วรภัทรเลิกงานแล้วก็รีบกลับบ้าน เขาคิดจะไปเยี่ยมน้องพืชอีกรอบแต่กลับได้รับข่าวร้าย วัลภาถูกคนวิ่งชนหกล้มหัวเข่ากระแทกพื้นเดินไม่ไหว เขาจึงรีบขับรถไปดูน้องสาวที่โรงพยาบาลเอกชน ชายหนุ่มร้อนใจจึงรีบโทรศัพท์ไปหาทักษพร
“คุณผัก ผมว่าจะไปเยี่ยมน้องพืชแต่พอดีภาเขาหกล้มจนข้อเข่าแตก ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล คุณมีเรื่องลำบากอะไรไหม? ผมจะได้ให้คนไปช่วย”
หญิงสาวได้ยินก็ตกใจ “คุณภาเจ็บมากเหรอคะ?”
“ครับ คนที่วิ่งมาชนเป็นพวกวิ่งราวน่ะ เลยชนแรง หัวก็โขกผนังจนปูด ผมไม่สบายใจ ผมเลยให้ภานอนดูอาการสักคืนก่อน”
“ทางนี้ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ คุณภัทรไม่ต้องเป็นห่วง น้องพืชย้ายมาอยู่ห้องพิเศษแล้ว คืนนี้ดิฉันจะนอนเฝ้าค่ะ”
“ครับ ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็โทรมาหาผมได้ตลอดเวลาได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณภัทร”
ลิลี่เดินมาได้ยินทักษพรกำลังยืนคุยโทรศัพท์พอดีก็อมยิ้ม “อืม คุณภัทรนี่เป็นหนุ่มไมโครเวฟจริงๆ”
“พอเข้าไปในห้องลูกแล้วอย่าพูดแบบนี้นะลี่”
“ทำไมล่ะ?” ลิลี่เดินตามหลังเข้าไป พอเห็นหน้าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงกำลังอ่านนิทานให้น้องพืชฟังก็ชะงัก
ธนาเงยหน้าขึ้น ลิลี่ก็ยกมือไหว้ทักทาย
“คืนนี้ผมจะนอนเฝ้านอนพืชช่วยคุณผักเอง คุณลี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
ลิลี่ทำหน้าเหวอ หันไปมองทักษพร
“แม่ลี่” เสียงของเด็กน้อยออดอ้อน จนลิลี่ต้องรีบเดินเข้าไปข้างเตียง กุมมือน้อยๆ ที่ยื่นออกมาเอาไว้
“แม่ลี่อยู่นี่ครับ น้องพืชอยากได้อะไร?”
“ผมคิดถึงคุณพ่อหมอนข้าง”
ธนาได้ยินก็นึกสงสัย ทำไมน้องพืชต้องมีคุณพ่อหมอนข้าง?
“คุณพ่อหมอนข้างใหญ่เกินไป ถ้าเอามานอนที่นี่ด้วยเตียงนอนก็จะแน่นนะครับ นี่ๆ แม่ลี่เอาเสือน้อยมาให้แล้ว” ลิลี่เปิดกระเป๋าผ้าใบใหญ่หยิบเอาตุ๊กตาเสือหน้ากลมอ้วนลายสีส้มดำออกมา
“เย้ๆ เสือน้อยมาแล้ว” เด็กน้อยใช้มือข้างนั้นลูบไล้ตุ๊กตาพร้อมยิ้มกว้างแต่ยังไม่ลืมที่จะหันไปหาธนา “คุณพ่อครับ นี่เสือน้อยของผม”
ลิลี่อ้าปากค้าง มองธนาด้วยความเกรงใจ ชายหนุ่มยิ้ม
“ผมให้น้องพืชเรียกคุณพ่อเองล่ะครับ คุณลี่”
ลิลี่หันไปดึงแขนแม่ตัวจริงออกจากห้องผู้ป่วยไปยืนที่ระเบียง “หมายความว่ายังไงพี่ผัก?”
