“นาย!”เอ่ยร้องเรียกพร้อมวิ่งถลาไปหาผู้เป็นายที่อุ้มผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาด้วย
“ไม่มีอะไร”เอ่ยบอกพร้อมพาร่างโชกเืก้าวขึ้นไปนั่งบนรถซึ่งผู้เป็ลูกน้องกระวีกระวาดเปิดประตูให้
“คุณจะพาฉันไปไหนคะ”ตอนนี้ถึงถนนใหญ่แล้ว แม้าเ็อยู่แต่คิดว่าคงมีปัญญาพอกลับไปที่พักได้ เพราะไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายเ้าเสน่ห์ที่ทำให้หัวใจเต้นไหวไม่เป็จังหวะ
รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนาหลุบสายตามองคนตัวเล็กเือุ่นในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกคุ้นหน้าก่อนจำได้ว่าเธอเป็พนักงานในร้านของเขาที่น่าสงสัยมิใช่น้อยเพราะเหตุใดถึงถูกลากไปในตรอกซอยเปลี่ยวมืดๆนั้นได้
“ไม่พาไปฆ่าหรอกน่าหุ่นอย่างนี้ทำอย่างอื่นดีกว่า” แปลก...ปกติแล้วเขาไม่คิดสนใจผู้หญิงคนใดที่ผ่านมาก็เป็เพียงแค่การดำรงชีพเท่านั้นแต่กับคนในอ้อมแขน...เธอทำให้เขารู้สึกอยากปกป้องและหิวกระหายอยากในเวลาเดียวกัน
“คุณ!”เธอพอรับรู้ในสิ่งที่เขาเอ่ยปากพูดริ้วลมโกรธพุ่งลิ่วขึ้นมาจนใบหน้าขาวซีดแดงระเรื่อทันควัน
“เจ็บมากไหมให้ช่วยห้ามเืก่อนหรือเปล่า”
“คุณนี่ถามแปลกฉันโดนทำร้ายมานะคะ แผลเยอะขนาดนี้ไม่ให้เจ็บได้ยังไงกัน”ตอบกลับอย่างกระเง้ากระงอด ก่อนใบหน้าผุดผ่องจะเบะแหย น้ำตาไหลไม่หยุด“คุณจะใช้วิธีไหนช่วยฉันยังไงล่ะคะ”
“ฉันมีวิธีการของฉันที่เธอต้องหลับตาก่อน”
“คุณคง...ไม่กินฉันเป็อาหารเหมือนเ้าพวกนั้นหรอกนะคะ”เอ่ยถามอย่างหวาดหวั่น เขาคนเดียวสู้มนุษย์กึ่งสัตว์ร้ายตั้งหลายตัวได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน อย่างนี้จะไม่ให้สงสัยได้ยังไงกันล่ะ
“ก็ไม่แน่ถ้าหากยังถามให้มากความ”
หญิงสาวหน้างอง้ำโดยไม่รู้เลยปากอิ่มสีสดราวกับกุหลาบแรกแย้มบานที่ยื่นออกมานั้นทำให้หัวใจคนตัวใหญ่กระตุกอยากจรดใบหน้าลงไปแนบประทับจุมพิตทั่วดวงหน้าผ่องพรรณก่อนหยุดที่ริมฝีปาก...
