้วแต่ทว่าเขายังสังหารต่อไปอีก ทุกการโจมตีต่างรวดเร็วและไร้ปราณี!! เพียงแค่กระพริบตาองครักษ์สี่คนต่างกลายเป็ละอองโลหิต พวกเขาตกตายไปอย่างพร้อมเพรียง!! ปีศาจเบื้องหน้ามีความเร็วที่ไม่อาจจินตนาการได้อีกแล้ว
องครักษ์ที่เหลือเพียงคนสุดท้ายพลันกุมขมับและใบหน้าที่สิ้นหวังและมืดครึ้ม ปากสั่นระรัวจนฟันกระทบกันดัง กรอด กรอด กรอด กรอด ความเครียดพุ่งทะยานสู่์ราวกับเส้นประสาทจะะเิแตกออกได้ทุกเมื่อ มันทิ้งร่างลงสู่ผืนธรณีพลันร้องห่มร้องไห้อย่างโอดครวญ หว่างขาเริ่มเปียกแฉะพลางปริมาณน้ำที่เอ่อนองออกมา
เสียงจากขุมนรกพลันดึงขึ้นอีกครา ทว่า หลังจากได้เห็นการกระทำของมันแล้วเสียงนี้พลันกลายเป็คำพิพากษาของเทพมรณะก็มิปาน "ข้าให้เ้าตอบมาสามข้อฉไนถึงหาญกล้าตอบข้าเพียงหนึ่ง" น้ำเสียงดุดันและก้องกังวาลมันแฝงไปด้วยความขี้เล่นอย่างชัดเจน เขาทำราวกับชีวิตเป็เพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง
นายน้อยที่แทบจะโพล่งคำออกไปในทันที "ข้ามาตัดไม้อารักษ์ ข้ามักจะมาตัดไม้อยู่ทีู่เาจ้าวอสูรเป็ประจำ ละ...และมักจะต่อกรกับพวกเผ่าปีศาจอสูรอยู่บ่อยครั้ง" น้ำเสียงสั่นไหวและเกรงกลัวถึงกระนั้นเขาก็มีความกล้ามากพอจะเอ่ยออกไป
"หนึ่ง"
คำตอบที่ตอบกลับมาพลันทำให้ใบหน้ากลายเป็ซีดขาวราวกับกระดาษ มันบ่งบอกว่าคำตอบของเขายังไม่น่าสนใจมากพอ ทว่า ยามนี้สติมาปัญญาย่อมเกิด สมองอันชาญฉลาดพลันประมวลผลได้อย่างฉับไวผิดจากเมื่อครู่นี้ "ข้าอยากจะประลองวรยุทธและเพื่อลองทักษะใหม่จึงมาประลองกับพวกที่อ่อนกว่าอย่างเผ่าปีศาจแต่เนื่องจากท่านปู่กลัวข้าจะมีอันตราย ท่านปู่จึงให้เหล่าองครักษ์ติดตามมาด้วย" น้ำเสียงขึงขังขึ้นมา ใบหน้าปรากฏความหวังอย่างชัดเจน
ใบหน้าขององรักษ์ข้างกายเริ่มดูดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แสงแห่งความหวังอยู่ที่ปลายอุโมงค์แล้ว
"สอง"
จุดประสงค์เดินทางมาได้ถึงสองข้อ ทว่า พอยิ่งนึกถึงเหตุผลเอามากๆเข้า มันยิ่งบังคับเร้นเค้นสมองราวกับร่างกายต่อต้าน ห้วงความคิดพลันขาดหายในทันทีราวกับสมองดับลงชั่วคราว สติพลันแตกกระเจิง เสียงแห่งขุมนรกพลันดึงขึ้น "สา..." หากแต่กลับถูกขัดด้วยถ้อยคำของนายน้อยที่กล่าวออกมาจากจิติญญา "ข้ามาฆ่าท่านนั่นแหละ"
!!!!!!!!!!