“ตอนที่คุณธนามา คุณแม่น้องกานต์ทักว่าคุณธนาหน้าเหมือนน้องพืช คุณธนาก็เลยรับสมอ้างเป็นพ่อ”
“พี่ผัก แบบนี้ คุณธนาก็เล่นใหญ่กว่าคุณภัทรอีกนะคะ ที่บอกลี่ว่าจะนอนเฝ้านี่ ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”
“อือ เลขาเขากลับไปเอาเสื้อผ้ากับที่นอนมาให้แล้ว”
ลิลี่ยกมือขึ้นจับแขนทักษพรด้วยความตื่นเต้น “พี่ผัก พี่จะตกผู้ชายงานดีสองคนพร้อมกันไม่ได้นะคะ บอกมาเลยว่าชอบใครมากกว่ากัน?”
“พี่จะชอบใครได้ล่ะ? ลี่ดูสิ คนหนึ่งก็เจ้าของบริษัท อีกคนก็ประธานบริษัทใหญ่ คุณธนายิ่งหนักกว่าคุณภัทรอีก”
“แต่คุณธนาถึงกับให้น้องพืชเรียกว่าคุณพ่อเลยนะคะ แบบนี้มันชัดยิ่งกว่าชัดแล้ว”
ทักษพรแก้มแดงระเรื่อ “พี่ห้ามเขาแล้ว แต่ว่าเขาก็บอกให้พี่เห็นแก่ลูก ลี่ก็เห็นว่าน้องพืชดีใจแค่ไหนที่ได้เรียกเขาว่าพ่อ?”
“ค่ะ ลี่เห็น ถึงได้บอกไงคะว่างานนี้ยิ่งกว่าช้างชนช้าง ดีนะที่คืนนี้คุณภัทรไม่มา ถ้ามาสงสัยผู้ชายไมโครเวฟของลี่คงหัวใจสลาย ถามจริงๆ เถอะค่ะว่าถ้าเปลี่ยนจากคุณธนาเป็นคุณภัทร พี่ผักจะยอมให้นอนเฝ้าน้องพืชแบบนี้ไหม?”
ทักษพรนิ่งไป เธอยังไม่มีความกล้าพอที่จะบอกความจริง
“พี่ผักลังเลแบบนี้ ลี่ก็พอจะรู้แล้ว” หญิงสาวยิ้มแป้น “แต่อยากรู้จังค่ะว่าครอบครัวของท่านประธานใหญ่บริษัทวินเนอร์จะว่ายังไง? ถ้ารู้ว่าเขามาอาสาเป็นพ่อให้น้องพืช”
สตรีสูงวัยในชุดเรียบหรูใบหน้าเอิบอิ่มเดินนำหน้าผู้ชายที่ละม้าย ธนาตรงมายังหญิงสาวสองคนที่ยืนอยู่ริมทางเดิน “หนู หนูผักใช่ไหมจ๊ะ?”
ทักษพรชะงัก เธอมองคนแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าสลับกันไปมา พอประมวลความน่าเชื่อถือแล้วจึงตอบรับ “ค่ะ”
“คุณแม่ ทักแบบนั้นคนอื่นก็ตกใจแย่ เดี๋ยวผมแนะนำตัวก่อน”
หญิงสาวสองคนมองผู้ชายร่างสูงที่ดูคล้ายธนามากจนแทบจะแยกไม่ออกด้วยอาการตะลึง
“ผมธเนศครับ เป็นน้องชายฝาแฝดกับธนา นี่คุณแม่ผมเอง”
หญิงสาวสองคนจึงรีบยกมือไหว้คนทั้งสอง “สวัสดีค่ะ”
ทักษพรตกใจที่รู้ว่านี่คือมารดาและน้องชายของธนา ลิลี่ยกมือขึ้นจับแขนของทักษพรด้วยความตื่นเต้น
‘โว๊ะ! อะไรจะจังหวะซิทคอมขนาดนี้ พูดปุ๊บก็มาปั๊บ คงไม่ได้มาตาม ลูกชายกลับบ้านหรอกนะ เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะจริงๆ ทั้งครอบครัวสมกับเป็นมหาเศรษฐี’
ธเนศหันไปมองหมายเลขและชื่อของเด็กชายที่ติดอยู่ตรงประตู “น้องพืชนอนอยู่ห้องนี้ใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ” ทักษพรรับคำอย่างเหม่อๆ ในหัวกำลังคิดหาข้อแก้ตัวที่จะไม่ทำให้ครอบครัวของธนาต้องมาวุ่นวายกันเพราะตนกับลูก
“เข้าไปกันเถอะ อย่ายืนคุยกันตรงนี้เลย” หญิงสูงวัยหันมายิ้มให้สองสาวแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู
ธนาเห็นผู้หญิงที่เดินนำหน้าเข้ามาในห้องก็ตะลึง “คุณแม่”
ภัสราเดินเข้าไปใกล้เตียง ก้มหน้ามองดูเด็กชายตัวน้อยที่หันมาจ้องตนตาแป๋วก็ยื่นมือไปลูบแก้มยุ้ยเบาๆ “น้องพืช หายเจ็บหรือยังลูก?”