สายตาร้อนแรงราวกับแสงอาทิตย์แผดเผาผนวกกับความเจ็บที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกรูขุมขนทำให้หญิงสาวต้องรีบหลับโดยเร็วไวปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือของ...โรม โรมิโอ
มือแกร่งยื่นไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่ลูกน้องนำมาตั้งเตรียมไว้ก่อนออกรถเมื่อเปิดขึ้นภายในชั้นแรกบุด้วยพลาสติกคงทนและเก็บความเย็นเมื่อเปิดไปอีกชั้นก็มีไอสีขาวเย็นๆรายล้อมรอบขวดแก้วซึ่งภายในบรรจุน้ำสีขาวข้นที่สามารถช่วยรักษาาแสดๆเบื้องต้นให้ทุเลาลงได้
เพราะการต้องเจอกับศัตรูที่คอยห้ำหั่นหมายเอาชีวิตตลอดเวลาจึงต้องมีการเตรียมการป้องกันในทุกรูปแบบเขาและกลุ่มพี่น้องจึงร่วมกันคิดค้นพัฒนายารักษาาแเบื้องต้นซึ่งผลิตมาจากเืหมาป่าที่มีพลังการรักษาตัวอย่างยอดเยี่ยมหากอาวุธที่ใช้เป็เพียงมีด ดาบหรือะุธรรมดา หรืออาวุธใดๆที่ทำมาจากะุเงิน หากไม่ถูกจังๆ และจุดสำคัญก็ยังพอใช้ยานี้รักษาได้
“อุ๊ย!”หญิงสาวสะดุ้งจากอะไรบางอย่างที่แตะลงไปบนาแปากเล็กห่ออู้ด้วยความแสบจนต้องสะบัดมือและเบี่ยงกายหนี แต่ติดมือแกร่งจับเอาไว้
“อยู่เฉยๆ สิ”ชายหนุ่มเอ็ดคนอยู่ไม่สุขเบาๆ
“ก็มันแสบนี่คะ”โต้กลับเสียงหวานอ่อย ใบหน้าเบะแหย น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า
“ทนนิดนะเดี๋ยวก็หายแล้วละ”
น้ำเสียงแ่นุ่มนวลและอ่อนโยนทำให้หญิงสาวเผลอลืมคำสั่งไปเสียสนิทดวงตากลมโตเปิดออกพร้อมริ้วลมร้อนผ่าวไหลลามไปรวมตัวกันบนใบหน้าเมื่อประสบพบกับดวงตาคมเข้มเป็ประกายวามวาวร้อนแรง
สงสัยเธอคงกลัวมากไปนิดเสียเืมากไปหน่อย ถึงได้รู้สึกเหมือนกับร่างกายขาดน้ำและเืมาหล่อเลี้ยงเลยอยากถูก...จูบ! ซะงั้น
บ้าจริง! เธอเป็อะไรไปนี่หรือพออายุเข้า่เบญจเพส จะเป็อย่างที่คนเขาพูดกัน ถ้าดีก็ดีสุดกู่ แต่ถ้าร้ายก็คือชีวิตต้องพบกับความยุ่งเหยิงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกไม่พอคุณพระเคราะห์ยังพัดมาทำให้หัวใจไหวหวั่นจากคนที่ควรต้องหนีให้สุดกู่อีกด้วย
“เป็ยังไงดีขึ้นแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ”ตอบเสียงแ่เบา ใช่...ดีขึ้นแล้วจริงๆ แต่ไม่รู้ไอ้ที่ดีขึ้นนะเป็ผลมาจากยาหรือมือหนาที่โลมไล้ลูบทำแผลให้อย่างขะมักเขม้นกันแน่ััที่ทำให้หัวใจอุ่นวาบไปทั้งดวง
นานเท่าไหร่แล้วที่ต้องอยู่กับความเหงาเศร้าและโดดเดี่ยวกลางเมืองใหญ่ผู้คนมากมายล้วนแล้วแต่เป็คนแปลกหน้าหาคนจริงใจไว้พูดคุยปรับทุกข์บอกกล่าวเล่าถึงความอึดอัดคับแค้นและความในใจไม่ได้น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าจนหญิงสาวต้องกะพริบตาไล่ถี่ๆ ไม่ให้ร่วงหล่นลงมากลีบปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันกลั้นเสียงสะอื้น