ด้วยนิสัยที่มักจะพูดปากสุนัขเป็ประจำและชอบพูดวาจาพล้อยๆ จิติญญาของเขาจึงมีแต่เื่ต่ำช้าสามานย์ ถ้อยคำที่ไม่ควรกล่าวออกมาที่สุดกลับโพล่งออกไปแล้ว
ใบหน้าองครักษ์พลันแปรเปลี่ยนเป็ขุ่นหมองและซีดขาวราวกับร่างกายตอบสนองไปเอง ขาสองข้างพลันสับอย่างไวอย่างไม่รู้ตัว
บึ้ม...! บึ้ม...!
แสงแห่งความหวังที่อยู่เพียงปลายอุโมงค์กลับถูกกลบกลืนกินไปด้วยความมืดมิดนิจนิรันดร์ นายน้อยอยากจะก่นด่าความสบถของตัวเอง ข้าไม่น่ากระทำการที่ราวกับคนสถุลเลย!!
อ๊อค นายน้อยกระอักเืคำโตอย่างมิอาจยับยั้งโลหิตแทบพุ่งออกมาจนหมดไส้หมดพุง เืในร่างของเขาน้อยลงจนแทบจะสิ้นสติเสื้อผ้าอาภรณ์นอกกายต่างขาดหลุดรุ่ยก่อนปรากฏเกราะสีน้ำเงินเข้ม มันเป็เกราะพยัคฆ์ระดับจักรพรรดิ!!
กาติรัสที่รู้สึกได้เป็อย่างดีว่าเมื่อครู่ตนต่อยศัตรูไม่ตายเขาพลันเอ่ยขึ้น "โอ้!?...หาญกล้าดี จะข้าฆ่างั้นรึ?" สองมืออาบชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ั์ตาส่อแววความอำมหิต ใบหน้าพลันยกยิ้มที่ดูสยองราวกับรอยยิ้มของปีศาจ
โฮกกกกกก
เสียงกู่คำรามพลันดังขึ้นก่อนปรากฏสัตว์อสูรตนหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากตัวนายน้อย ปรากฏเป็พยัคฆ์ครามผิวของมันล้วนเป็สีน้ำเงินเข้มราวกับมหาสมุทร นัยเนตรสีทองอร่ามราวกับทองคำ เขี้ยวล้วนแหลมคมยิ่งกว่าใบมีด แรงกดดันของพลังพลันถูกส่งปลดปล่อยของมาอย่างเต็มพิกัด!! เป็ของชนชั้นระดับจักรพรรดิไม่ผิดแน่นอน!!
ท่านปู่ฝังมันไว้ในร่างข้าตลอดเลยงั้นรึ.... นายน้อยที่ได้แต่แหงนมองภาพเบื้องหน้าอย่างสลดใจก่อนใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อคว้าอักขระเคลื่อนย้ายจากแหวนมิติของตน เรือนร่างนี้นอนทอดยาวราวกับเป็อัมพาต อักขระเคลื่อนย้ายที่ถูกหยิบออกมาพลันอาบชโลมโลหิตจากพื้นที่โดยรอบอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพียงสามลมหายใจ มันพลันส่งพลังเวทย์ลงไปเพื่อทำการเคลื่อนย้ายในพริบตา!!
วิ้งงงงง
ร่างของเด็กหนุ่มพลันหายวับไปแล้วถึงกระนั้นกาติรัสก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขาไม่สนใจมันด้วยซ้ำถึงเจอกันรอบหน้ามันก็ไม่ต่างอะไรไปจากขยะอยู่วันยังค่ำ ทว่า สิ่งที่แสดงให้เห็นเบื้องหน้ากลับทำให้เขาประหลาดใจ เสื้อผ้าอาภรณ์รวมไปถึงเกราะระดับจักรพรรดิกลับถูกทิ้งเอาไว้อาจเป็เพราะว่า
อักขระเคลื่อนย้ายได้ถูกอาบชโลมไปด้วยโลหิต เดิมทีอักขระเคลื่อนย้ายที่นายน้อยจัดได้ว่าเป็ระดับไร้ประโยชน์ ถึงมันจะระดับไร้ประโยชน์แต่ราคาตลาดกับแพงหูฉี่แทบจะกล่าวได้ว่าสามารถซื้อเมืองหนึ่งเมืองได้เลย มันบ่งบอกถึงฐานะที่มั่งคั่งของตระกูลชิงหวนได้เป็อย่างดีและเนื่องจากเป็ระดับประโยชน์ หากตัวอักขระถูกทำให้เปรอะเปื้อนมันจะแสดงข้อเสียออกมาในทันที ซึ่งข้อเสียที่ว่า มันแลกมากับการกลับบ้านอย่างโป๋เปลือย
ฮ่าๆๆๆๆ....มีของระดับจักรพรรดิมาส่งถึงที่ถึงสองสิ่ง ไอ้เ้านั่นจักต้องร่ำรวยเป็แน่
พยัคฆ์ครามพลันพุ่งเข้ามาโจมตีมันเป็ถึงสัตว์อสูรชนชั้นระดับจักรพรรดิและเลเวลของมันย่อมไม่ต่ำกว่าสี่พัน มันย่อมสามารถต่อกรกับเลเวลสี่พันได้อย่างสูสี
กาติรัสพลันหยิบชิ้นส่วนราชันพิษกลืนโลกาออกมาก่อนร่ายบท "กลืนกินสรรพศาสตรา"
กร๊าซซซซซซ
เสียงร้องโหยหวนพลันดังขึ้นก่อนออร่าสีดำทมิฬจะจับกุมพยัคฆ์ครามเอาไว้และในสามลมหายใจ สัตว์อสูรพลันสลายหายไปกับอากาศธาตุ ความจริงที่ว่า "กลืนกินสรรพศาสตรา" สามารถกินศาสตราวุธได้เพียงอย่างเดียวนั่นเป็ความเชื่อที่ผิด กาติรัสค้นพบเองกับมือว่าชาติที่แล้วตนสามารถกลืนกินสัตว์อสูรที่มีจิติญญาอ่อนแอกว่าได้ด้วยและแน่นอน จิติญญาของกาติรัสนั่นสูงส่งเกินจินตนาการ!!
ชื่อ:ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโลกา ศาสตราวุธ:จักรพรรดิ คุณสมบัติพิเศษ:พิษระดับจักรพรรดิ (อยู่ในสถานะพิษถูกกลืนกินจากเวทย์ระดับ ??? ซ่อมแซมไปแล้ว 89%)
ฮ่าฮ่าฮ่า ภายในจิตใจกาติรัสล้วนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนเขาจะเคลื่อนตัวไปยังเกราะป้องกันระดับจักรพรรดิพลางกล่าวบทร่ายอีกครั้ง "กลืนกินสรรพศาสตรา"
ชื่อ:ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโลกา ศาสตราวุธ:จักรพรรดิ คุณสมบัติพิเศษ:พิษระดับจักรพรรดิ (ซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์)
"วะฮ่าฮ่าฮ่า....ข้ากลับมาแล้ว!!! าาผู้อยู่ยืนเหนือมหาศพผู้แปรเปลี่ยนดินแดนให้กลายเป็ดินแดนต้องห้าม!!! "อำนาจแห่งพระเ้า" " ถ้อยคำต่างกล่าวอย่างเริงร่าและตื้นตันราวกับการพรากชีวิตเป็หนึ่งในความสุขของเขา
ปีศาจสีแดงที่รอดชีวิตอยู่และได้เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้า มันช่างน่าหวาดกลัวจนแทบคลั่ง บางตัวถึงกับช็อคจนสิ้นสติเลยก็มี...
ชิ้นส่วนราชันพิษกลืนโลกาเข้าสู่สภาวะซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์...
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,056 พลังกาย:72,689 พลังเวทย์:638,334 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