ทักษพรกับลิลี่ถึงกับตัวแข็งทื่อ น้ำเสียงอ่อนโยนที่มารดาท่านประธานใหญ่พูดออกมาเป็นคนละขั้วกับที่พวกเธอคาดเอาไว้
“พี่ผัก” ลิลี่กดเสียงต่ำ คล้ายอยากจะคาดคั้นเอาความจริง
“พี่ไม่รู้เรื่อง” หญิงสาวกระซิบตอบพร้อมกับส่ายหน้า
เด็กชายธนาธิปมองหน้าหญิงสูงวัยกับผู้ชายที่ดูคล้ายธนาแล้วหันไปหา “คุณพ่อครับ ใครครับ?”
ภัสราหันไปมองหน้าลูกชายคนเล็ก “อืม เร็วกว่าที่แม่คิด”
“น้องพืช นี่คุณพ่อเหรอครับ?” ธเนศเอ่ยถามยิ้มๆ
เด็กชายยิ้มพยักหน้า “ครับ”
“ถ้าคนนี้เป็นคุณพ่อ นี่ก็คือคุณอา และนี่ก็คือคุณย่า เพราะอาเป็นน้องชายของคุณพ่อ ส่วนคุณย่าเป็นคุณแม่ของคุณพ่อ”
ลิลี่ตาโตเท่าไข่ห่าน นี่เป็นเหตุการณ์ที่เหนือกว่าความคาดหมาย เธอหันไปหยิกทักษพรทีหนึ่ง เอียงหน้าไปกัดฟันกระซิบ “พี่ผัก โกหก”
ทักษพรหน้าเหวอและส่ายหน้าถี่ๆ “พี่ไม่รู้เรื่องจริงๆ”
แต่คนทั้งสามที่ยืนล้อมเด็กชายเอาไว้ไม่ได้หันมาสนใจผู้หญิงสองคนที่ยืนซุบซิบกันอยู่ด้านหลัง ยังคงพูดคุยกับเด็กชายด้วยความสนุกสนาน
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับว่าผมอยู่ที่นี่?”
“แม่ก็ถามณัฐน่ะสิ พอได้ยินว่าน้องพืชไม่สบายแม่ก็รีบเรียกหนูเนศให้พามาทันที”
ธนาทำเสียงฮึ่มๆ ในลำคอ จนธเนศหัวเราะเบาๆ
“อย่าไปโกรธณัฐเลย คุณแม่เป็นห่วงหลานจริงๆ นะ นั่งรถมาด้วยก็เร่งฉันจนแทบจะเหาะอยู่แล้ว”
ภัสราหันหลังกลับไปมองสองสาว “จริงด้วย แม่มัวแต่ห่วงน้องพืชยังไม่ได้คุยกับหนูผักเลย มาๆ มาใกล้ๆ หน่อยสิจ๊ะ”
ลิลี่ดันทักษพรไปข้างหน้า พอเห็นมารดาของท่านประธานใหญ่แสดงความรักใคร่ในตัวลูกชายของพวกเธอ ลิลี่ก็รู้สึกว่าธนาเหมาะสมที่จะเป็นคุณพ่อของน้องพืชกว่าวรภัทรนับร้อยเท่า
‘นี่มันยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งซะอีก แม่ว่าที่สามีมหาเศรษฐีกับน้องชาย ยินดีต้อนรับพี่ผักกับลูกชายเข้าร่วมครอบครัว โอ๊ย! แหกทุกกฎในละครน้ำเน่า’
******************