“ยังเจ็บหรือ”
ศีรษะทุยส่ายแรงๆกับน้ำเสียงนุ่มๆ และความเอื้ออาทรที่แล่นลิ่วไปกระทบหัวใจ “นิดหน่อยค่ะยาคุณดีมากจนฉันแทบไม่อยากเชื่อ แผลที่เคยมีเหมือนจะหายไปได้อย่างปาฏิหาริย์แน่ะขอบคุณนะคะที่ช่วย”
“ไม่เป็ไรไม่เหลือบ่ากว่าแรง ช่วยได้ก็ช่วย” ดวงตาคมเข้มไล่มองร่างอวบอิ่มคิ้วหนาเป็ปื้นเลิกขึ้นเล็กน้อย “เลิกงานนานแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านแล้วไปทำอะไรแถวนั้น นัดใครไว้”
“วันนี้เวรฉันเก็บกวาดทำความสะอาดร้านค่ะพอออกมาก็เจอเ้าพวกนี้ดักรออยู่แล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็อย่างที่คุณเห็น”
“ไม่ต้องกลัวนะไม่มีอะไรแล้ว” โอบแขนรัดรอบร่างนุ่มนิ่ม ฝ่ามือหนาลูบไล้ลำแขนเสลาแ่เบา
“เอ่อ...คุณปล่อยฉันดีกว่านะคะ”ไม่ได้อยากทำสะบัดสะบิ้ง แต่การอยู่ใกล้ผู้ชายมีเสน่ห์น่าลุ่มหลงอย่างนี้พานทำให้ร่างกายปั่นป่วนและจิตใจที่ไม่เข้มแข็งดังภายนอกหวั่นไหว
“ทำไมล่ะ”
“คือ...”จะให้เธอตอบว่ายังไงล่ะ ก็กลัวความรู้สึกแปลกๆ ในกายทำฤทธิ์ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็ดั่งจินตนาการที่เคยแอบนึกแอบฝัน “ยาคุณดีมากเลย ฉันไม่รู้สึกเจ็บแล้วนี่คะเลยอยากกลับบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงานต่อ”
“อย่าเลยสภาพอย่างนี้ไปให้หมอดูอีกครั้งดีกว่า แผลดีขึ้นแล้วจริงๆ และไม่มีอาการติดเชื้อ”ถึงยาดีแค่ไหน แต่ก็ช่วยได้เพียงแค่ภายนอกเท่านั้นยังจำเป็ต้องได้รับการดูแลรักษาเพิ่มและพักผ่อนให้เพียงพอดูสภาพเธอสินอกจากอาการอ่อนเพลียเพราะเสียเืยังมีอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานอีก ใครจะกล้าปล่อยให้อยู่เพียงลำพังได้ล่ะ
“แต่...ฉันเกรงใจคุณนะคะ”ไม่รู้จะคิดหาเหตุผลใดมาเอ่ยบอกให้ชายหนุ่มปล่อยเธอกลับบ้าน
“ห้ามมีปัญหา”หัวใจโรมกระตุกเมื่อเจออาการกระเง้ากระงอดสุดแสนน่ารักของคนตัวเล็ก“คุยกันมาตั้งนานฉันยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย”
“แก้วดาริกา”บอกอย่างเสียมิได้
“ฉันโรมโรมิโอยินดีที่ได้รู้จัก...หนูแก้ว” จับพร้อมจรดปากหนาอุ่นลงไปบนหลังมือนุ่ม
อยากบอกว่าเธอไม่ยินดีที่ได้รู้จักเขาเลยทว่าใบหน้านวลดูไม่จืดทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยๆ และ “ค่ะ...เ้านาย”
ไม่สนใจสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“เรียกฉันว่าโรมดีกว่า” ผุดรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“ไม่ดีกว่าค่ะคุณเป็เ้านาย ฉันเป็แค่ลูกน้อง ไม่อยากทำตัวตีเสมอ”ไม่อยากหัวขาดก่อนเวลาอันสมควร ถ้าหากมีหญิงสาวคนใดได้รู้ เธออยู่ใกล้ชิดจับมือถือแขนและถูกโรม โรมิโออุ้ม...หนาวจากแผ่นหลังไปถึงขั้วหัวใจคอคงขาดจากบ่าโดยไม่ทันรู้ตัวจากสายตาเพชฌฆาตที่เธอเ่าั้ส่งมา
“หนูแก้ว”
ไม่แค่หนาวจากแผ่นหลังจรดปลายเท้าแต่รู้สึกจั๊กจี้หัวใจด้วยกับชื่อที่ชายหนุ่มเรียกพานให้น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าเมื่อหวนนึกไปถึงอีกสองคนที่เรียกเธอด้วยชื่อนี้สองคนที่รักซึ่งลาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
“ร้องไห้ทำไมหนูแก้ว”
“ปะ...เปล่าค่ะถ้าเ้านายจะกรุณา ส่งฉันลงแถวนี้ได้ไหมคะ” ไม่อยากรับความอบอุ่นจากโรมที่ทำให้สาวน้อยความต้านทานต่ำโหยหาความรักอย่างเธอหลงใหลไปจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้น
“อย่างหนึ่งหนูแก้วคงรู้ฉันเป็คนไม่ชอบให้ใครขัดใจ”
แก้วดาริกาพยักหน้าหงึกๆแอบกลืนน้ำลายลงคอฝืดเคืองด้วยสายตาเข้มวามวาวบ่งบอกถึงความไม่ชอบใจแต่ยังพยายามยิ้มสู้
ผู้หญิงมากมายล้วนแล้วแต่อยากเข้าใกล้เขาทว่าสาวน้อยตรงหน้ากลับพยายามถอยหนี หลังนิ้วยาวยกขึ้นทาบบนผิวแก้มนุ่มเคลื่อนไหวอย่างแ่เบา “บทลงโทษคนที่ขัดใจคือ...”ใบหน้าแกร่งกระด้างโน้มลงไปทีละน้อย
แก้วดาริกาเบือนหน้าหนีแต่ติดมือใหญ่ที่ยื่นมาจับรั้งปลายคางเอาไว้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเร็วราวกับรัวกลองเพลเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวหน้าก่อนปากหนาหยักทาบลงมาบนหน้าผาก
จูบร้อนผ่าวขยับเคลื่อนลงมาบนพวงแก้มนุ่มจมูกโด่งคลอเคลียดมดอมกลิ่นหอมของเนื้อสาว ไต่เรื่อยไปถึงกลีบปากนุ่ม
แก้วดาริกาสะดุ้งถึงทำงานอยู่ท่ามกลางแสงสีละลานตาพญาเหยี่ยวร้ายและหนูตัวเหม็นที่ต่างก็พยายามดึงให้สนใจ ทว่าเธอไม่เคยปล่อยตัวเปิดใจให้ใครใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้อยากหนีแต่ก็ทำได้เพียงปล่อยตัวไปกับ...จุมพิตแรกในชีวิตสาว
จูบที่โรมมอบให้แก้วดาริกาเป็ไปอย่างอ่อนโยนและแ่เบาดังผีเสื้อโบยบินแต้มกลีบดอกไม้ก่อนขบเม้มย้ำไปบนความนุ่มนิ่มดูดซับความหวานอย่างกุหลาบแรกแย้มด้วยความพึงพอใจ
เหมือนยืนอยู่บนริมตลิ่งแล้วถูกผลักลงน้ำอย่างรวดเร็วเนื้อตัวอ่อนระทวย หายใจหายคอไม่ทันเผลอเปิดปากให้เรียวลิ้นอุ่นชื้นสอดแทรกเข้ามากวาดไล้ลิ้มชิมรสหวานของกุหลาบแรกแย้มแม้อยากยืดเวลาดื่มด่ำกับความหวานให้นานอีกหน่อย ทว่าคนตัวเล็กเจออะไรมาเยอะ จึงจัดพอแค่เป็น้ำจิ้มกรุ้มกริ่มก่อนถอนออกด้วยความเสียดาย
“คราวหลังถ้ากล้าขัดคำสั่งอีก”หลังนิ้วยาวลากไล้บนแก้มนวลนุ่มแ่เบาและโน้มหน้าไปกระซิบ...
“รู้...แล้วค่ะ”เอ่ยตอบพร้อมผ่อนลมหายใจออกจากปอดแ่เบา เมื่อกายใหญ่ค่อยๆถอยห่างไปให้เธอได้นั่งอย่างสบายใจแต่ไม่สบายตัวด้วยความอบอุ่นที่โอบรายรอบห่างหายไป
แก้วดาริกาก่นด่าตัวเองในใจอยู่ใกล้ชิดโรมเพียงไม่นาน หัวใจเธอก็ไขว้เขวไปเสียแล้วเป็อย่างนี้ต่อไปเห็นทีไม่ดีแน่หลังจากที่ตัวเองแข็งแรงพอและมีความกล้าพอต่อกรกับโรมได้คงต้อง...ใบหน้าผ่องพรรณรีบหันไปมองคนที่อยู่ในความคิดเมื่อแว่วได้ยินเหมือนเขาเอ่ยถาม
“คะ...คุณถามอะไรฉันหรือเปล่าคะ”เอ่ยถามพร้อมยิ้มแหยๆ
กายใหญ่เอนอิงตวัดขาข้างหนึ่งพาดบนอีกข้างแขนแกร่งยกขึ้นพาดไปตามความยาวของเบาะนั่งเท่ากับเป็การโอบกอดแก้วดาริกากลายๆ“มีใครรออยู่ที่บ้านหรือถึงได้อยากรีบกลับนัก” นอกจากไม่อยากนั่งเงียบๆแล้วเขายังอยากได้ยินเสียงเธอ
“ฉันเคยกรอกประวัติไว้ในใบสมัครงานแล้วนี่คะ”เอ่ยตอบเสียงแ่เบาก่อนก้มงุดที่แสงไฟจากภายนอกสาดส่องมาทำให้เห็นาแบนสองแขนกลมกลึงเริ่มผสานและบางรอยก็จางจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเคยมีแผลสดๆมา
เป็อะไรที่แปลกเกินไปหรือเปล่ายาเขามีสรรพคุณดีถึงขนาดนี้เชียวหรือถ้าเช่นนั้น...แก้วดาริกาเหลือบสายตามองร่างใหญ่ที่เขาต้องมีคนคุ้มกันล้อมหน้าล้อมหลังกับข่าวสารเื่การถูกดักทำร้ายจนต้องระวังตัวทุกฝีก้าวก็เป็ผลมาจากเื่นี้สินะ แล้วเขานำมารักษาเธออย่างนี้...
“คุณไม่กลัวหรือคะ”
“หือ...”
“เอายาดีๆอย่างนี้มารักษาฉันไงคะ คุณ...ไม่กลัวฉันปากโป้งบอกใครหรือคะ”
“ถ้าหากคิดว่ามีความสามารถพอก็เชิญได้เลย”รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนาั์ตาสีอเมทิสต์เป็ประกายวาววับคล้ายตักเตือนให้หญิงสาวรู้อยู่ในทีหากคิดทำสิ่งใดต้องสำเร็จ ถ้าพลาดแม้เพียงนิดเดียว...จุดจบไม่สวยแน่นอน
นิ้วยาวลูบไล้ผิวนวลนุ่มเกลี่ยปอยผมที่รุ่ยร่ายไปฝั่งหนึ่งใบหน้าคร้ามแกร่งโน้มไปทีละน้อยจนปากอุ่นๆ แนบกับลาดไหล่กว้างขบเม้มไต่ไปทีละน้อยด้วยความอ่อนโยน
“หากคิดทำอะไรต้องไม่มีคำว่าเสียใจทำให้เต็มที่และดีที่สุด”
“หมายความว่ายังไงคะ”ถามด้วยความหวาดหวั่นสัญชาตญาณบ่งบอกคำที่ชายหนุ่มพูดออกมาแฝงอะไรบางอย่างที่เธอควรรีบหนี
“ไว้ถึงเวลาก็รู้เองตอนนี้เหนื่อยไม่ใช่หรือไง พักผ่อนดีกว่าไหม” เห็นเธอแอบหาวบ่อยครั้งหนังตาก็หรี่ลงแต่ก็ยังพยายามฝืนเอาไว้ คงเพราะกลัวเขาคิดทำมิดีมิร้ายนิ้วยาวยกขึ้นทาบบนปากอิ่มที่อ้าขึ้นหมายจะพูดยิ้มใส่ดวงตากลมโตวาวใสราวกับลูกแก้ว
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม...ไม่ชอบคนขัดคำสั่ง”
“ระ...รู้แล้วค่ะ”เอ่ยปากบอกเสียงสั่น รีบหลับตาลงอย่างเร็วรี่จึงไม่เห็นสายตาเข้มเป็ประกายพึงพอใจ ชีวิตคนเราสั้นนัก เมื่อได้พบกับคนที่ทำให้อยู่ด้วยแล้วหัวใจยิ้มได้แม้ต้องพบเจอกับความเสี่ยง...เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือไป!