ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 39 เวทอัญเชิญ

            ปู่อู๋ซวงของเขาร่ายเวทมนตร์นานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงได้หยุดลงอักขระจำนวนมากมายหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเฟยหลงเพียงไม่นานแสงสว่างจากน้ำในอ่างพลันสว่างขึ้นมาร่างของเฟยหลงที่แช่อยู่ในน้ำนั้นเปรียบเสมือนโดนเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทงความเจ็บปวดเกินที่จะบรรยายได้ เฟยหลงกัดฟันทนต่อความเจ็บปวดที่ได้รับเพียงครึ่งชั่วโมงความเจ็บปวดนั้นเริ่มลดน้อยลง

            ร่างกายของเฟยหลงกลับรู้สึกได้ว่าถูกปลอดปล่อยพลังเวทธรรมชาติมากมายหลั่งไหลเข้าไปในตัวของเฟยหลงอย่างรวดเร็วเฟยหลงพยายามตั้งสติของตนเองให้มั่นคง เขายังคงอยู่ในอ่างน้ำที่ในตอนนี้น้ำในอ่างเต็มไปด้วยคราบสกปรกจนทำให้น้ำนั้นกลายเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็นโชยไปทั่ว

            เมื่อเฟยหลงลืมตาขึ้นมาระดับพลังยุทธ์ของเขากลับเลื่อนขั้นเป็นระดับจอมยุทธ์ขั้นที่หนึ่งและระดับพลังเวทย์ของเฟยหลงนั้นกลับเลื่อนมาอยู่ในระดับจอมเวทย์ขั้นต้นระดับสี่เขารู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ที่อัดแน่นอยู่ในแก่นเวทภายในตัวของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่มากมายเกินกว่าจะบรรยายได้

            “ท่านผู้อาวุโสอู๋ซวงการปิดผนึกแบบโบราณเช่นนี้มีเพียงจอมเวทย์ที่อยู่ในระดับสูงและมีฐานะทางสังคมที่ยิ่งใหญ่ท่านเป็นใครกันแน่พอจะบอกข้าได้หรือไม่?”อาจารย์ของเฟยหลงเอ่ยปากถามเมื่อเขาเห็นปู่ของเฟยหลงร่ายเวทเสร็จสิ้นทั้งสองคนพากันเดินจากเฟยหลงออกมาอยู่ด้านนอกเพื่อรอให้เฟยหลงนั้นปรับระดับพลังเวทในร่างกายให้มั่นคง

            “เรื่องนั้นข้าเองคงบอกท่านไม่ได้เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของหลานข้า แม้ว่าท่านจะเป็นอาจารย์ของเฟยหลงแต่ยังไงเสียข้าคงบอกท่านไม่ได้จริงๆ เฟยหลงเองข้าก็ไม่อาจจะให้เขารู้เรื่องนี้ได้จนกว่าเขาจะสามารถปกป้องตัวเองได้ถึงเวลานั้นข้าจะบอกท่านเอง ข้าต้องขออภัยท่านด้วยจริง ๆ”

            “หามิได้ข้าเข้าใจท่านดี หากท่านลำบากที่จะบอกก็ไม่เป็นไร แต่เฟยหลงเป็นศิษย์ของข้าข้าเองก็คงต้องสั่งสอนเขาให้ดีที่สุดหากท่านผู้อาวุโสต้องการให้ข้าช่วยเหลือสิ่งใดก็ขอให้บอกข้ามาได้เลยข้าเองก็จะช่วยคุ้มครองเขาอีกทางหนึ่ง”

            จนกระทั่งเวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง

            “ต้องขอบใจท่านจริงๆ  นับเป็นวาสนาของหลานข้าที่ได้กราบคนอย่างท่านเป็นอาจารย์ยังไงเสียข้าก็ต้องฝากเฟยหลงไว้กับท่านด้วย เมื่อวันนั้นมาถึงพวกเราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของหลานข้าไปกันเถอะพลังเวทภายในร่างของเขาคงที่แล้ว”

            ปู่อู๋ซวงของเฟยหลงและอาจารย์ซุนหวู่ต่างพากันเดินมาหาเฟยหลงที่ตอนนี้กำลังขึ้นจากน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายของเขา พลังบริสุทธิ์ไหลเวียนทั่วร่างของเฟยหลงทั้งพลังยุทธ์และพลังเวทที่เพิ่มขึ้นทำให้เฟยหลงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นอาจารย์และปู่เดินมาหาเฟยหลงพลันกล่าวทักทายทั้งคู่ทันที

            “ท่านปู่ท่านอาจารย์ระดับพลังเวทและระดับพลังยุทธ์ของข้าเพิ่มขึ้นแล้วข้าจะต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเพื่อท่านปู่และจะไม่ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง ท่านผู้อาวุโสมีหลานที่ยอดเยี่ยมจริง ๆสมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของข้า หากเจ้ามั่นใจเช่นนั้นจริง ๆ กลับไปครั้งนี้ข้าจะเขี่ยวเข็ญเจ้าให้มากกว่าเดิมเจ้าเตรียมตัวฝึกหนักได้เลยฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “ท่านปู่ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะรีบแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด และจะรีบกลับมารับท่านไปอยู่ด้วย”

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น  การฝึกฝนต้องค่อยเป็นค่อยไปหากเจ้ารีบร้อนเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อเจ้าระยะยาวเจ้าต้องหมั่นฝึกฝนพื้นฐานของเจ้าให้มั่นคงก่อนที่จะฝึกเวทชั้นสูงพลังยุทธ์เองก็เช่นกัน หากพื้นฐานของเจ้าไม่มั่นคงต่อไปวันข้างหน้าเจ้าจะต้องพบกับอุปสรรคมากมาย แต่หากรากฐานของเจ้ามั่นคงเจ้าจะสามารถฝึกฝนวิชายุทธ์ขั้นสูงได้อย่างรวดเร็ว จำไว้ให้ดีว่าพื้นฐานที่มั่นคงนั้นสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้นฝึกฝน”

            “ขอรับท่านปู่หลานจะจำคำสอนของปู่และจะตั้งใจฝึกฝนพื้นฐานให้มั่นคงก่อนจะเริ่มฝึกฝนในระดับขั้นที่สูงขึ้น”

            “ที่สำคัญเจ้าจะต้องไม่แบ่งแยกเวลาให้ชัดเจนว่าเวลาใดสมควรฝึกพลังเวท เวลาใดสมควรฝึกพลังยุทธ์ตอนนี้เจ้ารีบไปทำความสะอาดตัวของเจ้าก่อน”อาจารย์ของเฟยหลงกล่าวเสริมขึ้นมา

            “ขอรับท่านอาจารย์ข้าจะแบ่งเวลาในการฝึกฝนให้แน่นอนชัดเจน”

            “ท่านผู้อาวุโสมีหลายเรื่องที่ข้าจะต้องปรึกษาท่านเกี่ยวกับเฟยหลงเพราะข้าเองก็สอนได้เฉพาะพลังเวท ส่วนพลังยุทธ์นั้นข้าไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นักคงต้องอาศัยท่านผู้อาวุโสในการสอนสั่งเฟยหลง”

            “เรื่องนั้นท่านอาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้พื้นฐานต่าง  ๆข้าได้สอนเขาไปจนหมดแล้ว ขอเพียงแค่เฟยหลงขยัน หมั่นฝึกฝนเป็นประจำคงต้องรบกวนท่านอาจารย์ส่งมอบคัมภีร์เล่มนี้ให้กับเฟยหลงเมื่อเขาเลื่อนระดับพลังยุทธ์ไปถึงขั้นจอมยุทธ์ระดับห้า”

            “ท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจข้าจะช่วยดูแลเฟยหลงแทนท่านเองภายใต้การคุ้มครองของข้าที่เป็นผู้อาวุโสสถาบันฟ้าคราม เฟยหลงจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สถาบันฟ้าครามอย่างแน่นอนข้ามั่นใจเช่นนั้น”

            เมื่อเสร็จสิ้นธุระเฟยหลงและอาจารย์ของเขาพักอยู่ที่บ้านบนเกาะนั้นเพียงแค่เจ็ดวันทั้งสองได้รับการต้อนรับที่ดีจากชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้านที่คอยแวะเอาข้าวปลาอาหารมาให้อยู่เสมอเมื่อถึงเวลากลับทุกคนในหมู่บ้านล้วนพร้อมใจมาส่งทั้งสองคนที่ลานกลางหมู่บ้าน

            เฟยหลงและอาจารย์ของเขากลับมาถึงสถาบันฟ้าครามการกลับมาในครั้งนี้เฟยหลงต้องฝึกฝนอย่างหนักภายใต้การแนะนำของอาจารย์ซุนหวู่  เสี่ยวเทียนถูกปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติมันมักจะกลับมาหลังจากที่เฟยหลงสิ้นสุดการฝึกฝนของทุกวัน หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มา เฟยหลงคิดว่าเสี่ยวเทียนนั้นเป็นน้องชายของเขาไปแล้วความสนิทสนมของทั้งคู่นั้นแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นจนเฟยหลงให้เสี่ยวเทียนเรียกเขาว่าพี่แทนเจ้านาย

            ในเช้าวันนี้อาจารย์ซุนหวู่ได้เรียกให้เฟยหลงมาหาแต่เช้า

            “เฟยหลงวันนี้อาจารย์จะสอนให้เจ้าฝึกการใช้เวทอัญเชิญซึ่งต้องใช้ตำราอัญเชิญร่วมในการร่ายคาถาอัญเชิญ เจ้าจะสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรได้เจ้าต้องทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวนั้นก่อนเมื่อมันยินยอมเจ้าจึงจะสามารถอัญเชิญมันออกมาได้เพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าเข้าไปยังโลกของสัตว์อสูรนั้นเจ้าจะได้สัตว์อสูรชนิดใดมาทำพันธสัญญากับเจ้าก็ล้วนแล้วแต่ความสามารถของเจ้าเอง”

            “นี่เป็นตำราอัญเชิญระดับสีเขียวซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด เมื่อเจ้าทำสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้วตำราอัญเชิญของเจ้าจะเปลี่ยนสีไปตามระดับของความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรที่เจ้าได้ทำพันธสัญญาด้วยหากเจ้าได้สัตว์อสูรระดับสามัญ ตำราอัญเชิญของเจ้าจะยังคงเป็นสีเขียวเช่นเดิมแต่เมื่อใดสัตว์อสูรของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นตำราอัญเชิญของเจ้าก็จะเปลี่ยนสีตามไปด้วยเช่นกัน”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน